ข่าวมอนิเตอร์ประจำวันที่ 5 มิ.ย. 51

 


การเมือง


 


"นอมินี" เล่นกลยื่นญัตติ "รธน." สว.ฮึ่มซักฟอก


ไทยโพสต์ - "พปช." เล่นเล่ห์ ยันไม่มีมติยัดญัตติแก้ รธน.รอบ 2 แต่ "เด็กเนวิน" ขยันล่ารายชื่อต่อ อ้างเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. เผยเตรียมนำเข้าที่ประชุมพรรคหาข้อยุติ ลั่นเสียงส่วนใหญ่เอาด้วยเดินหน้าทันที ด้าน "ส.ว." ฮึ่ม เปิดซักฟอกรัฐบาลสมัยวิสามัญ เมินปัญหาข้าวยากหมากแพง


 


ปชป.แนะพปช.จริงใจประกาศหยุดยื่นแก้รธน.รอบ2


เว็บไซต์คมชัดลึก - (4มิ.ย.) นาย<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />เทพไท เสนพงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่คณะกรรมการประสานงาน(วิป) พรรคพลังประชาชน ออกมาระบุว่าการตั้งกรรมาธิการ 60 คน จะใช้โควตาของสภา และเปิดช่องให้นักวิชาการเข้ามาตามโควตาของพรรคการเมืองว่า พรรคพลังประชาชนกำลังสับสน และขัดเจนตนารมย์ของที่ประชุมวิป เพราะวิปได้พูดชัดเจนว่า การตั้งกรรมาธิการ ควรจะมีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และนักวิชาการรวมถึงภาคส่วนต่างๆของสังคม แต่หากมายื่นเงื่อนไขให้มาช่องทางของตัวแทนพรรคการเมือง ตนคิดว่าจะไม่หลากหลายและเป็นไปได้ยาก และคิดว่าพรรคพลังประชาชน จะต้องมีท่าทีประกาศชัดเจนว่าหยุดยื่นการแก้รัฐธรรมนูญในรอบ 2 ทันที รวมทั้งพรรคพลังประชาชนต้องพิจารณาท่าทีของประธานสภาผู้แทนราษฏร ที่มีกระแสข่าวว่าร่างรัฐธรรมนูญที่สมาชิกได้ถอนชื่อออกยังไม่ตกไป เปลี่ยนเป็นการคืนญัตติให้กับผู้ร่าง ซึ่งเป็นความหมายต่อท่าทีทางการเมือง


 



ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นรัฐบาลจะต้องมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนและต้องประกาศว่า 1.การจะยื่นแก้รัฐธรรมนูญกรรมาธิการศึกษารัฐธรรมนูญต้องเสร็จสิ้นภายในกรอบที่สภากำหนดไว้ 2.จะยื่นได้เมื่อคดียุบพรรคได้พิจารณาเสร็จสิ้น 3.คดีที่พิจารณาของ คตส.และ ปปช.ที่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯต้องได้ข้อสรปุและข้อยุติ 4.ต้องยกเลิกการทำประชามติที่ใช้งบประมาณ 2 พันล้าน และนำเงินดังกล่าวมาแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนหรือเตรียมไว้เลือกตั้งครั้งต่อไปจะดีกว่า


 


ป.ป.ช.เตรียมถกปมร้อน รมต.รบ.สมัครจับตาสอย "หมัก-จักรภพ-สมศักดิ์-ชูศักดิ์-ชัย" 5 มิ.ย.


นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการและโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า การประชุม ป.ป.ช. วันที่ 5 มิถุนายน จะมีการพิจารณาวาระสำคัญหลายเรื่อง อาทิ


 


1.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับความไม่โปร่งใส กรณีให้บริษัทเอกชนเข้ามาผลิตรายการข่าวกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ตามที่นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ส่งเรื่องการถอดถอนนายจักรภพออกจากตำแหน่งมาให้ ป.ป.ช. พิจารณาตามมาตรา 271 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่ง ป.ป.ช.คงต้องถกเถียงกันว่าจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือไม่


 


2.กรณีทนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกกล่าวหาว่ารับของกำนัลเป็นบัตรชมการแข่งขันฟุตบอลแชมเปี้ยนลีกส์ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับของกำนัลเกิน 3,000 บาท


 


และ 3.กรณีนายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการอำนวยการเครือข่ายภาคประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส. และ ส.ว.จำนวน 158 คน ที่เข้าชื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยมีเจตนายกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 237 และ 309 เพื่อประโยชน์แก่พวกพ้อง


 


คตส.เต้นทำหนังสือถึงนายกฯ-อดีต คมช.


