ข่าวมอนิเตอร์ วันที่ 22 มีนาคม 2550

 



การเมือง


 


 


สนธิรู้ตัวไม่เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรี


เว็บไซต์คมชัดลึก - พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์รายการ "สยามเช้านี้" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 ถึงการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังเกษียณอายุราชการ โดยยืนยันว่า แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็จะทำงานเพื่อช่วยชาติบ้านเมือง ให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ถึงแม้จะมีคนช่วยคิดแทน


 



"บอกตรงๆ ว่าด้วยวัตถุประสงค์ของความตั้งใจ และปัจจัยสิ่งแวดล้อมแล้ว เป็นไปได้ยากมาก ยืนยันว่าเป็นไปได้ยากมาก ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวเรา แต่ยืนยันว่าความเป็นไปไม่ได้สูง หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็เป็นจุด แม้ว่าจะมีคนมอง และคิดแทนให้ ผมคงตอบแทนคนที่คิดไม่ได้ แต่เรารู้ตัวเราเองว่า ศักยภาพ ขีดความสามารถ ปัจจัยต่างๆ มันไม่เกื้อหนุนตัวเรา" พล.อ.สนธิ กล่าว


 



พล.อ.สนธิ ยังกล่าวถึงสมาชิก คมช.คนอื่นๆ ในเรื่องการสืบทอดอำนาจ ว่าเท่าที่คุยกับเพื่อนๆ และน้องๆ ทุกคนไม่ใฝ่ฝัน และไม่ได้ทะเยอทะยาน ทุกคนไม่มีนิสัยอย่างนั้น คนเราถ้ามีลักษณะที่จะเป็นใหญ่เป็นโต ส่วนตัวคิดว่ามองนิสัยกันก็ทราบแล้ว แต่เท่าที่ดูบุคลิกภาพของแต่ละคน ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทุกคนมีความสมถะ เรื่องแบบนี้นั่งคุยกันก็ดูออก



 


 


ซีพีเจประณามบล็อกสัญญาณพีทีวี


เว็บไซต์คมชัดลึก - คณะกรรมการคุ้มครองนักข่าว(ซีพีเจ) องค์กรอิสระที่มุ่งปกป้องคุ้มครองเสรีภาพของสื่อทั่วโลกที่ไม่แสวงหาผลกำไรและมีสำนักงานใหญ่อยู่ในนิวยอร์ก ได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ประณามรัฐบาล กรณีสั่งบล็อกสัญญาณดาวเทียมของโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวี ซึ่งนักการเมืองสังกัดพรรคไทยรักไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมกันตั้งขึ้นที่ฮ่องกง


 



นายโจเอล ไซมอน กรรมการอำนวยการของซีพีเจ.ให้ความเห็นว่าการเซนเซอร์ข่าวของรัฐบาล (ทหาร) ครั้งนี้ขัดกับคำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่า จะคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมกันนั้นก็เรียกร้องให้ทางการยินยอมให้พีทีวี รายงานข่าวได้อย่างอิสระโดยปราศจากการกลั่นแกล้งใดๆ



 


 


ห้ามนักการเมืองเป็นเจ้าของสื่อ


เว็บไซต์คมชัดลึก - นายชูชัย ศุภวงศ์ ประธานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกรอบที่ 1 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจ ซึ่งมีการหารือในหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย โดยคณะอนุกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมในบางมาตราที่มีปัญหา เช่น ในมาตรา 31 ควรกำหนดเรื่องการทำบุคคลสูญหาย โดยการกระทำหรือการรู้เห็นเป็นใจของเจ้าหน้าที่รัฐจะกระทำมิได้ บุคคลที่ต้องคำพิพากษาประหารชีวิตเกินกว่าเหตุย่อมมีสิทธิขอพระราชทานอภัยโทษ ขอลดหย่อนผ่อนโทษ หรือการนิรโทษกรรมได้ในทุกกรณี


 



นอกจากนี้ในมาตรา 39 เพิ่มบทบัญญัติเพื่อการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็นให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ห้ามมิให้สั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์ ห้ามทำการพิมพ์ การสั่งปิดสถานีวิทยุ และโทรทัศน์ รวมถึงการสั่งห้ามการสื่อสารด้วยวิธีอื่นโดยการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ ส่วนการห้ามมิให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเจ้าของกิจการ หรือครอบงำการดำเนินงานของสื่อมวลชน ให้ "ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" ครอบคลุมไปถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี และบุคคลในคณะทำงานที่รัฐตั้งขึ้น



 


 


ผู้บริหารพีทีวี.นัดรวมพลประท้วงต่อต้านรัฐประหารที่สนามหลวงวันศุกร์นี้


กรมประชาสัมพันธ์ - นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี เดินทางมายังศาลาว่าการ กทม. เพื่อยื่นหนังสือถึง นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตใช้พื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อจัดเวทีปราศรัยต่อต้านรัฐประหาร ในวันศุกร์นี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 -24.00 น. โดยยืนยันว่าจะเป็นการชุมนุมอย่างสันติ ไม่ยืดเยื้อ และจะเดินหน้าจัดการชุมนุมแม้ กทม. จะอนุญาตหรือไม่ก็ตาม 


