ซัดดัม กับ โศกนาฏกรรมในสนามแข่งหมา

มี 88 ประเทศที่ยกเลิกโทษประหารไปแล้ว มี 53 องค์กรที่มารวมตัวกันเป็น World Coalition Against the Death Penalty และอาจจะมีถึง 100 เหตุผลที่ทำให้คนเกือบครึ่งหนึ่งของโลก ไม่เห็นด้วยกับการลงโทษที่มี "หน้าตาไม่เป็นมนุษย์" แต่เป็นที่น่าเสียดาย...ที่คนหัวใจ "มืดบอด" มากมายในโลกนี้ แยกแยะคำว่า "ความยุติธรรม", "การแก้แค้น" หรือแม้กระทั่ง "การฆ่าปิดปาก" ไม่ออก

Iraq : The Real War

โดย อุทัยวรรณ เจริญวัย

 

 

 

          

มี 88 ประเทศที่ยกเลิกโทษประหารไปแล้ว มี 53 องค์กรที่มารวมตัวกันเป็น World Coalition Against the Death Penalty และอาจจะมีถึง 100 เหตุผลที่ทำให้คนเกือบครึ่งหนึ่งของโลก ไม่เห็นด้วยกับการลงโทษที่มี "หน้าตาไม่เป็นมนุษย์"

 

เหตุผลของบางคนอาจจะพูดสั้นๆ จบภายใน 2-3 ประโยค ขณะที่เหตุผลของคนบางคนอาจจะต้องใช้วรรณกรรมทั้งเล่มหรือหนังทั้งเรื่องมาช่วยพูดให้ ขณะที่กับอีกบางคน มันอาจไม่ใช่เรื่องของเหตุผล...แต่เป็นเรื่องของ "ใจ"

 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ในกรณีของซัดดัม ฮุสเซน คนที่ไม่เห็นด้วยกับโทษประหาร...ไม่ได้แปลว่าต้องปฏิเสธการลงโทษ และคนที่ประณามกระบวนการ "พิจารณาคดี" ที่เกิดขึ้น...ไม่ได้แปลว่าต้องปฏิเสธการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม

 

(เป็นที่น่าเสียดาย...ที่คนหัวใจ "มืดบอด" มากมายในโลกนี้ แยกแยะคำว่า "ความยุติธรรม", "การแก้แค้น" หรือแม้กระทั่ง "การฆ่าปิดปาก" ไม่ออก)

 

ซัดดัม ฮุสเซน ตายไปพร้อมกับความลับที่อันตราย (ต่อวอชิงตัน) หลายอย่าง ข้อกล่าวหาที่อ้างต่อๆ กันมา เชื่อต่อๆ กันมาเกี่ยวกับเขา หลายข้อมีเงื่อนงำที่ยังหาความชัดเจนไม่ได้ หลายข้ออยู่บนพื้นฐานที่เลื่อนลอยใส่สีตีไข่ไปไกล และหลายข้อก็ชัดเจนว่า...มีเงาทะมึนหลังฉากของใครต่อใครเข้ามาวุ่นวายชุลมุนเต็มไปหมด

 

ในโอกาสที่ซัดดัม ฮุสเซนต้องจบชีวิตลง ถือเป็นช่วงเวลาอันดีที่เราจะได้หยิบยกเรื่องราวความสัมพันธ์ซัดดัม-อเมริกามาสำรวจหลายๆ แง่มุม ในฐานะที่เขาเคยเป็นมิตร เป็นศัตรู รวมทั้งตกเป็นเหยื่อ propaganda อันเข้มข้นของอเมริกามาตลอดช่วงหลังๆ

 

ชิ้นที่จะอ่านต่อไป แม้ข้อมูลของผู้เขียนจะไม่ถึงกับลึกลับเท่าไหร่ แต่ "มุมมอง" และ "การตั้งคำถาม" ของเขา เป็นสิ่งที่ขาดแคลนอย่างมากในสังคมไทย

 

ซัดดัมเป็นเผด็จการที่น่ากลัวที่สุดในโลก...จริงหรือ? ซัดดัมเป็น "ฮิตเลอร์นัมเบอร์ 2" จริงหรือ? หรืออันที่จริงแล้ว...ซัดดัมเป็นแค่ "กระต่าย" ตัวหนึ่ง?

 

วิลเลียม ริเวอร์ส พิตต์ (William Rivers Pitt) เป็นนักเขียนและบรรณาธิการสื่อทางเลือกออนไลน์ TruthOut มีแบคกราวด์การศึกษามาทางด้านวรรณกรรม เขาเขียนบทความทางการเมืองและเป็นแอคทิวิสต์ใกล้ชิดเดโมแครตมาหลายปี (เดโมแครตสายโพรเกรสสีฟ) มีงานหนังสือมาแล้ว 3 เล่ม (รวม  War on Iraq: What Team Bush Doesn't Want You to Know) บทความชิ้นนี้แปลมาจาก Hussein the Rabbit, TruthOut , 31 December 2006

 

ในโลกที่เต็มไปด้วยการหลอกล่อและภาพลวงตา โศกนาฎกรรมเกิดขึ้น...เมื่อประชาชนยอมตัวเป็นหมา (เกรฮาวนด์) ที่ถูกหลอกล่อให้วิ่งไล่กระต่ายตัวโน้นตัวนี้ไปเรื่อยๆ วิลเลียม ริเวอร์ส พิตต์ จะมาเล่านิทานสนุกๆ ให้เราฟัง พร้อมกับเชิญชวนชาวโลกทุกคนว่า

 

เป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีดีกว่า...อย่าเป็นประชาชน "หมา" อีกต่อไปเลย

 

 

0 0 0

 

 

 

 

ซัดดัม ฮุสเซน : กระต่ายล่อหมา

 

วิลเลียม ริเวอร์ส พิตต์

31 ธันวาคม 2006

 

 

 

It is a tale
Told by an idiot, full of sound and fury,
Signifying nothing.

- William Shakespeare

 

           

มือถือของผมส่งเสียงดังทั้งวัน เป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้ามาอีกแล้วนะ...จากเพื่อนๆ คอนเซอร์เวทีฟของผม

 

"Saddam is dead woohoo"  คือข้อความล่าสุด...ซึ่งก็พอจะบรรยายแทนข้อความที่เหลือได้ทั้งหมด ดูเหมือนว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คนจำนวนมากสามารถค้นพบความหมายหรือความพึงพอใจของตัวเองได้ กับการที่ฮุสเซนต้องมาพบกับจุดจบของเขาที่ปลายเชือกเส้นหนึ่ง...เมื่อเช้าวันเสาร์นี่เอง

 

ผมไม่สามารถจะรู้สึกแบบนั้นได้ ส่วนหนึ่งของอาการสองจิตสองใจเป็นเพราะพื้นฐานของผมที่ต่อต้านโทษประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม การต่อต้านโทษประหารโดยรัฐอย่างที่ผมเป็นนี้ ไม่ได้มาจากอุดมคติของคนที่มีจิตใจอ่อนโยน ไม่ได้มาจากความเห็นใจผู้ที่ต้องรับโทษ และไม่ใช่เรื่องของศีลธรรมแบบแคธอลิกอย่างที่ผมได้เรียนรู้สมัยเป็นเด็ก แต่มันมาจากความจริงธรรมดาๆ ที่ว่า ความตายเป็นทางออกที่ง่ายเกินไป มันน่าจะดีกว่า ถ้าเราจะมอบความยุติธรรมให้กับบรรดาคนชั่วร้ายของโลก - ไม่ใช่โดยการเอาชีวิตเขา - แต่เป็นการยืดชีวิตของเขาออกไป ยื้อชีวิตของเขาเอาไว้...ภายใต้อาณาเขตแคบๆ ของการกักกันคุมขัง

 

ยิ่งอาชญากรรมของเขาเลวร้ายเท่าไหร่ ผมเชื่อว่า...เรายิ่งต้องรักษาชีวิตพวกเขาเอาไว้เท่านั้น ให้พวกเขาได้ทนทุกข์อยู่ในสภาพแวดล้อมที่น่าสมเพช ให้พวกเขาต้องนั่งจ้องกำแพงและจมอยู่กับเรื่องราวของตัวเองเป็นเวลานานๆ หลายทศวรรษ ให้พวกเขาได้เผชิญความจริงอันโหดร้ายว่า วันพรุ่งนี้จะหดหู่ไม่น้อยไปกว่าวันที่ผ่านมา และนั่นหมายถึง ความเบิกบานใดๆ จะไม่ได้มีไว้เพื่อพวกเขาอีกแล้ว พระอาทิตย์บนฟ้าจะไม่ได้ส่องแสงลงมาเพื่อพวกเขาอีกแล้ว ผมได้แต่เสียดายว่า ทิมอธี แมควีห์ (Timothy McVeigh - มือบอมบ์โอกลาโฮมา 1995) น่าจะมีชีวิตอยู่ถึงวันนี้ บิดกายคุดคู้อยู่หลังซี่กรงเหล็ก แหวกว่ายทุรนทุรายอยู่ในมหาสมุทรแห่งกาลเวลา เช่นเดียวกับซัดดัม ฮุสเซน ฆาตกรร้ายหลายร้อยหลายพันศพ ผู้ซึ่งเพิ่งจะได้รับอิสรภาพเป็นของขวัญไปแล้วเช้าวานนี้...อย่างที่เขาไม่สมควรจะได้รับ

 

แต่พ้นไปจากเรื่องนี้ (ที่เป็นความเชื่อส่วนตัวของผม) ก็คือ ความไร้สาระสุดยอดของกระบวนการปาหี่พิพากษาที่เกิดขึ้นทั้งหมด การพิจารณาคดีของฮุสเซน-อย่างที่เขาเรียกกัน นับเป็นการสบประมาทหลักการพื้นฐานของนิติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง มันออกไปทาง Reality Show มากกว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎหมายจริงๆ (1) คำให้การฝ่ายโจทก์ที่มีต่อซัดดัมส่วนใหญ่ ว่ากันว่า...แม้แต่ศาลท้องถิ่นที่เลอะเทอะไร้มาตรฐานที่สุดของประเทศอิรักเอง...ฟังแล้วก็คงต้องโยนทิ้งถังขยะไป ทนายความของฮุสเซนสามคนต้องถูกฆ่าตาย ที่แต่งตั้งมาแทนก็ไม่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ที่เหนืออื่นใดก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างที่ประเทศอิรักถูกยึดกุมโดยอำนาจยึดครองต่างชาติ รัฐบาลที่วางโปะอยู่ข้างบน ก็เป็นแค่รัฐบาลที่มารวมตัวกันได้ เพียงเพราะเหล็กแหลมๆ ที่คอยเสียบเอาไว้ เส้นลวดสารพัดที่ช่วยๆ กันมัดไว้ และแรงจูงใจทางนิกายความเชื่อ

