ธงชัย วินิจจะกูล:“เสียดินแดน” เป็นประวัติศาสตร์หลอกไพร่ไปตายแทน

ความรู้ประวัติศาสตร์เรื่อง “การเสียดินแดน” วางอยู่บนความเข้าใจประวัติศาสตร์อย่างผิดๆ 4 ประการ

1. เข้าใจผิดว่า รัฐสมัยเก่า (ก่อนศตวรรษที่ 20) ถือการครอบครองดินแดนเป็นเรื่องใหญ่
 
ความจริง – รัฐสมัยเก่าไม่ถือการครอบครองดินแดนเป็นเรื่องสำคัญ ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสมัยเก่าเป็นเรื่องของเจ้าที่มีอำนาจมากถืออำนาจบาตร ใหญ่เหนือเจ้าที่มีอำนาจน้อยกว่า ลดหลั่นเป็นลำดับชั้นกันลงไป คือ เป็นความสัมพันธ์แบบเจ้าพ่อนั่นเอง เจ้าพ่อรายใหญ่ย่อมเรียก “ค่าคุ้มครอง” จากเจ้าพ่อรายเล็กกว่าในรูปของส่วยสาอากรผลประโยชน์ต่างๆและไพร่พล จากนั้นเจ้าพ่อทั้งรายใหญ่รายเล็กก็ไปขูดรีดเอากับไพร่ฟ้าข้าไทในเขตอิทธิพล ของตนอีกทอดหนึ่ง
 
อำนาจของเจ้าพ่อรายเล็กจึงอยู่ที่อำนาจเหนือไพร่ฟ้าข้าไทในเขต อิทธิพลของตน อำนาจของเจ้าพ่อรายใหญ่จึงอยู่ที่อำนาจเหนือเจ้าพ่อรายเล็กและไพร่ฟ้าข้าไท ในเขตอิทธิพลของตน อธิปไตยเหนือดินแดนแบบสมัยนี้ยังไม่มี อำนาจขององค์อธิปัตย์หมายถึงอำนาจเหนือคน คือ เหนือเจ้าพ่อรายเล็กและไพร่ฟ้าข้าไท ไม่จำเป็นต้องมีขอบเขตชัดเจน บางทีก็มีบางทีก็ไม่มี ไพร่ฟ้าจะเดินทางไกลไปไหนต่อไหนก็ยังถือว่ายังอยู่ ใต้อำนาจของเจ้าองค์เดิม หรือที่เรียกว่า “ใต่ร่มพระบรมโพธิสมภาร” ของเจ้าองค์เดิม
 
“ดินแดน” ที่รัฐสมัยเก่าหวงแหนสุดขีดคือเมืองและวัง เพราะหมายถึงอำนาจของเจ้าพ่อ รัฐสมัยเก่าไม่หวงแหนชายแดน ยกให้เป็นของขวัญแก่ฝรั่งอังกฤษมาแล้วก็มี
 
2. เข้าใจผิดว่า เมืองขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของอธิปไตยของรัฐเจ้าพ่อใหญ่
 
ความจริง – เจ้าพ่อรายเล็กที่ยอมเป็นเมืองขึ้นหรือประเทศราชของรัฐเจ้าพ่อใหญ่ยังคงมี อำนาจเหนือเมือง วัง ไพร่ฟ้าข้าไทและเขตอิทธิพลของตน เพียงแต่ไม่ถือว่าเป็น “อิสระ” (คำว่า “อิสระ” แต่เดิมหมายถึงเป็นใหญ่สูงสุด ความหมายเพิ่งเปลี่ยนเป็น independence พร้อมๆกับรัฐสมัยใหม่ในศตวรรษที่ 20 นี่เอง) จะถือว่าเป็น “อิสระ” ได้ยังไงในเมื่อยอมสวามิภักดิ์ต่อรัฐเจ้าพ่อใหญ่ แต่การสวามิภักดิ์มิได้หมายถึงตกเป็นสมบัติของรัฐเจ้าพ่อใหญ่แต่อย่างใด เพียงหมายถึงยอมอยู่ใต้อำนาจบาตรใหญ่ “ความคุ้มครอง” ของเจ้าพ่อรายใหญ่กว่าและยอมจ่าย “ค่าคุ้มครอง” ตามที่เจ้าพ่อรายใหญ่เรียกมาเท่านั้นเอง
 
