"หาดใหญ่-เชียงราย" ร่วมเครือข่ายเมืองในเอเชียเพื่อฟื้นฟูเมืองจากผลกระทบโลกร้อน

เครือข่ายเมืองในภูมิภาคเอเชียเพื่อการฟื้นตัวจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ACCCRNซึ่งเป็นเครือข่ายที่ประกอบด้วยเมืองในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย ไทยและ เวียดนาม ประกาศวันนี้ว่า 2 เมืองในไทยคือเทศบาลนครเชียงรายและหาดใหญ่จะร่วมกับอีก 8 เมืองในเอเชียปรับตัวสู้โลกร้อน

เครือข่ายเมืองในภูมิภาคเอเชียเพื่อการฟื้นตัวจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Asian Cities Climate Change Resilience Network – ACCCRN)ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ประกอบด้วยเมืองในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย ไทยและเวียดนาม ประกาศวานนี้ (14 ธ.ค.)ว่า 2 เมืองในไทยจะร่วมกับอีก 8 เมืองในเอเชียที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว

เทศบาลนครเชียงรายและหาดใหญ่จะเข้าร่วมกับ เมือง Surat เมือง Indore และเมือง Gorakphur ในประเทศอินเดีย, เมือง Bandar-Lampung และเมือง Semarang ในประเทศอินโดนีเซีย, และเมือง Da Nang เมือง Can Tho และเมือง Quy Nhon ในเวียดนาม

โครงการ ACCCRN ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความริเริ่มในการสนับสนุนการฟื้นตัวจากผลกระทบจากภาวะโลกร้อนของมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ด้วยงบประมาณ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,380 ล้านบาท) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้พัฒนายุทธศาสตร์ในการรับมือกับความเสี่ยงและอันตรายจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทั้งนี้โดยจะมีการพัฒนาการดำเนินการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง เช่น บ้านเรือนที่สอดรับกับภูมิอากาศและการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พันธมิตรของเครือข่ายในไทยประกอบด้วยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (Asian Disaster Preparedness Center – ADPC)

จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรในเอเชีย ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกจำนวน 1,700 ล้านคนใน 30 ปีข้างหน้า อีกทั้งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ทำให้คาดได้ว่าภูมิภาคเอเชียจะประสบกับความเสี่ยงที่หลากหลายอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนใน 2-3 ทศวรรษข้างหน้า

เป็นที่คาดว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศจะครอบคลุมไปถึงความรุนแรงมากขึ้นของพายุชายฝั่งและน้ำท่วมที่เกิดจากฝนที่ตกผิดจากภาวะปกติ รวมทั้งภัยแล้งเป็นระยะๆ

ทางด้านเศรษฐกิจ ผลผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของภูมิภาคเกิดจากเมืองต่างๆ การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ของมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์บริษัทที่ปรึกษาแมคเค็นซี่และบริษัทประกันภัย Swiss Re พบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาถึง 19 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศภายใน 21 ปีข้างหน้า

"การขยายตัวของเมืองจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาพื้นฐานเรื่องความแออัดของประชากรที่ยากจน ไม่มีที่อยู่อย่างเหมาะสมและขาดสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านกายภาพและสังคม ในพื้นที่ที่ต้องเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติจากสภาวะโลกร้อน" นายอัศวิน ดายาล กรรมการผู้จัดการมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ในเอเชีย กล่าว

"มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์มีความมุ่งมั่นที่จะให้การฟื้นตัวของเมืองเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงานของเราเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในทศวรรษข้างหน้า และเราจะลงทุนเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเมืองต่างๆ เหล่านี้มีความปลอดภัย มีความสามารถฟื้นตัวและมีชีวิตชีวา ผมขอขอบคุณสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ ADPC ที่ได้ช่วยให้มูลนิธิมีสามารถเลือกเมืองที่เข้มแข็งสองเมืองในประเทศไทย และทำให้โครงการ ACCCRN สามารถประกาศเมืองที่จะดำเนินการได้เต็มตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 10 เมือง ทั่วเอเชีย"

ในขณะที่ ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และผู้อำนวยการโครงการ ACCCRN ในส่วนของสถาบันฯ เปิดเผยว่า "เหตุผลที่เลือกเทศบาลนครเชียงรายเพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความมุ่งมั่นและกระตือรือร้นที่จะดำเนินการในเรื่องสิ่งแวดล้อม ถึงแม้เชียงรายจะเป็นเมืองค่อนข้างเล็ก แต่ก็มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ชนบทที่แนบแน่น แล้วก็ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย"

ดร.จำเนียรกล่าวต่อว่า "ในอนาคต เชียงรายคงจะขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวและการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว และจีน เราหวังว่าความสำเร็จในการรักษาระบบนิเวศของเมืองไว้ได้จะเป็นมาตรการสำคัญของเมืองต่างๆ ในลุ่มแม่น้ำโขงในการรับมือกับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน"

สำหรับหาดใหญ่ ซึ่งได้รับเลือกในฐานะเมืองขนาดใหญ่ในภาคใต้ของไทยก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเช่นกันและเคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากน้ำท่วมในปี 2543 และล่าสุดที่ผ่านมาในปีนี้ แม้ทางการจะได้เริ่มดำเนินมาตรการต่างๆ แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะดึงองค์กรท้องถิ่นอื่นๆ เข้ามาร่วมและช่วยกันขยายผลให้สามารถช่วยเหลือชาวบ้านยากจนที่อาศัยอยู่รอบๆ เทศบาลนครหาดใหญ่ได้อีก

นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่กล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นการคุกคามที่ใหญ่มาก ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วม เทศบาลหาดใหญ่พร้อมจะดำเนินโครงการนี้ร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่"

ทั้งนี้ ในปี 2553 นายไพรจะเข้ารับตำแหน่งเป็นนายกสโมสรสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยซึ่งมีเทศบาล 1,327 แห่งทั่วประเทศเป็นสมาชิก ถือเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะขยายผลของโครงการ ACCCRN ไปยังเทศบาลอื่นทั่วประเทศไทยตลอดจนเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ต่อไป