 

ซัดดัม ฮุสเซน ถูกคณะผู้บริหารของทำเนียบขาวสามสมัยใช้ประโยชน์จากเขา แบบเดียวกับที่...กระต่ายพลาสติกถูกนำมาใช้ล่อหมาในลู่วิ่งแข่ง เช่นเดียวกับพวกหมาเหล่านั้น เราต่างก็วิ่งไล่เขาติดต่อกันมานานหลายปี โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่า เราได้แต่วิ่งวนอยู่ในวงกลมไปมา...เพียงเพื่อที่จะกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

 

ความจริงที่เป็นเรื่องสำคัญ มีความหมาย และพร้อมจะสร้างความอึดอัดใจให้กับใครหลายๆ คน ต้องตายไปพร้อมกับฮุสเซนเมื่อเช้าวานนี้ คำกล่าวซ้ำๆ ย้ำๆ ต่อๆ กันมาที่ว่า "ซัดดัมรมแก๊สชาวเคิร์ดที่ ฮาลับจา (Halabja)" ได้แพร่หลายครอบงำสังคมของเรามานานหลายปี โดยปราศจากการท้าทายในพื้นที่สนทนาวิวาทะของพวกกระแสหลักทางการเมือง ทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่ง สตีเฟน ซี เพเลเทียร์ (Stephen C. Pelletiere) จะได้เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลบางส่วนซึ่งสวนทางกับความเชื่อนี้แล้วก็ตาม ในบทความที่ชื่อ "A War Crime or an Act of War" ของเขา ตีพิมพ์ในนิวยอร์คไทมส์ มกราคม 2003

 

เพเลเทียร์ เคยเป็นนักวิเคราะห์ระดับซีเนียร์ของซีไอเอ โดยทำหน้าที่วิเคราะห์การเมืองอิรักในช่วงสงครามอิรัก-อิหร่าน และเขายังเป็นศาสตราจารย์สอนหนังสืออยู่ที่ Army War College ในปี 1988-2000 ต้นยุค 90 เพเลเทียร์ได้เป็นหัวหน้าทีมของกองทัพในการทำรายงานสืบสวนชิ้นหนึ่ง ภายใต้หัวข้อที่ว่า...อิรักจะต่อสู้กับอเมริกาอย่างไรในสงคราม และรายงานลับปี 1991 ของเขาฉบับนี้เอง ได้ให้รายละเอียดอย่างมากเกี่ยวกับการโจมตีที่ฮาลับจา (1988) เอาไว้

 

"หลังการสู้รบครั้งนั้น" เพเลเทียร์เขียนไว้ดังนี้ "หน่วยข่าวกรองของกองทัพอเมริกา (DIA - Defense Intelligence Agency) ได้เข้าไปสืบสวนอย่างเร่งด่วนทันที พร้อมจัดทำรายงานลับฉบับหนึ่งขึ้นมา ซึ่งต่อมารายงานนี้ได้รับการเผยแพร่ไปสู่ประชาคมข่าวกรองส่วนอื่นๆ ในฐานะข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต้องรู้ ผลการศึกษาจากรายงานนั้นยืนยันว่า เป็นแก๊สของอิหร่านที่สังหารชาวเคิร์ด...ไม่ใช่แก๊สของอิรัก หน่วยงานยังพบด้วยว่า ทั้งสองฝ่าย (อิรักและอิหร่าน) ต่างก็ใช้แก๊สกับฝ่ายตรงข้ามในการสู้รบรอบๆ ฮาลับจา อย่างไรก็ตาม จากสภาพศพชาวเคิร์ดบ่งชี้ว่า พวกเขาตายจาก Blood Agent  - หมายถึง แก๊สพิษที่มีองค์ประกอบของสารไซยาไนด์ - ซึ่งเป็นชนิดที่รู้กันดีว่าอิหร่านเป็นฝ่ายใช้ ขณะที่ในส่วนของอิรัก ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าใช้ แก๊สมัสตาร์ด (Mustard Gas) ในการสู้รบครั้งนี้ ไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่า เป็นเจ้าของสารต่างๆ ที่ปรากฏในเลือดเวลานั้น" (2)

 

ไม่มีใครปฏิเสธว่า ซัดดัม ฮุสเซน มีชื่อเกี่ยวพันกับฆาตกรรมและการสังหารหมู่มากมาย แต่กระนั้น ความจริงที่อยู่ในรายงานลับชิ้นนี้ก็ทำให้เราต้องหยุดคิด สิ่งที่หยิบยกมานี้ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเล่ห์กลทางการเมือง...อเมริกันสไตล์...เท่านั้น ภายใต้เล่ห์เพทุบายทางการเมือง ข้อเท็จจริงต่างๆ ได้ถูกมองข้ามละเลย เพียงเพราะมันจะทำให้เรื่องเล่าหลักๆ ในหัวของเรา ดูยุ่งเหยิงไม่ราบรื่น ทำให้วิธีคิด-วิธีให้เหตุผลของเราต้องสะดุดหกล้ม ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปตามเส้นทางเดิมๆ ได้ ในเมื่อสโลแกนที่รองรับสงครามคือถ้อยคำโกหก ใครก็ตามที่ตามแห่ไปกับมัน...ก็เป็นเพียงเหยื่อของการตบตาลวงโลก

 

แล้วก็มาถึงส่วนที่พลาดไม่ได้เลยสำหรับการย้อนอดีตเหล่านี้ นั่นก็คือ มือของอเมริกาที่คอยกำกับชี้แนะอยู่หลังฉาก เหมือนกับพระเจ้าสร้างอาดัม รัฐบาลของเราปั้นแต่งฮุสเซนขึ้นมาจากดินเหนียว เป่าลมหายใจลงไปในปอดเขา แต่สำหรับเรา ฮุสเซนกลับเป็นอะไรสักอย่าง...ที่ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด

 

รายงานจากนิวยอร์ค ไทมส์ สิงหาคม 2002 ชื่อ "Reagan Aided Iraq in War Despite Use of Gas"  (เรแกนช่วยอิรักทำสงคราม ทั้งที่รู้ว่าใช้แก๊ส) มีข้อความว่า "โปรแกรมปิดลับของอเมริการะหว่างช่วงรัฐบาลเรแกน ได้จัดหา-ให้ความช่วยหลือสำคัญด้านการวางแผนสู้รบแก่อิรัก แม้จะเป็นช่วงเวลาที่หน่วยข่าวกรองต่างๆ ของอเมริกาต่างก็รู้ชัดว่า ผู้บัญชาการของอิรักได้ใช้อาวุธเคมีในการสู้รบ ระหว่างสงครามอิรัก-อิหร่าน - - ทั้งนี้ ตามคำบอกเล่าของนายทหารระดับสูงหลายนายซึ่งเกี่ยวข้องกับโปรแกรมนี้โดยตรง" (3)

 

"ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่อาวุโสในคณะผู้บริหารของเรแกนจะออกมาประณามอิรักในที่สาธารณะ กรณีที่อิรักใช้แก๊สมัสตาร์ด ซาริน วีเอ๊กซ์ และสารพิษอื่นๆ ก็ตาม" รายงานกล่าวต่อไปว่า "นายทหารระดับสูงต่างยืนยันว่า ประธานาธิบดีเรแกน รองประธานาธิบดีจอร์จ บุช (พ่อ) และเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความมั่นคง-ผู้ช่วยฝ่ายบริหาร ไม่เคยถอนความช่วยเหลือจากโปรแกรมลับดังกล่าวเลย ภายใต้โปรแกรมนี้เอง เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพกว่า 60 คนได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือลับๆ แก่อิรัก โดยมีการจัดหาป้อนข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายทหารของอิหร่าน การวางแผนยุทธวิธีในการสู้รบ แผนโจมตีทางอากาศของอิหร่าน ตลอดจนการประเมินความเสียหายจากการทิ้งระเบิดของอิรักให้ด้วย"

 

"ต้นปี 1988" รายงานระบุว่า "หลังจากกองทัพอิรัก ด้วยความช่วยเหลือด้านการวางแผนจากอเมริกัน ได้ยึดคืน คาบสมุทรเฟา (Fao Peninsula) กลับมา ในการโจมตีเพื่อเปิดทางให้อิรักเข้าถึงอ่าวเปอร์เชียอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกระทรวงกลาโหม พันโทริก ฟรองโคนา (Lieutenant Colonel Rick Francona) ปัจจุบันเกษียณแล้ว ได้ถูกส่งไปสำรวจสนามรบร่วมกับเจ้าหน้าที่อิรัก นายทหารระดับสูงกล่าว พันโทฟรองโคนา ได้เห็นการแบ่งโซนพื้นที่ที่ปนเปื้อนสารเคมีโดยมีการทำเครื่องหมายเอาไว้ และยังเห็นกล่องบรรจุยา แอโทรพีน (atropine) ที่ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดไปทั่ว ซึ่งหมายถึงว่าทหารอิรักได้รับการฉีดยาป้องกันผลกระทบจากแก๊สพิษเผื่อไว้แล้ว ในกรณีที่อาจมีลมตีกลับมายังตำแหน่งที่ตั้งของตน เจ้าหน้าที่ซีไอเอได้ให้การสนับสนุนอิรักภายใต้โปรแกรมดังกล่าว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ร่วมด้วย พร้อมกันนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ซีไอเออีกส่วนที่คอยให้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแนวรบต่างๆ แก่อิรัก"

 

ตามคำประกาศอย่างเป็นทางการ โทษประหารของฮุสเซนเป็นการลงโทษเขาสำหรับการสังหารชาวชีอะต์เมือง ดูเจล (Dujail) จำนวน 148 ศพ ในปี 1982 คำวินิจฉัยของศาลระบุว่า ฮุสเซนได้สั่งฆ่าพวกเขาเป็นการตอบโต้ หลังเหตุการณ์ที่ชาวชีอะต์พยายามลอบสังหารฮุสเซนต้องพบกับความล้มเหลว

 