“เขตอิทธิพล” หรือดินแดนที่ไม่มีขอบเขตชัดเจนของเมืองขึ้นหรือประเทศราชจึงไม่ใช่สมบัติ ของเจ้าพ่อรายใหญ่ แต่แน่นอนว่าเจ้าพ่อใหญ่อย่างเจ้ากรุงเทพฯย่อมถือว่าประเทศราชเป็นสมบัติของ ตน
 
ทัศนะที่ถือว่าประเทศราชและดินแดนชายขอบอำนาจเป็นของประเทศไทยมา แต่โบราณ เช่น สุโขทัยเป็นเจ้าของทั้งแหลมมลายู จึงเป็นทัศนะประวัติศาสตร์แบบเจ้าพ่อใหญ่ เช่น เจ้ากรุงเทพฯ เจ้าอังวะ หงสา ฯลฯ แต่ทว่าไทย/สยามที่เป็นรัฐแบบชาติสมัยใหม่กลับรักษาทัศนะประวัติศาสตร์ของ เจ้ากรุงเทพฯและยกให้เป็นประวัติศาสตร์แห่งชาติอีกด้วย ประวัติศาสตร์ไทยจึงเป็น “ราชาชาตินิยม” คือไม่ใช่แค่ชาตินิยมอย่างประเทศอื่น แต่เป็นชาตินิยมที่คิดแบบเจ้ากรุงเทพฯ เช่น ถือว่าประเทศราชและดินแดนชายขอบอำนาจเป็นของประเทศไทยมาแต่โบราณ
 
3. เข้าใจผิดว่า เมืองขึ้นหรือประเทศราชหนึ่งย่อมขึ้นต่อเจ้าพ่อรายใหญ่เพียงรายเดียว เมือง ขึ้นของสยามย่อมขึ้นต่อสยามเท่านั้น ดังนั้นดินแดนประเทศราชย่อมเป็นของประเทศสยามแต่ผู้เดียว
 
ความจริง – ประเทศราชของอยุธยาและกรุงเทพฯแทบทั้งหมดในประวัติศาสตร์เป็นเมืองขึ้นของ เจ้าพ่อใหญ่รายอื่นด้วยในเวลาเดียวกัน เช่น พม่า (อังวะ หงสาวดี) และเวียดนาม (เว้ ตังเกี๋ย) เพราะในความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสมัยเก่าแบบเจ้าพ่อนั้น รัฐเล็กๆถือว่ายอม อ่อนน้อมต่อเจ้าพ่อใหญ่ดีกว่าโดนเจ้าพ่อลงโทษ ครั้นเจ้าพ่อใหญ่หลายรายมาเรียก “ค่าคุ้มครอง” ก็ยอมซะเท่าที่ยังพอทนไหว (หากทนไม่ไหวค่อยฟ้องเจ้าพ่อ ก. ให้มาจัดการกับเจ้าพ่อ ข.) ประเทศราชของอยุธยาและกรุงเทพฯเป็นประเทศราชของ 2-3 เจ้าพ่อใหญ่ในเวลาเดียวกัน เจ้ากรุงเทพฯมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 รู้ข้อนี้ดีว่าประเทศราชไม่เคยขึ้นต่อสยามแต่ผู้เดียว
 
ดังนั้น ขอบข่ายอำนาจของเจ้าพ่อใหญ่อย่าง สยาม พม่า เวียดนามจึงซ้อนทับกันเป็นแถบเบ้อเริ่ม เพราะต่างมี่ประเทศราชร่วมกัน อำนาจซ้อนทับแบบนี้ไม่เป็นปัญหาต้องแบ่งปันกันหรือรบราฆ่ากันเพราะทุกรัฐ สมัยเก่าขอแค่ประเทศราชยอมสวามิภักดิ์และจ่ายค่าคุ้มครองสม่ำเสมอเป็นใช้ได้
 
