"ทักษิณ"ขอพบนายกฯมาเลย์คลายปมคนอพยพ

ทหารไทยบุกกลันตัน ดอดพบผู้ขออพยพ 131 คน มาเลย์เผยกระทรวงต่างประเทศไทย กำลังประสานขอ "ทักษิณ" พบนายกฯมาเลย์ เจรจาคลี่ปมคนอพยพ "กอส." ฉุนขาด รัฐจะขยายเวลาใช้พรก.ฉุกเฉิน จัดทีมลงสำรวจความเห็นชาวบ้าน นราฯโหดบึ้มตำรวจเจ็บ 4 ยิงชาวบ้านเจ็บ 6


 


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2548 ที่สถานควบคุมคนหลบหนีเข้าเมือง อำเภอตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ตัวแทนจากกองทัพบกไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของมาเลเซีย เข้าไปสอบสวนผู้นำกลุ่มชาวมุสลิมจากจังหวัดนราธิวาสที่เข้าไปขออพยพในมาเลเซีย 131 คน อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าถือสัญชาติไทยหรือไม่ โดยใช้เวลาสอบสวนนานประมาณ 4 ชั่วโมง


 


เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรัฐกลันตัน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ขอตรวจสอบหลักฐานของคนทั้ง 131 คน เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน แต่คนทั้งหมดบอกว่าไม่ได้นำติดตัวมา แต่ยืนยันได้ว่า มาจากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดอะไร ส่วนการสอบสวนไม่ได้ข้อมูลมากนัก เพราะเจ้าหน้าที่ไทยที่เข้าไปไม่สามารถสื่อสารกับกลุ่มผู้ขออพยพได้เต็มที่ เนื่องจากทั้งหมดพูดไทยได้น้อยมาก ต้องใช้ล่ามแปลจากมลายูท้องถิ่นเป็นภาษาไทยกลาง ประกอบกับผู้ขออพยพทั้ง 131 คน มีท่าทีไม่เป็นมิตร


 


เจ้าหน้าที่ระดับสูงของของรัฐกลันตัน เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ประสานงานกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้พ.ต.ท.<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย เข้าพบเพื่อพูดคุยกรณีผู้ขออพยพ131 คน ในปลายเดือนกันยายน 2548


 


ตำรวจสันติบาลของมาเลเซีย รับผิดชอบงานข่าวกรองในอำเภอตาเนาะแมเราะ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีชาวมุสลิมจากหมู่บ้านต่างๆ ในจังหวัดนราธิวาส เดินทางเข้าไปยังรัฐกลันตันอยู่เป็นระยะ โดยเข้าไปอยู่กับญาติและหางานทำ คนกลุ่มนี้ระบุว่า ก่อนหน้านี้จะเดินทางเข้าไปยังรัฐกลันตัน มีเจ้าหน้าที่รัฐของไทยเข้าไปถ่ายรูปโรงเรียนปอเนาะ มัสยิด และสถานที่ต่างๆ รวมทั้งทำประวัติคนในหมู่บ้าน จึงตัดสินใจอพยพไปหางานทำในรัฐกลันตันเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ในจังหวัดนราธิวาสจะดีขึ้น


 


ดร.วรวิทย์ บารู รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้ ทางคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ จะส่งกรรมการฯ ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นและความพึงพอใจในการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่รัฐ และหน่วยงานต่างๆ เนื่องจากรัฐบาลอ้างว่า การใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ ได้ผลเป็นที่น่าใจ และจะขอขยายเวลาออกไปอีก 3 เดือน


 


นายดับดุลรอแม เจ๊ะแซ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลสรุปผลการดำเนินงานภายหลังประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับดังกล่าวว่า ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ก่อนจะประกาศขยายเวลาออกไปอีก ถ้าจำเป็นต้องขยายเวลา ตนต้องการให้รัฐบาลชี้แจงขอบเขตการใช้อำนาจ และให้แปลข้อความในพระราชกำหนดฯ เป็นภาษามลายู เพื่อจะได้ง่ายต่อการทำความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่


 


นายไพศาล ดือราแม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เห็นด้วยกับการขยายระยะเวลาการพระราชกำหนดฉบับนี้ เพราะหลังจากประกาศใช้พระราชกำหนดดังกล่าว สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ลดลง จึงคิดว่าน่าจะต่ออายุไปอีกจนกว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้คลี่คลายไปในทางที่ดี


 


เมื่อเวลา 20.30 น. วันเดียวกัน ขณะที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส 9 นาย นั่งรถยนต์กระบะลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย บริเวณบ้านกำปงปิแต หมู่ที่ 5 ตำบลกะปอเยาะ อำเภอยี่งอ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดแสวงเครื่องไว้ริมถนน แรงระเบิดทำให้ตำรวจชุดนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 นาย ประกอบด้วย ส.ต.ต.จีรศักดิ์ สุวรรณศิริ ส.ต.ต.ภานุวัฒน์ วิยุรากร ส.ต.ท.มารุต อินสุวรรโณ ส.ต.ต.กิตติกร แก้วกาญจน์


 


ทั้งหมด ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ท้ายทอยและศีรษะ ถูกนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ในเวลาต่อมา จากการตรวจพบว่า คนร้ายใช้ระเบิดไดนาไมต์ต่อพ่วงเข้ากับวงจรจุดระเบิด แล้วลากสายไฟไปจุดชนวนด้วยแบตเตอร์รี่ ขนาด 12 โวลต์


 


ขณะเดียวกัน ระยะเวลาห่างกัน 5 นาที มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนอาก้าและ เอ็ม 16 กราดยิงชาวบ้านในร้านน้ำชา บ้านตันหยงลิมอ หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กระสุนถูกชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 6 คน ประกอบด้วย นายอิบรอเฮ็ง ฮามะ นายอัสวัน อาแซ นายสุแวนารูดิง นิกาจิ๊ ด.ช.อัสวี ซายอ และชาวบ้านไม่ทราบชื่ออีก 2 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เช่นกัน