อย่างไรก็ตาม จาการวิเคราะห์เรื่องราวทั้งหมด บ่วงที่ถูกนำมาคล้องคอฮุสเซนไม่ได้เป็นเพียงผลลัพธ์จากการกระทำของเขาเอง แต่เป็นผลมาจาก...การโจมตีทางทหารและการโจมตีทางวาจาของอเมริกาและบรรดาเสียงส่วนใหญ่ในโลกตะวันตกที่มีต่อเขาเป็นเวลายาวนานหลายปี ซัดดัม ฮุสเซนเป็นแค่เผด็จการรายย่อยๆ ที่ชื่อเสียงด้านความโหดร้ายน่ากลัวของเขาถูกขยายจนใหญ่โตมากมาย บนการปั้นแต่งจอมปลอมและบนเจตนาจงใจ ทั้งนี้ เนื่องมาจากผู้บริหารประเทศนี้ ต่างก็รู้ดีว่า คนอเมริกันที่มองเห็นแต่เพียงศัตรูที่สุดแสนจะน่ากลัว คือคนอเมริกันที่พร้อมจะถูกปั่นหัว ควบคุมและหันเหความสนใจได้ง่ายๆ

 

เขี้ยวเล็บของฮุสเซนถูกถอนทิ้งไปหลายปีมาแล้ว สัจจธรรมพื้นๆ เบื้องหลังจุดจบของเขามีอยู่ว่า...เขาเคยเป็นอดีตพันธมิตรที่มีค่ามาก จนกระทั่งเขาหยุดรับใช้หรือหยุดตอบสนองต่อเป้าหมายของเราในภูมิภาคนี้นั่นแหละ แต่ถึงกระนั้น ความตายของเขาก็อาจจะช่วยตอบสนองเป้าหมายบางอย่างได้เช่นกัน ประธานาธิบดีที่กำลังตกต่ำลงเรื่อยๆ ผู้อับจนหนทางจนต้องใช้กระต่ายล่อหมาเป็นครั้งสุดท้าย เพิ่งจะได้ประโยชน์จากรายงานข่าวไม่กี่ชั่วโมงในช่วงวันหยุดมานี้เอง

 

ที่ไหนสักแห่งบนเส้นทางสายนี้ บางที ประชาชนอาจจะหยุดคิดและตั้งคำถามได้บ้างว่า การวางบ่วงเส้นนั้นลงบนคอฮุสเซน มันคุ้มกันดีหรือไม่ กับชีวิตของทหารอเมริกันสามพันที่ถูกฆ่าตาย กับทหารอเมริกัน 47,000 ที่บาดเจ็บพิการ กับพลเรือนชาวอิรักจำนวนมหาศาลที่ต้องเสียชีวิตไปพร้อมกัน กับสนามบ่มเพาะผู้ก่อการร้ายอันเป็นผลจากความโกรธแค้นในความตายเหล่านั้น และกับเงินภาษีหลายล้านล้านที่ต้องละลายทิ้งไปในพื้นทรายอิรัก?

 

ซัดดัม ฮุสเซน ถูกแขวนคอไปเมื่อวันเสาร์ จากการกระทำทั้งหมดของเขาที่ไปไกลกว่าสิ่งที่บรรยายไว้ในคำวินิจฉัยตัดสินคดี ความผิดส่วนใหญ่ที่เขาก่อไว้ ล้วนเกิดขึ้นท่ามกลางการรับรู้และการเต็มใจให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลอเมริกัน รัฐบาลของเราอุ้มชูและสนับสนุนให้เขาคงอำนาจอยู่ เพียงเพราะเขาสามารถทำหน้าที่เป็นลิ่วล้อโง่ๆ ที่มีประโยชน์ในการต่อต้านอิหร่าน  และแล้ว...ข้อเท็จจริงต่างๆ ก็จะถูกขุดหลุมฝังไปพร้อมกับศพของเขา พื้นทรายจะดูดกลืนเรื่องราวของเขาไว้ตลอดกาล เรื่องราวของเขาที่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า มีระยะทางอันน่าสยดสยองเพียงใด...ที่คอยแยกการกระทำออกจากคำพูดของเราไว้

 

ในที่สุด กระต่าย...ก็ถูกหยิบออกไปจากลู่วิ่ง เราบุกรุกประเทศของเขา สิ่งต่างๆ ยิ่งเลวร้ายหนักขึ้น เราจับเขาและโยนเขาเข้าคุก สิ่งต่างๆ ยิ่งเลวร้ายหนักขึ้น สุดท้าย เราปลิดชีวิตเขา สิ่งต่างๆ ยิ่งเลวร้ายหนักขึ้น เรายังคงวิ่งวนอยู่ในวงกลม เวียนกลับมาที่เก่าครั้งแล้วครั้งเล่า ใครบางคนเริ่มไม่แน่ใจว่า...เราจะมีโอกาสหันมาเห็นบ่วงที่คล้องคอตัวเองทันเวลาหรือไม่ ก่อนที่พื้นข้างล่างซึ่งรองรับพวกเราอยู่จะทรุดตัวถล่มลงไป และความมืดจะกลืนกินเราไว้ พร้อมกับเสียงแห่งการพังทลายที่ชวนให้สะอิดสะเอียน o

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

(1) ปาหี่? Reality Show? ยิ่งกว่าศาลจิงโจ้?

ทำไมศาลที่ "อเมริกาจัดให้" ถึงถูกประณามมากมายอย่างนี้  - ละเมิดกฎหมายอะไรบ้าง? ยังไงบ้าง? อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่

 

- A Trial Giving Kangaroos A Bad Name, Stephen Lendman, Znet, November 08, 2006 (แนะนำอย่างแรง)

 

- Illegal and unfair trials of President Saddam Hussein and others by the Iraqi Special Tribunal,
Ramsey Clark (Former U.S. Attorney General), International Action Center (IAC), October 10, 2006

 

- Saddam Must Die, Paul Wolf (Saddam Hussein"s Attorney), Middle East Online, 2006-11-07 (Documents from the case can be found at  www.international-lawyers.org)

- Questionable Verdict, Richard Falk (Professor Emeritus of International Law and Practice at Princeton University, author of more than twenty books), Middle East Online, 2006-11-07

- Amnesty International deplores death sentences in Saddam Hussein trial, Amnesty International, 11/05/2006

 

- Show Trial and Show Execution, John Nichols, The Nation Magazine, 2006-12-30

- This Was a Guilty Verdict on America as Well, Robert Fisk, The Independent, 06 November 2006

 

 

(2) ปริศนาฮาลับจา (รวมแคมเปญอันฟาล)

Blood Agent หมายถึง แก๊สพิษหรืออาวุธเคมีที่อยู่ในกลุ่มไซยาไนด์ ที่รู้จักกันมีอยู่ 2 ตัว คือ Cyanogen Chloride กับ Hydrogen Cyanide จัดเป็นแก๊สพิษอันตรายที่ขัดขวางการใช้ออกซิเจนของเซลร่างกาย ส่งผลกระทบรุนแรงถึงชีวิต

 

ตามรายงานอีกชิ้นหนึ่งที่เพเลเทียร์เป็นหัวหน้าทีมจัดทำ เผยแพร่ในปี 1990 ชื่อว่า "Iraqi Power and US Security in the Middle East," ออกโดย  Strategic Studies Institute, U.S. Army War College มีใจความตอนหนึ่งว่า

 

"เหยื่อจำนวนมากมายส่วนใหญ่ที่ผู้สื่อข่าวและผู้สังเกตการณ์ได้พบเห็นในที่เกิดเหตุ มีอาการตัวม่วงคล้ำ (blue) ถึงขีดสุด นั่นหมายถึงว่าเขาถูกฆ่าโดย  Blood Agent - ซึ่งถ้าไม่ใช่  Cyanogen Chloride ก็ต้องเป็น Hydrogen Cyanide - อิรักไม่เคยผลิตและไม่มีความสามารถที่จะผลิตสารเคมีเหล่านี้ แต่อิหร่านได้ใช้มันมาแล้ว ด้วยเหตุนี้ ชาวอิหร่านจึงเป็นฝ่ายฆ่าเคิร์ด"

 

เพเลเทียร์กล่าวว่า จำนวนผู้ตายที่ฮาลับจา อยู่ในหลัก "หลายร้อย" ไม่ใช่ "หลายพัน" อย่างที่ ฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ กล่าวอ้าง

 

รายงานนี้ยังยอมรับด้วยว่าอิรักใช้มัสตาร์ดแก๊สในการสู้รบกับอิหร่านที่ฮาลับจา อย่างไรก็ตาม มัสตาร์ดแก๊สไม่ใช่แก๊สมีฤทธิ์ร้ายแรงฆ่าคนแบบเดียวกับ Blood Agent (ผลของมัสตาร์ดแก๊สที่ชัดๆ คือผิวหนังไหม้ แผลพุพอง และอาจบั่นทอนทำลายระบบทางเดินหายใจ) รายงานชิ้นนี้ระบุว่ามัสตาร์ดแก๊สจะส่งผลต่ออัตราการตายเพียง 2% ไม่สามารถฆ่าคนจำนวนหลายร้อยได้

 

นอกจากเอกสารของเพเลเทียร์และคณะแล้ว ยังมีเอกสารอีกบางชิ้นของซีไอเอ ตลอดจนรายงานของนักข่าวบางรายในที่เกิดเหตุที่ท้าทายความเชื่อเกี่ยวกับฮาลับจาเวอร์ชัน "วอชิงตันนิยม"  และไม่เพียงฮาลับจาเท่านั้น ที่น่าสนใจกว่าก็คือ ในส่วนของแคมเปญอันฟาลทั้งหมด ที่มักถูกเรียกว่าเป็น "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเคิร์ด" ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า...มีการขยายความเกินจริงมากน้อยแค่ไหน? ข้อมูลที่ได้-ได้มาจากใคร? น่าเชื่อถือพอหรือไม่?