แต่ครั้นทุกรัฐรับธรรมเนียมสมัยใหม่จากฝรั่งในปลายศตวรรษที่ 19 ที่ไม่ยอมรับอำนาจเหนือดินแดนแบบซ้อนทับอีกต่อไป และถือการครอบครองดินแดนเป็นเรื่องใหญ่ จึงต้องแย่งชิงกันว่าดินแดนของประเทศราชเป็นของใครกันแน่แต่ผู้เดียว ความขัดแย้งระหว่างสยามกับอังกฤษ ฝรั่งเศสสมัยรัชกาลที่ 5 คือ การพยายามแข่งขันกันช่วงชิงดินแดนประเทศราชมาเป็นของตนแต่ผู้เดียว กรณี “เสียดินแดน” คือผลของการแย่งชิงกันแล้วสยามแพ้ สยาม“ไม่ได้ดินแดนมาเป็นของสยามแต่ผู้เดียว” ฝรั่งชนะจึงได้ไป
 
ประวัติศาสตร์แบบราชาชาตินิยมของรัฐไทยสมัยใหม่จึงแย่ยิ่งกว่าเจ้ากรุงเทพฯแบบก่อนศตวรรษที่ 20 เสียอีก คือ หลงคิดว่าประเทศราชเป็นของตนแต่ผู้เดียวมาแต่โบราณ ครั้นแย่งดินแดนประเทศราชกันแล้วแพ้เขา จึงเรียกว่า “ไทยเสียดินแดน”
 
4. เข้าใจผิดว่า ดินแดนของรัฐสมัยเก่ากำหนดชัดเจนแน่นอนว่าตรงไหนของใคร จึงสามารถพูดได้ว่า ไทยเสียดินแดนไปกี่ครั้งกี่ตารางกิโลเมตร
 
ความจริง – จากที่อธิบายมาข้างต้นคงเห็นแล้วว่า อำนาจดินแดนของรัฐสมัยเก่ามีทั้งซ้อนทับกันและโดยมากไม่กำหนดขอบเขตดินแดน ชัดเจน ดินแดนของรัฐสยามสมัยใหม่ที่ชัดเจนมีเส้นเขตแบ่งปันเพิ่งเกิดขึ้นมาก็ต่อ เมื่อแย่งชิงกันจบด้วยกำลังทหาร (ซึ่งสยามสู้ฝรั่งไม่ไหว) สยามจึงไม่เคยเสียดินแดนที่ไม่เคยเป็นของตน
ในเมื่อไม่เคยเป็นเจ้าของดินแดนประเทศราช ไม่เคยเป็นเจ้าพ่อใหญ่แต่ผู้เดียวด้วยซ้ำไป แถมอำนาจเหนือดินแดนไม่มีขอบเขตชัดเจน การ “เสีย ดินแดน” แท้ที่จริงแล้วจึงเป็นการเสียอำนาจแบบเจ้าพ่อแบบโบราณ คือ ไม่สามารถอวดอ้างความเป็นอธิราชได้อีกต่อไป เรียกให้เขาอ่อนน้อมไม่ได้แล้ว เรียกเก็บผลประโยชน์ก็ไม่ได้เช่นกัน ในจารีตแบบรัฐราชาธิราชหรือรัฐเจ้าพ่อแบบสมัยเก่านั้น นี่เป็นการเสียพระเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดินอย่างที่สุดประเภทหนึ่ง ความเจ็บปวดของเจ้ากรุงเทพฯจึงเป็นเรื่องของการที่พระองค์เสียพระเกียรติยศ อย่างสาหัส ไม่ใช่การ “เสียดินแดน” ในแบบที่เราวัดกันออกมาได้เป็นตารางกิโลเมตร
 
กล่าวโดยสรุป ประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมเรื่องการ “เสียดินแดน” มีองค์ประกอบทางปัญญาสำคัญ 2 ประการ คือ
     1.ต้องอ้างว่าเป็นเจ้าของดินแดนประเทศราชมาแต่โบราณซึ่งเป็นทัศนะประวัติศาสตร์         ของเจ้ากรุงเทพฯ และต้อง ถือเอาความเจ็บปวดของเจ้ากรุงเทพฯมาเป็นของตนด้วย
     2.ต้องอ้างว่าเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียวแบบชาตินิยมของรัฐชาติสมัยใหม่
 
