Prachatai Eyes View: ฮารีรายอของชาวมลายูมุสลิมในปาตานี

Prachatai Eyes View: ฮารีรายอของชาวมลายูมุสลิมในปาตานี


ฮารีรายอ คือวันรื่นเริงประจำปี ของชาวมุสลิม ซึ่งปีหนึ่งมีสองครั้ง คือ ฮารีรายอ อีดิลฟิตรี ซึ่งตรงกับวันออกบวช หลังการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ตรงกับประมาณกลางเดือนก.ค. และ ฮารีรายอ อีดิลอัฏฮา ซึ่งเป็นการฉลองวันออกฮัจญ์ ตรงกับประมาณกลางเดือนก.ย. ในวันฮารีรายอ ชาวมุสลิมจะกลับบ้านไปเยี่ยมเยียนครอบครัว เพื่อน และผู้ที่ตนเคารพนับถือ และขอ “มาอัฟ” ซึ่งหมายถึงขออภัยต่อกันในสิ่งที่ผ่านมา  รวมไปถึงการเยี่ยมสุสานของบรรพบุรุษ

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 58 ชาวมลายูมุสลิมในปาตานี หรือ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เฉลิมฉลองวันฮารีรายออีดิลอัฏฮา ตั้งแต่เช้า โดยการไปละหมาดที่สนามกีฬา หรือมัสยิด หลังละหมาด อีหม่ามจะกล่าวเทศนาทางธรรม แนะนำการดำเนินชีวิต ให้มุสลิมทุกคนปฏิบัติดี ตามแนวทางของอิสลาม

 


ชาวมลายูมุสลิมรวมตัวกันละหมาดที่สนามกีฬากลาง จ.ปัตตานี

 

หลังการละหมาดในตอนเช้า บ้านที่มีความพร้อมทางด้านการเงินจะทำการเชือดสัตว์พลี ที่เรียกว่า กุรบาน และแจกจ่ายเนื้อนั้นแก่คนยากจนอนาถา เด็กกำพร้า แม่หม้าย ผู้ที่ทำงานเพื่อศาสนา และญาติมิตร สัตว์ที่ใช้ในการทำกุรบานเช่น วัว และ แพะ หลังจากนั้น บ้านนั้นก็จะนำมาแล่ แบ่งแจกจ่าย และประกอบอาหาร


การเชือดสัตวพลี หรือ กุรบาน

 


นำเนื้อกุรบานมาแล่ และแบ่งแจกจ่าย

 


ชาวมลายูมุสลิมนำเนื้อกุรบานมาประกอบอาหาร

 

ชาวมลายูปาตานีนิยมใส่เสื้อผ้าใหม่ในวันฮารีรายอ ซึ่งอาจเป็นชุดมลายู ชุดมลายูชายเรียกว่า จือก๊ะมูซัง ( เสื้อคอปกมีกระดุม) บางคนจะสวมพร้อมกับกางเกงขายาวสีเดียวกับเสื้อและสวมผ้าซัมปินทับ ตามแบบชุดของชาวมลายู กับหมวกซอเกาะ หรือใส่กับโสร่ง หรือชุดยาวแบบอาหรับ ที่เรียกว่า ยูเบาะห์ ส่วนผู้หญิงมักใส่ชุดมลายูที่เรียกว่า บานง หรือชุดกุรง หรือชุดแบบอาหรับที่เรียกว่า อาบายะห์ ซึ่งเป็นเดรสยาว อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ชุดอาหรับเป็นที่นิยมมากกว่าชุดมลายู

 


เครื่องแต่งกายแบบมลายู ที่ชาวมลายูจะนิยมใส่วันฮารีรายอและเวลาออกงานพิธีเช่น งานแต่งงาน  งานกิจกรรมในโรงเรียน เป็นต้น

 

หลังการละหมาด และสังสรรค์กับครอบครัวของตนเอง ชาวมลายูมุสลิมจะไปเยี่ยมเยือนบ้านญาติและมิตรสหายและรับประทานอาหาร หากเป็นเด็ก จะได้รับเงินรายอจากผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นธรรมเนียมสำหรับผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีรายได้ต้องแจกเงินให้กับเด็กๆ