เปิดเวทีไม่เอาถ่านหิน แฉ 4 ปีชาวแม่เมาะตาย 300

ประชาไท - 22 ม.ค.48 "ความรุนแรงของชุมชนแม่เมาะกำลังใกล้วิกฤติ แค่ช่วงปี พ.ศ.2544-2548 มีชาวบ้านเสียชีวิตแล้วกว่า 300 ราย เป็นโรคทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด โรคหลอดลมอุดตันเรื้อรัง เพราะได้รับสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะทั้งสิ้น และยังมีผู้ป่วยเรื้อรังที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลอีกกว่า 2,800 ราย" นางมะลิวัลย์ นาควิโรจน์ เลขานุการเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ กล่าวในเวทีสาธารณะ "รวมพลคนไม่เอาถ่านหิน" ครั้งที่1

เวทีดังกล่าวได้เริ่มขึ้นเป็นวันแรก ณ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดลำปาง โดยเป็นเวทีภาคประชาชน ที่จัดขึ้นคู่ขนานกับเวทีการประชุมถ่านหินโลกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีชาวบ้านหลายกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาทิ เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ จ.ลำปาง กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มชาวบ้านเวียงแหง จ.เชียงใหม่ กลุ่มชาวบ้านมาบตาพุด จ.ระยอง กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอย จ.สระบุรี

นางหทัยรัตน์ สมแจ้ง ชาวบ้านอำเภอแม่เมาะที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน กล่าวว่า ทุกวันนี้ปัญหาเรื่องฝุ่นในพื้นที่ก็ยังเป็นปัญหาหนักที่ทำร้ายสุขภาพชาวบ้านในพื้นที่ โดยที่ยังไม่มีการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่อันตรายแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่กฟผ.พยายามแก้ไขสถานการณ์ โดยเมื่อใดที่รัฐมนตรีจะลงพื้นที่ก็จะมีการฉีดน้ำกลบฝุ่นอย่างมากมาย แต่ก็ยังคงกลับสู่สภาพเดิมเมื่อรัฐมนตรีกลับไป

นายชัยณรงค์ ศศิธร ตัวแทนจากกลุ่มรักษ์บ่อนอก จากประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินที่บ่อนอก ประจวบฯ ชาวบ้านไม่ได้ค้านเฉพาะในพื้นที่นั้น แต่ต้องการให้รัฐบาลทบทวนเรื่องนี้ใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่ย้ายไปแก่งคอยหรือราชบุรี เพราะปัญหาก็ยังคงเกิดในทุกพื้นที่

นายธารา บัวคำศรี เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพลังงาน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ประสานงานเครือข่ายคนไม่เอาถ่าน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเวทีครั้งนี้ว่า นับเป็นครั้งแรกที่ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการถ่านหินที่ต่าง ๆ มารวมตัวกัน และเห็นประเด็นร่วมกัน 2 ประเด็นคือ ไม่ต้องการถ่านหิน เพราะกระทบกับชุมชน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของคน ถ่านหินเป็นตัวการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ก่อภาวะเรือนกระจกซึ่งเป็นการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระดับโลกซึ่งทุกคนจะได้รับผลกระทบอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ยังมีการฉายวีดิทัศน์เกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนที่สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการใช้ถ่านหิน โดยนายศุภกิจ นันทะวรการ ผู้ประสานงานเครือข่ายอุตสาหกรรมและพลังงาน จากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)กล่าวว่า สภาวะโลกร้อนเกิดจากการเผาไหม้พลังงานฟอสซิลทั้งก๊าซ น้ำมัน และถ่านหิน โดยในจำนวนนี้ ถ่านหินถือว่าเป็นพลังงานสกปรกที่สุด โดยในอดีตเรื่องดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงกันแต่ในวงวิทยาศาสตร์ และดูเหมือนอยู่ไกลตัว แต่ทุกวันนี้มันกระทบต่อการประกอบอาชีพของเกษตรอย่างชัดเจน

ประชาไทรายงาน