สิทธิมนุษยชนเอเชียแถลงด่วน! การนองเลือดต้องถูกหลีกเลี่ยงในทุกทาง

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ออกแถลงการณ์ด่วน ถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ย้ำการนองเลือดต้องถูกหลีกเลี่ยงในทุกทาง ชี้การสลายการชุมนุมและความรุนแรงไม่ใช่เรื่องถนนใดถนนหนึ่ง แต่มันหมายถึงอนาคตของสังคมทั้งหมด

21 เมษายน 2553
แถลงการณ์
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission)

ประเทศไทย: ด่วน
การนองเลือดต้องถูกหลีกเลี่ยงในทุกทาง

เมื่อเย็น วันที่ 21 เมษายน นี้ มีกระแสข่าวมากมายที่รายงานถึงความเป็นไปได้ว่า จะมีการสลายการชุมนุมครั้งใหม่ ต่อกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่ชุมนุมกันในกรุงเทพมหานคร อันเป็นการชุมนุมเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ให้ยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ มีความหวาดกลัวอย่างสมเหตุสมผลว่า นอกจากจะมีความรุนแรงยิ่งขึ้นแล้ว ก็จะมีการสูญเสียชีวิตอย่างมากมายด้วย ซึ่งเมื่อวันที่ 10 เมษายน ก็มีคนเสียชีวิตไปอย่างน้อย 25 คน และอีกหลายร้อยคนได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่ทหารได้เคลื่อนกำลังเข้าสลายการชุมนุม ถึงแม้รัฐบาลจะปฏิเสธว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวทหารได้ใช้เพียงกระสุนยาง แต่พยานหลักฐานทั้งหมดกลับแสดงให้เห็นไปในทางตรงกันข้าม

รัฐบาลแห่งประเทศไทยควรจะต้องระวังในขณะนี้ว่า การใช้กำลังทหารในการสลายการชุมนุมเป็นสิ่งที่ถูกต่อต้านไม่ได้รับการยอมรับอย่างเด็ดขาด การใช้กำลังทหารไม่เพียงแต่เป็นการแสดงถึงความล้มเหลวในเป้าหมายขั้นพื้นฐานของตัวมันเองแล้ว แต่ยังเป็นการลากเอาชื่อเสียงของประเทศให้ตกต่ำลงไปครั้งใหม่อีกด้วย เช่นเดียวกับที่ฑูตไทยที่กำลังต่อรองสำหรับได้ที่นั่งในสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รัฐบาลต้องเรียนรู้ว่า รัฐบาลจะต้องเผชิญกับการถูกตำหนิอย่างน่าอดสูจากสังคมโลก หากเจ้าหน้าที่ผู้รักษาความปลอดภัย ดำเนินการสลายการชุมนุมและเข่นฆ่าผู้ชุมนุมอีกครั้ง

แต่เหนือไปกว่าการประณามและความเจ็บแค้นที่เกิดขึ้นทั้งภายในประเทศและนอกประเทศนั้น ต้องมีการยอมรับด้วยว่า อะไรที่เป็นประเด็นหลักของประเทศไทยในทุกวันนี้ มันไม่ใช่เพียงการดำรงอยู่ของอำเภอแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือการสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายของถนนใดถนนหนึ่ง แต่มันหมายถึงอนาคตของสังคมทั้งหมด

ในการจัดการกับผู้ชุมนุมนั้น รัฐบาลจะต้องตระหนักไว้ในใจว่า มันมีแต่เพียงความเสียหายต่อสถาบันรัฐอย่างสมบูรณ์ที่อาจคาดหมายได้เท่านั้น หากเป็นการกระทำที่เกิดจากความหุนหันพลันแล่นและการตอบโต้อย่างไม่เป็นระบบ ถึงแม้ว่า ยังมีอีกหลายสิ่งที่สามารถทำลายสถาบันรัฐนี้ได้ก็ตาม แต่ความเสียหายนั้นก็เป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำลงไปทั้งที่เป็นความเสียหายที่สำคัญอย่างชัดเจนและอย่างถาวร ซึ่งความสูญเสียที่หยั่งลึกสำหรับความนับถือของสาธารณชนต่อสถาบันรัฐในไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะความสูญเสียในความน่าเชื่อถือต่อระบบตุลาการซึ่งเป็นผลลัพท์ในขั้นแรก ไม่ใช่เกิดจากการกระทำของสาธารณชน แต่เกิดจากการกระทำที่ดื้อรั้นและผิดวัตถุประสงค์อย่างต่อเนื่องของฝ่ายบริหาร แหล่งที่ก่อให้เกิดการความรุนแรงทั้งปวงในขณะนี้ ไม่เพียงแต่จะลดฐานะขององค์กรหลักแห่งรัฐเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดการถดถอยไปอย่างน้อย 10 ปี ต่อโครงการที่จะสร้างสถาบันอย่างมีเหตุมีผลสำหรับสังคมมนุษยธรรมและอุดมปัญญา

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย(เอเอชอาร์ซี) (Asian Human Rights Commission (AHRC)) ขอเตือนอย่างเร่งด่วนเพื่อความรับผิดชอบอย่างพิเศษของรัฐบาลแห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลต้องตอบโต้ด้วยความระมัดระวังต่อสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ รัฐบาลไม่อาจหลุดพ้นไปจากภาระหน้าที่นี้ของตนเองได้ ทั้งภาระหน้าที่ดังกล่าวก็ไม่อาจจะถูกลดทอนลงไป ไม่ว่าจะเป็นในภาวะฉุกเฉินดังสถานการณ์แวดล้อมทั้งหลายที่มีในขณะนี้ แต่ในทางตรงกันข้าม สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้ภาระหน้าที่นั้นยิ่งสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ การนองเลือดต้องถูกหลีกเลี่ยงในทุกทุกทาง ความสับสนวุ่นวายและเรื่องราวที่เป็นโศกนาฎกรรมในปัจจุบันนี้ ต้องไม่นำไปสู่ความหายนะ

 

 

…………………………………..

เกี่ยวกับเอเอชอาร์ซี (AHRC): คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในระดับภูมิภาค ที่ทำงานในด้านการตรวจสอบและเรียกร้องสิทธิมนุษยชนในเอเชีย โดยตั้งมาตั้งแต่ปี 2527 ที่ฮ่องกง