องค์ประกอบทั้งสองประการเริ่มประมวลเข้าด้วยกันวาทการวาทกรรมการ “เสีย ดินแดน” โดยฝีมือของนักชาตินิยมอย่างหลวงวิจิตรวาทการและอีกหลายคนร่วมสมัยกับเขา โดยเริมผลิตมาตั้งแต่ประมาณต้นทศวรรษ 2470 (ก่อนการเปลี่ยนแปลง 2475 เล็กน้อย) และกลายเป็นส่วนสำคัญของลัทธิชาตินิยมของรัฐไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อันนำไปสู่การ “เรียกร้องดินแดนคืน” ในปี 2483และกรณีดังกล่าวมีผลให้วาทกรรมและความเข้าใจประวัติศาสตร์ (ผิดๆ) เรื่องการ “เสียดินแดน” ฝังแน่นในสังคมไทย
 
วาทกรรมและประวัติศาสตร์การ “เสียดินแดน” เป็นประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมตัวพ่อ คือ ทั้งทรงพลัีง เป็นฐานอย่างหนึ่งที่มีส่วนก่อรูปก่อร่างความคิดชาตินิยมของไทยตั้งแต่เริ่ม และยังคงเป็นฐานรากค้ำจุนชาตินิยมของไทยมาจนทุกวันนี้ แถมยังเป็นฐานภูมิปัญญาไทยอย่างหนึ่งที่ให้กำเนิดอุดมการณ์ ความเชื่อ วาทกรรมชาตินิยมอีกมากมาย
 
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเอกสาร power point ชุดหนึ่งแพร่หลายอย่างกว้างขวาง เสนอว่า “ไทยเสียดินแดน” มาทั้งหมด 14 ครั้ง นี่เป็นตัวอย่างผลผลิตของประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมตัวพ่อที่สามารถผลิต โฆษณาชวนเชื่อเหลวไหลได้อย่างไม่มีขีดจำกัด อ้างไปได้เรื่อยว่าปีนัง ทวาย มะริด ตะนาวศรี ฯลฯ เป็นของไทยแต่เสียไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แม้แต่นักชาตินิยมรุ่นหลวงวิจิตรวาทการยังไม่เคยเพ้อเจ้อไปไกลขนาดนั้น คือในระยะแรกที่วาทกรรมการ “เสีย ดินแดน” เริ่มปรากฏตัวนั้น อย่างมากก็เสนอว่าเสีย 3-5 ครั้งและทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงกับฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5  แต่ยิ่งนานวัน จำนวนครั้งและดินแดนที่อ้างว่าเสียไปกลับมากขึ้นทุกที เพราะตัวเลขเหล่านี้ไม่มีหลักฐานหลักเกณฑ์ใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงการมอมเมาให้ไพร่ราษฎรหลงผิดงมงายกับประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยม เอาความแค้นของเจ้ากรุงเทพฯและความคลั่งชาติมาเป็นความคิดของตน ยอมไปตายแทนเพื่อผลประโยชน์ของชนชั้นปกครองไทย 

คนที่ยังหลงงมงายกับประวัติ ศาสตร์การ “เสียดินแดน” ก็เท่ากับยังหลงเชื่อประวัติศาสตร์แบบที่เจ้ากรุงเทพฯและพวกอำมาตย์ชาตินิยม ต้องการ มีแต่คนที่รับใช้เจ้าจนตัวตายรับใช้เจ้านายห้วปักหัวปำเท่านั้นแหละที่เที่ยวป่าวร้องอยู่ในกรุงเทพฯให้ไพร่ราบทหารเกณฑ์ไปตายแทน

 

 

ชาตินิยมที่กำลังบ้าคลั่งอยู่ในขณะนี้ก็เป็นผลผลิตของประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมเรื่อง “เสีย ดินแดน” ปัญหาเขตแดนระหว่างประเทศเป็นมรดกตกทอดจากยุคอาณานิคมอย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังมีอีกหลายแห่งรอบชายแดนประเทศไทย ไม่ใช่แค่ชายแดนกัมพูชา ที่ไม่มีทางแก้ตกง่ายๆ หรืออาจคาราคาซังแก้ไม่มีทางหมดสิ้นก็เป็นได้ เพราะรากเหง้าของปัญหามาจากระบบความสัมพันธ์ของรัฐแบบสมัยก่อนไม่ถือดินแดน ที่ชัดเจนตายตัว กับความสัมพันธ์แบบรัฐชาติสมัยใหม่ที่ถืออธิปไตยเหนือดินแดนที่ชัดเจนตายตัว เป็นเรื่องใหญ่ เข้ากันไม่ได้
 
