ภาพชุดผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐพบออง ซาน ซูจี

ภาพนายเคิร์ต แคมพ์เบล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เข้าพบนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งถูกกักบริเวณในนครย่างกุ้ง นายเคิร์ตยังแถลงให้กำลังใจขบวนการประชาธิปไตยและกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าด้วย ขณะที่ล่าสุดทนายของซูจียื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาคัดค้านคำสั่งกักบริเวณ

ภาพจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำนครย่างกุ้ง เป็นภาพนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ระหว่างพบปะกับ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา นายเคิร์ต แคมพ์เบล (ขวา) และอุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำนครย่างกุ้ง นายลารี่ ดินเกอร์ (ซ้าย) ที่บ้านพักที่นางซูจีถูกกักบริเวณ เมื่อ 10 พ.ค. (ที่มา: เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำนครย่างกุ้ง)

การแถลงของนายเคิร์ต แคมพ์เบล เมื่อ 10 พ.ค. ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำนครย่างกุ้ง ก่อนเดินทางออกจากพม่า (ที่ มา: เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำนครย่างกุ้ง)

คำแถลงของนายเคิร์ต แคมพ์เบล เมื่อ 10 พ.ค. ก่อนเดินทางออกจากพม่า (ที่มา: เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำนครย่างกุ้ง)

 

ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเข้าพบซูจี

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา นายเคิร์ต แคมพ์เบล (Kurt Campbell) ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ของสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ระหว่างการเยือนพม่าเป็นเวลา 2 วัน ได้เข้าพบนางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าที่บ้านพักรับรอง ซึ่งเป็นที่กักบริเวณ ในนครย่างกุ้ง

ทั้งนี้พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่นางออง ซาน ซูจีเป็นผู้นำถูกยุบไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และนับเป็นการหารือกับนางเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความวิตกของสหรัฐที่มีต่อการจัดเลือกตั้งทั่วไปของพม่าโดยไม่มีนางซูจีและพรรคเอ็นแอลดี

หลังจากที่ได้เข้าพบหารือ นายแคมพ์เบล แถลงว่ารู้สึกผิดหวังอย่างสุดซึ้งต่อการเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 2 ทศวรรษ และต้องการให้พม่าดำเนินการเร่งด่วนในการเปิดเผยกระบวนการการเลือกตั้ง โดยกล่าวว่า สิ่งที่เห็นในวันนี้ทำให้เราเชื่อว่า การเลือกตั้งนี้จะขาดความชอบธรรมตามหลักสากลพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วนในการเปิดเผยกระบวนการในช่วงที่ยังมีเวลาเหลือก่อนการเลือกตั้ง

"แม้เราจะรู้สึกผิดหวังอย่างสุดซึ้งกับการตอบรับของผู้นำพม่า แต่ผมยังคงได้รับกำลังใจจากบุคคลนอกรัฐบาลที่ผมได้พบ ผมขอชื่นชมกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งมีความแนวแน่ที่จะอยู่ภายใต้สันติและมีผู้แทนหลักสำหรับอนาคตของประเทศของพวกเขา ผมเคารพในการตัดสินใจอันยากลำบากของพรรคการเมืองพม่าซึ่งได้พิจารณากรณีการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ส่วนหนึ่งตัดสินใจเข้าไปร่วม อีกส่วนปฏิเสธการเข้าร่วม นี่เป็นสิทธิของเสรีชนที่จะตัดสินใจด้วยตัวของพวกเขาเอง และสหรัฐอเมริกาเคารพในการตัดสินใจของพวกเขา

ผมขอใช้เวลาสักครู่เพื่อปรบมือให้กับผู้นำพรรคสันบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย พรรคการเมืองซึ่งต่อสู้มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษเพื่อยกระดับชีวิตของประชาชนชาวพม่า พวกเขาได้จัดการประชุมที่กินเวลายาสนาน แม้ว่าพวกเขาจะปฏิเสธกรอบกฎหมายที่กำหนดขึ้นโดยกฎของรัฐบาลที่ยังมีข้อบกพร่อง ผู้นำของพรรคการเมืองนี้ยังคงมุ่งมั่นทำงานเป็นตัวแทนของชาวพม่าและทำงานเพื่อชาวพม่า สหรัฐอเมริกายังคงยืนเคียงข้างทุกคนที่ทำงานเพื่อสนับสนุนประชาชนพม่า รวมทั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามพวกเขาอาจสถาปนาพรรคนี้ขึ้นมาใหม่ในอนาคต