สยามรัฐ - เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.51 นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส.แถลงภายหลังการประชุมคตส.ชุดใหญ่นัดพิเศษกรณีพนักงานสอบสวนกองปราบปรามมีหมายเรียกกรรมการคตส.ทั้ง 11 คนและนายมณเฑียร เจริญผล ฝ่ายกฎหมายสตง.ไปพบครั้งที่ 2 ว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก บริษัทสำนักงานกฏหมายนิติเอกรราช ส่งหนังสือมายังคตส.เมื่อวันที่ 3 ก.ค.50เพื่อขอให้ยุติการละเมิด และขอให้เพิกถอนการอายัดทรัพย์ของพ.ต.ทักษิณ ชินวัตรร อดีตนายกฯ และครอบครัวทั้งหมด เพราะมีเจตนามุ่งหมายเลือกปฏิบัติ จากกรณีดังกล่าว คตส.จึงแจ้งความไปยังกองปราบปรามในข้อหาหมิ่นประมาท และต่อมาบริษัทสำนักงานกฏหมายนิติเอกรราช ได้แจ้งความกลับในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งในการประชุม คตส.จึงมีมติทำหนังสือไปถึง 1.นายสมัคร สุมทรเวช นายกฯ 2.ผู้บังคับการกองปราบปราม 3.อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาจำนวน 10 ศาล และ4.อดีตคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)ประกอบด้วย พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตเลขา คมช.,พล.อ.สพรั่ง กัลญาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม อดีตผู้ช่วย คมช. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส.อดีตสมาชิก คมช. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.อดีตเลขา คมช.พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ.อดีตรองหัวหน้า คมช. พล.ร.อ.สถิรพันธ์ เกยานนท์ ผบ.ทร.อดีตสมาชิก คมช.


 


 


เศรษฐกิจ


 


ผวาการเมืองวุ่นทุบหุ้นดิ่ง 100 จุด


สยามรัฐ - นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จะส่งแบบสำรวจความคิดเห็นให้กับสมาชิก เพื่อประเมินความคิดเห็นของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ว่า จะทบทวนเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้หรือไม่ จากการประมาณการครั้งล่าสุดที่คาดว่า ดัชนีสิ้นปี จะอยู่ที่ 958 จุด แต่ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุนเปลี่ยนแปลงไป คือปัญหาเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 7.6 และเหตุการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียด คือ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเทขายหุ้นไทยอย่างหนัก โดยปัจจัยการเมืองกระทบตลาดหุ้นถึงร้อยละ 80 ส่วนอีกร้อยละ 20เป็นเรื่องเงินเฟ้อ


 


ทั้งนี้ มองว่ามีแนวโน้มที่จะปรับเป้าหมายดัชนีลดลง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองเป็นหลัก ว่าจะคลี่คลายไปอย่างไร หากการชุมนุมประท้วงมีความรุนแรงขึ้นและเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มต่อต้านรัฐธรรมนูญจนเหตุการณ์บานปลายเหมือนเดือนพฤษภาฯปี 35 ดัชนีหุ้นไทยก็จะปรับตัวลดลงอย่างหนักมากกว่า 50 จุดและอาจถึง 100 จุด ซึ่งรุนแรงกว่าการประกาศใช้มาตรการกันสำรองร้อยละ 30 เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.49เนื่องจากการใช้มาตรการกันสำรองร้อยละ 30 เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวและมีการยกเลิกในภายหลัง แตกต่างจากเหตุความรุนแรงทางการเมืองที่ส่งผลกระทบลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ


 


นายวีรโชติ จิรบวรพงศา ที่ปรึกษา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บีที จำกัดประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้ไม่น่าจะลดลงต่ำกว่า 800 จุดถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อดัชนีฯให้ปรับตัวลดลงมากกว่า 80 จุดในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม โดยคาดว่าดัชนีมีโอกาสรีบาวน์ได้ภายในไตรมาสที่ 2-3 นี้หลังจากที่ปรับตัวลดลงมาแรงมากแล้ว จนกระทั่งหุ้นบางตัวราคาถูกมาก