 


ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ระบุ หาก กทม. ไม่อนุญาต จะถือว่า กทม. กำลังทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของรัฐบาล เพื่อหวังเอาใจ รัฐบาล หลังจากที่นายอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการ กทม. ไม่ถูกชี้มูลความผิดกรณีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม. มูลค่ากว่า 6,700 ล้านบาท ด้านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้พิจารณาการใช้พื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหากเป็นการชุมนุมโดยสงบและอยู่ในกรอบของกฏหมายก็คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไร           


 


 


นายกพร้อมชี้แจง สนช.หากจะเปิดอภิปรายรัฐบาล


กรมประชาสัมพันธ์ - พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยินดีชี้แจงข้อสงสัยของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ที่แสดงความประสงค์จะขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล หลังจากบริหารงานมาเป็นเวลา 6 เดือน พร้อมระบุ ไม่ใช่เป็นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการอภิปรายทั่วไป เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่มีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจง และไม่ใช่เป็นการชี้แจงผลงานรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่คงจะชี้แจงเรื่องของข้อสงสัยของ สนช.ด้วย             


 


 


โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปี


เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี รวม 456 อัตรา เตรียมทหารรุ่น 10 หลายตำแหน่งถูกโยกไปสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้ง " พล.อ.พรชัย กรานเลิศ" "พล.ท.ฉัตรชัย ถาวรบุตร" ขณะที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ผช.ผบ.ทอ.เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทอ. ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ ที่มีการแต่งตั้งโยกย้าย อาทิ แม่ทัพภาคที่ 2 ผบช.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ


 


มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการ รวม 456 อัตรา โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้


 


สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรชัย กรานเลิศ รองเสนาธิการทหาร เป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.สุเจตน์ วัฒนสุข แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ฉัตรชัย ถาวรบุตร รองเสนาธิการทหารบก เป็นที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.พัลลภ เรขะรุจิ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็น เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร


 


กองบัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.เขมรัฐ กาญจนวัฒน์ หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นรองเสนาธิการทหาร พล.ท.ชยาศิษย์ ลิ้นทอง เจ้ากรมข่าวทหาร เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด พล.ท.ปฏิพนธ์ กุลพิจิตร ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็น เจ้ากรมข่าวทหาร


 


กองทัพบก พล.ท.เธียรวิชญ์ สายพงศ์ ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายข่าว พล.ท.มนตรี ชมภูจันทร์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพล เป็นรองเสนาธิการทหารบก พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา รองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.นินนาท เบี้ยวไข่มุข ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก


 


พล.ต.สุนัย สัมปัตตะวนิช รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พล.ท.จิตติพงศ์ สุวรรณเศรษฐ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ พล.ต.ธีรศักดิ์ ฤทธิวงศ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็น นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา สำนักงานผู้บังคับบัญชากองทัพบก (อัตรา พล.ท.) พล.ต.ดุลกฤต รักษ์เผ่า รองแม่ทัพน้อยที่ 1 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.วิลาศ เย็นบำรุง ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 1 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2


 


กองทัพเรือ พล.ร.ท.สีวิชัย สิริสาลี ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นที่ปรึกษากองทัพเรือ พล.ร.ต.สุวิทย์ ธาระรูป รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน


 


กองทัพอากาศ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรรณทัต ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ไพศาล สีตบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ เป็นผู้ช่วยผู้บัณชาการทหารอากาศ พล.อ.ท.วีระคุปต์ ศรีสงคราม รองผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธการทางอากาศ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ พล.อ.ท.สุเมธ โพธิ์มณี เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ


 


 


ประชาชนจังหวัดสตูลส่วนใหญ่เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรมาจากการเลือกตั้ง


กรมประชาสัมพันธ์ - นายเรืองชัย  จงสงวน ประธานคณะกรรมการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน จ.สตูล เกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปิดเผยว่า จากการจัดเวทีแสดงความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดสตูล ระหว่างวันที่ 7-15 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการให้มีการบัญญัติเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านต่างๆ ลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างชัดเจน เพิ่มอำนาจให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มอำนาจประชาชน ลดอำนาจรัฐ  ลดจำนวน ส.ส.และ ส.ว. และให้ยกเลิก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส.ส.ควรจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วน ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้ง          


 


ที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ ในรัฐธรรมนูญต้องระบุเกี่ยวกับการมีคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมืองอย่างชัดเจน และบัญญัติบทลงโทษไว้ด้วย  โดยนายนรินทร์ ลาหยูด  กล่าวว่า  ต้องกำหนดคุณธรรม จริยธรรมให้เป็นกรอบใหญ่ และ ส.ส.ควรมีคุณธรรม จริยธรรม เป็นแบบอย่างให้แก่คนทั่วไป ซึ่งคุณธรรมจริยธรรมมีความสัมพันธ์และเกี่ยวเนื่องกับทุกคนตลอดเวลา เราไม่ได้ยึดในเรื่องของศาสนา  ก็เลยนำมาซึ่งความไม่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต  ขณะที่นางกาญจนา  ภัทราภินันท์  กล่าวว่า ต้องการให้ทุกคนรู้จักคำว่าจริยธรรม รู้จักการซื่อสัตย์สุจริต ไม่คำนึงถึงอำนาจส่วนตัว ในขณะที่ประเทศไทยกำลังร้อน เราจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเย็น ควรมีความเข้าใจกันให้มากที่สุด          


