กลุ่มนักศึกษา 3 จังหวัดใต้ ติงรัฐเพิกเฉยปิดบังข้อมูลเหตุขยายความร้าวฉานพุทธ-มุสลิม

แกนนำสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้ายื่นแถลงการณ์ต่อ "กษิต ภิรมย์" ประณามการสังหารชาวมลายูมุสลิมที่ปะนาเระ-กูจิลือปะ เรียกร้องให้รัฐอย่าเห็นคนในพื้นที่เป็นศัตรู เรียกร้องให้เปิดพื้นที่ประชาธิปไตยภาคพลเมืองอย่างจริงจัง

เมื่อ 21 ก.พ. เวลา 10.45 น.มีตัวแทนนักศึกษาจากสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต) เข้ายื่นหนังสือแถลงการณ์ต่อ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ภายหลังจาก นำคณะเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศละตินอเมริกา แอฟริกา ประจำประเทศไทย พบปะนักวิชาการที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ณ สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี

นอกจากการยื่นหนังสือแถลงการณ์แล้ว สนน.จชต.ยังได้มีการถือป้ายข้อความประณามต่อผู้ที่ใช้อาวุธเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์และขอร้องรัฐอย่ามองประชาชนเป็นศัตรู แกนนำ สนน.จชต.กล่าวว่าการยื่นข้อเรียกร้องครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพร้อมคณะเอกอัครราชทูตรับทราบและเป็นพยาน ว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ แต่ความจริงไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน เพราะภาครัฐพยายามที่จะปกปิดในความไม่เป็นธรรม และบางส่วนไม่ได้ชี้แจ้งให้เป็นที่กระจ่างชัดต่อสาธารณะชน

 
 
แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)
เรื่อง ขอประณามอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ใช้อาวุธเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์และขอร้องรัฐ
อย่ามองประชาชนเป็นศัตรู
 

จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ได้สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมากจนมิอาจประเมินมูลค่าได้ และหากเทียบกับงบประมาณที่ภาครัฐได้ทุ่มลงมาเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณ 109,000 ล้านบาทในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นยอดเงินที่สูงมาก แต่เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สูญเสียไป นั่นก็คือ ความเคารพ ความไว้วางใจ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างชาวมลายูมุสลิม ไทยพุทธ ไทยจีนและไทยคริสตร์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่

หลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความบอบช้ำกับหลายๆ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเพศใด ศาสนาใดก็ล้วนแล้วแต่ได้รับความสูญเสียทั้งสิ้นและเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมอีกครั้งคือ

1- เหตุการณ์สังหารสองแม่ลูกที่ อ.ปะนาเระ

สำหรับเหตุการณ์สังหาร 2 แม่ลูกที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตคือนางรัตยา แดงประเทศ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 2 ต.คอกกระบือ อ.ปะนาเระ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม.เข้าศีรษะ 1 นัด และ ด.ญ.จีรพัฒน์ แดงประเทศ อายุ 14 ปี ลูกสาวของนางรัตยา เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าลำตัว

ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมข้อเรียกร้องรวม 5 ข้อคือ

 1.ให้เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุสังหารสองแม่ลูกให้ได้ภายใน 3 วัน

 2.ให้จัดกำลังทหารเข้ามารับผิดชอบพื้นที่เขตรอยต่อระหว่าง ต.คอกกระบือ ต.ท่าน้ำ และ ต.พ่อมิง อย่างถาวร

 3.ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ต.ท่าน้ำ รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

 4.ถ้าชาวบ้านใน ต.คอกกระบือเสียชีวิตอีก จะไม่รับผิดชอบความปลอดภัยของผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ ต.คอกกระบือ

และ 5.ไม่เอาความสมานฉันท์

 

2- เหตุการณ์สังหารสองแม่ลูกที่ บ้านกูจิงลือปะ

สำหรับเหตุการณ์สังหาร 2 แม่ลูกที่ บ้านกูจิงลือปะ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07:00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 มีคนร้ายไม่ทราบฝ่ายแต่งชุดไอ้โม่ง ประมาณ 5-6 คน ได้ดักซุ่มยิงสองแม่ลูกในสวนยางบนเชิงเขาลูโบ๊ะบาเดาะ เทือกเขาเมาะแต บ้านกูจิงลือปะ ประมาณ 20 นัด ทำให้สองแม่ลูกเสียชีวิตทันทีในสวนยางพารา ในสภาพใส่ชุดที่กำลังจะไปกรีดยาง ซึ่งสองแม่ลูกที่เสียชีวิตคือ นางเจ๊ะแมะ หะแย อายุ 50 ปี และน.ส.บัลลาาตี ลาบอ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 บ้านกูจิงลือปะ ม.4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

จากการที่นักศึกษาได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อผลักดันให้มีการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสันติประชาธรรมมาโดยตลอดนั้น ทำให้ทราบถึงทัศนคติของภาคสังคมโดยรวมซึ่งส่วนใหญ่แล้วบริโภคข้อมูลข่าวสารจากสื่อกระแสหลักเพียงด้านเดียวแล้วเกิดความรู้สึกจนเชื่อว่า เมื่อชาวมลายูมุสลิมเป็นผู้สูญเสียฝ่ายที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำคือชาวไทยพุทธ และเมื่อฝ่ายผู้สูญเสียเป็นชาวไทยพุทธฝ่ายที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำคือ ชาวมลายูมุสลิม เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงและดูเหมือนว่าท่าทีของภาครัฐเองกับปรากฏการณ์เช่นนี้ก็ค่อนข้างจะปล่อยเลยตามเลยตามยถากรรมของประชาชนที่ต้องแบกรับโดยลำพังจนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นความเจตนาของภาครัฐหรือไม่

