คุก 6 เดือนทนายแม้วไม่รออาญาคดีถุงขนม 2 ล้านฐานละเมิดศาล

ความคืบหน้ากรณีทนายอดีตนักการเมืองนำถุงขนมใส่เงิน 2 ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา ล่าสุดคณะองค์พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริงได้อ่านผลไต่สวนกรณีดังกล่าวแล้ว


 


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน นายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา นายวีรพล ตั้งสุวรรณ และนายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่ง คดีดำ ลอ.1/2551 หมายเลขแดงที่ 4599/2551 ความแพ่ง ระหว่างนายอนันต์ วงศ์ประภารัตน์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหา และนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดี พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-3 เรื่องละเมิดอำนาจศาล


 


คดีนี้สืบเนื่องจากนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ทำหนังสือบันทึกลงวันที่ 10 มิถุนายน 2551 ถึงนายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา ว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนาน 2551 เวลา 09.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งวันดังกล่าวนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ศาลฎีกาฯ หลังจากนั้น ม.ล.งฐิติพงศ์ ชมพูนุช นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เข้ามาสอบถามเรื่องที่ทนาย พ.ต.ท.ทักษิณ นำสิ่งของ ซึ่งเป็นถุงกระดาษสีขาวปิดสกอตเทปใสมิดชิด มาให้เจ้าหน้าที่ว่าจะรับไว้ได้หรือไม่ เมื่อเปิดถุงแล้วพบธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 2 ตั้ง ตั้งละ 10 มัด รวมประมาณ 2 ล้านบาท นายอนันต์จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งคืน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึงศาลเพื่อรายงานตัว


 


จากการไต่สวน ม.ล.ฐิติพงศ์ได้ความว่า ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึง นายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 สั่งให้ น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แจ้งต่อ ม.ล.ฐิติพงศ์ ว่าให้ไปพบ เพื่อจะปรึกษาคดี ม.ล.ฐิติพงศ์ จึงไปพบที่ห้องพักทนายความ ซึ่งภายในห้องมีเพียง 2 คน โดย ม.ล.ฐิติพงศ์ นั่งโต๊ะตรงข้ามกับนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งได้หยิบถุงกระดาษส่งให้ พร้อมบอกว่า "ระยะนี้ต้องมาติดต่อบ่อย เห็นใจเจ้าหน้าที่ เลยเอาของมาฝาก ให้ไปแบ่งกัน" จากนั้น ม.ล.ฐิติพงศ์ ได้เดินไปหานายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ แต่ไม่อยู่ เนื่องจากไปประชุมที่รัฐสภา จึงไปพบนายอนันต์ ที่ตรวจงานอยู่ นายอนันต์สั่งให้เปิดถุง เมื่อพบว่าเป็นเงินจึงสั่งให้คืนเจ้าของไป เพราะการรับถุงไว้น่าจะเป็นการไม่ชอบ อาจละเมิดอำนาจศาล และเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน โดยมีการถ่ายรูปธนบัตร และถุงไว้เป็นหลักฐาน


 


จากการไต่สวนนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 อ้างว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เวลา 21.00 น. นายบุญชาญ อักษรสุวรรณ ได้นำเงินจำนวน 2 ล้านบาท ที่ได้ซื้อบ้านผู้ถูกกล่าวหาในราคา 5.3 ล้านบาท มาให้ และเตรียมนำเงินดังกล่าวไปฝากธนาคารในวันรุ่งขึ้น โดยให้ภรรยาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณหญิงพจมาน นำเงินบรรจุใส่ถุงกระดาษปิดผนึกมิดชิด หลังจากก่อนหน้านี้ให้ภรรยาไปซื้อช็อกโกแลต และห่อในลักษณะเดียวกัน เพื่อเตรียมมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลในวันที่ 10 มิถุนายน 2551 ซึ่งเป็นวันยื่นคำร้องรายงานตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เพื่อเป็นการตอบแทนที่เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆ ในคดี ขณะที่วันเกิดเหตุได้นำถุงขนมวางไว้ที่นั่งด้านหลังเบาะรถ ส่วนห่อเงินใส่ไว้ที่กระโปรงหลังท้ายรถ แต่ตนหยิบถุงผิดไป เมื่อทราบจึงแจ้งให้นายพิชิฏทราบ เพื่อทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ โดยนายพิชิฏ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้โทรศัพท์หา ม.ล.ฐิติพงศ์ พร้อมกล่าวคำขอโทษ แต่ ม.ล.ฐิติพงศ์ แจ้งว่าได้ทำบันทึกถึงผู้บังคับบัญชาแล้ว


 


คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า นายธนารู้หรือควรรู้ว่าในถุงมีเงินอยู่หรือไม่ ซึ่งในการไต่สวน ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้การว่า นายธนาเป็นผู้หยิบถุงเงินที่ปิดมิดชิดมอบให้โดยไม่แจ้งว่าเป็นสิ่งใด ก่อนจะเปิดพบเป็นเงิน ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งให้ส่งคืนไป โดยมีเจ้าหน้าที่ศาลนำถุงส่งคืนกับมือนายธนา พร้อมถามว่า รู้หรือไม่ว่าข้างในมีอะไร นายธนาตอบว่ารู้ และเดินกลับไป โดยไม่มีท่าทีอิดเอื้อนตอบกลับ ซึ่งเป็นพิรุธ เห็นว่า หากเป็นไปตามที่นายธนากล่าวอ้าง ว่าหยิบถุงผิดไป โดยคนขับรถเป็นผู้นำถุงผิดมาให้ตน โดยไม่มีการตรวจสอบก่อน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าของสองสิ่งลักษณะห่อเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติว่าจะมีการหยิบผิด และเมื่อเจ้าหน้าที่ทักท้วงก็ต้องเปิดดู และตรวจสอบสิ่งของ แต่กลับไม่ดำเนินการ อีกทั้งหากนายธนาจะนำช็อกโกแลตมามอบให้จริงก็ควรจะนำไปมอบให้ที่เคาน์เตอร์อย่างเปิดเผย เพื่อความบริสุทธิ์ใจ จึงเชื่อว่านายธนารู้อยู่แล้วว่าในถุงกระดาษดังกล่าวมีเงิน 2 ล้านบาท


 


คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อว่า นายพิชิฏ และ น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และ 2 มีส่วนรู้เห็นหรือให้ความร่วมมือในการกระทำของนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 หรือไม่ จากการไต่สวนพบว่าพฤติการณ์ของนายพิชิฏชัดแจ้งว่ามีส่วนร่วม ถือเป็นตัวการร่วม ส่วน น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แม้เป็นเสมียนทนายความ แต่ก็ร่วมรู้ในเหตุการณ์ โดยเป็นผู้เรียก ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้ไปพบนายธนา พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่า น.ส.ศุภศรี มีส่วนร่วมรู้เห็นกับนายธนา และแบ่งหน้าที่กันทำ จึงฟังได้ว่า ทั้งนายพิชิฏ และ น.ส.ศุภศรี เป็นตัวการร่วมกับนายธนา


 


ลงโทษสถานหนักไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง


คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายว่า ทั้งสามกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เห็นว่าการนำถุงกระดาษใส่เงิน 2 ล้านบาท ให้ ม.ล.ฐิติพงศ์ ถือว่าเป็นเหตุจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของศาลฎีกาฯ กระทำการอันมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่อาจเชื่อมโยงเป็นประโยชน์ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม ซึ่งกระทำการร่วมกันจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพานิชย์ มาตรา 31 (1) มาตรา 33 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และน่าจะมีมูลความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ตามประมลกฎหมายอาญา มาตรา 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงาน การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามเป็นการกระทำที่อุกอาจท้าทายและเกิดขึ้นที่ศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลยุติธรรมสูงสุดของประเทศ


 


อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามประกอบอาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมายย่อมตระหนักดีว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามจะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันศาลยุติธรรม และจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรในอำนาจตุลาการ จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนักเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนละ 6 เดือน ส่วนความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงานนั้น ให้นายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหาคดีนี้ ไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป


 


ออกหมายจับ"ธนา"มาบังคับคดี


ส่วนนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำสั่งออกไปเป็นเวลา 7 วัน อ้างว่าปวดศีรษะ ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุเพียงพอ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และให้ออกหมายจับนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มาบังคับคดีตามคำสั่งศาลต่อไป


 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชิฏเดินทางมาศาลพร้อมกับ น.ส.ศุภศรี และทีมทนายความและผู้ติดตามประมาณ 10 คน โดยระหว่างรอฟังคำสั่ง นายพิชิฏมีสีหน้าท่าทางสดชื่น ไม่แสดงอาการเครียดหรือวิตกกังวลแต่อย่างใด ทั้งยังพูดคุยกับ น.ส.ศุภศรี พร้อมกับตบหลังให้กำลังใจ นอกจากนี้นายพิชิฏยังพูดคุยกับผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเองว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่การกระทำนั้นเกิดจากนายธนาเป็นผู้ดำเนินการเองโดยตลอด นายธนานั้นเป็นญาติของคุณหญิงพจมาน นอกจากนี้นายพิชิฏยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงคดีที่ดินรัชดาภิเษกด้วยว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทีมทนายความ มั่นใจว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำครั้งนี้


 


ทนายสาวร่ำไห้ถูกส่งเรือนจำทันที


ภายหลังศาลมีคำสั่งจำคุก นายพิชิฏ และ น.ส.ศุภศรี มีสีหน้าท่าทางอาการเครียด นัยน์ตาแดง โดย น.ส.ศุภศรี ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวทั้งสอง พร้อมให้ถอดเครื่องประดับทรัพย์สินมีค่าและอุปกรณ์สื่อสารฝากญาติไว้ ขณะเดียวกันนายพิชิฏได้ให้ทีมทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดต่อศาลฎีกา โดยไม่ยอมเปิดเผยจำนวนเงิน แต่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เกิดขึ้นภายในบริเวณศาลฎีกา ดังนั้นคำสั่งของศาลฎีกาจึงเป็นที่สุด ให้ยกคำร้องประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงสวมกุญแจมือนายพิชิฏ นำตัวขึ้นรถตู้ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ระหว่างทางนายพิชิฏตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงคดีที่ดินรัชดาภิเษกสั้นๆ ว่า คดีมีทีมทนายความคนอื่นรับผิดชอบอยู่แล้ว ส่วน น.ส.ศุภศรี ถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง บางเขน ในเวลา 18.00 น.


 


นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เรือนจำจะปฏิบัติกับผู้ต้องขังในคดีนี้เหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่นๆ ทั้งเรื่องสิทธิและหน้าที่ของผู้ต้องขัง โดยผู้ต้องขังชายจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อผู้ต้องขังเข้าถึงเรือนจำเจ้าหน้าที่จะพิมพ์ลายนิ้วมือและสอบประวัติ จากนั้นจะส่งตัวเข้าสู่แดนแรกรับ เพื่อรอการจำแนกไปคุมขังในแดนที่ใช้คุมขังนักโทษต้องคดีที่มีโทษจำคุกเล็กน้อย ส่วนผู้ต้องขังหญิงจะส่งตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวเป็นคดีละเมิดอำนาจศาล ไม่มีอุทธรณ์ฎีกา หลังจากเรือนจำได้รับตัวผู้ต้องหาจากศาลสามารถคุมขังได้ตามคำสั่งของศาล ส่วนคดีอื่นๆ อาจจะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติม ต้องรอการพิจารณาในชั้นศาล


 


นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ประธานกรรมการมารยาท สภาทนายความ กล่าวว่า หลังจากได้คำสั่งจากศาลฎีกาแล้ว ก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมารยาทสภาทนายความ เพื่อพิจารณาโทษของทั้งสาม โดยโทษคดีละเมิดอำนาจศาลมีสถานเดียวคือ การลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ


 


คตส.เช็กบิลคดีอาญา"แม้ว"เพิ่ม 3 คดี


นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แถลงหลังการประชุมใหญ่ คตส. ว่าที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องขอพิสูจน์ทรัพย์ของ 1.สำนักงานกฎหมายสมพร แอนด์ แอสโซซิเอท 2.นายสมพร พงษ์สุวรรณ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ 3.คณะบุคคลวิวิต วอน บริษัทแชมเปอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่รับปรึกษา โดยนางปราณี พงษ์สุวรรณ รวมมูลค่า 100 ล้านบาท ที่ คตส.ได้เคยมีมติสั่งอายัดทรัพย์จำนวนดังกล่าวไว้ ซึ่งพิจารณาแล้วน่าเชื่อว่า ทั้ง 3 รายทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ซึ่งเงินดังกล่าวจึงถือเป็นค่าตอบแทนที่สุจริต โดย คตส.จะดำเนินการแจ้งให้สถาบันการเงินทราบ และเพิกถอนการอายัดทรัพย์จำนวนดังกล่าว ภายในวันที่ 26 มิถุนายนนี้


 


ด้านนายแก้วสรร อติโพธิ์ กรรมการ คตส.ในฐานะอนุกรรมการไต่สวน กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกนโยบายเอื้อประโยชน์ให้แก่ตน ครอบครัว และพวกพ้อง แถลงว่า ที่ประชุม คตส. มีมติให้ชี้มูลในคดีอาญาแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีที่คงถือหุ้นบริษัทชินคอร์ป โดยจะยื่นฟ้อง 2 กระทงผิดมาตรา 100 ของกฎหมาย ป.ป.ช. มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี 2 ครั้ง และยังคงถือหุ้นดังกล่าวไว้ทั้ง 2 ครั้ง ผ่านบุตรและพี่น้อง โดยคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ไม่มีความเกี่ยวข้อง


 


2.กรณีการเอื้อประโยชน์ ในการแก้ไขสัญญาลดค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือให้แก่บริษัทเอไอเอส ไม่พบว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนสั่งการ แต่กลับพบว่ามี 2 กรณีที่เกี่ยวข้อง คือ การปล่อยเงินกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) 4,000 ล้านบาท และการแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต 49.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมติ คตส.สรุปว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังถือหุ้นสัมปทานของชินคอร์ป และแปลงสัมปทานจริง ผิดมาตรา 152, 157 ของกฏหมายอาญา โดยมีหลักฐานว่า เป็นผู้สั่งการให้กลไกของรัฐ ศึกษาการแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต และให้คณะรัฐมนตรี มีมติให้ตรากฎหมายเป็นพระราชกำหนด ให้เก็บภาษีและลดค่าสัมปทานจากบริษัทเอกชนลง ส่อเจตนาชัดเจน อีกทั้งการลดค่าสัมปทานก็ทำโดยการแก้ไขสัญญา ไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่แจ้งไว้ เป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหาย จึงเห็นควรให้กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดทางอาญา


 


"เรื่องนี้ได้ทำมาตั้งแต่การพิจารณาคดียึดอายัดทรัพย์แล้ว เพราะมีหลักฐานเป็นข้อเท็จจริงเดียวกัน โดยคดีนี้ได้ส่งฟ้องทางแพ่งไปแล้ว แต่ขณะนี้ คตส.มีมติให้ฟ้องในทางอาญาไปด้วย ไม่ใช่ตาตี ตาเหลือก ตั้งหลักฐานขึ้นมา ในช่วงสุดท้าย แต่ความจริงมีข้อมูลตั้งแต่คดียึดทรัพย์แล้ว" นายแก้วสรรกล่าว


 


ศาลปกครองคุ้มครองบอร์ดอภ.