 


ส่วนในเรื่องของฝ่ายบริหารพบว่า นายกรัฐมนตรี ต้องมาจากการเลือกตั้ง อยู่ในวาระไม่เกิน 2 สมัย ห้ามทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองในขณะดำรงตำแหน่ง พร้อมทั้งเสนอให้ลดจำนวนรายชื่อในการเข้าชื่อถอดถอนนักการเมืองที่กระทำผิด ควรมีการวางระบบคานดุลยอำนาจขององค์กรอิสระให้ชัดเจน


 


 


กก.แก้ปมดาวเทียมส่งครม.ฟัน"ชินแซท"กันคู่แข่งชิงไทยคม4


เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ - คณะกรรมการแก้ไขกิจการดาวเทียม ชี้ "ชินแซท" ผิด 3 ประเด็น เลี่ยงประกวดราคาไอพีสตาร์ เหตุไม่ใช่ดาวเทียมสำรองไทยคม 3 ไม่นำส่งค่าสินไหมทดแทนเข้าคลัง แต่กลับไปพักไว้นอกประเทศ และไม่ยื่นครม.พิจารณากรณีลดสัดส่วนหุ้นชินคอร์ปจากชินแซท เตรียมยื่นครม.ลงโทษพร้อมยื่นกฤษฎีกาตีความ


 



นายนุกูล บวรศิรินุกุล ประธานสหภาพแรงงาน บริษัททีโอที ในฐานะคณะกรรมการแก้ไขการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน มีมติ 3 ประเด็นใหญ่ ประกอบด้วย


 



1. มีความพยายามหลีกเลี่ยงการประกวดราคาใหม่ของบริษัทชินแซทเทลไลท์(ชินแซท) ในการให้บริการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ซึ่งเป็นดาวเทียมที่ใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้น สามารถทำรายได้ให้บริษัทได้มากขึ้น แต่ได้ส่งส่วนแบ่งรายได้เข้ารัฐเท่าเดิม แต่ตามเงื่อนไขกรณีเงื่อนไขดาวเทียมหลัก กับดาวเทียมรองนั้น สาระสำคัญอยู่ที่ดาวเทียมที่มาทดแทน ต้องมีคุณสมบัติเท่าเทียม และไม่น้อยไปกว่าเดิม หากกรณีดาวเทียมไอพีสตาร์ ใช้เทคโนโลยีที่ดีกว่า มีการส่งข้อมูลที่เร็วกว่า แต่ใช้งานซีแบนด์เหมือนดาวเทียมไทยคม 3 ไม่ได้ จึงถือว่าไม่ได้นำมาใช้ทดแทนดาวเทียมไทยคม 3 ที่เสียไป ขณะที่ดาวเทียมไทยคม 5 สร้างขึ้นใหม่ตามเทคโนโลยีไทยคม 3 แสดงว่า มีเจตนาต้องการให้มาทดแทนไทยคม 3


 



2. ค่าสินไหมทดแทนจากการประกันดาวเทียมไทยคม 3 ที่ระบบพลังงานเสียหายนั้น ผิดตาม พ.ร.บ.งบประมาณ กรณีไม่ส่งเงินค่าประกันเข้ากระทรวงการคลังก่อน ซึ่งเรื่องนี้ได้ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมครม.ยุคนั้นด้วย


 



ทั้งนี้กระทรวงไอซีที ระบุก่อนหน้านี้ถึงการรับเงินค่าประกันดาวเทียมว่า กระทำตามเงื่อนไขในสัญญา ที่ทำข้อตกลงร่วมกับ บมจ.ชินแซทเทลไลท์ และตัวแทนกลาง จัดการเงินประกันดาวเทียมไทยคม 3 จำนวนกว่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยนำเสนอร่างสัญญา Escow ที่ทำร่วมกันให้อัยการสูงสุดตรวจสอบว่า มีส่วนที่ทำให้รัฐเสียผลประโยชน์หรือไม่ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2547 และอัยการสูงสุดตอบกลับมาให้ดำเนินการต่อไป จึงว่าจ้างธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศสิงคโปร์เป็นตัวแทนกลาง จะได้ไม่ต้องแลกเป็นเงินบาท เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของค่าเงิน และปลอดภัยจากการแทรกแซงทางการเมืองด้วย


 