การวางตัวเป็นเจ้าพ่อใหญ่อย่างที่ทำ มาค่อนศตวรรษและกำลังทำอยู่ในขณะนี้ อย่างเก่งก็ชนะได้ชั่วคราว แล้วก็ต้องรบอีกครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่ได้ช่วยให้ปัญหาคลี่คลายลงเลยสัก นิด และหากจะใช้วิธีนี้คงต้องรบกับเพื่อนบ้านทุกด้ายตลอดแนวชายแดน เพราะมีปัญหาทั้งนั้น

การป่าวร้องว่าเขตแดนเป็นมรดกตกทอดจากยุคอาณานิคม เราจึงต้องไม่ยอมรับแผนที่ฝรั่ง ศาลฝรั่ง เขตแดนแบบฝรั่ง และจึงชอบธรรมที่จะไปเอาดินแดนคืนมา นี่เป็นเหตุผลแบบราชาชาตินิยมวิปลาศแบบสุดๆ คือ ถือว่าไทยยังเป็นเจ้าพ่อที่อ้างความเป็นใหญ่และเป็นเจ้าของดินแดนที่ไม่เคย เป็นของตน นี่ก็เป็นผลผลิตของประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมตัวพ่อ

คนที่กล่าวหาว่าคนอื่น “โง่” 3-4 ชั้นหลงตามฝรั่งในเรื่องเส้นเขตแดนจนเสียดินแดนให้เขมร คือพวกเกลียดตัวกินไข่ เพราะ ชาติ ชาตินิยม อธิปไตยเหนือดินแดนแบบที่พวกเขาโฆษณาชวนเชื่ออยู่ ล้วนเป็นของที่ไทยรับเอามาจากฝรั่งทั้งนั้น ในเมื่อเราหลีกไม่พ้นที่จะต้องอยู่กับมาตรฐานความสัมพันธ์กันแบบรัฐชาติสมัย ใหม่ที่เริ่มมาจากฝรั่ง เราก็ควรรู้เท่าทัน รู้จักปรับตัว ไม่งมงายไปกับชาตินิยมหรือประวัิติศาสตร์อันตรายอย่างการ “เสียดินแดน” คนพวกนี้เที่ยวกล่าวหาคนอื่นว่าหลงฝรั่ง แต่กลับเสพติดงมงายกับสิ่งอันตรายที่ฝรั่งยุคอาณานิคมและยุคฟาสซิสต์ทิ้งไว้ ให้สังคมไทย หยุดหลอกลวงประชาราษฎรไปตายแทนลัทธิราชาชาตินิยมเสียที หาทางออกที่มีอารยธรรมกว่าสงครามไม่ดีกว่าหรือ หรือว่าราชาชาตินิยมหมดท่าแล้ว จึงต้องใช้วิถีทางอนารยะบ้าคลั่งอย่างที่พยายามทำกันอยู่

หมายเหตุ:จากบทความเดิมชื่อ:“เสียดินแดน” เป็นประวัติศาสตร์หลอกไพร่ไปตายแทน (เพราะ “ไทย” ไม่เคยเสียดินแดน)

 

Comments

แช่ม

[quote=แช่ม]ไอ้เปรตนี่...เพ้อเจ้อ[/quote]
พธม.มักจะไม่ยอมรับความจริงเช่นนี้แล

ดวง แช่ม ใช้สมองบ้าง!

ดวง แช่ม ใช้สมองบ้าง! เป็นไรแต่เช้า
คิดบวกมีไหม.... ถ้ามีความคิดที่ดีกว่า
ใช้เหตุผลที่ดีหรือมีตรรกกะมากกว่า ธงชัย มาแย้งบ้าง
อยากฟัง ขอบคุณ

อ่านยังไม่จบ

อ่านยังไม่จบ แต่วิเคราะห์และอธิบายได้ทะลุทะลวงทางปัญญายิ่งนัก
เป็นกระบวนท่าในการคิดในการมองที่เห็นจะต้องจดจำไปใช้มั่ง