 


"ราคาข้าว" ร่วงชาวนาจ่อม็อบรถบรรทุกขยับ


ไทยโพสต์ -"หมัก" กลัวม็อบชาวนามาร่วมพันธมิตรฯ เรียกรัฐมนตรีหน่วยงานเกี่ยวข้องถกด่วน คลอดมติจำนำข้าวนาปรังตันละ 14,000 บาท ข้าวเหนียว 8,000 บาท ใช้เวลา 3 เดือน โวหาทางหนีทีไล่ไว้หมดแล้ว พร้อมเอาข้าวใหม่ผสมข้าวเก่าขาย ตั้งคณะกรรมการ 3 ชุดกลัวเหตุข้าวลม "ชาวนา" ให้เวลา 1 สัปดาห์ต้องเริ่มทำ ถ้าพลิ้วเจอปิดล้อมแน่ รถบรรทุกให้เวลาเท่ากันพร้อมขู่หยุดบริการ


 


คุณภาพชีวิต


 


ดีเดย์กม.ค้ามนุษย์ คุก 15 ปี-ปรับ 1 ล้าน


สยามรัฐ - รร.ปรินซ์พาเลส-นางกานดา วัชราภัย รองปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้ามนุษย์ปัจจุบันมีความรุนแรงและมีเครือข่ายข้ามประเทศ โดยประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่ามีวงเงินสะพัดในธุรกิจดังกล่าวว่า 2แสนล้านบาท รวมทั้งที่ผ่านมาไทยไม่เคยมีกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดการค้ามนุษย์มาบังคับใช้เป็นการเฉพาะ มีแต่ใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ดังนั้นในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ทางรัฐบาลจะประกาศใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 เพื่อเป็นกฎหมายในการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยกฎหมายนี้ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึงสิบหาปี และปรับถึง 1ล้านบาท รวมทั้งการยึดทรัพย์


 


ตำรวจยังคงพยายามเจรจาให้พันธมิตรเปิดถนน


มติชนออนไลน์ - พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทางตำรวจได้พยายามเจรจากับทางแกนนำพันธมิตร อยู่ตลอด แต่ยังไม่มีการตอบรับ ซึ่งตำรวจต้องการขอความร่วมมือเปิดผิวการจราจรในช่วงเช้า ตามเส้นทางที่เด็กนักเรียนจะต้องไปเรียนหนังสือ เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่าเด็กนักเรียนต้องเดินไกล ได้รับความเดือดร้อนมาก หากฝนตกจะทำให้ได้รับความลำบากมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจากสายข่าวว่าจะมีกลุ่มเด็กนักเรียนวัดมงกุฎกษัตริย์ รวมตัวเรียกร้องให้เปิดพื้นที่ผิวการจราจรโดยตนยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะรวมตัวเมื่อไหร่ ที่ไหน


 


"อ.แม่สอด" บริการทำบัตร "ชาวไทยพลัดถิ่น"


เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ชาวไทยพลัดถิ่นในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จำนวนมากเริ่มทยอยไปขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สอด โดยทางเจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งโต๊ะและคอยให้บริการคนไทยพลัดถิ่น ระหว่างวันที่ 4-14 มิถุนายน โดยจัดให้วันละ 70 คน จากคนไทยพลัดถิ่นในพื้นที่ อ.แม่สอด จำนวนทั้งสิ้น 1,745 คน


 


พลังงาน


 


ทบทวนแผนพีดีพีอีกรอบ ลาวเลื่อนส่งไฟพีคต่ำเป้า


ไทยโพสต์ - นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.เตรียมทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2550-2564 หรือ "พีดีพี 2007" เนื่องจากปัจจัยหลายด้านเปลี่ยนแปลง ทั้งปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) และแผนการจัดซื้อไฟฟ้าจากลาวที่เลื่อนออกไป แต่ในภาพรวมไม่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าของไทยแน่นอน


 