วันเดียวกัน นายสมชัย วัฒนการุณ ตุลาการศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนคดีดำ 909/2551 มีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครองที่คณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ให้ปลดคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ชุดที่มี นพ.วิชัย โชควิวัฒน เป็นประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม


 


ซึ่งคดีนี้ นพ.วิชัย นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ ดร.จงดี ว่องพินัยรัตน์ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง นายชำนาญ พิเชษฐพันธ์ คณะกรรมการ (บอร์ด) อภ. ร่วมกันยื่นฟ้อง ครม. และนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา เรื่องกระทำการโดยไม่ชอบโดยไม่มีอำนาจ กรณีที่นายไชยา ลงนามหนังสือลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2551 ถึงเลขาธิการ ครม. และวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 เสนอ ครม.ให้คณะกรรมการ อภ. ชุดของ นพ.วิชัย พ้นจากตำแหน่ง ทั้งที่ขณะนั้นนายไชยา ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550 มาตรา 182 แล้วนับตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2551 เนื่องจากนายไชยาถูก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลว่า มีความผิดเกี่ยวกับการถือครองหุ้นเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด


 


ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หนังสือที่ผู้ถูกฟ้องที่ 2 เสนอ ผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีมติให้ผู้ฟ้องทั้ง 5 คนและกรรมการ อภ. อื่นอีกรวม 8 คนพ้นจากตำแหน่งประธานและกรรมการ อภ. และแต่งตั้งประธานและกรรมการ อภ.ชุดใหม่ จำนวน 14 คน ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2551 ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ให้เหตุผลว่า ประธานและกรรมการ อภ. จำนวน 14 คน มีกรรมการลาออกจำนวน 6 คน โดยกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้การบริหารงานของ อภ. ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอให้ ครม.พิจารณาให้ประธานและกรรมการที่เหลือพ้นจากตำแหน่ง และผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีมติในการประชุม ครม. วันที่ 20 พฤษภาคม 2551 ว่ารับทราบและอนุมัติตามที่เสนอนั้น เห็นว่า การที่กรรมการ อภ.ลาออกจำนวน 6 คน เป็นกรณีที่พ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระด้วยการลาออกเอง ซึ่งผู้ถูกฟ้องที่ 2 เสนอให้ผู้ถูกฟ้องที่ 1 แต่งตั้งกรรมการเข้าแทนที่ได้ตาม พ.ร.บ.องค์การเภสัชกรรม พ.ศ. 2509 โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ฟ้องทั้งห้า และกรรมการอื่นรวม 8 คนพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งไม่ปรากฏว่ากรรมการที่เหลือ 8 คน มีความบกพร่องแต่อย่างใดในขณะที่ผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีมติดังกล่าว


 


ส่วนที่ผู้ถูกฟ้องทั้งสองอ้างถึงคดีที่ผู้ฟ้องที่ 1 ถูกฟ้องซึ่งเป็นปัญหาว่าศาลปกครองเชียงใหม่มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 ให้ อภ.จ่ายเงินค่าตอบแทนกับ พล.ท.นพ.มงคล จิวสันติการ จำนวน 1,140,965.34 บาท กรณีผู้ฟ้องที่ 1 บอกเลิกสัญญาจ้าง พล.ท.นพ.มงคล นั้นเป็นเหตุที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีมติเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 จึงไม่อาจรับฟังได้ ดังนั้นมติของผู้ถูกฟ้องที่ 1 ที่ให้ผู้ฟ้องทั้ง 5 คน และกรรมการอื่นรวม 8 คน พ้นจากตำแหน่งจึงน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตำแหน่งประธานและกรรมการ อภ.มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ซึ่งผู้ฟ้องที่ 1-5 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการ อภ.เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 ดังนั้นหากปล่อยให้เนิ่นช้าออกไปย่อมจะทำให้วาระการดำรงตำแหน่งเหลือน้อยหรือสิ้นสุดลง หากให้คำสั่งดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปซึ่งน่าจะทำให้เกิดความเสียหายยากแก่การเยียวยาในภายหลัง อีกทั้งการที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับเพื่อไม่ให้คำสั่งตามมติของผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีผลต่อไปก็ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือการบริการสาธารณะแต่อย่างใด เพราะ พ.ร.บ.องค์การเภสัชกรรมฯ ได้บัญญัติให้อำนาจของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองในการกำกับดูแล อภ.ไว้โดยชัดเจนอยู่แล้ว



ศาลจึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งของผู้ถูกฟ้องที่ 1 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 เรื่องแต่งตั้งประธานและกรรมการอื่นใน อภ.ที่มีมติให้ประธานและกรรมการอื่นใน อภ.จำนวน 8 คน พ้นจากตำแหน่ง และอนุมัติแต่งตั้งประธานและกรรมการอื่นใน อภ.ชุดใหม่จำนวน 14 คน และคำสั่งของผู้ถูกฟ้องที่ 1 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2551 เรื่องแต่งตั้งกรรมการอื่นใน อภ.เพิ่มเติม และตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งประธานและกรรมการอื่นใน อภ. ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2551 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น


 


ไชยาเตรียมยื่นอุทธรณ์ 27 มิ.ย.


นายไชยากล่าวว่า ยังไม่เห็นคำสั่งของศาลปกครอง แต่หากคำสั่งออกมาแบบนี้คงต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม จะให้ทนายความเตรียมรวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐานทั้งหมด เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองอีกครั้งในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ ส่วนตัวยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เมื่อศาลมีคำสั่งเช่นนี้ บอร์ดชุดใหม่ที่เพิ่งแต่งตั้งคงต้องหยุดพักงานไปก่อน แต่หากเมื่อคดีสิ้นสุดแล้วศาลตัดสินว่าตนไม่ผิด ก็จะเป็นไปได้ที่บอร์ดชุดใหม่อาจฟ้องเรียกค่าเสียหายกลับเช่นกัน


 


ขณะที่ นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า คำสั่งศาลที่ออกมานี้ ยืนยันว่า ตลอดการทำงานของบอร์ดชุดเดิมที่ผ่านมา ได้ทำในสิ่งที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทั้งยังมีผลงานการดำเนินงานที่ดีมาก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะรัฐมนตรี จะสั่งปลดบอร์ดชุดเก่าและตั้งบอร์ดชุดใหม่จะทำแบบไม่มีเหตุผลไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายองค์การเภสัชกรรม กฎหมายพนักงานรัฐวิสาหกิจ


 


ด้านนายถิรชัย วุฒิธรรม ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของศาลปกครองที่ให้ นพ.วิชัย อดีตประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม โดยนโยบายต่างๆ ขององค์การเภสัชกรรมที่ได้วางไว้ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามนโยบายที่บอร์ดชุดเดิมได้วางไว้


 


ส่วนกรณีเขาพระวิหารนั้น ศาลปกครองมีคำสั่งนัดไต่สวนคู่ความ เพื่อพิจารณาคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวคดีให้เพิกถอนการลงนามคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทย-กัมพูชา การขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ในวันที่ 26 มิถุนายน เวลา 10.00 น.


 


ที่มา: http://www.komchadluek.net

Comments

(^_^)/.

และนี่คือผลพวงของ “ ตุลาการภิวัตน์ “ ที่ชี้ให้เห็น “คำว่า “ธรรมมาธิปไตย” ไม่อาจซื้อหาได้ด้วย “เงินสกปรก”....ระบอบทักษิณซึ่งทำให้อำนาจและกระบวนการตรวจสอบไม่ทำงาน ส่งผลให้เกิดคอร์รัปชั่นและผลประโยชน์ทับซ้อน การใช้กลไกยุบสภา เลือกตั้งใหม่เพื่อหนีการตรวจสอบ เป็นการเคารพสิทธิด้านเดียวคือสิทธิเลือกตั้ง มาล่วงละเมิดสิทธิในชีวิตทรัพย์สิน สิทธิในการดำรงชีวิตในศีลธรรมที่ดีของคนไทยทุกคน (ทรัพย์ของรัฐที่ถูกยักยอกไป คือทรัพย์สินของคนไทยและลูกหลานทุกคน)
จากกระแสพระราชดำรัสที่จะให้คณะผู้พิพากษาเป็นผู้แก้ปัญหาวิกฤตของชาติ...

"ผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นสำคัญที่จะบอกได้ ศาลอื่นๆ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอะไร ไม่มีข้อที่จะอ้างได้มากกว่าศาลฎีกา เพราะว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาที่จะมีสิทธิที่จะพูด ที่จะตัดสิน..."

"ที่ได้ปฏิญาณนั้นมีความสำคัญมาก เพราะว่ากว้างขวาง หน้าที่ของผู้พิพากษา หน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปกครอง มีหน้าที่กว้างขวางมาก ซึ่งเกรงว่า ท่านอาจจะนึกว่า หน้าที่ของผู้ที่เป็นศาลปกครองมีขอบข่ายที่ไม่กว้างขวาง ที่จริงกว้างขวางมาก"

ความยุติธรรมยังหลงเหลืออยู่ในบ้านนี้เมืองนี้..........

(^_^)/.

คนชั่วถ้ายังประกอบวิชาชีพเช่นนี้ในสังคมไทยแล้วไม่กำจัดออกไปอย่างถาวรแล้วสังคมจะเป็นสังคมที่ดีไม่ได้เด็ดขาด ไม่ควรได้รับความปราณี และไม่ควรที่จะได้รับใบประกอบวิชาชีพนี้อีกตลอดชีวิตด้วย อันตรายอย่างยิ่งสำหรับสังคม..ทนายที่ไร้จรรยาบรรณ ต้องการแต่อามิตสินจ้างโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม คิดแต่จะช่วยคนที่ได้ชื่อว่าคดโกงแผ่นดิน สมควรแล้วที่จะได้รับโทษ..อมิตาพุทธ..!?? ขอแผ่เมตตาแด่เจ้ากรรมนายเวร..ด้วยประการฉะนี้...เจริญพร...เอิ๊ก!!??

(^_^)/.

พวกสารเลวพวกนี้นึกว่าคงใหญ่คับฟ้า เอาเงินฟาดศาลได้ คิดการใหญ่หวังจะซื้อทุกท่านด้วยเงินเพื่อจะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน..เอิ๊กกๆๆๆ..ในที่สุด ความดี ความยุติธรรม ธรรมย่อมชนะอธรรม..ยังคงรักษาเอาไว้ได้ในประเทศไทยมันคงได้เคยติดสินบนไปทั่วแหละ ตำรวจเอย อัยการเอย อัยการสูงสุดด้วยหรือเปล่า!!?? เลยเหิมเกริมไปติดสินบนถึงศาล ทั้งที่คิดว่าไม่น่าจะกล้า แต่ศาลท่านไม่เล่นด้วยเรื่องจริงแดง..ทุกวันนี้ประเทศเราจะพึ่ง ทหาร ข้าราชการ ไม่ได้แล้วที่เหลือ ก็คือ สถาบันศาล เท่านั้นที่ยังจะพึ่งได้ส่วน ตร. ลบทิ้งได้เลย..ตราบใดที่รัฐบาล "นอมีนี" ยังฝังรากลึกอยู่อย่างนี้..และนี่คือพิษ ความหอมหวาน ของเงิน!??..หวังตั้งตัวร่ำรวยสัก 100 ล้าน ยอมเป็นทนายทาส ให้ทรราช..รับความดีความชอบไปก่อน 6 เดือน..ส่วนความดีความชอบที่เหลือ รอเป็นจำเลย คดีติดสินบน เจ้าพนักงาน..ขอให้สุนัขรับใช้ทุกตัว ที่ยังมีอิสระภาพอยู่ จงคิดใหม่ได้แล้ว..เอิ๊ก!!??ๆๆๆ

(^_^)/.

ทนายทั้งหลายพึงสังวรณ์ ทั้งที่รู้ว่าจะจับโลกให้หมุนกลับข้างไม่ได้ ก้อยังดึงดื้อโดดเข้าร่วมธุระกรรมด้วยกับทักษิณ เผื่อเห็นแก่เงินก้อนโต หวังเอาไปตั้งตัว ที่สุดแล้ว ก้อต้องโดนเต็มๆ ตอนนนี้ทักษิณเหมือนเชื้อร้ายกว่าเอดส์ แค่ไปเฉียดใกล้ก้อพาลพาเอาถึงตายได้ อันนี้แค่ติดคุก 6 เดือนมันยังน้อยไป โทษน่าจะประหาร เพราะเป็นการจงใจ ใส่ร้ายป้ายสีให้ขบวนการยุติธรรมขาดความเชื่อถือ และไร้ความยุติธรรม ต่อไปควรแก้กฎหมายบทนี้เสียใหม่เอาให้โทษหนักกว่านี้ เพราะมันเกี่ยวพันธ์กับขบวนการยุติธรรมในพระปรมาภิไธยพระเจ้าอยู่หัว..
ยอมขายชาติ ขายทุกอย่าง เพื่อเงินชื่อ และนามสกุล ของคน ๆ นี้ ได้ถูกบันทึกลงใน หน้าประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้ว...ไม่รู้ว่า พรุ่งนี้ ลูก หลาน ที่ใช้นามสกุลนี้ ไปโรงเรียนจะเจออะไรบ้าง!!??ทำอะไรไม่คิดปล่อยให้ความโลภครอบงำ สุดท้ายคนรอบตัวต้องลำบากไปด้วย..รายการนี้ เป็นการตัดสินสถานเบา ของศาลฎีกา ที่ให้ปรับแล้วก็จำคุก 6 เดือน ทั้งสามคน แต่สำหรับนายธนา ตันศิริ ได้หลบหนีการกุม แล้วศาลได้ออกหมายจับแล้วนั้น ถ้าจับตัวได้จะคงโทษหนัก ทั้งจำคุกทั้งปรับและ ยึดตัวทนายด้วย เพราะทรยศ ต่ออาชีพตัวเองและต้องนำตัวก

(^_^)/.

และต้องนำตัวการที่อยู่เบื้องหลังออกมาลงโทษด้วยจึงจะผดุงความยุติธรรมของศาลให้คงอยู่ต่อไป...เจริญพร..อามิตตาพุทธ..เอิ๊ก!!??