ฟุหยวน wrote:ดวง แช่ม

[quote=ฟุหยวน]ดวง แช่ม ใช้สมองบ้าง! เป็นไรแต่เช้า
คิดบวกมีไหม.... ถ้ามีความคิดที่ดีกว่า
ใช้เหตุผลที่ดีหรือมีตรรกกะมากกว่า ธงชัย มาแย้งบ้าง
อยากฟัง ขอบคุณ[/quote]

ฟุหยวน เนี่ยท่าจะไม่รู้ว่า พระพุทธองค์ กำหนดศีล 227 ข้อ มี ธัมมเทสนาปฏิสังยุตต์ ๑๖ ข้อ (ว่าด้วยการแสดงธรรม)
หลักๆ คือ ห้ามแสดงธรรมต่อคนถืออาวุธ หรือคนที่ไม่พร้อมรับฟังธรรม

แต่ก็นั่นแหละ คุณและผม ไม่ใช่พระ

พวกเปรต ย่อมคิดอย่างเปรต บรรห

พวกเปรต

ย่อมคิดอย่างเปรต

บรรหารบุรี

เนวินบุรี

ชวนบุรี

สุเทพบุรี

แม้วบุรี

พวกเจ้าพ่อเล็กตั้งตัวเป็นเจ้าพ่อเกือบใหญ่

อย่างนี้เรียกว่าเสียดินแดน

หรือเป่าว

เมื่อสมัยโจรจีนยังเป็นใหญ่ทางสี่จังหวัด

พ่อค้าร้านค้าก็ต้องส่งค่าคุ้มครองให้โจรจีน

ในเขตที่อิธิพลทับซ้อน

ก็ต้องจ่ายทั้งสองฝ่าย

ทั้งจีนและแขก

โจรจีนหายไป

โจรแขกก็เก็บส่วนฝ่ายเดียว

ตอนนี้โจรีแขกเรียกแผ่นดินคืน

อย่างนี้ก็เรียกเสียดินแดน

เพ่งรู้ว่าเราเสียดินแดนมาตั้ง 14 ครั้งแล้ว

ตอนนั้นคงมีดินแดนสักค่อนโลก

ตั้งแต่กรุงปักกิ่งยันมาถึงสิงคโปร์

ปู่โครตที่ทำให้เสียดินแดนมาทั้ง 14 ครั้ง

เห็นจะต้องขุดกระดูกมาชำระคดีกันหน่อย

พี่ลอง เจ๊กลิ้ม

เอาเลย

เราก็อยากได้ที่ดิน สปก มาแบ่งกันบ้าง

ก็เล่นให้คนละไม่เกิน 50 ไร่

ไม่พอแมวดิ้นตาย

ฟุหยวน wrote:ดวง แช่ม

[quote=ฟุหยวน]ดวง แช่ม ใช้สมองบ้าง! เป็นไรแต่เช้า
คิดบวกมีไหม.... ถ้ามีความคิดที่ดีกว่า
ใช้เหตุผลที่ดีหรือมีตรรกกะมากกว่า ธงชัย มาแย้งบ้าง
อยากฟัง ขอบคุณ[/quote]

อย่าไปว่าเขาเลย

แค่ลามปามไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ก็บอกอะไรได้ตั้งเยอะแล้ว

สองคนนี้ไม่มีเป้าหมายอะไรเลยด้วยซ้ำ

นอกจากเกลียดทักษิณ

เฮตามลิ้มฯ

แก่นสารไม่มี!!!

เสียดินแดน...? อันที่จริงมันก

เสียดินแดน...?

อันที่จริงมันก็ดินแดนของคนเขมรทั้งนั้น
เป็นดินแดนของคนเขมรในประเทศเขมร
กับดินแดนของคนเขมรที่อยู่ในประเทศไทย

แล้วใคร?...เสียดินแดนให้ใคร?
คนเขมร...เสียดินแดนให้คนเขมร !