ก่อนหน้านี้ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตปลัดกระทรวงไอซีทีคนแรก กล่าวว่า การดำเนินงานเป็นไปตามสัญญาข้อ 25 ระบุถึงการทำประกัน และกระทรวงไอซีทีเป็นผู้รับประโยชน์ร่วมกับชินแซท และข้อ 37 ระบุว่า เมื่อดาวเทียมเกิดความเสียหายหรือทรัพย์สินเสียหาย ทางบริษัทจะต้องรีบซ่อมโดยเร็ว เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง และทางไอซีที จะมอบเงินค่าสินไหมชดเชยที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยให้ชินแซท โดยมีนักกฎหมายต่างๆ มาร่วมกันพิจารณา และเห็นความชัดเจนว่า เงินค่าสินไหมหรือเงินประกัน มิได้ถือเป็นรายได้หรือเป็นเงินสุทธิของกระทรวงไอซีที ที่จะต้องนำเข้าคลัง


 



3. การไม่เสนอที่ประชุมครม. พิจารณาการลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น ที่ถือในชินแซท จาก 51% เหลือ 40% ทั้งที่อยู่ในข้อบังคับให้ต้องเสนอที่ประชุมครม. พิจารณา แต่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการ ครม. ขณะนั้น ได้ทำหนังสือตอบกลับมาว่า ไม่จำเป็นต้องนำเข้า และนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ก็เห็นชอบตามนั้น ทั้งๆ ที่ควรถามกลับไปใหม่ว่า ไม่ต้องเข้าจริงหรือ แสดงถึงเจตนาต้องการปกปิด และเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย


 



ที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ มีมติส่งทั้ง 3 ประเด็น รายงานครม. รับทราบ และพิจารณาความผิด รวมทั้งจะจัดส่งกฤษฎีกาตีความความเห็นของคณะกรรมการอีกครั้งเร็วๆ นี้


 


 


คมช.ฮึ่มม็อบต้านระวังย้อน19กันยา


เว็บไซต์คมชัดลึก - พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงการแถลงผลงาน 6 เดือน คมช.ว่า เรามีความพอใจ เพราะติดตามผลงานมาตลอด และยังแสดงท่าทีเป็นห่วงสถานการณ์การเมือง เกี่ยวกับม็อบที่จะเคลื่อนมาชุมนุมในกรุงเทพฯ ซึ่ง คมช.เป็นห่วงในเรื่องนี้ และมีการพูดคุยในเรื่องนี้มาตลอด ซึ่ง คมช.ไม่อยากใช้ความรุนแรง คิดว่าเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น ตำรวจ และกรุงเทพมหานคร ต้องดูแลในเรื่องนี้เป็นลำดับแรก คมช.ได้แจ้งเตือนไป หากต้องการให้บ้านเมืองสงบและทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองคลองธรรมของประชาธิปไตย คิดว่าทุกคนจะต้องเคารพกติกา เราจะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็ว คิดว่าภายในปีนี้จะมีการเลือกตั้งแน่นอน



 


 


อดีตเด็ก ทรท.ซบชาติไทยอีก 2 ราย


เว็บไซต์แนวหน้า - ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เปิดตัวสมาชิกพรรคชาติไทยคนใหม่ ประกอบด้วย นางพิชญ์สินี มุ่งฝากกลาง กิตติรักษกุล อดีตส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย นายพงษ์เวช เวชชาชีวะ อดีตส.ส.จันทบุรี พรรคไทยรักไทย และนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ว.จันทบุรี ซึ่งนายบรรหาร กล่าวว่า นายสนธยา คุณปลื้ม สมาชิกพรรคชาติไทย หัวหน้ากลุ่มชลบุรี ได้นำบุคคลทั้ง


 


 


 



เศรษฐกิจ


 


 


"เกริกไกร" สยบค่าบาทแข็ง-ตีปี๊บส่งออก ม..พุ่ง 17.7%


ผู้จัดการออนไลน์ - นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการส่งออกในเดือน ม..50 พบว่า ขยายตัว 17.7% หรือคิดเป็นมูลค่าการส่งออก 10,488 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่การนำเข้าขยายตัวเพียง 2.4% คิดเป็นมูลค่า 9,608 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ในเดือนม..50 ไทย เกินดุลการค้า 880 ล้านเหรียญสหรัฐ


 


 "ตัวเลขนำเข้าไม่น่าห่วง เพราะปกติเงินบาทแข็งค่าการนำเข้าจะต้องสูง แต่ยอดนำเข้าเดือนม..ไม่สูงมาก เพราะคนยังลังเลที่จะนำเข้า" รมว.พาณิชย์ กล่าว และระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ยังไม่พิจารณาปรับเป้าหมายการส่งออกจากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 12.5%


 


อนึ่ง การส่งออกในเดือน ธ..49 ขยายตัว 16.5% การนำเข้าขยายตัว 5.1% และมียอดเกินดุลการค้า 911.5 ล้านเหรียญสหรัฐ


 


นายเกริกไกร กล่าวว่า การส่งออกสินค้าสำคัญเพิ่มขึ้นทุกหมวด โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ส่งออกเพิ่มขึ้น 23.8% โดยสินค้ามันสำปะหลัง เพิ่มขึ้น 84.3%, สินค้าอาหาร เพิ่มขึ้น 18.9% เป็นต้น ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 16.1% โดยสินค้าที่มีการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 20% ได้แก่ ยานยนต์, วัสดุก่อสร้าง, ผลิตภัณฑ์ยาง, สิ่งพิมพ์ และกระดาษ เป็นต้น