 

จนถึงวันนี้ ประเด็นเหล่านี้ยังเป็นเรื่องที่มีการดีเบตกันอยู่ ยังไม่มีคำตอบชัดเจน และยังไม่มีกระบวนการไต่สวนที่เชื่อถือได้เกิดขึ้น - อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข้อมูลหลายๆ ทางที่ไม่สอดคล้องกันเท่าไหร่ การเลือกรับฟังแต่รายงานของ "ฮิวแมน ไรทส์ วอตช์" ด้านเดียว อาจเป็นอันตรายต่อวิจารณญาณได้ (อันที่จริง ประเด็นนี้พอจะมีรายละเอียดเจาะลึกอยู่ในมือ แต่คงไม่มีเวลาให้ เพราะยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ)

 

(3) ความช่วยเหลือของอเมริกา

อย่างที่รู้กันดี อเมริกาไม่ได้ช่วยเหลืออิรักแค่เรื่องข่าวกรองแน่ๆ นอกจากช่วยจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์สารพัดแล้ว อเมริกายังรู้เห็นเป็นใจหรือเล่นเกมอิรัก-อิหร่านยังไงบ้าง? มีคำถามและมีความลับอยู่หลายเรื่อง เดี๋ยวเราจะมีรายงานของนักข่าวตัวจริงเสียงจริงเรื่องนี้โดยเฉพาะตามมา  แต่อาจจะต้องเว้นวรรคไปพูดเรื่องที่ "ร้อนๆ" ตอนนี้ก่อน

 

 

(หมายเหตุ : ขอออกตัวปิดท้ายและเป็นครั้งสุดท้ายว่า - ผู้แปลไม่จำเป็นจะต้องเห็นด้วยกับความคิดทั้งหมดของงานที่เลือกมาแปลนะคะ และสำหรับชิ้นนี้ อย่างน้อยที่สุด เหตุผลในการต้านโทษประหารของดิฉันก็ไม่ตรงกับคุณบอกอพิตต์ข้างบนแน่ๆ ค่ะ พอดีดิฉันเป็นพวกชอบอ่าน Victor Hugo มากกว่าเช็คสเปียร์)

 

Comments

ผู้อ่านนิรนาม

อีกครั้งที่ต้องไม่ลืมขอบคุณคุณอุทัยวรรณสำหรับบทความ

งงอ้ะ

คือสงสัยว่าการลงโทษที่มีหน้าตาไม่เป็นมนุษย์ นั้นหมายความว่าอะไรน่ะ ภาษาอังกฤษเค้าบอกว่าอะไร ไหนโค้ดต้นฉบับมาดูกันหน่อยค่ะ ไม่เข้าใจ

ป้อน

ชั้นเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการประหารชีวิต ของประธานาธิปดี ซัสดัม ฮุสเซน เพราะเช้าวันนั้นเป็นวันอีส ของศาสนาอิสลาม ซึงในบรรดาชาวมุสลิมที่กล้าพูดและไม่มีอคติต่อตัวบุคคล จะรู้ว่าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์คะ นั่นคือเรื่องของศาสนา หลังจากการประหารชีวิตจบลง เพื่อนส่งวิดิโอทางบลูทูทมาให้ดู ชั้นหดหู่มาก คำที่ชายคลุมหัวหลายคนกร่นด่าเค้า ป่าเถื่อนมากๆในขณะที่ อดีตประธานาธิปดีนิ่งเฉย นี่แหละคะคือ คนที่เหมาะสมและสามารถปกครองประชาชนชาวอิรักได้ คือ ชายชาติทหาร ซัสดัม ฮุซเซน เพราะประเทศอิรักผ่านการทำสงคราม มาตลอด จากอิหร่าน จนถึงุทุกวันนี้ จิตใจคนในประเทศส่วนใหญ่เข้มแข็ง และเป็นนักรบที่พร้อมเสมอโดยเฉพาะตอนที่ อเมริกา ผู้อ้างตัวเป็นฮีโร่ เข้ามา และเข้ามา จนประเทศแตกเป็นเสี่ยงๆ ไหนละนิวเคลียร์ที่อเมริกาอ้างเอ่ย เข้ามาแล้วเจอไหม หาเรื่องอื่นต่อไป ดิชั้นอยู่ตะวันออกกลาง ข่าวตามที่พวกท่านอ่านหรือเห็นนั้น มันมีความจริงอยู่ แต่น้อยมาก เน้นว่าน้อยมาก เพราะสิ่งที่เห็นและข่าวภาษาอาหรับที่นี่มันน่ากลัวและป่าเถื่อนกว่าที่คนอยู่อีกซีกทวีปจะรับรู้ ชั้นห่วงแต่เด็กๆอิรัก ไม่ว่าความพิการ หรือขวัญและกำลังใจ รวมถึง ญ อิรักที่ถูกทหารข่มขืน ปฎิบัติกับคนอิรักเยี่ยงสัตว์ป่า
คนอิรักจะเดินทางไปไหน ถ้ามีพาสปอร์ตอิรัก เค้าจะถูกสอบสวน และเก็บพาสปอร์ตไว้ กับหัวหน้าลูกเรือ หรือไม่ก็ ห้องกัปตัน สังคมมนุษย์บางทีก็โหดร้าย สำหรับดิ้ชั้นแล้ว มันน่าหดหู่มากๆคะ เพราะอิรักไม่มีวันที่จะสงบสุขได้ การฆ่ากันตาย เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันของชนชาวอิรักไปซะแล้ว
ถ้าทำให้คนที่เข้ามาอ่านหดหู่ก็ขออภัยนะคะ แค่เล่าถึงประสบการณ์ที่เจอมา สู่กันฟัง

Olala

[emo3.gif] นี่คือความ "โหดร้าย" และ "ผลพวง ของสงคราม" และ "น้ำมัน"

สมมุตินะครับ (ขอย้ำว่าสมมุตินะครับ ข้อเท็จ จริงเป็นประการได ไม่มีโอกาศได้ลงไปสัมผัส)

หากซัดดัมไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวหา อะไรที่เป็นต้นเหต ุของ ความโหดร้ายเหล่านี้

สำหรัยผมแล้วการเป็นคนที่ดีีที่สุด และ เลวที่ สุด ไม่อาจช่วยได้มากมายอะไรเลย แต่ที่สำ

คัญที่สุด คือ "ความรู้ของคนในชาติ" จะเป็น สิ่งที่สำคัญจะเป็นช่วยตัว ปกป้อง และ ป้อง

กัน ความหายนะของประเทศ แต่นั่นแหละ "ความโลภ" ของมนุษย์เป็นสิ่งที่ยากหักใจได้

เหมือนกับยาเสพติดชนิดหนึ่ง แทบจะไม่มี "มนุษย์" ผู้ไดตัดใจได้

koomkumkaew

ต้องอย่าลืมและให้ความเป็นธรรมกับผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อต้องถูกฆ่าด้วย

...

ไม่เกี่ยวกับบทความ...แต่สนับสนุนให้คงโทษประหารต่อไป

จริง

นักเขียนก็คงเป็นแค่นักเขียน จริงบ้างเท็จบ้าง ใครจะรู้ได้บ้างว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ คนเขียนก็เขียนเท่าที่คิดว่าตัวเองรู้ ถ้าคนอ่านเชื่อหมดก็เรียกว่าปัญญานิ่ม ต้องค้นคว้าให้มากๆหน่อย อ่านหลายๆบทเรื่อง จากหลายๆคนเขียน แล้วพิจารณาดูว่าควรเชื่อหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ภาพประวัติหรือแม้แต่หนังสารคดีของซาดามมีอยู่ให้ดูโทนโท่ ว่าฆ่าคนบริสุทธิ์มากมายก่ายกอง กลุ่มก่อการร้ายในอิหร่านเองก็มีส่วนช่วยอิรัก(หรือซาดาม)ในเรื่อง เงินกับอาวุธ ซาดามรู้เห็นเป็นใจด้วยทั้งสิ้น เพราะความที่ซาดามหลงและกระหายอํานาจ ตัวเค๊าเองต่างหากที่นําความหายนะมาสู่ประเทศและนําจุดจบที่น่าอนาจมาให้แก่ตัวเอง โทษใครไม่ได้ โทษประหารสาสมแล้วกับการกระทําของซาดาม