111

คุก 6 เดือนทนายแม้วไม่รออาญาคดีถุงขนม 2 ล้าน
ชั่ว คิดว่ามีเงิน แล้วทำตามอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ
ชั่ว

d

ทนาย เเม้ว ถูกจับ
ไครละที่เป็นคนสั่ง ทุกคนคงรู้ดี
"ไอ้เหลี่ยม"
คนชั่วย่อมต้องคบค้ากับคนชั่วด้วยกัน
และกระทำชั่วกัน เป็นสันดานนิจ

ถ้าคุณถูกขึ้นศาลทั้งที่คุณบริสุท แล้วทักษิณยัดเงินให้ศาลให้คุณเป็นคนผิด
คุณย่อมต้องบอกว่าทักษิณมันชั่ว
แต่พวกคุณก็ยังยกย่องทักษิณกันอย่างมืดมั่ว

((รากหญ้า))

ทำให้เราทนายรากหญ้าต้องมัวหมองไปด้วย นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องฟังว่าพฤติการณ์อย่างนี้ทนายความบางคนเขาทำกันอย่างนี้ก่อนจริง แต่อาจจะทำกับองค์กรอื่นที่ไม่ใช่องค์กรของตุลาการ ศาลเดียวกันนี้หรือศาลอื่นหรือไม่ก็ได้ แสดงว่ามีพฤติการณ์ที่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรรมจริง แต่จะแทรกแซงโดยทางอำนาจหรือปัจจัยทางการเงินหรืออื่นๆ ที่เป็นข้อเท็จจริงมิได้ปรากฏให้สังคมไทยรู้ ว่ายังมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ระหว่างทนายกับตุลาการบางคนที่เคยทำกันอย่างนี้ก็ยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย หากข้อเท็จจริงตามที่ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้มีคนทำมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ก็สาสมแก่ผู้กระทำความผิดแล้ว
ทนายรากหญ้า เคยหวังและเคยคิดว่า หากท่านตุลาการท่านใดจะทำหน้าที่ใดให้ตรงไปตรงมาแบบยอมเสียชีพ ยอมเสียคนรัก คนที่เคยรัก คนที่เคยเคารพ และอื่นๆ โดยไม่ยอมเสียสัตย์มีน้อยมาก แต่หากจะอภวัฒน์ตุลาการ ก็จะต้องยอมรับว่ามีตุลาการแบบสีเทาอยู่บ้าง แต่ส่วนทนายความแบบสีเทา สีดำ มีมากจริงๆ เพราะ "จรรยาบรรณ" กับ "ภิวัฒน์" เป็นสิ่งเดียวกันที่คู่กันไม่เคยตาย ตราบใดที่คนยังยอมรับว่าวัตถุนิยมยังไม่ตาย จะนำเอาทฤษฎีอื่นมาใช้ยังไม่ได้ผลเช่นกั

ทะแนะ

มากหมอมากความ แต่หมอไม่ดีก็แย่ 80 เปอร์เซนต์ของคดีในชั้นศาลมักจะมีเงินมาเกี่ยวข้องไล่ตั้งแต่ การสอบสวนจับกุม การฟ้องไม่ฟ้องของอัยการ และจนถึงขั้นตุลาการ 4 ใน 5 เอียงตามกระแสและเงินตรา

deTi

วันนี้ เศร้าใจมาก
ไม่นึกว่า ทักษิณ จะทำอะไรโง่ๆ อย่างนี้
จะว่า ทนายทำไปเองก็ใช่ที่ เพราะเงิน 2ล้านไม่ใช่เล็กน้อย
ใครผิดก็ว่าไปตามผิด
ขอให้ถือความยุติธรรมเป็นที่หมายสูงสุดเอาไว้ก็แล้วกัน

คนไทยแท้ๆ

หากปล่อยไว้จะเป็นภัยที่ร้ายแรง นี่คือหนึ่งในความชั่วร้ายจำนวนมากมายของระบอบทักษิณ แนวคิดที่ว่า เงินซื้อได้ทุกสิ่ง ที่น่ากลัวก็คือ มีคนจำนวนมากพากันเห็นดีไปด้วย โดยไม่ยอมตระหนักถึงว่า ต่อไปภายหน้า ประเทศของเราจะต้องย่อยยับลงโดยนำมือของคนๆนี้

คิดลึก

พวกที่แสดงความเห็นรักทักษิณหายหัวไปไหนหมดแล้วล่ะเกี่ยวกับข่าวนี้ เร็วออกมาแจมกันหน่อย อย่าซีเรียส ออกมาสรุปซิ ทักษิณไม่ผิด ตาชั่งเอียง
ฯลฯ แล้วก็ไปรับตังค์ สบาย สบาย แสดงความเห็นเข้าข้างหน่อยเดียวรับทรัพย์กันเปรม
ก็อย่างว่า เจ้านายใจดี ใจไม่เค็มอย่างสมัครบอกแหละ แล้วก็กลับไปนอนคิดด้วยน่ะถ้าว่างๆ
ถามตนเองว่า จิตสำนึกของตนเองมีบ้างไหมในด้านดี ทำประโยชน์อะไรบ้างให้กลับประเทศชาติ และผลจักเป็นเช่นไรถ้าพยายามทำตัวสนับสนุนคนชั่ว หาคำตอบกับตนเองให้ได้ก่อน

เสรีชน

ทำไม่ถูก ก็ต้องว่าไม่ถูก คงไม่ตะแบงเข้าข้างซะทุกเรื่องหรอก พวกเรารักความยุติธรรม ไม่ใช่ไอ้พวกพันธมารชั่วที่ตะแบงได้ทุกเรื่อง

เราอยากให้ศาลทำหน้าที่ที่เที่ยงธรรมเช่นนี้ในทุกกรณี นี่แหละสำคัญยิ่งกว่า เรื่องทนายคุณทักษิณเอาขนมมาให้เป็นเงิน 2 ล้านบาท

who

สงสัยนะจะสร้างภาพหรือปล่าว ร่วมกันไงเพราะจะทำอะไรก็ได้อำนาจอยู่ในมือแล้ว คิดดูอีกทีนะทำไมคนระดับนี้ถึงได้โง่ดักดานนะงงเหมือนกันทั้งที่รู้อยู่ว่าเขาจดจ้องทุกย่างก้าวยังทำอยู่ดูเหมือนจะตื้นเกินไป อย่างไงๆๆๆๆชักเหตผลมาคนสมองหนาอย่างเรายังไม่เชื่อ เราจะดูความแหลกเหลวของประเทศ เราจะดูเฉยไม่สนไม่ติดจะทำอะไรจะดูให้ถึงที่สุดว่าจะเสียหายยับเยินเพียงใด ใครฉลาดมากก็พังมากเพราะอัตตามันตรอบงำไปหมดแล้วไอ้ที่อ้างรักชาติรักแผ่นดินไม่มีหลอกพูดเข้าข้างตนทั้งนั้น เราจะเป็นผู้เก็บกวาดซาก คงไม่สายที่จะบูรณะขึ้นใหม่ กรรมเวรของประเทศจริงๆ

ลุงเชย

อย่าพึ่งรีบทึกทัก ด่วนสรุปเอาเองว่า เงินจำนวน2ล้านนี้ เป็นเงินของทักษิณ ลองถามตนเองก่อนซิว่า มีใครจะโง่พอขนาดนั้น ที่มาพลาดตกม้าตายง่ายๆเช่นนี้ เงินมากอย่างนี้ ถ้าจะให้กัน ก็ควรเป็นที่ลับมิดชิดกว่านี้ และคนที่จะให้ เรารู้จักดีพอแล้วว่า เขามีอำนาจในเรื่องที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับเราใช่ไหม ไม่เถียงว่าจากคำให้การ ของทนายเหล่านี้ ลำดับเหตุการณ์ ค่อนข้างจะไม่สมเหตุสมผล อยากจะบอกว่าไม่น่าจะเป็นทนายได้ เพราะไม่ละเอียดดีพอ ประเด็นเล็กประเด็นน้อย หลุดให้การไปอย่างหละหลวมได้อย่างไร? อย่างเช่นนำเงิน2ล้านที่ได้จากการขายบ้านไปไว้ที่ท้ายรถ ถามว่าที่นั่นเป็นที่ปลอดภัยมากพอแล้วหรือ โดยสามัญสำนึกของเราท่าน จะไปเก็บเงินไว้ณจุดนั้นหรือ ถุงช็อคโคแล็ตกับถุงเงิน แยกไม่ออกเลยหรือ ทำไมฐิติพงศ์ต้องถือเงินเดินไปมา สุ่มเสี่ยง?จึงชวนให้สงสัยต่อไปว่า ทนายซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ(อ้าง เมียทนายเป็นญาติฝ่ายหญิงอ้อ)หรือไม่ หากยอมพลีกายและใจ เพื่อแลกกับอะไรบางอย่างหรือเกรงกลัว ซึ่งไม่จริงใจต่อลูกความ จะมีประโยชน์อันใดที่จะต้องอภิวัฒน์ สู้แบบเดิมๆอย่างที่ผ่านมา ขอเพียงรักษาจิตและใจของตนให้ซื่อตรงต่อวิชาชีพนั้นก็ดีเพียงพอแล้ว

Guest

ชาวบ้านเขาพูดกันแล้วว่า
เป็นแผนการสร้างภาพของผู้ไม่หวังดี
ระวังจะยุ่ง ถ้าสืบได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง!!!

hiseewho

ถ้าโง่ได้ปานนั้น

นอนในคุก 6 เดือน หวังว่าหลังจากได้ออกมา คงจะฉลาดขึ้นบ้าง เน๊าะ !!!

Real man

โอ้ย ปวดจาย โอ้ยยย ปวดจายยยย แค่นี้ที่คุณทำ ยังเรียกความศรัทธาของผมคืนมาไม่ได้หรอก พวกคุณท่านที่ไม่เคยโดนเหมือนผม จะไม่เจ็บปวดหรอก เช่นเดียวกับพวกต้องโทษคดีเชอรรี่แอน ดันแคน แล้วการเยียวยา มันชดใช้อะไรได้ล่ะ ผมเองในชีวิตถูกศาลฎีกาแผนกความแพ่งลำเอียงเข้าใส่ แต่หลังจากนั้น๒๐ปีเปลี่ยนธงการวินิจฉัยคดีเป็นอย่างอื่น แต่ก็เป็นคดีของคนอื่น (ไม่ใช่ของผม)แล้วการเปลี่ยนธงคำตัดสินมันช่วยอะไรได้เล่า ทรัพย์สินในคดีถูกขายทอดตลาดไปหมดเกลี้ยง ทำนองบริษัทศรีสุพรรณของคุณสุเทพนั่นแหละ ผมจึงว่าถูกผิดเป็นเรื่องของสังคม ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องของนักปราชญ์มีคนเยิรยอสะดุดีอย่างนี้ผมเลยสบายใจ แต่ไม่ใช่หายโกรธ ส่วนจะผูกใจเจ็บหรือไม่ ไว้เจอกันยมโลก

ชาวรากหญ้า

หน้าโง่สามคนที่ถูกตัดสินติดคุก นี่สงสัยรับจ้างพวกพันธมิตรคนละ 500 บาท ให้เอาเงิน 2 ล้านไปให้ศาลแน่ๆ เลย เป็นแผนของพวกพันธมิตรที่จะทำลายชื่อเสียงของท่านทักษิณให้คนเข้าใจว่าเป็นคนให้เงิน 2 ล้านไปติดสินบนศาล และให้คนสงสัยอีกว่าเคยทำแบบนี้กับองค์กรอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ช่วยเหลือท่านทักษิณอันเป็นที่เคารพเทิดทูนบูชายิ่งกว่าบิดาของพวกเราชาวรากหญ้าแน่ๆ พวกเราไม่ยอม ต้องออกไปประท้วงพวกพันธมิตร และช่วยกันเปิดโปงพวกที่อยู่เบื้องหลังเงิน 2 ล้าน พวกเราชาวรากหญ้าต้องไม่ยอมให้พวกพันธมิตรเอาเรื่องนี้มาปลุกระดมทำลายชื่อเสียงท่านทักษิณ ต้องเรียกร้องให้เปิดโปงความจริงว่าใครเป็นเจ้าของเงินแเพื่อเอาคนที่เป็นเจ้าของเงินมาติดคุกด้วย

ป.ไม่แปลก

ไม่แปลกเลยที่ในสังคมไทยจะมีการแทรกแซง

บางคนเขาคิดว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม...เขาก็ดิ้นรนไปต่างๆ นานา

วิธีการแทรกแซงเป็นพันๆ วิธี

แต่ละชนชั้นแต่ละคนก็มีวิธีการแตกต่างกัน....น่าจะมีการทำวิจัย

ศักดินาแทรกแซงด้วยการอุปถัมภ์....การแต่งตั้ง การโทรศัพท์สั่งการ แบบท่านเจี๊ยบ

ชนชั้นนายทุนก้ดิ้นรนแบบนายทุน....คิดว่าทุน(เงิน)จะโค่นหรือประนีประนอมกับศักดินาได้.....โดยไม่สนใจที่จะนำเงินไปสร้างกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนต่อการกดขี่ขูดรีดของชนชั้นศักดินา...(นายทุนใจร้อนแบบนายทุน)

ส่วนรากหญ้า...เวลาจะแทรกแซงขบวนการยุติธรรมก็มีต่างๆ นานา เหมือนกัน..เช่น เผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง....ด่าทอศาล.. .ตำรวจ..ยิงล้างแค้น ฯลฯ

ดังนั้น คำว่า "ไม่ผิด จะไปกลัวอะไร" ก็กลัวไม่ได้ความยุติธรรมนั่นเอง

การตรวจสอบองค์คณะ...การเลือกตั้งฝ่ายตุลาการ..การวิจารณ์คำพิพากษา..การควบคุมโดยระบอบประชาธิปไตย...เป็นสิ่งที่จะแก้ไขปัญญาความไม่เชื่อมั่นต่อศาลได้

ไม่เชื่อถามญาติๆ คุณชิต บุศ เฉลียวดู

(^_^)/.

คห.ที่ 14 - 15 ครับ..

รู้จักคำๆนี้บ้างหรือเปล่า??!!....

คำว่า "เหิมเกริม" น่ะ..รู้จักไหม??!!

สมัยไอ๋เหลี่ยมมันยัง "เถลิงอำนาจ"..ใครๆเขาก็รู้ว่ามัน "ย่ามใจ" ขนาดไหน??

ในสายตามันมีแต่ตัวเองและครับครัวเท่านั้น..

ในประเทศนี้เมืองนี้..ไม่มีใครอยู่ในสายตามัน..แม้แต่.............หุ หุ หุ

กรณีวัดพระแก้วเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด....ถึงจะมีขี้ข้าออกมาเห่าหอนเข้าข้าง..มันก็ "ค้าน" ในสายตาประชาชนทั้งประเทศ" อยู่ดี.....มัวเอาหัวไปมุด "โอ่ง" ที่ไหน??!!มาครับ..ท่าน.............