 


ทั้งนี้ การส่งออกเพิ่มขึ้นทั้งตลาดหลัก 11.9% และตลาดใหม่เพิ่มขึ้น 25.9% ทำให้สัดส่วนการส่งออกตลาดใหม่เพิ่มเป็น 44.4% สัดส่วนตลาดหลักอยู่ที่ 46.8% โดยตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.1% อียู 23.3% ญี่ปุ่น 16.3% อาเซียน 6.5% ทั้งนี้ การส่งออกของตลาดอาเซียนที่ขยายตัวน้อย เนื่องจากการส่งออกไปสิงคโปร์ลดลง


 


นายเกริกไกร กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ส่งออกขณะนี้ทางการต้องดูแลค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด ไม่ให้แข็งค่ากว่าคู่แข่งมากจนเกินไป และให้มีเสถียรภาพ ซึ่งหากดูแลได้เชื่อว่าจะไม่มีปัญหากระทบกับเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ 12.5% มูลค่า 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


 


สถานการณ์ค่าเงินบาทเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ณ วันที่ 15 มี..2550 เทียบกับเดือนก..2550 ค่าเงินบาทแข็งขึ้น 2.07% มากกว่าค่าเงินสิงคโปร์ที่แข็งค่า 2.05% จีน 1.86% อินเดีย 1.75% เวียดนาม 0% ขณะที่เกาหลีใต้ แข็งค่า 3.25% ฟิลิปปินส์ 2.67% อินโดนีเซีย 2.47% และมาเลเซีย 2.40%


 


อย่างไรก็ตาม หากเทียบค่าเงินวันที่ 15 มี..2550 กับเดือน ธ..2549 พบว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.32% มากกว่าสิงคโปร์ 1.84% มาเลเซีย 1.35% จีน 1.24% อินเดีย 0.96% ฟิลิปปินส์ 0.75% เวียดนาม 0% ขณะที่เกาหลีใต้ 4.88% อินโดนีเซีย 2.55%


 


ส่วนการแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่าด้วยการนำเงินไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้นเพื่อช่วยให้ยอดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงจะมีผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องของทฤษฎี แต่ความจริงจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ต้องพิจารณาอีกครั้ง


 


"การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของนโยบายการเงินที่คงไม่มีใครสามารถการันตีได้ แต่การที่เงินบาทแข็งค่านั้นปัญหาสำคัญอยู่ที่ความมีเสถียรภาพมากกว่าไม่ได้อยู่ที่ว่าแข็งค่าอยู่ในระดับใด นอกจากนี้ยังอยู่ที่ความแข็งค่าของสกุลเงินเมื่อเทียบกับกับประเทศคู่แข่งด้วย"


 


 


ธีระเล็งโล๊ะลำไยค้างสต๊อกแค่ก..ละ 5 บาท


เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น - นายธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า การประกวดราคาขายลำไยอบแห้งปี 2546-2547 ที่ค้างสต๊อกอยู่ 67,000 ตัน ในขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เพื่อหาแนวทางระบายยอบแห้งแล้ว  โดยมีแม่ทัพภาค 3 เป็นประธาน  ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อไม่ให้กระทบกับลำไยอบแห้งปี 51 ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้เช่นกัน โดยจะมีการหารือร่วมกันในสัปดาห์หน้า เพื่อตัดสินใจว่าลำไยอบแห้งที่จะขาย    อาจต้องทุบเปลือกทิ้งก่อนหรือไม่ เพื่อไม่ให้ปะปนกับลำไยอบแห้งฤดูกาลใหม่ที่จะออกมาใหม่


 


ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เคยประกวดราคาเพื่อขายลำไยดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ต้องล้มเลิกผลการประกวดราคาครั้งนั้น เนื่องจากผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 5 ราย ยื่นเอกสารไม่ครบ คาดว่าจะมีผลผลิตลำไยในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 600,000 ตัน


 


อย่างไรก็ตาม สำหรับราคาลำไยอบแห้งปี 46-และ 47 ที่ค้างสต๊อกรอประมูลขาย หากขายได้เฉลี่ยราคากิโลกรัมละ ประมาณ 5 บาท  รวมทั้งสิ้นประมาณ 335 ล้านบาท   ซึ่งเป็นราคาที่อยู่ในระดับเป็นที่น่าพอใจแล้ว เพราะเป็นลำไยค้างสต๊อกจึงไม่เน้นเรื่องผลกำไรขาดทุน


 


 


 



ต่างประเทศ


 


 


อิเหนาบุกจับกุมสมาชิกเจไอ


เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น- สำนักข่าวอันตารา ของอินโดนีเซีย รายงานว่า ตำรวจอินโดนีเซียบุกเข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยเป็นที่หลบซ่อนผู้ก่อการร้าย ในเมืองยอกยาการ์ตา บนเกาะชวาในตอนกลางของอินโดนีเซีย เมื่อกลางดึกคืนวันอังคารที่ผ่านมา


 