รัฐบาลเองก็ดูจะไม่มีน้ำยาอะไรมากนัก นอกจากจะแก้ปัญหาไม่ได้แล้วก็ยังไม่ได้แสดงออกถึงการเอาจริงเอาจังที่จะแก้ไขปัญหาอีกด้วย แต่สิ่งที่นักศึกษามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้อ่านจากแถลงการณ์ข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวตำบลคอกกระบือ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กับกรณีเหตุการณ์ความสูญเสียสองแม่ลูกอันเนื่องจากถูกคนร้ายลอบทำร้ายจนเสียชีวิต คือชะตาชีวิตของประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางของสงครามกลางเมืองอย่างเต็มรูปแบบ เพราะเมื่อต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าฝ่ายตนเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำจึงคิดว่ามีความชอบธรรมที่จะตอบโต้ด้วยรูปแบบหรือวิธีการต่างๆที่ไร้ขีดจำกัดจนเกิดภาวะของการปราศจากหลักประกันความปลอดภัยจากภาครัฐอย่างสมบูรณ์

ดังนั้นด้วยความที่ยังไม่หมดหวังกับแนวทางการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีที่อยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และคิดว่ารัฐเองก็เชื่อว่าสันติวิธีแบบนี้เท่านั้นที่จะสามารถนำมาซึ่งสันติภาพที่ชายแดนใต้อย่างแท้จริง  เราในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐและทุกรัฐประเทศในสากลที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทำตามหน้าที่ของผู้ปกครองที่ไม่ได้มองประชาชนเป็นศัตรู เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีความต่างกับความเป็นรัฐได้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างมีศักดิ์ศรีและมีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมกัน โดยการสนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนมลายูมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีพื้นที่ประชาธิปไตยแบบการเมืองภาคพลเมือง โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการเมืองแบบผ่านตัวแทน และจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีความเกี่ยวข้องกับความสูญเสียของประชาชนในทุกเหตุการณ์ อย่างเช่น เหตุการณ์กรือเซะ เหตุการณ์ตากใบ เหตุการณ์ซ้อมทรมานนักศึกษา เหตุการณ์ซ้อมทรมานอิหม่ามยะผา  กาเซ็ง เป็นต้น

และหากแม้ว่ากองทัพจะสามารถปราบปรามกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบล้มตายอย่างราบคาบในวันพรุ่งนี้ก็ตาม เชื่อว่าความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะยังไม่สามารถสะกดคำว่าสันติภาพได้ ตราบใดก็ตามที่ภาครัฐในฐานะผู้ปกครองยังไม่ยอมรับความจริงและไม่ทำให้ความจริงได้ปรากฎต่อสาธารณชน ในความเป็นตัวตนของชาวมลายูมุสลิมที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย

สุดท้ายนี้ขอประณามอย่างรุนแรงต่อกลุ่มใดก็ตามที่ใช้อาวุธเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไม่ว่ากลุ่มนั้นจะอยู่ในสังกัดใดก็ตาม

 

 

ด้วยจิตคาราวะต่อผู้รักสันติ
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้(สนน.จชต.)
21/02//2553

 
 

 

Comments

ความลับไม่มีในโลก

ความลับไม่มีในโลก ไม่ช้าก็เร็วความจริงที่เจ้าผู้ปกครองรัฐไทย(สยาม)กระทำการกดขี่ข่มเหงต่อปวงชนคนรากหญ้าอย่างเหี้ยมโหด อำมหิตผิดมนุษย์ จะต้องปรากฎ สำนึกผิดซะ โทษหนักจะกลายเป็นเบา วันนี้ประชาชนไม่โง่แล้วโว้ย!

โจรกระจอก หมายถึง คนเลว

โจรกระจอก หมายถึง คนเลว หรือคนไม่ดี ที่ประทุษร้ายต่อสตรี เด็ก คนชราและบุคคลอื่นใดที่อยู่อาศัยอย่างสุขสงบ ปราศจากกำลังอาวุธ รวมถึงการกระทำอื่นใดที่ละเมิดต่อสาธารณะ อันก่อให้เกิดความทุกข์ยากลำเค็ญต่อสันติสุขของบุคคล สังคมและประเทศชาติ

การกระทำของคนเลว หรือคนไม่ดีดังกล่าวนี้ มักจะใช้วิธีการลอบประทุษร้ายต่อสุจริตชนผู้ที่อ่อนแอกว่า ถ้าภาษาชาวบ้านเรียกว่า หมาลอบกัด วิธีการดังกล่าวปราศจากความกล้าหาญพอที่จะต่อสู้อย่างยุติธรรม อันเป็นการแสดงออกถึงความขี้ขลาด ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

เราว่า "เขา" ใช้คำเรียกขานถูกต้องแล้วนะ