มธ17

มีคำถามถึงกระบวนการยุติธรรมในเรื่องนี้อยู่ 2-3 ข้อ

ข้อแรก ไม่กังขาว่านายธนาผิดจริง เห็นชัดว่าเจ้าตัวไม่ยอมมาศาล

ข้อสอง แต่กังขาการสรุปความผิดของอีก 2 คนโดยเชื่อว่ารับรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะเสมียนทนายที่เดินไปบอกนิติกรให้ไปพบนายธนา

ถ้าคุณจะให้สินบนใครคุณต้องรู้กันเอิกเกริกทั้งสำนักงานหรือ ถ้าพจมานใช้นายธนามา จะอยากให้คนอื่นรับรู้ด้วยหรือ เสมียนหญิงอาจจะรู้ก็ได้ ไม่รู้ก็ได้ อาจจะเพียงแค่นายให้เดินไปบอก แล้วเขาปิดห้องกัน 2 คน เช่นกัน นายพิชิฏอาจไม่รู้แต่มารู้ภายหลังก็ได้ โดยหลักของศาลยุติธรรมถ้าไม่สามารถพิสูจน์ชัดเจนก็ต้องถือว่ายังไม่ผิด

ข้อสาม คนทั้งสองไม่มีโอกาสต่อสู้อีกเลย เพราะศาลตัดสินชั้นเดียวจบ อยากถามว่าการละเมิดอำนาจศาลนี้ใช้หลักอย่างไร ถ้าคุณละเมิดอำนาจศาลชั้นต้น ยังมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกา ถ้าละเมิดอำนาจศาลอุทธรณ์ ยังเหลือสิทธิฎีกา แต่ถ้าละเมิดอำนาจศาลฎีกา หมดสิทธิ อย่างนั้นหรือ ฟังแล้วประหลาดๆ

ในภาพรวมทั้งหมดพวกเกลียดทักษิณก็ได้เฮ แต่ไม่แปลกหรอกเพราะทั้งสองฝ่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ฝ่ายหนึ่งใช้บารมี ใช้อำนาจแฝงโน้มน้าว อีกฝ่ายก็สู้ด้วยเงินด้วยอิทธิพลการเมือง

คิดลึก

เฮ้อดีใจจัง แนวร่วมทักษิณยังอยู่ ค่อยๆทะยอยกันแสดงความเห็นออกมาแล้ว
มาเลย มาเลย นำเสนอความคิดเห็นมา จักได้พิจารณา เพื่อยกระดับมันสมองตนเองให้สูงขึ้น
นำเสนอให้มีเหตุผลหน่อยน่ะ พร้อมรับฟังแลกเปลี่ยนความเห็น

บังวิน

ครับถูกผิดย่อมว่าไปตามนั้นครับ ขอให้ศาลสถิตยุติธรรม เที่ยงธรรมจริงๆ เถอะครับ ทุกคนคงสรรเสริญ อย่าพวกมึงทำอย่าง พวกกูทำอีกอย่าง ประเทศชาติจะแย่นะครับ ลองทบทวนคดีที่สนธิใช้สถาบันกษัตริย์เหยียบย่ำผู้อื่นดูบ้างครับ ตอนนี้รู้สึกว่า สนธิจะเหิมเกริม จ้วง จาบ หยาบช้า ประเทศชาติบ้านเมืองวุ่นวายเหลือกำลังแล้ว น่าจะตุลาการภิวัฒน์ ขจัดเภทภัยให้แผ่นดิน เอาไปสงบสติอารมณ์ได้แล้วครับท่าน

Oh No

เรื่องนี้ แม้คนที่เข้าข้างคุณทักษิณก็ต้องยอมรับความผิดอย่างแน่นอน แต่ภาพคุณทักษิณไม่ได้เป็นสีขาวอยู่แล้ว แต่เป็นสีเทา ทุกคนทราบดี แต่ว่า..มันเหมือนเรากำลังเลือกคนที่จะมา "ทำงาน" บริหารกิจการให้เรา ระหว่างคนเก่ง ทำอะไรได้อย่างใจ กับคนที่ดูเป็นคนดี (ดีจริงหรือปล่าวยังไม่ทราบ) ซื่อๆ แต่ทำงานไม่ได้อย่างใจ .... ถ้าเป็นเรา เราเลือกคนเก่ง นี่เป็นการตัดสินใจส่วนตัวของเราเอง

คุณทักษิณเป็นนักธุรกิจ ต้องผ่านประสบการณ์การติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐมาอย่างโชกโชน อย่าว่าแต่นักธุรกิจเลย ประชาชนอย่างเราเคยให้เงินตำรวจที่แจกใบสั่งหรือไม่ เวลาไปโอนบ้านและที่ดิน เคยให้ซองเจ้าหน้าที่เพื่อให้ลดภาษีหรือไม่ เวลาเจอคดีความต้องจ่ายเงินวิ่งเต้นหรือไม่ ฯลฯ ทุกอย่างเหมือน demand & supply มีผู้รับก็มีผู้จ่าย มีผู้จ่ายก็มีผู้รับ

ที่พูดมาไม่ได้สนับสนุนให้มีการติดสินบน แต่เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร มันเหมือนเป็นสายเลือดอยู่ในสังคมไทย แน่นอนต้องมีสาเหตุ ถ้าจะโยงไปที่ต้นตอมันก็คือความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ที่บีบให้เราต้องทำเพื่อความสะดวก สำหรับคนที่มีปัญญาจ่าย ก็ต้องจ่าย แต่คนที่ไม่มีปัญญาจ่าย ก็ได้แต่ก่นด่าสังคม

แมงป่อง

คำพิพากษาเรายอมรับ แต่สงสัย ทำไมลงโทษเพียงทนาย (โทษฐานทำตัวไม่เรียบร้อย/ละเมิดอำนาจศาล) เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่ขยายผลไปถึงผู้บงการ โดยเฉพาะเจ้าของเงิน เจตนาของเจ้าของเงิน เพราะเชื่อว่าทนายจะต้องได้รับคำสั่งหรือได้รับแรงจูงใจจากเจ้าของเงินให้ทำเช่นนั้น
ผมอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมมีความสมบูรณ์แบบ แม้จะชื่นชอบท่านทักษิณแต่ก็อยากจะให้พิจารณากันอย่างหมดเปลือกไปเลยว่า เรื่องแบบนี้ท่านมีส่วนหรือไม่ เป็นผู้บงการหรือไม่ ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมศาลจึงตัดสินคดีให้โทษตกแต่ทีมนายภายในเวลาอันสั้น (เรื่องเกิดขึ้น 10 มิ.ย. 51 ตัดสิน 24 มิ.ย. 51) คือเรื่องแบบนี้น่าจะต้องชัดเจน หมดจด...แต่ก็จบกันแค่นี้ หมดมู้ดเลย
ผมยังเสียดาย ถ้าสืบสาวราวเรื่องกันต่อ สาวให้ลึกกว่านี้ ก็จะได้รู้กันเสียทีว่า คนที่ผมนับถืออยู่เป็นคนไม่ดี...เสียดายจริงๆ
เมื่ออะไรยังไม่ชัดเจน ผมก็ต้องนับถือท่านทักษิณต่อไป...จะมาว่าผมไม่ได้นะ
สำหรับพวกพันธมาร ตอนนี้อาจารย์+นักเรียน แถวนั้นยื่นฟ้องศาลปกครองให้เลิกชุมนุม...แถมท่านทักษิณฟ้องสนธิ+ประพันธ์ และอีกหนึ่งคน ฐานหมิ่นประมาท/ละเมิด เรียกค่าเสียหายคนละ 100 ล้านขาดตัว...เกลือจิ้มเกลือ!

คนกันเอง

อำนาจทั้งสาม...นิติบัญญัติ...บริหาร...ตุลาการ...
ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่า...นิติบัญญัติและบริหาร...
ถูกชี้นำ...ถูกแทรกแซง...โดยการแบ่งปันผลประโยชน์
จนเสื่อมศัทธา...ไม่น่าเชื่อถือ...แก่งแย่งกัน...น่าเบื่อ...น้ำเน่า...
ปัญหามีอยู่ว่า...จะทำอย่างไรให้อำนาจตุลาการ...เป็นเหมือน...
อำนาจทั้งสองที่เสียสมดุลไปแล้วได้...จะทำให้ขาดความเชื่อถือได้อย่างไร...
กรณีสินบนนี้เป็นเพียงแค่การโยนหินถามทางเท่านั้น...
ถ้าอำนาจตุลาการไม่น่าเชื่อถือเมื่อไหร่...คดีต่างๆที่มีอยู่ก็คงจะขาดความเชื่อถือไปบ้าง...
ก็อยู่ที่การใช้โวหารเทคนิคและช่องว่างของกฎหมาย...หาทางเอาตัวให้รอดไปก่อน...
....ขอบคุณประเทศไทย...ที่อำนาจตุลาการยังคงเข้มแข็งอยู่...แต่จะนานเท่าไหร่ไม่รู้...
คงจะมีวิธีการดิสเครดิตตามมาอีกหลายรูปแบบ...ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม...
....เคยพลาดและผิดหวังกรณีอัลไพล์มาแล้ว...เพราะอยากให้คนที่ผิดโดยไม่เจตนา..
ได้เป็นนายก...ผลงานดีก็มี...ไม่ดีก็มาก...แต่ขาดจริยธรรม...หมดใจเลย...ไม่รู้จะทำอย่างไร
....ก็เดินทางกันต่อไปเพื่อคนไทยหกสิบกว่าล้านคน....

deTi

เห็นด้วยกับลุงเชย และคุณแมงป่อง
และเรื่องนี้ ถ้าจริง จะต้องไม่จบลงแค่ จำคุกทนายคุณทักษิณแค่ 6 เดือนก็แล้วกันไป
เพราะผลลัพท์ จากเป้าหมาย มันยิ่งใหญ่กว่านั้นมากนัก
หวังว่า ความถูกต้อง จักต้องได้รับการชำระ

พวกรู้มาก

ผมเชื่อว่าทนายความกับเจ้าหน้าที่หากินกันอยู่ประจำอยู่แล้ว เพราะทนายต้องใช้เจ้าหน้าที่คอยแอบดูพยานเอกสาร บัญชีพยานบุคคล คอยแอบดูคำวินิจฉัยล่วงหน้า หรือกระทั่งแอบถ่ายเอกสาร และซื้อความสะดวกจิปาถะ ซึ่งในวงการยุติธรรมมีมานานแล้ว และยังคงมีต่อไปคู่ประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ประจำศาลหากินแบบนี้มานานนนนนแสนนนนนนน นานนนนนนนนนน ผมเชื่อว่าทีมทนายให้เงินเจ้าหน้าที่มาหลายครั้งหลายคน ในหลายๆศาลหลายคดีแล้ว บางคนถึงขนาดคุ้นเคยกัน

ที่สำคัญคือ เรื่องนี้รู้ถึงหูคู่กรณีซึ่งก็ควรจะรู้ดี และในที่สุดก็รู้ถึงศาล ศาลท่านก็เลยเรียกเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมาซักถาม ด้วยความกลัว เจ้าหน้าที่ก็ต้องรับสารภาพ และเป็นที่มาของการล่อซื้อเงิน 2 ล้าน ผมเชื่อว่าทีมทนายเสียค่าโง่เอาเงินไปให้ตามที่เจ้าหน้าที่ศาลนัดหมาย ซึ่งอย่างที่ว่าแต่แรกคือไม่ใช่การให้เงินครั้งแรก ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็นกัน

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นแต่เพียงจินตนาการของผมโดยมีประสพการณ์เป็นพื้นฐานเท่านั้น ผมไม่รับผิดชอบข้อความที่ปรากฎนี้ทั้งสิ้น ไม่ทราบว่าเรื่องจริงๆแล้วเป็นอย่างไร อิ๊ๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผ่านมา

ไม่น่าเชื่อคนเป็นทนาย ที่เชี่ยวชาญกฎหมาย จะทำอย่างนั้นโดยไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ดูไม่แนบเนียนเลย
ที่ได้ข่าว ทนายกลุ่มนี้ได้รับค่าจ้างจากกลุ่มบุคคลที่ก่อกวนบ้านเมืองขณะนี้ หลายสิบล้านให้ทำแบบไม่แนบเนียน เพื่อให้เป็นข่าวดิสเครดิสใครบางคน หวังตอกย้ำความน่าเชื่อถือว่ากระทำผิดกฎหมาย

คนไทยแท้ๆ

คุณ ค.15,16 ฯลฯ
คุณอย่าใช้จินตนาการจนฟุ้งซ่านไปเลย สำหรับคนที่พอจะมีสติอยู่บ้าง วินาทีที่ คุณพงศ์เทพออกมาบอกว่าเป็นเรื่องตลก ไม่มีใครโง่นำเงินไปแจกที่ศาลหรอก หางก็โผล่แล้ว ในฐานะที่คุณพงศืเทพเคยอยู่ศาลมาก่อน ควรจะพูดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทำความเสื่อมเสียให้ศาลร้ายแรง ต้องสืบสวนให้ถึงที่สุด ทำความจริงให้กระจ่าง ไม่ใช่บอกปัดๆเหมือนจะรู้อยู่ว่านายตัวเองเป็นคนทำ มันน่าแปลกอยู่นะ ว่าไม๊ สำหรับคุณ คห 25 ปัญหานี้แก้ง่ายมาก แล้วมันก็ไม่ได้อยู่ในสายเลือดคนไทยด้วย (ยกเว้นพวกกายเป็นไทยใจเป็นทาส) คุณแค่เปิดหูเปิดตาคุณให้กว้าง ทิ้งอคติทั้งปวง มองทักษิณให้ทะลุ มองจนไม่สนแล้วว่าคนๆนี้เป็นใคร ชื่อแซ่อะไร แต่มองให้เห็นพฤติกรรมของเขา สิ่งที่เขาทำกับชาติของเรา ล้างสมองเราให้บูชาเงินเป็นพระเจ้า ทำลายค่านิยมที่ดีงามของเรา ความยุติธรรม จริยธรรม ความเมตตา แล้วคุณก็หยุดเชื่อเขากลับมาเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนไทยที่แท้จริง คิดเอง ตัดสินใจเอง คุณรู้อยู่แล้วว่าอะไรคือความดีงาม อะไรคือความเลว อย่ายอมจำนน การพยายามทำลายความยุติธรรมนั้นถูกหรือผิด คุณรู้ คุณตัดสินใจ คุณจะสนับสนุนคนอย่างนั้นอีกต่อไปหรือไม่ เชิญ

ขี้สงสัย

ไม่สงสัยเลยว่าทำไมตอนท่านอดีตผู้นำอยู่ในตำแหน่ง กระบวนการยุติธรรมถึงเอียงกะเท่เร่
ช่วยสืบต่อด้วยนะครับว่าเงินนี้ท่านทนายได้แต่ไดมา เพราะไม่ใช่น้อยๆเลยนะครับ
แล้วก็ผมอยากให้ศาลทุกชั้นช่วยตรวจสอบอัยการหน่อย เห็นมีชาวบ่นว่าชอบเรียกรับเงินถ้าไม่อยากให้สั่งฟ้อง อันนี้จิงไม่จิงก็ไม่รู้แค่ได้ยินชาวบ้านเขาพูดกัน

น้อย

สมาน ศรีงามพรามณ์จอมเวทย์
รู้ถึงเหตุชวนเศร้า"เขาพระวิหาร"
จึงใช้แผน"ธรรมญาตรา" วิชามาร
เป็นหลักการสานส่วน"รวมมวลชน"

รวมมวลชนคนไทย"ใจคลั่งชาติ"
ใช้หลัก"ศาสนา.... " หาเหตุผล
เป็น"หลักเหนี่ยวใจมหา.. ประชาชน"
เป็นเกมกลร่วม"พันธมิตร".. ขวืด "รัฐบาล"

พระมหาบุญเถิง... วัดตะล่อม
จึงถืงยอมลมปากร้าย..."นายสมาน"
เดินนำหน้า"ธรรมยาตราสามานยฺ"
"เขาพระวิหาร".. เป้าหมายเหตุแย่งเขคแดน

ฝ่าย"พรรคประชาบอกปัด"
รุกอัด"รัฐ" อภิปรายขยายแผน
โค่นให้ล้มแล้วรุมเหบียบเข้าเสียบแทน
นี่แหละแผน"อามาตยาฯ... " บัญชาการ

ฯลฯ

ความจริงไม่ตาย

จะฟังและเชื่อความจริงจากนายกทักษิณ ที่ยังน่าเชื่ออยู่เท่านั้น

แมงป่อง

หวังว่าจะดิสเครดิตท่านทักษิณ แต่ผมว่า ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม คนที่เกลียดก็เกลียต่อไป คนที่รักก็รักต่อไป ต่างฝ่ายก็ต่างตั้งอยู่ในที่มั่น แต่ที่ต่างกันก็คือ
1. ฝ่ายรักทักษิณมีมากกว่า ส่งผลให้ พปช.ชนะเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาล
2. ฝ่ายเกลียดทักษิณมีน้อยกว่า ได้ผนึกกำลังกันเป็น ปชป.กีบพันธมาร ทำการต่อต้านการถืออำนาจรัฐของฝ่ายที่ 1.
3. การกระทำของฝ่ายที่ 2. คือการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในระบอบประชาธิปไตย โดยหาข้ออ้างสารพัด จริงบ้างเท็จบ้าง ที่สำคัญคือ พยายามสถาปนาระบอบใหม่ที่ห่างจากความเป็นประชาธิปไตยไปทุกทีเพื่อให้ตัวเองจะได้กุมอำนาจรัฐ
4. สืบเนื่องจากข้อ 3. พันธมาร+ปชป. เลือกใช้ยุทธวิธี "บีบรัดสังคมเพื่อทำให้เกิดความไม่สงบสุข หวาดระแวงและถูกยั่วยุให้ใช้ความรุนแรง"
5. ฝ่ายที่ 1. ยึดมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้ แม้จะถูกยั่วยุและท้าทายอย่างรุนแรง
6. ฝ่ายที่ 2. เชื่อมั่นในยุทธวิธีของตัวเอง แต่ไม่เคยชนะอย่างแท้จริง ในอนาคตอาจจะเสียมวลชนได้
7. ฝ่ายที่ 2. ได้รับการสนับสนุนในส่วนที่เรียกว่า "สิ่งเหนือความคาดหมาย" อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ศึกนี้มีความยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหน

ddd

ถึง คห.15 - 16
นี่ขนาดศาลตัดสินแล้วคุณยังบอกสร้างภาพ จัดฉากอีก เวรจริง ๆ ครับ
ทำไมไม่เคารพคำตัดสินของศาลล่ะ ชอบนักมิใช่รึครับ ไอ้การเคารพกติกาเนี่ย แล้วทีเรื่องนี้นี้บอกจัดฉาก เฮ้อ กะโหลกหนาเกินมนุษย์จริง ๆ