คนไทยคนที่2

นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของบทความแบบเศษกระดาเปื้อนหมึกของพวกฝรั่งโง่ที่เป้นปากกระบอกเสียงให้กับพวกโจรชั่วทรราชก่อการร้ายมุสลิมอาหรับ
เราน่าจะได้ดูภูมิหลังของฝรั่งโง่เหล่านี้ว่ามาจากไหน ที่สำคัญนับถือศาสนาอะไร
รู้ทั้งๆที่รุ้ว่าโจรชั่วซัดดัม เริ่มฆ่าคนตายตั้งแต่อายุได้เพียง12ขวนเท่านั้น และก้ได้ก่อกรรมทำเข็ญต่อประชากรอิรัคตั้งแต่ตอนที่เขาเป็นหนุ่ม และมือทั้ง2ของโจรชั่วซัดดัมก็เปื้อนไปด้วยเลือดมากขึ้นตั้งแต่เขาเข้าเป็นสมาชิคพรรคบ๊าทและเขาก็ใช้วิธีการฆ่าหมู่ต่อศัตรูทางการเมืองและคนที่มีความคิดตรงข้ามกับเขา ในความเป็นจริงโจรชั่วซัดดัมไม่ได้มีความสำพันธ์อะไรกับสหรัฐเลยและก็ไม่เคยเป็นลูกกระจ๊อกของสหรัฐ แต่โจรชั่วซัดดัมนั้นชอบกระทำตัวเป็นเจ้าพ่อประจำถิ่นในตะวันออกกลาง
ฝันลึกๆของซัดดัมนั่นคือเขาต้องการเป็นผู้นำในโลกอาหรับและเป็นแบบซาราดิน
โจรชั่วซัดดัมเป็นผู้ที่ให้สปอนเซอร์ต่อโจรก่อการร้ายในยุคทศวรรษที่60 ,70 จนถึง80ผู้ก่อการร้ายใจอำมหิตไม่ว่าจะเป็นอาบูนิดาลและพวก กองโจรกันยาทมิฬล้วนต่างได้รับการช่วยเหลลือจากซัดดัม
โจรชั่วซัดดัมนั้นเลวร้ายกว่าพันเอกมุฮัมมากัดดาฟี่จอมเผด็จการแห่งลิเบียเสียอีก
ต้องถามกลับไปดังๆยังพวกฝรั่งโง่ ว่า
จะเก็บพวกอาชญากรที่ฆ่าคนเป็นผักเป็นปลาเอาไว้ทำไม เท่านี้โลกยังไม่วุ่นวายพออีกหรือ การเก็บพวกอาชญากรร้ายเหล่านี้ให้อยู่ในคุกใช่ว่าจะทำให้เหตุการณ์สงบ แต่ทว่ามันยิ่งกลับทำให้เหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น เพราะพวกสมุนของโจรชั่วซัดดัมก็จะยิ่งก่อการร้ายหนักขึ้นอาจถึงขั้นจี้เครื่องบินโดยสารพาณิชยืระเบิดทิ้งเรือเดินสมุทร วางระเบิดถล่มตึกเพื่อฆ่าคนครั้งละมากๆ หรือไม่ก็จับตัวคนบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องต่อรองให้ปล่อยโจรชี่วอาชญากรซัดดัมออกไป สิ่งเหล่านี้ไม่ได้พูดเล่น เพราะมันเคยเกิดมาแล้วที่พวกกองโจรก่อการร้ายอาหรับมุสลิมอย่างพวกอาบูนิดาลพวกกันยายนทมิฬ พวกโจรชั่วปาเลสไตนืที่ทำการจี้เครื่องบินโดยสารระเบิดเครื่องบินโดยสารทิ้งเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษของพวกตนออกมา มันสนุกมากนักหรือ ไอ้พวกกระบือที่คัดค้านการประหารชีวิตโจรชั่วก่อการร้าย จะออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไรบ้าง ไม่เคยมีการแสดงความรับผิดชอบ มีแต่จะทำตัวประหนึ่งว่าตนเองมีคุณธรรมเสียเต็มประดา
แต่ที่ไหนได้ คือปิศาจหรือซาตานดีดีนี่เอง
การลงโทษประหารชีวิตโจรชั่วซัดดัมด้วยการแขวนคอมันยังน้อยไป ที่จริงน่าที่จะจับมันมาตัดคอด้วยขวาน แล้วตรึงร่างไว้กับไม้กางเขนปักทิ้งร่างไว้ให้นกกาและนกแร้งมากินซากศพของมันเสียด้วยซ้ำ
โจรชั่วซัดดัม ไม่ใช่แค่ฆ่าคนตายเป็นร้อย แต่ทว่า มันฆ่าคนตายไปหลายแสนคน ชั่วร้ายไม่ได้น้อยไปกว่าทรราชอย่างคนอื่นๆเช่นฮิตรเล่อไอช์มานน์ ฮิมเล่อร์ สตาลิน เหมา พลพต ไอดิด 9ล9
โลกกำลังรอคอยว่าเมื่อไหร่โจรชั่วบินลาเด้น จะถูกลากคอมาพิพากษาลงโทษด้วยการตัดคอให้ขาดด้วยขวาน
ถ้าหากใครได้เคยเข้าไปอ่านคู่มือการกอการร้ายของพวกโจรชั่วบินลาเด้นอัลกออิดะห์ถึงจะเข้าใจความโฉดชั่วเลวร้ายของพวกโจรชั่วมุสลิมเหล่านี้
เพราะในคำนำขึ้นต้นของหนังสือคุ่มือการก่อการร้ายหรือการทำจิฮาด ของพวกโจรชั่วอัลกอิดะห์ มันบอกเอาไว้เลยว่า ให้พวกโจรชั่วมุสลิมของมันฆ่าคนนอกศาสนาอิสลามให้หมดไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นพลเรือนสตรีเด็ก ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความหวาดกลัว และพวกมันจะไม่มีการประณีประนอม ไม่มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยแบบเพลโต้ ไม่มีวิถีทางการทูตแบบอริสโตเติ้ล
พวกมันจะฆ่าจนกว่าศัตรูพวกนอกศาสนาคนสุดท้ายจะหมดไปจากโลก นี่ไอ้พวกระยำโจรชั่วก่อการร้ายมุสลิมมันคิดอย่างนี้
ไอ้แบบนี้มันจะพูดกันแบบภาษาดอกไม้หรือสมานฉันท์ได้หรือ มันมีแต่ที่จะต้องใช้วิธีที่โหดแบบที่พวกมองโกล เจงกิสข่านเคยใช้กับพวกนี้เมื่อ800ปีก่อน มันถึงจะได้ผล
ถ้าสังเกตุวิธีการโฆษราชวนเชื่อเพื่อให้สหรัฐถอนทัพออกจากอิรัค เราจะเห็นว่าพวกฝรั่งโง่ มันไม่ใช้จำนวนทหารอเมริกันที่ตายก็เพราะว่าจำนวนมันน้อย(เพราะรบในอิรัคเกือบสามปีตายไปแค่3004ศพ)แต่ทว่าจะใช้จำนวนทหารสหรัฐที่บาดเจ็บซึ่งจะมีทั้งบาดเจ็บมากและบาดเจ็บเล็กน้อยรวมกัน47000คน
ความจริงฝรั่งโง่วิลเลี่ยม ริเวอร์พิตต์นี่น่าจะไปเกิดในยุคที่นาซีเยอรมันเรืองอำนาจและฮิตรเล่อร์ฮิมเล่อร์ไอช์มานน์กำลังจับพวกยิวไปทั้งยิงทิ้งและรมแก๊สฆ่าทิ้งซะ6ล้านศพ แล้วฝรั่งโง่วิลเลี่ยมริเวอรืพิตต์ต้องตกเป็นเหยื่อโหดแบบนั้นบ้างหรือไม่ก็อยากให้ฝรั่งโง่รายนี้มาเกิดตอนยุคเขมรแดงฆ่าคนเขมรซะ3ล้านศพแล้วนายพิตต์นี่เป็นหนึ่งในเหยื่อโหด อยากดูซิว่านายพิตต์มันยังจะเขียนบทความที่เน่าๆแหกตาประชาชนอีกไหม

น้อย

เขียนว่าเป็นแก๊สของอิหร่าน นี่แสดงว่าจะหาเรื่องบุกอิหร่านอีกใช่หรือไม่

Benjamin Franklin

ไม่ใช่ซัดดัมไม่ก่ออาชญากรรม แต่การประหารคือการที่เราก่ออาชญากรรมขึ้นอีกครั้ง และเช่นเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐกับผู้นำเผด็จการรัฐไทยหลายๆคนก็คงไม่ต่างกันนัก

Alakazum

สมเพช คคห.8 คิดแบบไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย เดินตามความคิดผู้นำอเมริกายิ่งกว่าหมาตามตูด ดูที่จมูกคุณดีๆว่ามีรูสนตะพายหรือเปล่า ไม่มีใครบอกว่าซัดดัมไม่มีความผิด แต่ที่กังขากันคือทำไมไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ยุติธรรมจริงๆต่างหาก และโทษประหารก็มีแต่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไม่เห็นศักดิ์ศรีของมนุษย์เท่านั้นแหล่ะที่ยังใช้กัน
ลป. แล้วไหนอ่ะอาวุธร้ายแรง เคมี นิวเคลียร์ เชื้อโรค เจอซักอย่างมั๊ย ที่ใช้เป็นข้ออ้างไปรุกรานเขาน่ะ

thaisadness

Vote for ความคิดเห็นที่ 7 and ความคิดเห็นที่ 8.

This article is for Democrat Political Campaign. We can^*t be soft of irrational Muslim. They don^*t think like us. All they know is killing and scaring people are the way to conquer the world and defeat other religion. The more sympathy you have, they will use that against you. They know sympathy is our weakness. There is a good Muslim and bad Muslim. We have to support good people so bad people can^*t take action

คนไทยคนที่2

คห11อย่า กระบือ การที่เห็นด้วยว่าการแค่แขวนคอโจรชั่วซัดดัมนั้นมันยังสาสมกับความผิดน้อยไป มันต้องจับมาตัดคอด้วยขวานแล้วเอาซากศพให้แร้งกินเพื่อประจานมันถึงจะดีกว่า
อย่าลืมว่า ศาลที่ตัดสินคดีของโจรชั่วซัดดัมนั้น เป็นศาลที่ประชาชนอิรัคตั้งขึ้นมาเอง อย่าลืมว่า รัฐบาลสหรัฐมันไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งๆที่สหรัฐยึดประเทศอิรัคได้เสียด้วยซ้ำ แต่ทว่าสหรัฐก็ให้พลเรือนของอิรัค จัดการแข่งขันเลือกตั้งลงคะแนนจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยขึ้นมา
สหรัฐไม่ได้แซกแทรงศาลของอิรัค เพราะมันเป็นเรื่องของคนอิรัค ในเมื่ออิรัคได้ก่อกรรมทำเข็ยสังหารชีวิตประชาชนของตนเอง ทำไมจะให้ซัดดัมไปขึ้นศาลที่ประเทศอื่น คห8 อย่าทำกระบือ ที่บอกว่าประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อนเท่านั้นที่ยังมีโทษประหารชีวิตอยู่ ถ้าหากพุดแบบนี้
ประเทศมุสลิมทุกประเทศในโลกใบนี้ล้วนเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนทั้งสิ้น เพราะประเทศมุสลิมล้วนแต่มีโทษประหารชีวิตทุกประเทศ และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นยังมีโทษตัดแขนตัดขาตัดมือควักลูกตาอีกด้วย และที่หนักข้อขึ้นไปอีกก็คือการลงโทษข้างปานักโทษที่เป็นหญิงให้ตาย นี่คือกฏหมายอิสลามของประเทศมุสลิม
ญี่ปุ่นป่าเถื่อนไหม ญี่ปุ่นนี่ก็ยังมีโทษประหารชีวิต สหรัฐนี่ป่าเถื่อนไหม บางมลรัฐของสหรัฐก็ยังคงโทษประหารชีวิตเอาไว้ พวกเขาป่าเถื่อนเรอะ ไม่ใช่เลย แต่เพราะมันมีความจำเป็นในกรณีที่ฆาตรกรนั้นมันโหดผิดมนุษย์และเป็นพวกฆาตรกรที่จงใจจะกระทำร้ายต่อเหยื่อ(เฟริสท์ดีกรีเมอร์เด้อ) ในยุโรป ก็ยังมีบางประเทศที่มีโทษประหารชีวิตไม่ใช่ไม่มี ส่วนประเทศที่ยกเลิกประหารชีวิตนั้น ก็เพราะว่าประเทศยุโรปเหล่านั้น คนตายมากกว่าคนเกิด ประชากรของพวกเขาลดลง เหลือแต่คนแก่ นี่ คือสาเหตุที่สำคัญ เพราะพวกเขาเข้าขั้นเป็นพวกที่ใกล้สูญพันธ์
แต่ถึงกระนั้นก็ดี ในประเทศอังกฤษ ขณะนี้ ก็ได้พยายามที่จะรื้อฟื้นโทษประหารชีวิตกลับขึ้นมาใช้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะคดีอาชญากรรมในอังกฤษขณะนี้มันรุนแรงขึ้นด้วยฝีมือของพวกโจรชั่วมุสลิมที่เข้าไปอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ
การประหารชีวิตนั้นไม่ใช่การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มันคนละเรื่อง มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอาเรื่องของศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มาอ้างกันแบบสั่วๆ ความยุติธรรมของพวกที่ต้องตกเป็นเหยื่อที่ถูกโจรชั่วซัดดัมฆ่าตายนับแสนคน วิญญานของเหยื่อเหล่านั้น จะไปเรียกร้องความยุติธรรมได้จากใคร
ไอ้เรื่องอาวุธร้ายแรงพวกเคมีชีวรวมทั้งพวกอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่ตรวจไม่เจอ
ตรวจเจอโดยเฉพาะอาวุธเชื้อโรคเช่น ไข้ทรพิษที่โจรชั่วซัดดัมได้สะสมเอาไว้
รวมทั้งระเบิดแกสมัสตาด แต่ทว่าเมื่อพูดเรื่องนี้พวกที่ตาบอดเข้าข้างพวกเดียวกันเอง(เพราะนับถือศาสนาเดียวกัน)ก็จะบอกว่าไหนระเบิดนิวเคลียร์ล่ะ อย่าลืมว่า บุชใช้คำว่าแมสเดสทรัคชั่น นั่นไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นระเบิดนิวเคลียร์ เพราะอาวุธเคมีชีวะนี่ก็สามารถฆ่าคนได้ครั้งละมากๆ และโจรชั่วซัดดัมก็ได้เคยใช้อาวุธระเบิดแกสพิษฆ่าพวกอิรัคชนเผ่าเคิรดตายยกเมืองมาแล้ว
คนบนโลกใบนี้ ทราบดีอยู่แล้วว่าโรงงานนิวเคลียร์ ของโจรชั่วซัดดัม ได้ถูกกองทัพอากาศอิสราเอลใช้เครื่องบินแบบเอฟ15และเอฟ16 ทิ้งระเบิดทำลายเรียบเป็นหน้ากลองไปนานแล้ว และสหภาพโซเวียตก็ล้มไปแล้ว รัสเซียก็ค้าขายเป็นมิตรกับสหรัฐ จีนก็ค้าขายกับสหรัฐ ปากีสถานก็อาศัยสหรัฐ ดังนั้นหลังจากที่โรงงานนิวเคลียร์ของซัดดัมถูกถล่ม มันก็ไม่มีชาติใดที่จะขายเทคโนโลยี่นิวเคลียร์ให้ เรื่องแบบนี้ถ้าชาวบ้านยังทราบ พวกสหรัฐมันก็ย่อมต้องทราบ
มันต้องแยกแยะให้ออกว่า เรากำลังแยกโจรออกมา ไม่ใช่เห็นเป็นนับถือศาสนาเดียวกันดันผ่าเข้าข้างโจรมันตะพึดตะพือแล้วแบบนี้โลก มันจะอยู่ได้หรือ คนบริสุทธิ์ คนที่อ่อนแอมันจะอยู่ได้หรือ