นายซิสโน อาดีวิโนโต โฆษกสำนักงานตำรวจอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า กลุ่มก่อการร้ายพยายามยิงต่อสู้ ทำให้ตำรวจต้องยิงตอบโต้ มีผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมอีกจำนวนหนึ่ง โดยกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวเป็นเครือข่ายของ นายอาบู ดูจานา ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายเจมาห์ อิสลามิยาห์ หรือ เจไอ ในปัจจุบัน


 


อินโดนีเซียเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เมื่อปี 2545 มีผู้ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายไปแล้ว กว่า 300 ราย อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยรายสำคัญอย่าง นายอาบู ดูจานา และ นายนอร์ดิน โมฮัมหมัด ท็อป ผู้ต้องสงสัยอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดไนต์คลับเกาะบาหลี และสถานทูตสหรัฐ ในกรุงจาการ์ตา ยังคงหลบหนีเงื้อมมือกฎหมาย


 


 


แผ่นดินไหวปากีสถาน มีผู้เสียชีวิต 37 ราย


เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น - แผ่นดินไหวปากีสถาน 7.6 ริกเตอร์ ทำให้ดินถล่มมีผู้เสียชีวิต 37 ราย


 


ตำรวจปากีสถานรายงานว่า ผู้ที่เคยรอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวที่แคว้นแคชเมียร์ ในปากีสถาน เมื่อ 2 ปีก่อน กลับต้องมาสังเวยชีวิตให้กับเหตุดินถล่ม เนื่องจากฝนตกหนักเมื่อวันมรา 20 มี..


 


เหตุดินถล่มที่หมู่บ้านโดบาไซดาน ในหุบเขาจเฮลัม เมื่อคืนวานนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และอีก 16 ราย ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเหตุดินถล่มอีกแห่งที่หมู่บ้านจาบาร์ดาเรย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย เจ้าหน้าที่ปากีสถานกล่าวว่า ฝนตกหนักติดต่อกันมา 2 วันแล้ว จึงทำให้เกิดดินถล่มในเวลาใกล้เคียงกัน ขณะที่ผู้คนกำลังอยู่ในบ้านซึ่งตั้งอยู่ตามเชิงเขา จึงทำให้ดินฝังกลบพวกเขา


 


ผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ รอดชีวิตมาจากเหตุแผ่นดินไหว 7.6 ริกเตอร์ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2548 ที่มีผู้เสียชีวิต 73,000 ราย และบาดเจ็บเกือบ 70,000 ราย ทำให้ประชาชน 3.3 ล้านคน ไร้ที่อยู่อาศัยในปากีสถาน


 


 


 



คุณภาพชีวิต


 


 


ศาลตัดสินรอลงอาญา"แด็ก บิ๊กแอส"คดีพรากผู้เยาว์


เว็บไซต์แนวหน้า - ศาลอาญา พิพากษาให้จำคุกนายเอกรัตน์ วงศ์ฉลาด หรือ แด๊ก บิ๊กแอส นักร้องนำชื่อดังวงบิ๊กแอส ค่ายแกรมมี่ ที่เป็นจำเลยในคดีความผิดฐาน พรากผู้เยาว์อายุมากกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย กรณีที่นักร้องหนุ่มได้พราก และกระทำอนาจารน้องฝ้าย เป็นเวลา 2 ปี ปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์และยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายจริงจึงมีเหตุอันควรลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ 15,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษเป็นเวลา 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติให้จำเลยแต่งเพลง สอนเยาวชนให้หลีกเลี่ยงอบายมุขและยาเสพติด อย่างน้อย 2 เพลงในอัลบั้มต่อไป ภายในปี 2550 พร้อมทั้งให้ทำกิจกรรมต่อต้านสิ่งเสพติดและอบายมุขในโครงการต่างๆ และมารายงานตัวตามกำหนดนัดของศาลต่อพนักงานคุมประพฤติ ซึ่งศาลนัดรายงานตัวครั้งแรก 18 มิถุนายน นี้          


 


ทั้งนี้ นายเอกรัตน์ กล่าวถึงการช่วยเหลือดูแลน้อยฝ้ายก่อนหน้านี้ได้ทำตามที่เคยได้พูดไว้แล้ว แต่หากภายหลังน้องฝ้าย ต้องการความช่วยเหลืออีกก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ


 


 


บขส. สั่งงดเดินรถบริษัทศรีสงวนยานยนต์ สายอุบลฯ-กรุงเทพฯ หลังเกิดอุบัติเหตุไฟคลอกผู้โดยสารดับอนาถ 29 ราย