ปัญหามันมีนิดเดียว...คนไทยไม่ยอม "เสียหน้า"

Anonymous wrote:ฟุหยวน

[quote=Anonymous][quote=ฟุหยวน]ดวง แช่ม ใช้สมองบ้าง! เป็นไรแต่เช้า
คิดบวกมีไหม.... ถ้ามีความคิดที่ดีกว่า
ใช้เหตุผลที่ดีหรือมีตรรกกะมากกว่า ธงชัย มาแย้งบ้าง
อยากฟัง ขอบคุณ[/quote]

ฟุหยวน เนี่ยท่าจะไม่รู้ว่า พระพุทธองค์ กำหนดศีล 227 ข้อ มี ธัมมเทสนาปฏิสังยุตต์ ๑๖ ข้อ (ว่าด้วยการแสดงธรรม)
หลักๆ คือ ห้ามแสดงธรรมต่อคนถืออาวุธ หรือคนที่ไม่พร้อมรับฟังธรรม

แต่ก็นั่นแหละ คุณและผม ไม่ใช่พระ[/quote]

พระไม่ใช้ทั้งผมและคุณ แล้วคุณว่าใครที่ถืออาวุธละ ผมเห็นมาหลายครั้งจนชินตานับแต่ 14 ตุลา 16 - เมื่อปีกลาย
มาวันนี้คุณว่าต้องใช้อีกกี่ชีวิต ถมเป็นทางให้ 'ผู้รักชาติ' ของประเทศเดินไปปักธงบนปราสาท
'ผู้รักชาติ' รอบๆทำเนียบกำลังสนุกกับรายการบนเวทีปราศัย จำนวนหลายท่านอยู่หน้าคอมเรียกร้องให้ทำสงคราม
แต่ที่ต้องหลบ 'กระสุนปืนใหญ่' คือ 'ชาวบ้านนอก' ในศูนย์หลบภัย
ได้เห็นที่เด็กถามในทีวี พวกเขา (พธม) มีหน้าที่รักชาติแล้วชาวบ้านต้องหลบกระสุนปืนใหญ่อีกนานเท่าไร?
คุณ Anonymous ลองตอบคำถามเด็กน้อยเป็นไรครับ
แล้วไม่ต้องอ้างพระอ้างเจ้าอะไรให้วกวนละ ผมมีแค่ศีล 5 ที่แม่นมากๆ โดยเฉพาะข้อ 1 ไอ้เรื่องฆ่าสัตวตัดชีวิตสัตวร่วม
โลก วันนี้มันมีอมนุษย์ไม่กี่ตัวในทำเนียบที่สั่งให้ทำได้ เชื่อไหมท่านผู้เจริญ

ไหนๆธงชัยก็ไปสอนหนังสืออยู่ถึ

ไหนๆธงชัยก็ไปสอนหนังสืออยู่ถึงอเมริกา

ผมขอเสนอให้ ธงชัยใช้แนวทฤษฎีนี้ ไปเขียน วิจารณ์ กรณี ยิว กับ การยึดครองดินแดนปาเลสสไตน์อาหรับโดยอ้างว่าเป็น ดินแดนแห่งพันธสัญญาของพระเจ้า

แล้วนำไปลงใน นิตยสารวิชาการอเมริกัน ให้มันดังคับบ้านคับเมืองสักที นะครับ

หากรักชาติ จริง

หากรักชาติ จริง ลองไปอยู่ชายแดนกับผมไหม พวกสลิม ทั้งหลาย
จะคิดจะทำอะไร เห็นใจคนอยู่ชายแดน บ้าง นะครับ....?

คน..สรีสะเกษ

SSK wrote:หากรักชาติ จริง

[quote=SSK]หากรักชาติ จริง ลองไปอยู่ชายแดนกับผมไหม พวกสลิม ทั้งหลาย
จะคิดจะทำอะไร เห็นใจคนอยู่ชายแดน บ้าง นะครับ....?

คน..สรีสะเกษ[/quote]

Sathu.....

คนไท รักเขาทำไม

[quote=คนไท รักเขาทำไม]โห..จาน..มาขัดคอได้..ทวงคืนพระวิหารกับดินแดนฝั่งเขมรได้แล้ว..ว่าจะทวงคืนเขาอัลไตซะหน่อย..เซ็งเลย..
เนอะแช่ม..เนอะ..ดวง...[/quote]

เขาอัลไตมันไกล...ขี้เกียจไป
ว่าจะไปทวงคืนอาณาจักรน่านเจ้าก่อน
แล้วจะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเพิ่มเติมให้จุใจ

ถึงบอก,

ถึงบอก, เสื้อเหลืองมันเกิดช้าไป 500 ปี - คนหน้าง่าว.