นายธนู

ตอบความเห็น 26
"คำพิพากษาเรายอมรับ แต่สงสัย ทำไมลงโทษเพียงทนาย (โทษฐานทำตัวไม่เรียบร้อย/ละเมิดอำนาจศาล) เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่ขยายผลไปถึงผู้บงการ โดยเฉพาะเจ้าของเงิน เจตนาของเจ้าของเงิน เพราะเชื่อว่าทนายจะต้องได้รับคำสั่งหรือได้รับแรงจูงใจจากเจ้าของเงินให้ทำเช่นนั้น"
ก็เพราะกฎหมายเรือ่งละเมิดอำนาจศาลมีจุดหมายจะลงโทษเฉพาะคนที่ทำตัวไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล
ส่วน "ส่วนความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงานนั้น ให้นายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหาคดีนี้ ไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป" ทางศาลจะไปแจ้งความดำเนินคดีเป็นอีกคดีหนึ่งถึงตอนนั้นจะมีการสืบหาไปถึงผู้จ้างวานด้วยครับ
เป็นกฎหมายคนละฉบับครับ

รอดู

คงต้องรอให้ประวัติศาสตร์..มันเป็นผู้ตอบ

สันติชน

ชีวิตคือการต่อสู้ หนังชีวิต ต้องดูกันยาว ๆ จุดจบของหนังบางเรื่อง อย่างหนังแนวสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรม จบแบบหักมุมแบบว่าผู้ร้ายตัวจริงมาโผล่เอาตอนจบ โดยสรุปว่าคนสืบคดีคนทำคดีที่คิดว่าเป็นพระเอกนั้น กลับกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง หลังจากปล่อยให้คนดูเดาไปต่างๆนาๆตลอดเรื่อง ทุกยุคทุกสมัยความต้องการอำนาจ และการต้องรักษาอำนาจเกียรติยศให้คงอยู่ ถ้าเป็นไปด้วยวิธีการที่ไม่ชอบธรรม ผิดทำนองคลองธรรมแล้ว บ้านเมืองย่อมปั่นป่วนวุ่นวายไปทุกครั้ง ถึงที่สุดต้องตัดสินกันด้วยสงคราม จึงจะหาข้อยุติได้

อาจารย์มหาลัย

ผมยังแคลงใจคดีนี้ เพราะยังมีความผิดปกติอยู่มาก ศาลไทยยังใจแคบชอบอ้างเรื่องท้าทายอำนาจศาลอยู่ร่ำไป คดีที่ตัดสินไปทันทีทันใดแปลว่ามีการเอาเงินมาวิ่งเต้นศาลใช่หรือไม่ แต่ผมว่าไม่ได้ตัดสินเรื่องนี้ เพราะถ้าตัดสินประเด็นนี้ได้รวดเร็วก็คงแปลกเหมือนกัน ศาลท่านชอบตัดสินแสดงอำนาจศาล แม้แต่ชูวิทย์ไปพูดจาเสียงดัง เอะอะตามไสตล์ ยังแทบจะติดคุก เรื่องนี้ก็คงทำนองเดียวกันจริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ทำให้ภาพลักษณ์ศาลเสียหาย ก็ถือว่าผิดร้ายแรงทันที นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่ามีเรื่องกับใคร

ดิเรก คับติ้ว

เห็นด้วยกับ คห.20 ห้ามละเมิดสานครับ โดยเฉพาะอดีตผู้พิพากษา ต้องถอนหมานยจับคับ แต่พลเอกวาสนา เพิ่มลาภ ไม่ทราบว่าศสักสีด้อยกว่าตรงไหนจึงได้รับการดูเอ็นไม่เท่ากัน คงต้องมีสักวันที่จะต้องปลดแอกอันนี้เสียที

เถร

ผมไม่เชื่อว่าคนฉลาดอย่างทักษิณจะใช้แผนตื้นๆ

ตุ๊ก ตุ๊ก

คห.32 และ36 ถูกใจจริงๆ
คห.ที่19(ชาวรากหญ้า) ที่ว่า ให้คนสงสัยอีกว่าเคยทำแบบนี้กับองค์กรอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ช่วยเหลือท่านทักษิณอันเป็นที่ "เคารพเทิดทูนบูชายิ่งกว่าบิดาของพวกเราชาวรากหญ้าแน่ๆ" พวกเราไม่ยอม ต้องออกไปประท้วงพวกพันธมิตร
ใช้อวัยวะส่วนใหนคิดนี้ ?
ศาลทั่นตัดสินแล้ว มีพยานหลักฐานครบ ยังมีอคติ งมงาย ไปวิจารณ์อีกเดี๋ยวก็ไปอยู่กับ
ทนายทักษิณ และเสี๋ยอู๊ด นะ จะ บอกให้

แมงป่อง

คห.37
ก็เพราะกฎหมายเรือ่งละเมิดอำนาจศาลมีจุดหมายจะลงโทษเฉพาะคนที่ทำตัวไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล
ส่วน "ส่วนความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงานนั้น ให้นายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหาคดีนี้ ไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป" ทางศาลจะไปแจ้งความดำเนินคดีเป็นอีกคดีหนึ่งถึงตอนนั้นจะมีการสืบหาไปถึงผู้จ้างวานด้วยครับ
เป็นกฎหมายคนละฉบับครับ
------------------------------------------------------------------------------------------
นั่นก็แสดงว่า ตอนนี้ทนายท่านทักษิณเพียงแค่ "ทำตัวไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล" เท่านั้น
ก็แค่นี้เอง ทำตื่นเต้นไปได้

แมงป่อง

ยอมรับคำพิพากษาครับ และก็ขอให้ ปชป.+พันธมาร ยอมรับคำตัดสินคดีเขาพระวิหารของศาลโลกด้วย...เกี่ยวกันไหม?
น่าจะเกี่ยวนะ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นศาลสถิตยุติธรรมเหมือนกัน ก็ต้องมีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน

suthee

อะไรๆมันแปลกๆอยู่นา เรื่องมันต้องมากกว่านั้น

คดีนี้ไม่เห็นมีอะไรต้องทำอย่างนั้น และกล้องวีดีโอก็ดันทะลึ่งปิดอีก

ดูนายตี๋ ศรีสุวรรณนั่นซิ กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรคนก็ตายไปแล้วอย่างน้อย 3 คน

อะไรๆก็เกิดได้ในประเทศนี้

หากทำจริงก็โง่สุดๆ

อ้อเรื่องติดสินบนศาลนี่ ได้ยินบ่อยๆๆ

คนไทยแท้ๆ

ที่จริงใครถูกใครผิด ก็เห็นชัดเจนแล้ว อย่าอคติกันอยู่เลย
ปล่อยวางทิฐิ ยอมเสียหน้า เสียใจ เสียดาย เสียความมั่นใจในตัวเอง ฯลฯ
เสียอะไรที่มันเป็นของเราก็ช่างมันเถอะ
ยอมรับความจริง อย่าสนับสนุนคนเลว แล้วเรา......จะไม่เสียชาติเกิด

อ่านเต็ม ๆ กันยัง

ไปนั่งอ่านคำพิพากษา 21 หน้ามาเต็ม ๆ ผมกลับเห็นว่า คำให้การจำเลยฟังขึ้นนะครับ

ลองนึกว่าตัวเองอยู่ในสภาพจำเลย แล้วลองคิดดูว่า ถ้าเค้าให้ผิดถุงจริง ๆ ล่ะ ผมก็ว่าผมคงทำแบบที่จำเลยทำอ่ะครับ เค้าไม่รับก็เอาคืนไม่บ่นอะไร เวลาจะให้ก็ต้องให้ถูกคนเดินดุ่ม ๆ เอาขนมไปให้คนที่ธุรการแล้วจะได้อะไร ผมดูแล้วศาลไม่มีหลักฐานมาหักล้างข้ออ้างของจำเลยอ่ะครับ (จริง ๆ แล้วผมอยากเห็นรูปถุงทั้งสอง) คำให้การจำเลยแม้แต่น้อยอ่ะครับ

ไปอ่านดูเองครับ
http://www.matichon.co.th/flvmovie/Document/2million.pdf

คนไทยแท้ๆ

ใครก็ตามที่เชียร์ทักษิณโดยบริสุทธิ์ใจ ก็คือคนไทย เพราะคนไทย ซื่อสัตย์ รักใครรักจริง ไม่ยอมเปลี่ยนใจง่ายๆ เมื่อโดนล้างสมอง สร้างภาพ มอมเมา บ่อยๆเข้า ก็ต้องหลงเชื่อเป็นธรรมดา แต่เมื่อ มีเหตุให้ระแวงสงสัย ก็ต้องระวังหมั่นคิด หมั่นใคร่ครวญ คำนึงถึงชาติเราเป็นหลัก อย่ายอมโง่ให้ใคร เราเป็นคนไทย นอกจากจะซื่อแล้ว ต้องไม่โง่ด้วย เราไม่ยอมเอาความยุติธรรมทั้งระบบ ไปแลกกับคนๆเดียว ถ้าขืนเราคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ต่อไป เราก็อย่าไปรำร้องหาความยุติธรรมอีกเลย

คนผิดต้องรับโทษ

แน่นอนผมชอบแนวนโยบายทักษิณ แต่กรณีนี้ถูกผิดแล้วแต่ศาลเป็นผู้พิจารณา แต่จะกล่าวหาว่า ทักษิณเป็นคนสั่งการก็ดูจะมั่วมาก คุณไปกินอยู่หลับนอนหรือ..กับเขามาเหรอ ถึงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งและถ่องแท้ว่า เป็นแผนของทักษิณ อย่าได้สักแต่ด่าเขาว่าเหลี่ยมชั่ว โดยไม่ใช้สมองใตร่ตรอง เห็นด้วยและเป็นเรื่องที่สมควรที่คนผิดจะต้องถูกลงโทษ แต่ทักษิณถูกศาลยุติธรรมตัดสินลงโทษแล้วหรือยังว่าผิดอะไร โทษเป็นอย่างไร เอาหลักฐานมาแสดง ถ้าเป็นความจริงแล้วจึงด่าเขาอย่างนี้ผมเห็นด้วยและจะเลิกนิยมทักษิษ อย่ามั่วแต่อ่านหนังสือพิมพ์ 2-3 ฉบับหรือมีคนบอกหรือเชื่อได้วา แล้วก็เข้าใจว่า รู้แจ้ง ถ้าเป็นอย่างนีเขาเรียกกันว่า ปัญญาอ่อนครับ

น้ำ

ไม่เชื่อว่าทักษิณจะใช้วิธีตื้นๆ แบบนี้ อยากให้สืบต่อว่าใครคือผู้บงการตัวจริง ไม่ใช่จบเร็วแบบนี้ เหมือนจงใจไม่ให้สืบต่อ

ddd

ลองคิดเล่นนะครับ
จะมีมนุษย์บ้าที่ไหนนำเงิน 2 ล้านบาทใส่ถุง ที่ รูปพรรณสันฐานเหมือนถุงขนมบ้าง
และเงิน 2 ล้าน นี่หนักกว่าขนมแน่นอนครับ ตอนหยิบถุงก็ทราบได้ครับ

ถ้าจะให้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคิดอะไรครับ ศาลตัดสิน ผิดเข้าคุก อยากพิสูจน์ตัวเองทำตามกระบวนการขั้นตอน จบครับ

พงษ์

"วันเดียวกัน นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ได้โทรศัพท์มาหาผู้สื่อข่าวมติชน ชี้แจงถึงกระแสข่าวการนำเงิน 2 ล้านบาทใส่กล่องขนมไปให้กับเจ้าหน้าที่ศาลฎีกา ซึ่งตรงกับวันที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ต้องไปรายงานตัวต่อศาลในคดีดังกล่าวว่า เป็นทนายความมากว่า 30 ปี ยืนยันได้ว่าไม่ได้กระทำตามที่เป็นข่าวออกมาอย่างแน่นอน แค่คิดก็ยังไม่กล้าคิดที่จะทำแบบนั้นเลย และคดีที่ดินรัชดาฯที่ตนรับผิดชอบอยู่นั้น เนื้อหาของคดีแล้ว คณะทนายความที่ร่วมดูแลเรื่องนี้อยู่มั่นใจว่าจะสามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ทุกข้อ เพราะมั่นใจในพยานหลักฐานที่ได้เตรียมเอาไว้....."

"...เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าทำเรื่องแบบนี้ ถ้าคิดที่จะทำมิดีมิร้ายกับศาลผมว่ามันเป็นเรื่องที่สิ้นคิด''

"...ในวันที่ 10 มิ.ย. ผมและคณะทนายความได้รับมอบหมายจาก พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ให้ไปยื่นคำร้องเพื่อรายงานตัวต่อศาลฎีกาตามคำสั่งศาลหลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ ทางทีมทนายได้ใช้เวลานานไม่เกิน 30 นาที

“ผมยืนยันว่าไม่

พงษ์

“ผมยืนยันว่าไม่มีใครในทีมทนายนำกล่องขนมติดตัวหรือไปมอบให้เจ้าหน้าที่จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น แค่คิดผมยังไม่คิดเลย เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปคดีได้ ที่ผ่านมาทีมทนายความก็ได้ประเมินว่าคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกล่าวหาจาก คตส. มาถึงชั้นศาลเรามั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้และเชื่อมั่นว่าองค์คณะผู้พิพากษาจะให้โอกาสแก่จำเลยในการสู้คดีโจทก์ได้อย่างเต็มที่”

(คำกล่าวนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานในคดีซื้อที่รัชดาฯ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.)