สุดท้ายนี้ ผมรู้สึกสะเทือนใจอีกครั้ง ด้วยความเพียรและความรับผิดชอบของออง ซาน ซูจี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอต้องการให้เกิดความยุติธรรมและความกรุณาในพม่าและต่อประชาชนพม่า เธออธิบายให้เห็นใจและความอดกลั้นต่อผู้จับกุมเธอที่ทำให้เธอเสียเกียรติหลายครั้ง นี่เป็นเรื่องน่าสลดใจที่นายพลพม่าบอกปัดคำร้องขอของเธอหลายครั้งที่ต้องการทำงานร่วมกันเพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธีเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต

ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของผู้ต่อสู้เหล่านี้ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กระผม สหรัฐอเมริกาขอยืนเคียงข้างประชาชนพม่าที่มีความต้องการชาติที่เป็นประชาธิปไตย มีความเจริญรุ่งเรือง และมีสันติสุขมากกว่านี้" ตอนหนึ่งของคำแถลงของนายแคมพ์เบลระบุ (อ่านต้นฉบับที่นี่)

 

แกนนำเอ็นแอลดีเรียกร้องสหรัฐอเมริกาเพิ่มการกดดันรัฐบาลทหาร

ด้านนายถิ่น วิน อดีตนักโทษการเมือง และสมาชิกอาวุโสของพรรคเอ็นแอลดี กล่าวหลังได้พบปะกับนายแคมพ์เบลในช่วงเช้าของวันเดียวกันว่าแกนนำฝ่ายค้านคนสำคัญคนอื่นๆ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐ กดดันรัฐบาลทหารให้มากขึ้น และว่ารัฐบาลไม่มีทางที่จะจัดการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถืออย่างที่โลกต้องการได้ โดยนายถิ่น วิน เรียกร้องให้นานาชาติอย่ารับรองผลเลือกตั้งของพม่าซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่โลกต้องการ

ทั้งนี้ พรรคเอ็นแอลดีปฏิเสธที่จะจดทะเบียนเป็นพรรคการเมือง เนื่องจากไม่ต้องการขับนางซูจีออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคตามกฎหมายเลือกตั้งใหม่ ที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลทหารในการกุมอำนาจไว้ในมือต่อไปหลังการเลือกตั้ง ทำให้สถานภาพของพรรคเอ็นแอลดีสิ้นสุดลงหลังเที่ยงคืนวันที่ 6 พ.ค.

ขณะที่สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีส่วนหนึ่งซึ่งไม่เห็นด้วยกับการไม่ไปจดทะเบียนพรรค นำโดยนายขิ่นหม่อง ฉ่วย อดีตคณะกรรมการบริหารพรรคได้ไปตั้งพรรคใหม่ โดยใช้ชื่อว่า พรรคพลังประชาธิปไตยแห่งชาติ (National Democratic Force – NDF)

 

ทนายซูจียื่นอุทธรณ์ค้านการกักบริเวณ

ความคืบหน้าล่าสุดวานนี้ (12 พ.ค.) นางออง ซาน ซู จี ได้ยื่นอุทธรณ์ครั้งใหม่ต่อศาลฎีกา เพื่อคัดค้านการกักบริเวณในบ้านพัก โดยเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายสำหรับการเรียกร้องอิสรภาพ นางซูจี ถูกศาลตัดสินให้ขยายระยะเวลาในการกักบริเวณออกไปอีก 18 เดือน เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว หลังถูกตัดสินว่า มีความผิด อันเนื่องมาจากมีชายชาวอเมริกันคนหนึ่งว่ายน้ำเข้าไปยังบ้านของเธอ ก่อนหน้านี้นางออง ซาน ซูจี ถูกศาลปฏิเสธคำอุทธรณ์มาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยนายยัน วิน ทนายความของนางซู จี คาดว่า ศาลจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ เพื่อตัดสินใจว่าจะยินยอมพิจารณาคำขออุทธรณ์ครั้งใหม่หรือไม่ หลังจากยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

สำหรับผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา คนดังกล่าว ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เมื่อ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้พบปะและรับประทานอาหารกับผู้นำทางการเมืองในประเทศไทยหลายคนก่อนเดินทางไปพม่า อาทิ นายพงศ์เทพ เทพ   กาญจนา นายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายนพดล ปัทมะ นอกจากนั้น ยังเชิญนักการเมืองซีกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมวงสนทนาด้วย แต่ไม่มีใครไปพบ

โดยนายเคิร์ต กล่าวว่า สหรัฐมีความยินดีอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรีไทยนำเสนอโรดแม็ปนำไปสู่ความปรองดอง และให้คำมั่นจะจัดเลือกตั้งใหม่ และมีกำลังใจมากขึ้นภายหลังจากกลุ่ม นปช. แสดงท่าทีตอบรับทางบวกต่อโรดแม็ปดังกล่าว และหวังว่าแกนนำ นปช. จะอาศัยโอกาสนี้นำประเทศไทยออกจากวิกฤต

 
เอกสารเพิ่มเติม: คำแถลงของนายเคิร์ด แคมพ์เบล [1] เอกสาร [2] เสียง