กรมประชาสัมพันธ์ - บ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการและรักษาการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส.ได้แถลงความคืบหน้ากรณีรถทัวร์โดยสารสายอุบลฯ-กรุงเทพฯ ของบริษัทศรีสงวนยานยนต์ ที่ประสบอุบัติเหตุไฟไหม้ทั้งคันจนทำให้ผู้โดยสารถูกไฟคลอกเสียชีวิต 29 ราย บาดเจ็บ 39 ราย ว่า ขณะนี้ทาง บขส.ได้พักการเดินรถชั่วคราวของบริษัทศรีสงวนยานยนต์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และได้กระจายเจ้าหน้าที่ส่วนความคุ้มครองผู้โดยสารลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว รวมทั้งได้เป็นตัวกลางในการประสานกับบริษัททิพยประกันภัย เพื่อจ่ายเงินคุ้มครองให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยที่ผู้เสียชีวิตได้เงินรายละ 300,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัย 100,000 บาท รวมทั้งสิ้น 400,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รายละ 200,000 บาท พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัย  50,000 บาท รวมทั้งสิ้น 250,000 บาท อย่างไรก็ตามการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่มากกว่าสภาพรถ อย่างไรก็ตาม บขส.จะออกมาตรการเข้มงวดให้มากขึ้น           


 


 


กรมชลยันน้ำเน่าเจ้าพระยาคลี่คลายแล้ว


เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น - นายสามารถ โชคคณาพิทักษ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์การเคลื่อนตัวของมวลน้ำเสียในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้ค่าออกซิเจนละลาย (ค่าดีโอ) ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายสถานีวัดน้ำซี 29 รร.ไตรราชวิทยา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 2.15 มิลลิกรัมต่อลิตร ถือว่ามวลน้ำเสีย ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ปลาขาดออกซิเจนตายได้เจือจางสลายตัวไปทั้งหมดแล้ว เนื่องจากมีออกซิเจนเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก


 


"เรื่องน้ำเสียนั้นจบแล้ว มวลน้ำเสียดังกล่าวเสื่อมคุณภาพเพราะออกซิเจนลดลง ไม่ได้มีโลหะหนักหรือสารพิษปะปนมาด้วย เมื่อออกซิเจนเพิ่มขึ้นแล้วจึงถือว่าคุณภาพน้ำดีขึ้น ดังนั้น ผู้เลี้ยงปลาในกระชัง รวมถึงประชาชนด้านล่างใกล้ปากแม่น้ำ จึงไม่ต้องวิตกกังวลแล้ว" นายสามารถ กล่าว


 


ส่วนกรุงเทพฯ นั้นคุณภาพน้ำที่กรุงเทพฯ มีค่าดีโอต่ำอยู่แล้ว เนื่องจากมีน้ำเสียจากครัวเรือนและโรงงานปล่อยลงมามาก ทำให้ไม่มีการเลี้ยงปลาในบริเวณกรุงเทพฯ อยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีผลกระทบให้เห็นชัดเจนนัก


 


 


ธีระยันรัฐช่วยปลากระชังเน่า60%ก่อนฟ้องร้องคืน


เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น - นายธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยแนวทางการให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแก่ชาวประมงผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่จังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเน่าเสีย ว่า ความเสียหายดังกล่าวไม่ได้เกิดจากธรรมชาติโดยตรง จึงสามารถดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าชดใช้จากผู้ที่เป็นต้นเหตุได้ แต่เกษตรกรเห็นว่าการรอเงินชดเชยจากการฟ้องร้องจะกินเวลานาน จึงเสนอขอให้รัฐช่วยจ่ายให้ก่อน 60 %ของความเสียหาย หรือกระชังละ 33,000 บาท เพื่อให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เมื่อได้เงินจากการฟ้องร้องแล้ว เกษตรกรจึงค่อยนำเงินมาคืนให้แก่รัฐบาล


 


"ถ้าฟ้องร้องมาได้ 50,000 บาท ก็หักมาคืนรัฐ 33,000 บาท ครม. ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ไปตรวจสอบ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมว่ามีกฎหมายรองรับหรือไม่ หากไม่มีคงต้องนำเข้าไปหารือกันอีกครั้งในที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า"นายธีระ กล่าว


 


ทั้งนี้ โดยสรุปแล้วผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็น 2 ส่วน คือ เงินช่วยเหลือด้านการประมง กรณีประสบภัยพิบัติจากทางงบประมาณฉุกเฉินของทางจังหวัด รายละทั้งหมดไม่เกิน 20,560 บาท ได้รับทันที และเงินชดเชยจากการฟ้องเรียกค่าเสียหายดังกล่าว


 


 


 