"...การนำเงินใส่กล่องขนมไปให้ศาลถือเป็นเรื่องตลก และเป็นไปไม่ได้ เพราะคงไม่มีใครนำเงินมากถึง 2 ล้านไปให้ระดับเจ้าหน้าที่ของศาล ซึ่งไม่มีความสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงรูปคดีได้ พร้อมยืนยัน ทีมทนายของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่คิดที่จะทำแบบนี้ คนบ้าเท่านั้นที่จะทำ"

(คำสัมภาษณ์นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.)

ddd

ประชาไท ประชาไท ประชาไท
เป็นกลาง เป็นกลาง เป็นกลาง
ชุวัส ชูวัส ชูวัส
ใจ ใจ ใจ ใจ ใจ
จีนปนอังกฤษ ๆ ๆ ๆ
จอน จอน จอน จอน
คอมมิวนิส ซ้าย ซ้าย ซ้าย
จอร์จ โซรอส ๆ ๆ ๆ ๆ
เป็นกลาง เป็นกลาง เป็นกลาง

ไม่เชื่อ

เราไม่เชื่อว่าท่านทักษิณฯจะใช้วิธีตายน้ำตื้นเช่นนี้ ต้องมีการกลั่นแกล้งทำให้ท่านเสียชื่อเสียคะแนนนิยม เราเชื่อว่าระดับท่านทักษิณไม่ทำอะไรที่โง่ๆ แบบนี้แน่น ต้องมีบางอย่างแอบแฝงแน่นอน ถึงอย่างไรเราก็ยังมีความภูมิใจที่ครั้งหนึ่งประเทศไทยมีความรุ่งเรื่องสถาพรบ้านเมืองและประชาชนมีสง่าราศรีตามท่านอดีตนายกทักษิณ มันเป็นความภูมิใจที่เราสามารถมีผู้นำที่ขึ้นมายินเด่นเป็นสง่าแข่งขันกับประเทศที่พัฒนาไปไกลกว่าเรามากอย่างไม่น่าอับอายเหมือนสมัยก่อนๆ อยากให้มีวันนั่นอีก พวกเราขอเอาใจช่วยให้ท่านทักษิณจนก้าวพ้นเวรภัยและอุปสรรคฝากหนามพ้นภัยพิบัติทั้งปวงด้วยเถิด ขอให้คุณงามความดีของท่านจงปกปักรักษาและคุ้มครองตัวท่านและครอบครัวดว้ย ขอให้มีแต่คนรักใคร่เมตตาท่านด้วยเถิด

คนผ่านมา

ตอบ คุณ คห. 58

ดูๆ แล้ว ทนายคุณทักษิณคงใช้เงินส่วนตัวแกมาติดสินบนอ่ะครับ 55..

อยากแนะนำนิดนึงครับ ว่าการใช้วิจารณญาณในเรื่องอะไรควรมองข้อเท็จจริงประกอบไปด้วยเสมอ พร้อมแยกแยะในเรื่องต่างๆ

ส่วนตัวผมชื่นชมคุณทักษิณในหลายเรื่อง ยกเว้นในเรื่องของประเด็นการหาผลประโยชน์(ทับซ้อน) ซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา และคิดว่าคุณเองคงทราบดี มาในกรณีแบบนี้ ถามส่วนตัวจริงๆ คุณยังเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งเหรอครับ?

pop

นึกๆแล้วอะไรมันจะหน่อมแน้ม ขนาดนั้นค่ะคุณ
เอาเงินใส่กล่องขนม แล้วยื่นกันให้โต้งๆ เนี่ยะอะนะ

คนไทยแท้ๆ

คุณ คห 58,52 ตรงกันข้ามครับ สมัยที่ท่านทักสิน เป็นนายก เป็นช่วงเวลาที่น่าอับอายที่สุดในประวัติศาสประชาธิปไตยไทย การซื้อสิทธิขายเสียงแบบโจ๋งครึ่ม ซึ่งรายละเอียดบางส่วนนำไปสู่การที่ศาลต้องสั่งยุบพรรค การคอรัปชั่นเชิงนโยบาย การทำให้ประชาชนอ่อนแอโดยนโยบายประชานิยม ประเทศมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น การวางระเบิด ก่อการร้าย แบ่งแยกดินแดน ฆ่าตัดตอน ขายทรัพสินของชาติให้ต่างชาติผ่านการสัมปทานโดยอำนาจรัฐ การผูกขาดสื่อมวลชนผ่านงบประชาสัมพันธ์รัฐเพื่อประโยชน์คะแนนนิยมส่วนตัว การเป็นผู้นำของชาติแต่มีอคติลำเอียงในการจัดสรรงบประมาณรัฐและประกาศอย่างโจ่งแจ้ง นำมาซึ่งความแตกแยก การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม (กรณีถุงขนมนี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ กกต เก่าศาลสั่งติดคุกไปแล้ว) คุณไม่จำเป็นต้องไปนอนเฝ้าถึงเตียงหรอกครับ ใช้ความหวังดีต่อชาติให้มากหน่อย เห็นแก่ตัวให้น้อยลง ถึงปัญญาอ่อนก็ไม่ยอมขายชาติหรอกครับ

ไม่เชื่อแน่น

เรื่องนี้เห็นได้ว่า ต้องมีการตกลงกันแล้วว่าจะเอาไปให้ และผู้ให้กับผู้รับต้องรู้ด้วยว่ายินดีรับ เพียงแต่ว่าอาจโดนหักหลัง เป็นถึงทนายไม่น่าที่จะอ่อนแบบนี้ หรือยอมเสียสละเพื่อเงินกองโตที่แลกับ6เดือนในคุกและความชอบธรรมเรื่องที่ดินรัชดา ถึงแม้ว่าจะเสียอนาคตทนายก็ตามต้องดูนต่อไป จะว่าไปแล้วเรื่องแบบนี้ถ้าจะเป็นคุณทักษิณไม่มีความจำเป็นที่จะทำอะไรบ้าๆแบบนี้

คนใต้เกลียดเปรม

คุณ คคห. 58
คนที่มีสติฟังก็จะรู้ว่าควรเชื่อใคร
ไม่ควรเชื่อใคร ฟังด้วยเหตุผล
ไม่ใช่หอนเห่าเป็นทอดๆตามๆกันมาแบบพวกหมาข้างถนน

คนใต้เกลียดเปรม

ว้ายโทษทีพิมพ์ผิด ต้องคุณคนไทยแท้ๆ คคห.61

คนที่มีสติฟังก็จะรู้ว่าควรเชื่อใคร
ไม่ควรเชื่อใคร ฟังด้วยเหตุผล
ไม่ใช่หอนเห่าเป็นทอดๆตามๆกันมาแบบพวกหมาข้างถนน

m

somethingwrong...too

คนไทยแท้ๆ

เห็นด้วย กรุณามีสติหน่อยนะครับ เดี่ยวพิมพ์ผิด

คนผิดต้องรับโทษ

ความเห็น 61 ที่คุณกล่าวหาว่า คนอื่นขายชาตินั้น ช่างน่าอายนัก อย่าสักแต่ว่าพูดโดยไม่คิด คุณกลับไปดูประโยคที่ผมเขียนก่อนซึ่งมีความหมายว่า ใครผิดจะต้องได้รับการลงโทษ ผมไม่เข้าข้างคนผิด แต่อยากถามคุณหน่อยว่า คุณเอามาตรอะไรมาวัดว่า คุณรักชาติมากกว่าคนอื่น ถ้าคุณคิดว่า ขายทรัพสินของชาติให้ต่างชาติเป็นการขายชาตินั้น ผมไม่กล่าวหาคุณว่าคุณคิดผิด แต่ผมไม่เห็นด้วย ไม่งั้นทำไมคุณไม่ไปต่อต้านการขายธนาคารไทยธนาคาร ซึ่งกองทุนฯเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อยากถามว่า การรถไฟควรแปรรูปไหม รวมถึงการไฟฟ้าควรถูกแปรรูปด้วยราคาขายที่ยุติธรรมกับประชาชนคนไทยซึ่งเป็นเจ้าที่แท้จริง ไม่ใช่พนักงานในองค์กรเหล่านี้ ซึ่งถ้าทำได้จะทำให้คุณได้บริการที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกขู่ตัดไฟตัดน้ำ ไม่ใช่แต่พึ่งพาการอุดหนุนจากรัฐซึ่งเก็บภาษีไปจากผมในอัตรา 30% และสุดท้ายอยากถามว่า คุณเห็นด้วยกับผมไหมว่า ปัจจุบันข้าราชการทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

ผ่านมา

ต่อสู้ข้างถนนก้บอกว่าเป็นกุ๊ย ต้องต่อสู้ในสภาถึงจะถูกต้อง พอเปิดสภาวันแรกนั่งเฝ้าดูการอภิปรายในสภาอันทรงเกียรติ(สสเขาพูดกันประจำ)ทำไมเสียงโห่ฮายังกะสนามมวยตีไก่กัดปลาโดยเฉพาะฝั่งเสียงข้างมาก นายกและรมต.ที่ตอบการซักฟอกก็พูดแบบดูถูกประชาชนเหมือนประชาชนทุกคนงี่เง่าเต่าตุ่น แล้วจะไม่ให้เขาสู้นอกสภาได้ยังไง

กองทัพภาค 3

มองที่ต้นเรื่อง คือ คดีซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก
ฟ้องในเรื่องคุณสมบัติของผู้ประมูล กับว่ารัฐเสียหายหรือไม่นั่น

มันแทบไม่มีน้ำหนักอะไรให้ต้องมาติดสินบนเลย
มันแปลกตรงนี้แหล่ะ....

อืมม์.... รู้แต่คนให้เงินโง่บัดซบ คือ เอาเงินไปให้ถึงศาล ให้เงินถึงที่
ไม่มีข้อมูลผู้รับมากพอ ไม่มีชั้นเชิง ไม่มีลีลา ง่ายๆ สั้นๆ ผิดเห็นๆ ก็ยังทำ
อู้ย.... บริษัทรับเหมาบ้านนอกยังทำเนียนกว่าเลย

พล๊อตเรื่อง หลวม โพรก

ทำไปเพื่ออะไร

เจ้าหน้าที่ ตรงนั้น ให้ คุณให้โทษ ได้หรือ

ไม่ริบเงินของกลางทันที หลักฐานสำคัญ

ตรวจพบสินบน ต้องเรียก ตำรวจจับทันที

กล้องวงจรปิดเสีย .......!!!

ThuRed

ช่วยกันดูคำพิพากษาของศาล
http://www.supremecourt.or.th/webportal/supremecourt/admin/news/files/June_25_2008_5_47_44db7e7b4b4f148cb60e35bc8f0defa6.pdf

ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาล (มิใช่ศาล) โดยมอบให้ มล.ฐืตืพงศ์ ชมพูนุท นิติกร 5 เพื่อแบ่งกันในแผนก เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตาม ป.วิแพ่ง ม.31(1) ลงโทษจำคุก 6 เดือน ตาม ม.33 วรรค 2
ผมเชื่อว่ามีพฤติกรรมดังที่ศาลวินิจฉัยจริง แต่มีข้อสังเกตว่า
1. การติดสินบน จนท.ศาล ไม่มีผลต่อคดี เป็นเพียงการซื้อความสะดวกในการทำงานของทนาย ซื้อความสะดวกโดยการเอาเงินฟาดหัวกัน 2 ล้าน โจ่งแจ้งแบบนี้ มีแต่คนวิกลจริตเท่านั้นทำกัน
2 เงิน 2 ล้านบาท เป็นเงินจำนวนมากมายมหาศาลสำหรับ จนท.ทั้งแผนก แม้การให้สำเร็จ มีการแอบรับแอบแบ่งกันจริง เรื่องก็ไม่มีทางเป็นความลับ ศาลสามารถสืบสาวเอาความจริงได้อย่างแน่นอน ผู้ให้หากบังเอิญจะหลุดรอดความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล แต่ก็ไม่พ้นมลทิน ต้องถูกเพ่งเลง ซึ่งย่อมเกิดความยุ่งยากในการทำงาน ผิดวัตถุที่ประสงค์ในการซื้อ
3 ถ้าทักษิณทำก็คง โง่+บ้า

อโญธยา

ผมเป็นวิศวกร ทำงานอยู่ภาคใต้หลายปี มีเพื่อนสนิทและลูกน้องคนใต้มากมาย ผมบอกคุณได้เลยว่า ถ้าทนายที่ถูกติดสินคดีติดสินบนสองล้าน ถ้ามีคนใต้เป็นคนใดคนหนึ่ง คนนั้นแหละเป็นคนสร้างปัญหา ถ้าเขาไม่ช่วยคนใต้ เขาจะกลับไปบ้านไม่ได้ ถ้าคุณไม่ลืมมีนักร้องดังคนหนึ่งไปขึ้นอีกเวที โดนคนใต้ปาหัว ยังไม่รู้ว่ากลับบ้านได้หรือยัง มีสุภาษิตอยุธยาว่าไว้ ถ้ามีคนไต้มากกว่าหนึ่งคนจะเกิดปัญหาทันที แม้ผมทำงานมาก็เจอปัญหามาหลายหลายครั้ง ถ้าผมเป็นทักษิณคงโง่มากๆ ไม่ควรมีเงินและประสพความสำเร็จขนาดนี้ คนที่มีปัญหารับสินนคือทนายคนนั้น

คนไทยแท้ๆ

ค. 67
ผมไม่ได้คิดว่าคุณขายชาติ ผมไม่ได้ว่าคนอื่นด้วย ผมหมายถึงเขาและคณะ คำว่าขายชาติ กรณีเขาพระวิหารจะเป็นตัวอย่าง ถึงจะไม่ได้เกี่ยวโดยตรงแต่ก็มีความสัมพันธ์ของตัวบุคคลเกี่ยวโยง แต่ผมไม่ได้เขียนลงไป ความผิดพลาดของเขามันเยอะผมคิดว่าคงจะเขียนได้ไม่หมดหรอก เอาเป็นโดยรวมๆก็แล้วกัน แต่ก็ต้องขอโทษ ที่ทำให้คุณเข้าใจผิด.
ผมรักชาติแต่คงไม่มากไปกว่าคุณ อย่าเพิ่งสรุปว่าผมรักชาติมากกว่าคนอื่น เอาเป็นว่าผมรักชาติเท่าคนไทยคนหนึ่ง ก็แล้วกัน เพียงแต่วิธีรักชาติของผม ไม่เหมือนของคุณเท่านั้นเอง
การขายหุ้นและรัฐวิสาหกิจ มีความซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายตรงนี้ แต่ดูง่ายๆ ที่ฟิลิปปินส์หลังจากแปรรูป ไฟฟ้าในเมโทรมนิลา ดับเป็นประจำ เพราะต้องการสร้างสถานะการณ์ขึ้นราคา และหุ้น ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในมือประชาชนแต่อยู่ในมือไม่กี่ตระกูล ดู ปตท ของเราเป็นตัวอย่าง ผมไม่อยากกล่าวหาว่านำมันแพงกว่าที่ควรเพราะอะไร แต่ให้ดูจำนวนหุ้นซิว่าใครถือครอง
สำหรับระบบราชการ ผมเองอยู่ในระบบราชการ และเพราะผมเห็นความเหลวแหลกมากขึ้นทุกวัน โดยที่ผมรู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร นั่นเป็นเหตุที่ผมต้องทำอะไรบางอย่าง อย่างเช่น การแสดงความเห็นนี้

มนู

หึ...หึ...หึ....ทักษิณไม่โง่ ไม่บ้า หรอก แต่วิธีการมันเคยได้ผล ก็ตอนคดีซุกหุ้นไง...
งานนั้นจ่ายกันเป็นหลักร้อยล้าน ไม่เชื่อลองตรวจสอบกันดูว่ามีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านใด ที่ลูกชายร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่มีเหตุผล (หรือว่าถูกรางวัลที่ 1 สิบใบก็ไม่รู้นะ)
ก็ลองไล่รายชื่อตุลาการชุดนั้นดูนะครับ

ThuRed

ทักษิณ มาได้ถึงขนาดนี้ ไม่ติดสินบนไม่มีทาง
นายห้าง อมตนคร บอกเลยว่า นักธุรกิจบ้านเราไม่ติดสินบนก็อยู่ไม่ได้
ทักษิณ บรรหาร เสนาะ เติบโตมาจากระบบอุปถัมภ์ ซึ่งอาศัยอาการทิพย์คือ สินบน สินน้ำใจ

แต่ ถ้าเขาทำเรื่องนี้ ก็คง โง่+บ้า และไม่มีทางมาถึงวันนี้

คดีซุกหุ้น ผมก็เชื่อว่ามีการติดสินบน
แต่เรื่องนี้ มันเป็นชอบกล เกินกว่าจะสรุป แบบนั้น จริง ๆ

ดช. เฟียม

FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF

" สิ่ ง ที่ เ ห็ น อ า จ ไ ม่ ใ ช่ สิ่ ง ที่ เ ป็ น ! " ....................