pickyman

ผมไม่เห้นด้วยกับโทษประหารชีวิตในแง่ที่มันโหดร้ายเกินไป แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับบทความของฝรั่งคนนี้ ผมคิดว่าเค้าเป็นพวกนิยม conpiracy theory คือชอบทำเป็นว่ารู้อะไรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา และไม่เชื่อถิออะไรเลยซักเรื่องนึง พวกนี้สนุกกับการทำให้คนอื่นเกิดความสับสน โดยพยายามเอาจจุดเล้กๆ บางประเด็นมาชักจูงคนอ่านให้คล้อยตามไปในทางที่ตนเองต้องการ อย่างเช่น เรื่องมนุษย์ไม่ได้ไปดวงจันทร์จริง ๆ หรือ อมเริกาปั้นเรื่องผู้ก่อการร้ายขับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เป็นต้น นายคนนี้เจตนาละเลยข้อเท็จจริง ๆ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การที่ซัดดัมฯ ส่งทหารบุกคูเวต ฆ่า ข่มขืน คนคูเวต การจับเชลยศึกเป็นโล่ตัวประกัน การคอร์บชั่นด้วยการแต่งตั้งแต่คนในครอบครัวดำรงตำแหน่งสำคัญในประเทศจนพรรคพวกตัวเองร่ำรวย การไม่แสดงความบริสุทธิ์ใจให้คณะตรวจสอบอาวุธทำลายล้างสูงเข้าไปตรวจสอบ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่มีอาวุธดังกล่าว แต่ต้องการป่วนโลก และ อื่น ๆ อีก ผมคิดว่าเวลาที่เราอ่านบทความอย่างนี้ต้องระวังอย่าเพิ่งเชื่อถือเร็วนัก แล้วจะกลายคนประเภทเดียวกับนายคนนี้โดยไม่รู้ตัว

ป้อน

สวัสดีทุกท่าอีกครั้งคะ อ่านข้อคิดเห็นของแต่ละท่านก็มีแง่คิดดีๆหลายอย่าง เกี่ยวกับการฆ่าแขวนคอ ประธานาธิปดี ซัสดัม ฮุสเซน บางท่านก็ว่าสาสม บางท่านก็ว่าน้อยไปกับผลของการกระทำ บางท่านก็ไม่เห็นด้วยเหมิอนดิชั้น
สำหรับตัวดิชั้นเองก็ยังยืนยันคำเดิมว่า ซัสดัม ฮุสเซน มีความเป็นผู้นำที่เหมาะสมกับประเทศอิรักและกล้าพูดว่าผู้นำสหรัฐที่ได้ชื่อเป็นประเทศมหาอำนาจ ยังไม่มีจิตใจเป็นสุภาพบุรุษและไม่มีความกล้าหาญเท่ากับ ประธานาธิปดีซัสดัม ฮุสเซน ที่ผู้คนประณามว่าเป็นซาตาน
ระหว่างที่อิรักถูกโจมตี อาวุธที่พวกเค้ามีไว้ต่อสู้กับขีประนาวุธอันล้ำสมัย มันคือ ปืนเก่าๆที่สหรัฐทิ้งไว้สมัยที่สหรัฐเคยแทรกแซงสงครามอิรักกับอิหร่านและอิรักกับคูเวต มนุษย์เราเกิดมาไม่ว่าจะเกิดการแตกแยกกันในชาติเพียงใด แต่เมื่อถึงคราวอับจน ประเทศถูกคุกคาม เลือดรักชาติมันจะเกิดขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว นี่คือสาเหตุที่ประชาชนขาวอิรัก ไม่ยี่หระหรือคิดหนีออกนอกประเทศตัวเอง ทั้งๆที่รู้ว่า ตาย คือผลที่กำลังจะเกิดขึ้นและสำหรับตัวผู้นำเอง ก็มีโอกาสหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้น แต่ไม่ทำ ทั้งๆที่รู้ว่าแพ้แน่ๆ นี่คือสิ่งที่หาได้ยากสำหรับผู้นำ จะมีสักกี่ประธานาธิปดี ที่กล้าหาญเยี่งคนๆนี้ ขอกล่าวตรงนี้ว่ามีหลายประเทศในแถบตะวันออกกลาง เชิญตัวให้บุรุษคนนี้มาหลบภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ เวลานั้นต่อให้ทหารอเมริกันและพันธมิตรที่มีมากมายเพียงใด ก็ไม่มีทางจะหาตัวซัสดัมเจอแน่นอนถ้าจะหนีออกไป สามชั่วโมงก่อนการโจมตีเป็นคำเชิญครั้งสุดท้าย แต่คำตอบคือคำเดิมคือ ขอบคุณแต่การที่เป็นคนอิรักจะขอตายเคียงข้างประชาชนและทหารของอิรัก
การโจมตีทางอากศระลอกแรก ดิชั้นคิดว่าฝันไป เปลวไฟที่ถังเก็บน้ำมัน มันยังโชดช่วงอยู่ในนัยย์ตาจนถึงทุกวันนนี้ น้ำตามันไหลออกมาเองโดยไม่รู้ว่าเพราะตกใจ กลัว หรืออะไรก้แล้วแต่ สมัยเป็นเด็กเคยเห็นข่าวในทีวีสมัยบุชผู้เป็นพ่อ ไม่นึกไม่ฝันวันนี้ภาพนี้เกิดขึ้นอยู่ไม่ไกลจนสามารถมองเห็นได้ คิดดูเสถียรถาพของอาวุธนะคะ เพราะถ้าบินจากที่ๆดิชั้นยืนอยู่ก็ ใช้เวลา ชั่วโมงนิดๆบินไปถึง เสียงบึมๆแทบจะตลอดเวลา ฟังจนชาชิน คิดและรำพึงรำพันกับตัวเองว่า ทำไมคนเราต้องฆ่ากัน เพื่อนๆที่บินไปติดที่คูเวต แล้วtake offกลับมาไม่ทัน กัปตันฝรั่งตัวใหญ่ๆชาวแคนาเดียน นั่งน้ำตาไหล เพื่อนๆ อีกสี่สัญชาติยังร้องไห้กันระงม ดิชั้นไม่อาจตอบแทนพวกเค้าได้ว่าคิดอะไรกัน
จากเหตุครั้งนั้น สามเดือนต่อมา ชั้นได้รับการตอบรับที่ยื่นเรื่องขอเป็น อาสาสมัคร ทำในสิ่งที่ชั้นพอจะทำได้ และนั่นก็เป็นการเข้าไปเดินในอิรักครั้งแรก สองเดือนของการลางานทีทำประจำอยู่ มันสอนชั้นได้มากมาย ความหิวจนลืมหิว ความทรหด และเหตุการณ์ต่างๆมันถือว่าคุ้มสำหรับชีวิตๆนึงที่เกิดมา ชั้นคุยกับคนอิรัก(ภาษาอาหรับ)ก็ได้คำตอบว่าไม่หนีไปเพราะ คำว่าบ้าน ครอบครัว คำว่าอิรักกี แล้วก็คำที่ได้ยิน(ก่อนที่ทหารหัวทองคนนึงในกลุ่ม จะใช้เท้าที่ใส่รองเท้าบู้ทเตะเข้าที่ท้องเด็กที่ขาขาดและเพื่อนๆที่โดนสะเก็ดระเบิด เพียงเพื่อจะปกป้องชั้นจากการที่ผู้ชายตัวใหญ่ๆเข้า ลวนลาม มาแตะเนื้อต้องตัวชั้น )คำพูดว่า ทำไมพวกเค้าทำร้ายเรา เราไปทำอะไรให้เค้า แล้วเด็กขาขาดก็ร้องไห้สะอื้นจะตัวโยน เหมือนจะขาดใจ ที่ชั้นสัมผัสได้มากไปกว่านั้นคือ ความอัดอั้นที่พวกเค้าทำอะไรไม่ได้
ที่เล่าสูกันฟัง เป็นเพียงเรื่องที่ดิชั้นได้เข้าไปสัมผัส เป็นเพียงความทรงจำ และไม่มีเจตนาหรือบังอาจตำหนิท่านที่เข้ามาอ่าน ที่ไม่เห็นด้วย คนเราต่างจิต ต่างใจคะ
ดิชั้นยังภูมิในในความเป็นคนไทยพุทธ และยังเคารพในทุกคำสอนของศาสนา เพียงแต่ยังใจหายกับภาพต่างๆไม่ว่าจะเป็นการตายของผู้คนหรือแม้แต่ตัว ประธานาธิปดีซัสดัม ฮุสเซน แต่มนุษย์ทุกคนก็จบท้ายด้วยความตาย ได้แต่ภาวนาให้คนอิรักในประเทศอิรักสงบสุขในเร็ววัน ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาอีกกี่ชั่วชีวิตของชั้น ลุ่มแม่น้ำไทกริส นี่หรือแล่งกำเนิด อารยธรรมอันเก่าแก่ ของมนุษย์ แล้วก็ต้องมาล่มสลายด้วยน้ำมือมนุษย์