Comments

ประชาชน

[emo6.gif] ทุกวันนี้ประชาชนมีชีวิตอยู่ท่ามกลาง " เสียงขู่ " ของ คมช.... ประชาชนรู้สึกอึดอัดที่ถูก คมช. ริดรอนสิทธิพื้นฐานทางการเมือง ... เช่น สิทธิในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง การรวมตัวทางการเมือง การเรียกร้องความเป็นธรรม ... 6 เดือนแล้วที่ประชาชนอยู่กับคำขู่ทุกนาที ... แค่ นาทีเดียว คมช. ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่น้อยที่จะขู่ประชาชน ... คมช. มองประชาชนที่ไม่เห็นด้วยว่าเป็นลูกน้องทักษิณไปหมด ... ทั้งๆที่ตอนนี้ประชาชนไม่ได้สนใจเรื่องทักษิณเลย ... ทักษิณจะถูกผิดอย่างไรประชาชนรอคำตอบจากศาล ไม่ใช่จาก คมช. หรือ คตส. ... ประชาชนทุกวันนี้รู้ระบบดี ... มีความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยมากกว่า คมช. เสียอีก ... แต่ที่ประชาชนทนไม่ได้จนต้องชุมนุมกันในขณะนี้ ... เกิดจากการทำงานของ คชม. + รัฐบาล เอง ... รัฐบาลบริหารบ้านเมืองผิดพลาดหลายเรื่อง ... จนทำให้เศรษฐกิจขณะนี้ทรุดต่ำลงอย่างน่าตกใจ ... การทำมาค้าขายฝืดเคือง เพราะผู้บริโภคขาดความมั่นใจ ยอดขายจึงลดต่ำลง ... โรงงานชะลอการผลิต ... ไม่มีโรงงานใหม่ บริษัทใหม่ งานใหม่ สำหรับลูกหลานที่จบการศึกษา ... เด็กรุ่นใหม่หลัง คมช. ยึดอำนาจกำลังตกงานเป็นแสน ... คนที่มีงานอยู่ก่อนกำลังนอนไม่หลับ ไม่รู้เมื่อไรนายจ้างจะลดคนงาน ... นี่ต่างหากที่ประชาชนไม่พอใจ ... ในขณะที่ คมช. มัวบ้าแต่เรื่องตามล้างตามฆ่าทักษิณและครอบครัว ... ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า คมช. ไม่ได้ยึดอำนาจเพื่อประชาชน ... แต่ยึดอำนาจเพื่อ " นายใหญ่ " ที่ต้องการกำจัดทักษิณ ... เพราะทักษิณมาแข่งบารมีกับท่าน ... ข่าวลือเรื่องนี้แพร่ไปทั่วประเทศ ... ตอนแรกประชาชน " ไม่กล้าคิด ไม่กล้าเชื่อ " ... แต่ตอนนี้เชื่อกันทั้งบ้านเมืองแล้ว ... การยึดอำนาจครั้งนี้จึงเป็นการทำร้ายประชาชน ... เอาความทุกข์ยากลำบากของประชาชนมาเป็นข้ออ้างในการกำจัดศัตรูทางการเมือง ... รัฐธรรมนูญจะแก้อีกกี่ฉบับก็ไม่มีความหมาย ... ถ้ายังปล่อยให้ นายใหญ่ + ป๋า ฉีกรัฐธรรมนูยด้วยการสั่งทหารให้ปฏิวัติ เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองอีก ... คมช. น่าจะรู้สึกละอายแก่ใจ ... คมช. น่าจะสำนึกว่า เราเป็น " ทหารของประชาชน " ไม่ใช่ทหารของป๋า หรือของ นายใหญ่ ... ถ้าทหารของประเทศยังทอดทิ้งประชาชนอยู่อย่างนี้ บ้านเมืองก็หาความสงบไม่ได้ ... ทหารกับประชาชนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องปะทะกัน ... ปืนที่ควรจะมีไว้เพื่อคุ้มครองประชาชน จะหันมาฆ่าประชาชน ... ถ้า คมช. ยังคิดว่าตนทำถูกก็จงทำต่อไปเถอะ ... เชิญขู่ประชาชนต่อไป ... เชิญยิงประชาชนต่อไป ... ประชาชนพร้อมแล้วที่จะตายเพื่อรักษาประชาธิปไตยให้คงอยู่ต่อไป ... วันนี้ประชาชนตายสิบ ... วันหน้าจะกลายเป็นร้อย ... ตายหมื่น เกิดแสน ... ประชาชนไม่มีวันตาย

ดก

ศุกร์นี้มีนัดกับเพื่อนไปกินปลาหมึกย่าง ฟังไข่มุขดำ ลูกหยี ยังจำได้อยู่ทุกวัน ตอนนั้นเป็นนักศึกษา ที่ไข่มุขดำขึ้นเวที แล้วกล่าวว่าพี่น้องครับผมมาแล้วชนะแน่นอน

พรุ่งนี้จะชวนเพื่อนไปร่วมระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆสมัย พค ทมิฬ นั่งกินปลาหมึกย่างฟังวีระพูด...แซบคั๊กๆ...มหาจำลวง ไม่ต้องมานะครับเจอหน้าเมื่อไหร่วงแตกแน่นอน

ดก

แก้ไข...ไข่มุกดำ....เผอิญภาษาไทยผมไม่แข็งแรงเท่าที่ควร

บัลลังก์เมฆ

"สนธิรู้ตัวไม่เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรี"

แต่เพื่อนซี้ยังไม่รู้ตัว มัวแต่สมานฉันท์[emo12.gif]
และรอวันปูผ้ากราบขอโทษกระดูกบรรพบุรุษ[emo16.gif]

2

ถึง คุณ ประชาชน ครับ

ถ้าคุณเข้ามา กรุณาตามลิงค์ไปรับคำชมความเห็นที่คุณแสดงไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=67543

แดง

แค่นี้ประเทศก็จะฉิบหายอยู่แล้ว ถ้าเป็นนายกอีกประเทศไทยคงจะพิลึกกึกกือดีเหนาะ พวกเห็นแก่ตัว