" ภาพยนตร์เรื่อง ชาลี แองเจล นั้น เรื่องราวระหว่างการถ่ายทำ สนุกกว่าภาพยนตร์ที่ถ่ายทำเสร็จแล้วออกฉายเสียอีก "...............

" สิ่ ง ที่ เ ป็ น อ า จ ไ ม่ ใ ช่ สิ่ ง ที่ เ ห็ น ! ".....................

FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF

คนไทยแท้ๆ

ค67 ต่อ
แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับคุณ ในกรณีที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าทักษิณเป็นคนที่น่าไว้ใจหรือมอบประเทศนี้ให้เขาดูแลได้หรือไม่ สำหรับผม มันชัดเจน สำหรับคุณต้องการมากกว่านี้ มันเรื่องของคุณ คุณอาจจะถูก อาจจะ. แต่สำหรับคนที่เห็นแล้ว รู้แล้ว มั่นใจแล้ว แต่ยังคงสนับสนุนไม่ว่าด้วย อคติ ผลประโยชน์ ล้างแค้น ฯลฯ อะไรก็ตาม ผมถือว่าขายชาติ

กำปงจาม

คนไทยคนที่ 2 อยู่หนายยยยย เข้ามาโชว์โง่หน่อยเร้ว...

ปกติชอบโชว์ทุกทู้ไม่ใช่เหรอ...ตัวเอง

ผิดหวัง

เป็นกำลังใจให้คุณ คนไทยแท้ ๆ ค่ะ

ใครอยากคิดอย่างไรก็คิดไปเถิด
ใครอยากพูดอย่างไรก็พูดไปเถิด
เราไม่ได้เชื่อสิ่งที่ท่านพูดอยู่แล้ว
กาลามสูตรของพระพุทธเจ้าเรายังยึดไว้ประจำใจเสมอ

คำถามสุดท้าย ทำไมระบอบทักษิณจึงถูกต่อต้าน
คำตอบสุดท้าย เพราะทำลายความชอบธรรมของระบบตรวจสอบทุกระบบ
วันนี้ มีความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของศาล
โชคยังดี ที่ศาลไม่เหมือนกันทุกศาล

ในตอนที่เริ่มเป็นนายกฯ แม้ท่านจะติดคดี เราเอง ก็ยังเชียร์ท่านสุดตัว เพราะคิดว่าท่านไม่จงใจ และเราอยากให้ท่านมีโอกาสได้ทำงานเหมือนที่ท่านได้บอกว่า ท่านตั้งปณิธานไว้
เราเลือกพรรคของท่าน ครอบครัวเรา ญาติพี่น้องเราทั้งหมด เลือกพรรคของท่าน

แล้วท่านรู้ไหม ทำไมเราถึงไม่ชอบท่านอีก
ก็ ศรัทธามาก แล้วผิดหวังมาก ก็เลยเกลียดมากไง เกลียดเพราะผิดหวัง

สุริยน

ขอเชิญ พี่น้องพันธมิตรภาคเหนือตอนบน ออกจากบ้านมาร่วมพบปะ และแลกเปลี่ยนข่าวสารบ้านเมือง กันวันอาทิตย์นี้ ตามกำหนดการด้านล่าง .... (หมายเหตุ ช่วยกันลงขันออกค่ากาแฟและของว่างคนละนิดหน่อย) ....

ผู้เชิญ สุริยันต์ ทองหนูเอียด และ ศ.เฉลิมพล แซมเพชร ผู้ประสานงานพันธมิตรเชียงใหม่

กำหนดการเวทีวิชาการ

เรื่อง"มองการเมืองประเทศไทย ผ่านสถานการณ์ปัจจุบัน"

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2551 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.30 น.

ณ ห้องนราวดี ชั้น 7 โรงแรมเชียงใหม่รัตนโกสินทร์
ถนนรัตนโกสินทร์ (เยื้องวัดป่าแพ่ง) ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่

วิทยากรโดย

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550

ดร.สุรัตน์ โหราชัยกุล
อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณสวิง ตันอุด
อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550

ดำเนินรายการโดย

คุณบัณรส บัวคลี่
ผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

ร่วมจัดโดย
สมาคมนักข่าวเชียงใหม่
สโมสรสื่อมวลชนภาคเหนือแห่งประเทศไทย
พันธมิตรเชียงใหม่และเครือข่ายองค์กรประชาชนภาคเหนือ
พันธมิตรเชียงใหม่

Darksingha

พึ่งรู้ว่ามันเอากันง่ายๆอย่างงี้เอง อิอิ เหมือนเด็กอนุบาลทำเลย แถมเป็นถุงขนมด้วย

แม้ว่าจริงหรือไม่ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่ามันมีทุกที่ ต่อจากนี้ไปเราต้องสงสัยพวกที่ชอบอ้างคุณธรรมด้วย ที่ไม่มีใครตรวจสอบด้วย คุณธรรมในระบอบประชาธิปไตยต้องมีการตรวจสอบ

ถึงเวลาที่กบต้องสามัคคีกันแล้วสร้างอำนาจที่เป็นของตนเองปราศจากการครอบงำจากนกกระสาแล้ว

สุริยน

ขอเชิญ พี่น้องพันธมิตรภาคเหนือตอนบน ออกจากบ้านมาร่วมพบปะ และแลกเปลี่ยนข่าวสารบ้านเมือง กันวันอาทิตย์นี้ ตามกำหนดการด้านล่าง .... (หมายเหตุ ช่วยกันลงขันออกค่ากาแฟและของว่างคนละนิดหน่อย) ....

ผู้เชิญ สุริยันต์ ทองหนูเอียด และ ศ.เฉลิมพล แซมเพชร ผู้ประสานงานพันธมิตรเชียงใหม่

กำหนดการเวทีวิชาการ

เรื่อง"มองการเมืองประเทศไทย ผ่านสถานการณ์ปัจจุบัน"

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2551 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.30 น.

ณ ห้องนราวดี ชั้น 7 โรงแรมเชียงใหม่รัตนโกสินทร์
ถนนรัตนโกสินทร์ (เยื้องวัดป่าแพ่ง) ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่

วิทยากรโดย

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550

ดร.สุรัตน์ โหราชัยกุล
อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณสวิง ตันอุด
อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550

ดำเนินรายการโดย

คุณบัณรส บัวคลี่
ผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

ร่วมจัดโดย
สมาคมนักข่าวเชียงใหม่
สโมสรสื่อมวลชนภาคเหนือแห่งประเทศไทย
พันธมิตรเชียงใหม่และเครือข่ายองค์กรประชาชนภาคเหนือ
พันธมิตรเชียงใหม่

มาใหม่

แหม ข่าวนี้กลบข่าวร้อนๆ เรื่องเขาพระวิหารสนิทเลยนะ
เดินหมากตานี้ ไม่ธรรมดา นับถือๆ

คนไทยแท้ๆ

คุณ 77 ครับ
คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมเห็นคุณ "คนผิดฯ" เสียใจ โดยที่เข้าใจว่าผมว่า คนผิดฯ ขายชาติ ผมไปอ่านดูที่ผมเขียนก้เห็นว่าน่าจะเข้าใจผิด ที่จริงผมต้องการว่า คนขายชาติ คนนั้น แต่เนื้อที่มันใกล้หมดแล้วก็เลยเขียนมั่วๆไปหน่อย ซึ่งถ้าอ่านให้ดีๆ ก็ไม่ได้ชัดเจนว่า ผมว่าคุณคนผิดฯ เราคนไทยด้วยกัน รักชาติเหมือนกัน ขอโทษกัน มันจะตายหรือไง เราจะไปตะแบงหาตะบวยอะไร แล้วโง่นะผมไม่กลัวหรอก กับคนที่บริสุทธิใจ แต่ไอ้คนที่มอมเมาคนทั้งประเทศน่ะผมไม่ยอม สำหรับคุณ การทับถมคนอื่น ไม่ทำให้คุณดูฉลาดขึ้นหรอก แล้วคุณไม่ต้องมาขอโทษผมหรอก เรื่องเล็กน้อย.

บานละนะกู

เลวอย่างครบวงจร
เลวอย่างบูรณาการ

นายสัจจะ

ขอให้ผู้มีปัญญา มั่นคงในความยุติธรรมและรักความยุติธรรมโปรด ตั้งสติ พิจารณาต่อไปนี้ ๑, การติดสินบนดว้ยเงิน ๒ล้านบาทแก่ข้าราชการชั้นผู้น้อย ในเวลากลางวัน บนศาลในลักษณะเปิดเผยไม่สะทกสะท้าน เสมือนฝากขนมให้กันตามที่เขาต่อสู้อยู่เช่นนี้ เป็นการกระทำที่สิ้นคิด โง่เง่า และต้องเข้าตะรางแน่ๆ ท่านทั้งหลายไม่ เอะ ใจ เฉลียวใจบ้างเลยหรือครับ ๒, การกระทำบ้าบอดังกล่าว เป็นการผิดปรกติแน่นอน อาจเป็นได้ ๒ทางหรือไม่ว่า เป็นการหยิบกล่องผิดดังเขาต่อสู้หรือไม่ ข้อเท็จจริงทั้งปวงได้ปรากฏต่อศาลสมบูรณ็หรือไม่ สิ่งที่ปรากฏเหมือนเป็นเรื่องคนคุ้นเคยให้ของฝากกันตามที่คนไทยทำๆกัน มิเช่นนั้นเป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นแผนซ้อนแผนที่แยบยลเพื่อทำลายกัน?

ผมเชื่อว่า สักวันหนึ่งเร็วๆนี้ ความจริงจะเปิดเผย ต้องแจ้งความดำเนินคดีนำพยานหลักฐานมาแฉกันสู้กันให้หมดสิ้น ว่าแท้ที่จริงแล้วใครเลวใครชั่วกันแน่?? ปิดบังความจริงในสมัยนี้ไม่ได้หรอกครับ ใครชัวใครผิด ก็รับกรรมไป.

คนไทยแท้ๆ

คุณ 77 ครับ
ผมตาลาย อ่านคนไทยคนที่2 เป็นคนไทยแท้ๆ ขอโทษด้วยครับ

รักเกียรติ

สมัยคดีรักเกียรติ หนีการอ่านคำพิพากษา เพราะรู้คำตัดสินล่วงหน้าว่าตัวเองติดคุก รู้ได้อย่างไรล่ะ ก็วิธีเดียวกันนี่แหละ ให้เงินเจ้าหน้าที่เพื่อรู้สำนวนล่วงหน้า ทำไมคดีทักษิณจะทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าโง่หรือบ้า แต่ของมันเคยทำแล้วไม่เป็นไร คราวนี้ดันเป็นเรื่อง ก็แค่นั้นเอง ยังจะไปคิดว่ามีคนจัดฉาก คอยดูแล้วกันว่าคนที่ติดคุกออกมา ได้รับการเลี้ยงดูโดยทักษิณหรือไม่ ทักษิณไม่เคยทิ้งคนที่ช่วยเหลือตนเอง แล้วจะได้รู้ว่ามีใครจัดฉากหรือไม่ ยิ่้งเอาดองเมียมาเข้าคุกด้วย ฝ่ายตรงข้ามทักษิณนี่จัดฉากเก่งจังเนาะ พ้นหกเืดือนยังจัดฉากให้ทักษิณเลี้ยงดูต่อได้อีก ยอดจริงๆ

นิรนาม

อำนาจของชนชั้นปกครอง คือ ปีน
อำนาจของพ่อค้า คือ เงิน
อำนาจของประชาชน คือ การรวมพลัง
แล้วเราจะเอาอย่างไรกัน

คนไทยไม่ได้โง่

อ้างได้ฉลาดมากกกกก ถุงช็อกโกแลตปิดสก๊อตเทปใส ห่อเหมือนเงิน 2 ล้าน Oh my God! คิดว่าคนไทยเป็นอารายยยย แต่ก้อคิดได้เนอะ เอาเงิน 2 ล้านมาให้ กับคดี แหม เอากุ้งฝอยมาตกปลาวาฬเนอะ คดีของคุณน่ะจ่ายซัก 2 พันล้าน ยังน้อยไป

ศาลพระภูมิ

คนรักทักษิณก็ตะแบงไปเรื่อย ยอมรับเหอะน่าว่าเรื่องจริง ส่วนคนเกลียดทักษิณก็ยอมรับเหอะว่าความยุติธรรมไม่มีจริง อีกขั้วอำนาจหนึ่งใช้บารมีดึงสถาบันศาลไปเป็นพวก หลัง 19 ก.ย. ผู้พิพากษาออกมาเป็นรมต. ปลัดกระทรวง สนช. สสร. คตส. ดีเอสไอ ศาล รธน. ใครว่าเป็นกลาง เทปลับที่จักรภพแฉ ใครว่าไม่จริงบ้าง เขาเตรียมตุลาการภิวัฒน์ไว้ปราบทักษิณ เพราะผู้พิพากษาส่วนใหญ่เป็นพวกจารีตนิยม ชาตินิยม สถาบันนิยม คิดเหมือนพันธมิตร และจะเอาความคิดตัวเองมาตัดสินให้ทักษิณติดคุก

ทักษิณก็รู้ ถึงใช้เงินใช้อิทธิพลทางการเมืองทุกอย่างรวมทั้งพยายามแก้ รธน.