ฟูจิม่า

ผมว่าการปกครองบางประเทศ
การความเด๊ดขาดก๊เป็นอะไรที่ใช้ได้ผล
เหมือนช่วงท่านซัดดัมปกครอง
ไม่อย่างนั้นจะหาความสงบไม่เจอ
เพราะมีหลากหลายกลุ่มมาก
ถ้าอ่อนไปก๊ไม่มีกลุ่มใหนเกรงกลัว
ความวุ่นวายก๊จะไม่สิ้นสุด
ผมว่าเขาปกครองได้ดี
ทำให้กลุ่มใหญ่ๆสามารถอยู่สงบได้
การปกครองแบบนี้มีให้เห๊นมาก
ท่านเหมาเจ๊อตุงก๊เป็นแบบนี้
รัสเซียก๊เป๊นแบบนี้จนปัจจุบัน
การจะเอาการปกครองบางประเทศไปให้กับบางประเทศต้องดูความเหมาะสมและสถาพแวดล้อมด้วย
ไม่ใช่เห๊นอย่างใหนดีแล้วไปยัดเยียดให้กับประเทศอื่น ซึ่งไม่เหมาะสมกับปัจจัยหลายๆอย่าง

การปกครองของมุสลิม ส่วนมากจะมีรูปแบบของตัวเอง เหมือนประชาติปไตยก๊เป็นแบบฉบับของตัวเอง ไม่เหมือนชาติตะวันตกทั้งหมด

การฆ่าท่านซัดดัม ผมว่ารุนแรงเกินไป
แค่ให้ท่านได้อยู่ในบริเวณที่กำหนดก๊น่าจะพอแล้ว เหมือนฮองซานซูจี ไม่ต้องยึดพาสพอร์ตแดงก๊ได้ อุ่ย.. ไม่ใช่ เพราะใหนๆท่านก๊เคยเป็นประธานาธิบดี เคยปกครองประเทศ เคยอยู่เคียงข้างกับประชาชนและนาๆประเทศ

แต่ตอนนี้อิรักโดนควบคุมด้วยซีอะร์ทั้งหมด
ทุกอย่างเลยลำบากต้องตามใจซือะร์อย่างเดียว เหมือน คมช(คนมันชั่ว) จะทำอะไรก๊ได้ไม่ผิด คิดดูซีอะร์ก๊ไม่ได้ดีกว่าสุหนี่เลย
แย่พอๆกัน

และถึงตอนนี้พวกอารยธรรมโบราณต่างๆ
ป่านนี้คงย้ายไปอยู่นิวยอร์คหมดแล้ว
เวรกรรม... จริงๆ

Alakazum

จะอธิบายอะไรไปก็ตาม คุณคนไทยคนที่2 ก็คงไม่รู้เรื่อง เนื่องจากไม่รู้จักคำว่า"สิทธิมนุษยชน" และตัวเองยังอคติกับศาสนาอื่นอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม้อ่อนคงดัดได้ แต่อย่างคุณคงหักอย่างเดียว โทษประหารชีวิตก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการฆาตกรรมเลยถ้าคุณเห็นเป็นเรื่องสมควรก็แสดงว่าจิตใจคุณก็ไม่ได้ต่างไปกับฆาตกรทั่วๆไปหรอกครับ

คนไทยคนที่2

คห15นี่ก็ว่ามันไปเรื่อยเปื่อยส่งเดช ทำให้สงสัยว่าได้ไปอยู่ในเหตุการณ์จริงที่อิรัคหรือ
โจรชั่วซัดดัมนั้นถึงแม้นว่าตอนยุคผู้พ่อจะขับไล่กองทัพของอิรัคให้ออกจากคูเวตแต่ทว่ากองทหารฝ่ายสัมพันธมิตรก็ไม่ได้บุกยึดอิรัคแต่อย่างใด
ดังนั้นแม้นว่าอาวุธหนักของอิรัคจะถุกทำลายทหารถูกจับเป็นเชลยแต่ทว่าภายหลังก็ได้รับการปล่อยตัวหมด เท่านั้นยังไม่พอ โจรชั่วซัดดัมได้ใช้เงินได้ที่ได้มาจากการขายน้ำมันที่ยูเอ็นอนุญาติให้ขายน้ำมันได้เพื่อจะได้มีเงินมาซื้ออาหารให้กับพลเมืองอิรัคในแง่มนุษยธรรม ส่วนหยูกยานั้น ยูเอ็นได้บริจาคให้กับอิรัคจำนวนมากโดยผ่านกาชาดสากล ทั้งๆที่มีการบอยคอตทางด้านเศรษฐกิจและอาวุธต่ออิรัค โจรชั่วซัดดัมแทนที่จะเอาเงินที่ได้มา กลับนำเงินไปซื้ออาวุธสงครามในตลาดมืดมาสะสมกำลังเอาไว้จำนวนมากเกือบเท่ากับกำลังอาวุธตอนก่อนที่จะบุกคูเวต
หยูกยาที่ได้จากกาชาดสากลที่ได้มาฟรีนั้น บางส่วนยังถูกโจรชั่วซัดดัมยักยอกเอาไปขายในตลาดมืดเช่นกันเพื่อเอาเงินมาซื้ออาวุธ และเก็บสะสมเงินดอลล์เอาไว้
ดังนั้นในคราวบุกครั้งที่2 เราจะพบว่ารถถังของอิรัค ที่ใช้อยู่นั้นคือรถถังแบบที72และที80ของสหภาพโซเวียต รวมทั้งจรวดแบบคัตซูย่าของโซเวียตและจรวดสกั๊ตก็มีต้นแบบมาจากโซเวียตเหมือนกัน มันไม่ใช่เศษอาวุธของอเมริกันแต่อย่างใด
นี่พูดกันแบบตามตรง ลำพังอาวุธรบที่ซัดดัมมีอยู่ถ้าหากนำมารบกับประเทศไทย
ประเทศไทยจะถุกทหารอิรัคยุคโจรชั่วซัดดัมยึดได้ภายใน1อาทิตย์เท่านั้น เพราะอาวุธที่อิรัคมีอยู่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าอาวุธทางการทหารของไทยมากแบบเทียบกันไม่ได้ แต่อย่างว่า มันไม่ใช่แค่ใช้แต่รถถัง มันยังต้องใช้เครื่องบินรบแบบชนิดทำลายรถถังระเบิดหรือกระสุนปืนที่นำวิถีด้วยเลเซอร์และจุดพิกัดที่กำหนดด้วยดาวเทียมซึ่งแม่นยำ อาวุเหล่านี้ แน่นอนของสหรัฐมันก้าวหน้ากว่าอาวุที่โจรชั่วซัดดัมมีอยู่
ผู้คนนี่มันแปลกเต็มทน ทีโจรชั่วซัดดัมบุกยึดประเทศคูเวต กลับดันเห็นดีเห็นงามว่าถูกต้อง ทั้งๆที่เห็นว่าพวกมันบุกเข้าไปปล้นชัดๆทั้งปล้นทั้งฆ่าคนคูเวตซึ่งจะไปบอกว่าพวกนี้เป็นคนอิรัคก็ไม่ใช่ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อโจรชั่วซัดดัมถุกขับไล่ออกจากอิรัค มันก็ยังแสดงสันดานโจรชั่วออกมาโดยการเผาบ่อน้ำมันของคูเวตทิ้งหลายร้อยบ่อซึ่งทำลายทั้งทรัพย์สินทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก โจรชั่วซัดดัมมันไม่เคยคิด
แต่สหรัฐกลับตรงข้าม ทหารสหรัฐเขาทำลายเฉพาะเป้าหมายทางการทหารเช่นรถถัง ตึกบัญชาการรบ เรียกได้ว่าบ้านเรือนของชาวบ้านที่บริสุทธิ์นี่แทบจะไม่โดนแตะหรือถ้าโดนก็เป็นลูกหลงที่น้อยมาก บ่อน้ำมันของอิรัค สหรัฐมันก็ไม่ได้ไปยึด ไม่ได้ไปทำลาย เรียกได้ว่ามันต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่คนบางคนก็ทำแกล้งตาบอดมองไม่เห็น
โจรชั่วซัดดัมไม่ใช่ว่ามันจะรักอิรัค แต่มันหนีออกไปไม่ได้ต่างหาก รวมทั้งก่อศัตรูเอาไว้มาก บุกทั้งคูเวต รบกับอิหร่านแถมไล่ฆ่าพวกชีอะห์ ดังนั้นศัตรูเพรียบ ไม่มีใครกล้าที่จะรับตัวซัดดัมเอาไว้ เพราะถ้ารับเอาไว้ก้มีแต่จะรับเอาโชคร้ายงูพิษเก็บเอาไว้กับตัว
ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นเพื่อผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมและปกป้องผุ้อ่อนแอนั่นคือต้องแยกแยะคนดี และ ผู้ร้ายหรือโจรชั่วให้ออก เพราะถ้าแยกไม่ออก สังคมปั่นป่วนหรือเกิดมิคสัญญีอย่างแน่นอน