รายงานข่าวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า การปรับปรุงแผนพีดีพีครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากการจัดทำแผนครั้งแรกใช้ตัวเลขพีคปี 2550 อยู่ที่ 22,586 เมกะวัตต์ เป็นฐานคำนวณ แต่ปี 2551 พีคต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้จะขยายตัว 6.07% หรือประมาณ 23,957 เมกะวัตต์ แต่พีคล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เม.ย.อยู่ที่ 22,568 เมกะวัตต์ จึงมีแนวคิดที่จะนำตัวเลขพีคปี 2550 มาเป็นฐานในปี 2551 เพื่อคำนวณพีคของปี 2552-2564 แทน รวมทั้งวิเคราะห์ตัวเลขความต้องการใช้ไฟฟ้าที่แท้จริงจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยด้วย


 


ส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากลาว 3 โครงการ มีแนวโน้มเลื่อนเข้าระบบ 1 ปี ได้แก่ น้ำเทิน 1 ขนาด 523 เมกะวัตต์ จากเดิมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบปี 2556 เลื่อนเป็นปี 2557 น้ำงึม 3 ขนาด 440 เมกะวัตต์ จากเดิมปี 2556 เลื่อนเป็นปี 2557 และน้ำเงี้ยบ ขนาด 260 เมกะวัตต์ จากเดิมปี 2556 เลื่อนเป็น 2558


 


สำหรับโรงไฟฟ้าของ กฟผ. อาจหันมาใช้ตัวเลขกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เพื่อสะท้อนภาพความเป็นจริงมากขึ้น โดยเริ่มจากโรงไฟฟ้าใหม่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 1 ส่วนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ชุดที่ 3 ซึ่งต้องปรับตัวเลขกำลังผลิตจาก 715 เมกะวัตต์ เป็น 710 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าบางปะกง ชุดที่ 5 จาก 719 เมกะวัตต์ เป็น 710 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 จาก 685 เมกะวัตต์ เป็น 670 เมกะวัตต์


 


ต่างประเทศ


 


เหยื่อแผ่นดินไหวจีนพุ่งเฉียด 7 หมื่นศพ


เดลินิวส์-จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวในจีนเพิ่มขึ้นใกล้ 7 หมื่นศพ ขณะที่ เหยื่อไซโคลนถึงครึ่งในพม่ายังคงไม่ได้รับความช่วยเหลือ


 


สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อวันอังคารระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุด พุ่งขึ้นอีก 88 ศพ ทำให้ จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 69,107 ศพ และอีก 18,230 รายยังสูญหาย รวมทั้งมีคนบาดเจ็บ 373,577 คน


 


ซินหัวแจ้งอีกว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ในจีนอาจไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนก่อน ได้สร้างความเสียหายแก่เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ และส่งผลให้การทำเหมืองถ่านหินได้น้อยลง โดยพื้นที่ที่จะเผชิญภาวะขาดแคลนพลังงานหนักที่สุดคือ มณฑลกวางตุ้ง เมืองท่าการผลิตและการส่งออกที่สำคัญของจีน และยังคาดว่ามณฑลใกล้เคียงอย่างกุ้ยโจว และยูนนาน จะประสบปัญหาขาดแคลนเช่นกัน


 


ด้าน ไอวี หวัง โฆษกหญิงของ French spirits maker Pernod Ricard ซึ่งเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหว กล่าวว่า เดอะแบล็ก อายด์ พีส์ วงดนตรีฮิปฮอปชื่อดัง ของสหรัฐ จะมาแสดงคอนเสิร์ตการกุศล เพื่อ หาเงินช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เซี่ยงไฮ้ คอน เสิร์ต ฮอลล์


 


ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นางอลิซาเบธ ไบร์ส โฆษกหญิงของสำนักงานกิจการมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า หนึ่งเดือนภายหลังเกิดพายุไซโคลนนาร์กีส พัดถล่มสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดีในพม่า ปรากฏว่า ตอนนี้ผู้คนในพื้นที่ดังกล่าวประมาณครึ่งหนึ่ง ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากนานาประเทศ โดยมีเพียงร้อยละ 49 เท่านั้นที่ได้รับความช่วยเหลือ


 


ส่วนเฮลิคอปเตอร์จำนวน 9 ลำ ของสหประชาชาติ เตรียมลำเลียงความช่วยเหลือไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยในสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ฝูงเฮลิคอปเตอร์จะได้รับอนุญาตให้บินเข้าเขตภัยพิบัติวันไหน