สรุปแล้วมันก็คือดำกินดำ หรือเทากินเทา ฝ่ายหนึ่งคิดว่าทำเพื่อความดี ทักษิณเลว ก็ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือโดยไม่คำนึงถึงความยุติธรรม อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีกฎหมายในมือ ก็ต้องใช้เงินใช้โจรสู้ทุกวิถีทาง

ตาสว่างได้แล้ว

สะใจจริงๆ คนชั่วได้รับการลงโทษอีกแล้ว เป็นตัวอย่างให้คนโง่ๆได้คิดอีกเยอะ เผื่อความคิดและการกระทำของพวกคุณที่ชอบทักษิณอย่างไร้สติจะได้โผล่พ้นน้ำบ้างนะ แต่เอ๊ะข่าวนี้มีคนแสดงความคิดเห็นตั้งเยอะ ไม่ติดอันดับข่าวhotของประชาไทบ้างเลยเหรอ

ThuRed

88 ครับ
ศาลฎีกาเป็นศาลสุดท้าย คดี 50/50 จำเลยที่ไม่ยอมติดคุกจะไม่ไปฟังคำพิพากษาหรอกครับ
ปล่อยให้ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลัง ถ้ายกฟ้องยอมเสียค่าปรับ ถ้าจำคุกก็หนี

อนึ่ง โดยหลักแล้ว จนท.ไม่มีทางจะรู้ผลคำพิพากษาหรอกครับ ยิ่งคดีสำคัญ ๆ ก็เป็นไปไม่ได้เลย
จำได้ไหมว่า เกือบ 20 ปี ที่แล้ว มีการกล่าวหากันเรื่องคู่ความรู้ผลคำพิพากษาก่อนศาลตัดสิน เป็นการกล่าวหาผู้พิพากษา ไม่ใช่กล่าวหา จนท.ศาล ครับ

payu

ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยกับการตัดสิน
ถ้าเอาไปให้เจ้าหน้าที่เหมือนกับครูทำผิด แล้วเอาเงินไปยัดให้ภารโรงในโรงเรียนช่วย
ไม่ได้นำไปให้ผู้อำนวยการผู้ติดสินความผิดของครูซะหน่อย ทำไปทำไม

เจ้าหน้าที่ธุรการ เป็นแค่เสมียนคนพิมพ์หนังสือเท่านั้น
ทนายอ่อนหัดแบบนั้นทักษิณไปจ้างมาทำไม
เชื่อว่าทักษิณไม่รู้เรื่องคงไปทำกันเอง
หรือไม่ก็คงเป็นทนายสายส่งมาจากฝ่ายพันทมาร
ต้องการดิสเครดิตทักษิณหรือเปล่า
เสมียนนะจ๊ะไม่ใช่ผู้พิพากษา
ถ้าทักษิณจะทำจริงก้คงใช้เงิน 100 ล้าน
เรื่องนี้คนที่รู้ดีที่สุดคือทนายที่ถูกจับนั่นแหละ
อย่าไปคิดแทนเขาเลย
คดีจิ๊บจ๊อบ

คนนอก

คนที่เห็นไม่ตรงกับตัวเองก็อย่าไปผลักเขาให้เป็นฝ่ายทักษิณอีกเลย ไม่ก็ชวนให้สงสัยอย่างมากไม่ใช่หรือที่ศาลมีโทรศัทน์วงจรปิด แต่ข่าวบอกว่าไม่ได้เปิดในตอนนั้น แล้วมันเจือกติดไว้เพื่อการใด แล้วเจ้าหน้าที่ที่เปิดดูแล้วเห็นว่าเป็นเงินแต่ทำไมไม่อายัดไว้ในตอนนั้น แล้วอีกอย่างไม่น่าเชื่อว่าทนายที่ พ ต ท. ทักษิณจ้างให้ทำคดีสำคัญจะแสดงความโง่ได้เช่นนั้น แบบว่ามันไม่เนียนเอาซะเลย แล้วข่าวที่ออกมาก็เหมือนฟังเขาเล่าอยู่ข้างเดียว แน่ใจนะว่าทุกอย่างคือความจริง สาบาน?

ลุงเค้นท์

ต้องยอมรับกันก่อนว่างเงินสองล้าน ถูกนำมาจริงๆ เพราะได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ใครรู้ช่วยบอกทีว่าเงินสองล้าน หนัก ประมาณ เท่่าไหร่ น่าจะประมาณหนึ่งกิโลได้
ช็อคโกแลทหนึ่งกิโล มันต้องกล่องใหญ่แค่ไหน ถ้าลองหาช็อคโกแลทที่ขายทั่วไปรวมหีบห่อ
มันน่าจะหลายกล่องจึงจะมีน้ำหนักเท่ากับเงินสองล้านนะ ฉะนั้นถุงที่ใส่ก็ไม่น่าจะเท่ากันได้
ประเด็นนี้เป็นจุดสังเกตุเล็กๆจุดหนึ่ง

ไม่รักเกียรติ

คุณความเห็นที่ 99 คดีรักเกียรติ รู้คำตัดสินครับ เพราะทำทีขอเลื่อนฟังมาก่อนแล้ว ตอนนั้นคำพิพากษาออกแล้ว พอเลื่อนฟังก็แอบเจาะคำตัดสินครับ เปลี่ยนไม่ได้เพราะซื้อศาลไม่ได้ แต่รู้ได้เพราะซื้อเจ้าหน้าที่ได้ ศาลไม่พิมพ์คำพิพากษาเองหรอกครับ ต่อให้ลับอย่างไรก็มีคนที่ไม่ใช่ผู้พิพากษารู้ครับ
คงจะศรัทธาทักษิณมากนะครับ แ้ก้ตัวกันน้ำขุ่นๆ แต่รออีกหกเดือนดีกว่าครับ ดูซิว่าทักษิณรับเลี้ยงไหม แล้วตอนนั้นจะรู้ ถ้าเป็นพวกแกล้งทักษิณ ทักษิณจะเลี้ยงต่อทำไม หรือว่าคุณหญิงอ้อแกสั่งดองแกไปแกล้งทักษิณหรือครับ ของพวกนี้ต้องดูกันยาวๆ ว่าใครพวกใคร ผมชอบทักษิณตรงที่เขาเลี้ยงคนที่ช่วยเขาโดยไม่ทอดทิ้งครับ อย่างน้อยก็ซื้อใจคนได้ ทักษิณก็มีดีเหมือนกัน อย่าลืมรอดูอีกหกเดือนนะครับ คำเฉลยก็จะออกมาเองครับ

suthee

มันโหดเกินไป

ฟังเหตุผลแล้ว และมีที่มาของเงินมาแสดง มันเป็นไปได้ว่าเป็นเรื่อง accident

ประกอบกับเงินมากเกินไปที่จะเป็นค่าทิปเพนักงานศาลที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย และประวัติอดีตของการตัดสินนักการเมืองยุค คมช. และอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาขน ทำให้เกิดคำถามมากมาย

แล้วถ้าเขาบริสุทธิ เป็นเรื่องที่น่าสงสารมาก ไม่เกิดกับตัวเราก็ไม่รู้หรอก

ผู้ที่สะใจกับความทุกข์ของทนายและผู้ช่วยทนาย เพียงไปโยงกับเรื่องท่านทักษิณ ดูจะเสียความเป็นกลางไปแล้ว

นายสัจจะ

ยิ่งได้อ่านปากคำของผู้ถูกกล่าวหาในหนังสือพิมพ็ ประกอบพฤติการณ็โหลยโท่ย ซื่อบื้อ เหมือนเอาขนมมาฝากกันดังที่เราเห็นๆทนายสว่นใหญ่นำขนมนมเนยมาฝากเจ้าหน้าที่ศาลตามแบบไทยๆแล้ว อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่า ที่เกิดเหตุขึ้นเป็นไปดังที่พวกเขาให้ถ้อยคำ ข้อเท็จจริงแท้ๆที่เกิดขึ้นได้เข้าสู้สำนวนคดีครบถว้นหรือไม่??

คนขับรถ ตำรวจ ภรรยาผู้ถูกกล่าวหาคนที่๓ที่เป็นผู้ซื้อช็อคโกแลต ร้านขายช็อคโกแลต หลักฐานการซื้อขายที่ดิน คนขายที่คินที่มีการชำระเงินสว่นหนึ่งให้ผู้ถูกกล่าวหาคนที่ ๓ จำนวน ๒ ล้านบาทเวลา ๓ ทุ่มคืนวันที่ ๙ ก่อนเช้าวันเกิดเหตุอันเป็นที่มาของเงิน ๒ ล้านบาท ซึ่งเช้าวันนั้นเขาจะนำไปฝากธนาคาร เหล่านี้ ได้นำมาเป็นพยานศาลหรือไม่? เพราะห่อช็อกโกแลตก็ดี สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่เสนอศาลก็ดี ตลอดจนที่เขาบอกเจ้าหน้าที่ศาลว่าเป็นของฝากเล็กน้อยเอาไปแบ่งกันกินก็ดี มันเกี่ยวเนื่องเป็นเหตูเป็นผลกับที่เขาให้ถ้อยคำดังกล่าวว่าจริงหรือไม่?? และเจ้าหน้าที่คนนั้นพูดจริงตามที่คนที่๓บอกให้ '' นำไปแบ่งกันกิน'' หรือไม่? เป็นเรื่องสำคัญในการรับฟัง. ความจริงไม่หนีความจริง สักวันคงปรากฏเอง.

นาม

ถ้าเป็นนายหมูนางแมวเป็นคนนำเงิน 2ล้านไปให้ศาล ก็ยังพอเชื่อว่าเป็นแผนของ
ฝ่ายตรงข้ามคุณทักษิณ แต่นี่ นอกจากคุณพิชิฎหัวหน้าทนายคุณทักษิณแล้วยังมีคนสนิทและ
ญาติคุณหญิงอ้อเป็นผู้นำเงินไปให้ จะให้เชื่อเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เป็นเรื่องของความเหิมเกริม
เป็นเรื่องความเคยชิน ทำมาแล้วหลายครั้งแล้วได้ผล ไม่มีใครเจับได้ ครั้งนี้เลยทำอีก

Joe

หากเราเชื่อว่าศาลท่านพิจารณาด้วยความเป็นธรรม โดยอาศัยข้อมูลประกอบการวินิจฉัยแล้ว ก็คงไม่ได้เป็นประเด็นปัญหา ลองอ่านคำวินิจฉัยดูให้ละเอียด
ส่วนกรณีสงสัย ก็สงสัยได้ ตามการคาดคะเน เพราะอาจไม่ได้มีข้อมูลประกอบมาพิจารณา และมีพื้นฐานคิดที่แตกต่างกันไป

ส่วนที่แคลงใจในบางท่าน ผมว่าห้ามไม่ได้ เพราะเป็นปุถุชน
แต่กระนั้นผมเห็นว่าต้องติดตามต่อ เพราะนี่เป็นเรื่องละเมิดศาล ยังไม่ใช่ให้สินบน

somphong @ burirum

เหลี่ยมไม่รู้เรื่องนี้ครับ

เพราะเหลี่ยม กำหนดเป้าหมาย
เหลี่ยมไม่ได้กำหนดวิธีการ
แต่เหลี่ยมคงกำหนดว่าไม่เกิน2 อนุมัติจ่ายได้เลย

ลูกน้องเหลี่ยม ดันใช้วิธีนี้
เพื่อให้ได้เป้าหมายที่เหลี่ยมต้องการ
และเหลี่ยมไม่ขัดข้อง

ถูกจับได้ ก็ติดคุกไป
เดี๋ยวเรื่องก็จะเดินไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ
กว่าจะสืบถึงเหลี่ยมคงชาติหน้า

เรา

ม่ายยรู้หละ เราคิดว่าเป็นจริง อย่าคิดว่าคนรวยจะไม่โกง ความโลภของคนมันมัน stop ไม่ได้ดอก เราว่า ตำรวจ หรือผู้ที่มีหน้าที่ในเรื่องนี้ ต้องสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังด้วย ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง ยืนหยัดในศักดิ?ศรืของตัวเอง ให้มีความสง่างาม อย่าเป็นทาสของนักธุรกิจกินเมือง

พึลึกกึกกือ

ยิ่งคิดยิ่งขำ เห็นข้อความแต่ละคนที่โพสเข้ามาแล้วอยากจะลงไปนอนหัวเราะ เชื่ออะไรก็ให้ดูให้ลึกๆ ดูให้ละเอียดถี่ถ้วน พิจารณาให้รอบคอบ ฟังคำตัดสินให้ดี มีหลายสิ่งที่หน้าคิด เอาเงินไปให้คนที่ไม่เกี่ยวกับการตัดสิน กล้องวงจรปิดเสีย คืนเงินให้ทนายโดยไม่ยึดไว้ การตัดสินในศาลเดียว ไม่เหมือนการตัดสินที่ต้องเริ่มต้นที่ศาลชั้นต้นแบบทั่วๆไป แถมออกมาขู่ว่าห้ามวิจาร์ย ถ้าวิจาร์ยติดคุก แล้วตัดสินเร็วเป็นจรวด ไม่เหมือนคดีอื่นลากกันเป็นสิบปี ยิ่งดูก็ยิ่งพิลึกกึกกือ เหมือนมีแผนอะไรอยู่ลึกๆ เพื่อ discredit ใครบางคน โดยจงใจ

******

ผมว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลัง....ฟันธง

ลุงเนย

คห96 เงิน 1ล้าน หนัก 1กก.(เป็นแบงค์ใบละพัน) ถ้าเทียบกับชอคโกแลทคุณภาพดี
นน.200-300กรัมต่อกล่องก็เท่ากับ 4 กล่อง. 2 กก.เท่ากับ 8 กล่อง.มีปริมาตรเท่า
กับกระดาษชำระแบบม้วนถึง 6ม้วน ถ้าตั้งใจจะให้ชอคโกแลทจริงคุณคิดว่าถุงที่ใส่มัน
ต้องใหญ่ขนาดไหน เรื่องหยิบถุงผิดไม่มีทางเป็นไปได้

ตามข่าว

เอาเงินมาให้นิติกรศาล ศาลรีบตัดสินเลยน่ะแถมโทษเต็มอัตรา แต่ทีกรณีเอาเงินไปติดสินบนศาล ไม่เห็นโด่งดังอย่างนี้เลยแถมเงียบฉี่อีกต่างหาก เรื่องไปถึงไหนกันแล้วนี้

หลักฐาน

งานนี้หลักฐานชัด พยานก็มัด ก็ต้องตัดสินเร็ว เพื่อไม่ให้ศาลมัวหมอง
เรื่องกล้องวงจรปิด ถ้ายิ่งมี ก็ยิ่งมัด การที่มันเสีย จึงไม่เป็นผลดีต่อศาล แต่เป็นผลดีต่อทนาย
คิดว่าไม่มีกล้องคงรอด ที่ไหนได้ ภาพถ่ายถุงและเงิน บวกกับพยานให้การมัดชัดเจน ถ้ารอดก็มัวหมองศาลหมดครับ ไม่ต้องแปลกใจ ไม่มีใครใส่ร้ายได้โดยใช้ดองของภรรยาตัวเองได้ขนาดนี้หรอกครับ ถามหญิงอ้อดูได้
ทักษิณและครอบครัวอาจรู้หรือไม่รู้ แต่ที่ตะแบงว่าฝ่ายตรงข้ามทำ มันฟังไม่ขึ้นหรอกครับ

ต่างด้าวว่ะ

ทักษิณเขาได้จ้างทนายเพื่อ "แก้ต่าง" แทนตัวเขา ทีนี้หลักการแก้ต่างของทนายแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป
อย่าเหมารวมว่าทักษิณเป็นคนชั่วที่ใช้เงินตบหัว
เพราะหากระดับเขาจะทำ ย่อมไม่ใช่จำนวนนั้นเป็นแน่

ขอร้องหว่ะ พวก อย่าเหมารวม แม้วเป็นไม่ดี หมักเป็นไม่ได้ จะต้องให้พ่อ มรึ ง มาเป็นหรือไง

เพราะงี้บ้านเมืองถึงไม่เจริญ

ศาลตัดสิน แล้วถือว่าเป็นที่สุด กระบวนกฎหมายถือว่าคงความศักดิ์สิทธิ์เสมอ และก็ได้ปรากฎแล้ว ดังคดีทนายของเขา

ส่วนกรณีที่เขาผิดอย่างโน้นอย่างนี้ รบกวนพวกๆ ช่วยไปหาหลักฐานส่งให้ พรรคฝ่ายค้านที
ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้เอาความผิดเขาได้กี่กระทงวะ ยัดเยียดเขากี่กระทงแล้ว

พวกมั่วพันธมิตร
ตัวเองเสียผลประโยชน์ แม ร่งงงง แค้นฝังหุ่น เห่ า ไปวันๆ

ลิเดีย

คห 109 ถ้าทนายทำผิดเอง คุณทักษิณไม่เกี่ยวข้องเรื่องเงิน 2 ล้าน
แสดงว่าคุณทักษิณตาถั่วมองคนไม่ขาด จ้างทนายโง่ๆคิดค่าทนายสูงมากๆจึง
ยอมเจียดเศษเงิน 2 ล้านไปให้ศาล
ถ้าคุณทักษิณยังใช้ทนายชุดนี้ โอกาสแพ้คดีมีสูง เพราะได้ทนายปัญญาอ่อนขนาด
แยก นน.ถุงเงิน 2 ล้าน(นน. 2 กก)กับ กล่องช็อคโกแลทไม่ออก