คนไทยคนที่2

เอ้อ สุดท้าย ประเทศมุสลิม ในอาเซี่ยน อย่างเช่นอินโดเนเซีย(สมัยซูฮาร์โต้เป็นนายพล และยังไม่ได้เป็นประนาธิบดี ซูฮาร์โต้เคยใช้กำลังทหาร พร้อมด้วยรถถัง ยิงกระสุนปืนใหญ่รถถังเข้าไปถล่มฆ่าคนฆ่านักศึกษาซึ่งก็เป็นคนอิสลามมุสลิมอินโดเนเซียนั่นแหละ ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่ตรงข้าม ในมหาวิทยาลัยจาการ์ต้าคนตายไปกว่า5พันคน) คนมุสลิมในอินโดเนเซียเอามีดไล่ฟันไล่ฆ่าคนคริสต์ในอินโดเนเซียไม่เว้นแม้นแต่เด็ก ผู้หญิงและคนแก่แบบฆ่าทั้งเมือง
ในประเทศมาเลเซีย คนไทยที่ไม่รู้กฏหมายมุสลิมของประเทศนั้นหลายคนต้องสังเวยกฏหมายโหดอิสลามด้วยชีวิต
นั่นคือคนไทยหลายคนต้องถุกประหารชีวิตด้วยการถูกแขวนคอ เพียงแค่เขาเหล่านั้นพกปืนเท่านั้น ข่าวเช่นนี้ เราจะพบได้เป็นระยะๆ(คนที่พกปืนในมาเลเซียถ้าถูกจับได้มีโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว)
นั่นพวกรัฐบาลมาเลเซีย รัฐบาลอินโดเนเซียที่เป็นคนมุสลิม มันเป็นฆาตรกรไหมหืมคห17 หรือว่าถ้าเป็นมุสลิมแล้วฆ่าใคร ประหารใคร ก็ไม่เป็นฆาตกร อย่าเน่ามันให้มาก ของมันเห็นกันชัดๆ ดังนั้นเลิกบ้าเข้าข้างพวกโจรชั่วร้ายมุสลิมได้แล้ว
ซึ่งบีบีซีเคยนำมาออกข่าวเมื่อ3ปีก่อน

ป้อน

สวัสดีอีกครั้งก่อนไปบินคะ ดิชั้นกล้ายืนยันว่า สหรัฐแทรกแทรงตะวันออกกลาง และขอประณามการระเบิด โรงพยาบาลในอิรัก และโรงแรม ที่มีคนของ UN ต้องเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นสองคน และนักข่าวอีกหลายคน รวมทั้งการทำร้ายหญิงชาวอิตาลี ที่ทำให่อิตาลีถึงกับถอนทหารของตัวเองออกจากอิรักเพื่อเป็นการตบหน้าสหรัฐ คำว่าสงคราม มีแต่ความหายนะคะ แต่การกระทำครั้งนี้ของสหรัฐเปรียบได้เหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็ก หากมองภายนอกอาจ ดูเหมือนฮีโร่
ถ้าคุณพูดถึงเรื่องการสู้รบของมุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันต่างกันคะ เพราะไม่มีการเข้าไปแทรกแซงของมหาอำอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา
การส่งอาวุธให้อิสราเอล ต่อสู้กับปาเลสไตน์ ลามไปจนถึง เลบานอนซึงมีเพียงข้อกล่าวหาเพียงเล็กน้อย เพียงเพราะปาเลสไตน์จับทหารยิวไปเพียงสองคน หลายๆประเทศกล่าวประณามว่าไม่สมเหตุสมผล แม้แต่UNเอง แต่สหรัฐก็ยังส่งอาวุธให้ยิว โดยไม่ยี่หระต่อคำคัดค้านของชาวโลก โดยอังกฤษเป็นเพียงผู้อนุญาตให้บินผ่าน น่านฟ้าตัวเองได้ แต่อิหร่านประกาศออกมาว่า ถ้าเครื่องบินรบของสหรัฐแม้แต่ลำเดียว มาบินผ่านน่านฟ้าของอิหร่านๆก็จะไม่ละเว้น มิใช่แค่เลบานอนเท่านั้นที่ยิวต้องการจะจัดการ เนื่องจากคิดว่าตัวเองมีพี่ใหญ่คือ สหรัฐหนุนหลังอยู่ พร้อมป้อนอาวุธให้อย่างออกนอกหน้า ทางที่จะหนีตายออกจากเลบานอนนั้นต้องผ่านทาง ประเทศซีเรีย ยิวเลยคิดโจมตีซีเรียอีกด้วย แล้วก็อิหร่านอีกเหมือนกันที่รู้ทัน เลยประกาศออกมาเพื่อปกป้องซีเรีย ว่า ถ้ายิวโจมตีซีเรีย ยิวก็จงเตรียมตัวได้เลยว่าจะไม่มีชื่อประเทศอิสราเอลอยู่ในแผนที่โลกอีกต่อไป นี่แหละจึงทำให้ยิวและสหรัฐหยุด
ถึงตอนนี้ ท่านจะพูดว่า สหรัฐ ไม่เคยแทรกแซงประเทศในตะวันออกกลางอีก ก็จนปัญญาคะ เพราะหลักฐานมันมีโต้งๆไม่ได้หลับหูหลับตาแล้วพูด และถ้าท่านใดมีโอกาสได้พูดคุยกับคนในตะวันออกกลาง ท่านจะรู้ว่า คูเวตเป็นประเทศที่ชาวตะวันออกกลางรังเกียจ ไม่มีใครอยากไปเสวนาด้วย เพราะคนคูเวตส่วนใหญ่ทำตัวกร่าง แต่ใจปลาซิวมากๆ ถึงตอนนี้น่าสมเพชเวทนาที่ต้องเอาน้ำมันตัวเองไปให้สหรัฐใช้ หน้าชื่นอกตรมไปตามระเบียบคะ เพราะของฟรีไม่มีในโลก
เราจะทำได้ก็แค่ รอดูกันต่อไปเพราะเราเป็นคนไทย ไม่ใช่ อิรัก หรือประเทศที่ข้องเกี่ยวกับการสู้รบในอ่าวเปอร์เซีย จะมีก็แต่เพียงความรู้สึกของการเป็นมนุษย์ร่วมโลก เราก็แค่ออกความคิดเห็นแบบสุภาพชน ไม่ว่าคนอื่นที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ทุกคนมีสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยคะ ด้วยความเคารพ

ราญาอี

การประหารชีวิตซัดดัม คือแผนหลอกให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างมุสลิมซุนหนี่และชีอะฮ์

จริงๆ แล้วซัดดัมสมควรตาย สมควรถูกประหารชีวิต เพราะอาญชากรรมที่ตัวเองได้ก่อขึ้นมาในขณะที่ตัวเองมีอำนาจ

ถามว่า...ซัดดัมทำอะไรไว้...(ใครสนใจไปค้นหาเอาเอง หรือไม่รู้ก็อีเมลมาที่ rajaee1963@gmail.com) ถึงสนควรลงโทษประหารชีวิต

จริงๆ แล้วด้วยโทษของซัดดัมแล้ว แม้แต่นำซัดดัมมาประหารชีวิตถึงเจ็ดครั้งก็ยังไม่เพียงพอซะด้วยซ้ำ เพราะซัดดัมมันเลวร้ายเกินบรรยายในขณะที่มันมีอำนาจ

ในทัศนะของอิสลาม ซัดดัมเป็นพวกฟาซิก(ละเมิด) และถ้าดูพฤติกรรมของซัดดัมในสมัยที่เรืองอำนาจ ไม่ว่าจะปั้นรูปตัวเองขึ้นมาเก้บไว้ตามจตุรัสต่างๆ ในอิรัก การฆ่าผุ้บริสุทธิ์เป็นแสนๆ คนการฆ่าผู้นำศาสนาทั้งซุนหนี่และชีอะห์ ที่ไม่เห็นด้วยกับตน ซัดดัมไม่ควรต้องโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ

แต่ควรลงโทษด้วยการเชือดทีละชิ้นๆ แล้วโรยด้วยสารพิษที่มันได้เคยกรทำต่อชาวเคริร์ด ชาวฮาลับจา

แต่อิสลามไม่สนับสนุนวิธีการที่โหดร้าย และถ้ามองด้วยแง่ของพฤติกรรม ซัดดัมไม่ใช่มุสลิม

ซัดดัมเป็นเพียงสุนัขรับใช้ของอเมริกาและโซเวียตตามวาระและโอกาสเท่านั้นเอง

ผมเป็นด้วยกับผู้แปล/และผู้เขียน บทความฉบับนี้

และเป็นครั้งแรกของชีวิตที่เห็นด้วยกับ คนไทยคนที่ 2(ในบางส่วน)

แต่อย่างไรก็ตาม ซัดดัมไม่ควรถูกประหารชีวิตในอันอารอฟะฮ์ หรือวันอีดกุรบาน เพราะวันนี้เป็นวันต้องห้ามในอิสลาม สำหรับการลงโทษมนุษย์

การประหารชีวิตซัดดัม สมควรมี และสมควรเกิดขึ้น เพื่อให้เป็นเยี่ยงแก่ผู้นำเผด็จการทั้งหลาย ได้เห็นว่า..ความยุติธรรมมีจริง อาจจะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

แต่การประหารชีวิตของซัดดัมครั้งนี้ ผมถือว่า....

"มันไม่มีความยุติธรรม มันมีวาระซ่อนเร้น"

แอบแฝงอยู่ ดุแล้วเหมือนซ่อนดาบไว้ในรอยยิ้ม

ราญาอี

ต่อ

เป็นวาระซ่อนเร้นที่มหาอำนาจอเมริกา ต้องการให้เกิดขึ้น
(ขอโทษคุณคนไทยคนที่ 2 ด้วยที่อาจจะต้องกล่าวหาผู้มีพระคุณของคุณ)

ฆ่าซัดดัมแล้วโยนบาปให้เป็นความต้องการของพวกชีอะห์ เป็นการกระทำของรัฐบาลชีอะห์

สุนัขรับใช้ของอเมริกา รีบเอาคลิ๊ปวีดีโอมาเผยแพร่ทันที ที่การประหารชีวิตซัดดัมได้แล้วสิ้น

เพื่อตอกย้ำให้เกิดความชิงชังระหว่างซุนหนี่ชีอะห์

แล้วก็ปล่อยให้สุนัขรับใช้(ที่แสร้งทำว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม) เข้ามาระเบิดฆ่าตัวตาย/อาวุธมนุษย์ผู้โง่เขลา พวกวะฮาบีย์ อัล กออิดะห์ เขามาระเบิดสุเหร่าซุนหนี่ แล้วไประเบิดสุเหร่าชีอะห์

โดยเข้ามาทางชายแดนซาอุดี้อารเบีย แล้ววางแผนก่อวินาศกรรมต่อชุมชนพี่น้องซุนหนี่ แล้วไประเบิดชุมชนหรือย่านที่อยู่อาศัยของชีอะห์

เพื่อสร้างการเผชิญหน้า เดี๋ยวว่างๆ จะมาเขียนเล่าใหม่

ราญาอี

ยังอยากติดต่อกับคุณอุทัยวรรณเหมือนเดิมครับ

อยากรบกวนคุณเรื่องงานแปลครับ

มีค่าแรงครับ

rajaee1963@gmail.com

2

Happy Valentine^*s Day ครับ คุณอุทัยวรรณ

[emo21.gif][emo21.gif]