ทวงคืน

ทวงคืน เทือกเขาอัลไตอะไีรนี่มันเด็กๆไปหน่อย......ดิน น้ำ ฟ้าและอากาศ ในโลกนี้ล้วนเป็นของเราทั้งนั้น......ยึดครองจักรวาลไปเลยดีก่า.....เมือง(คน)ไทยไม่เหมือนชาติใดในโลกอยู่แล้ว

น้ำลัด wrote:คนไท รักเขาทำไม

[quote=น้ำลัด][quote=คนไท รักเขาทำไม]โห..จาน..มาขัดคอได้..ทวงคืนพระวิหารกับดินแดนฝั่งเขมรได้แล้ว..ว่าจะทวงคืนเขาอัลไตซะหน่อย..เซ็งเลย..
เนอะแช่ม..เนอะ..ดวง...[/quote]

เขาอัลไตมันไกล...ขี้เกียจไป
ว่าจะไปทวงคืนอาณาจักรน่านเจ้าก่อน
แล้วจะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเพิ่มเติมให้จุใจ[/quote]

เอ้อ เข้าท่า ความคิดดี
ก้าวเล็กๆ แต่จะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของคนไทย ต่อไป
แล้วค่อยยึดจีน อัลไต รัสเซีย ตลุยให้ทั่วถึงยุโรป เอาให้ กุบไลข่าน อายด๋อยไปเรย
สู้เขา ไ้อ้ลูกหลานองดำ

ประชาธิปไตยรากหญ้่า

[quote=ประชาธิปไตยรากหญ้่า]ทวงคืน เทือกเขาอัลไตอะไีรนี่มันเด็กๆไปหน่อย......ดิน น้ำ ฟ้าและอากาศ ในโลกนี้ล้วนเป็นของเราทั้งนั้น......ยึดครองจักรวาลไปเลยดีก่า.....เมือง(คน)ไทยไม่เหมือนชาติใดในโลกอยู่แล้ว[/quote]

เข้ ถูกใจเจงๆ ปุ่ม Like อยู่ไหนวะ จะกดให้สัก เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า ดอก

ผมว่าไม่ต้องไปทองคืนแผ่นดินถึ

ผมว่าไม่ต้องไปทองคืนแผ่นดินถึงไกลขนาดนั้นหรอก อยากให้ พธม. ช่วยทองคืินจากคนบางกลุ่มที่มีที่ดินเยอะๆ ที่ปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าเฉยๆ มาแบ่งให้พี่น้องผู้ยากไร้ไทยด้วยกันจะดีกว่ามั้ง

ครับอ่านแล้ว ไม่ไหว?

ครับอ่านแล้ว ไม่ไหว? บทวิเคราะห์นี้วนๆจับสาระจริงไม่ได้ ถึงยาก(หรือจริงๆมันไม่มีอะไรแค่มาแคะๆเกาๆเล่นๆ) การที่พยายามแยกเป็นข้อๆ1ถึง4 จริงๆคือเนื้อหาเดียวกัน เพียงแต่พูดนำเสนอแตกประเด็น ออกไปเหมือนพยายามพูดถึงกรุงเทพแต่วนไปอนุเสาวรีย์ชัย,ดอนเมืองที่สุดวนไปวนมาออกไปในประเด็นเดียวกันแล้วที่สุด วกเข้าเนื้อหาเดียว เรื่องกทม.ประวัติศาสตร์ ดินแดนในภูมิภาคนี้? แต่ไม่เข้าใจเรื่องพัฒนาการหรือหลักวิวัฒนาการของมัน ที่สรุปมีแค่ย่อหน้าทสุดท้ายที่ พอจะจับสาระได้บ้างแต่เผ่าเบามาก?

ผมจึงผิดหวังมากที่ได้อ่าน? จริงๆจะไม่เสียเวลาลงความเห็นด้วยซ้ำ ถ้าไม่ปรากฏ เนื้อหาสำคัญที่ต้องชี้แจงในนั้น นั้นคือ คุณธงชัยไม่เข้าใจหลักวิวัฒนาการ และพัฒนาการของคำว่ารัฐชาติ ว่ามันมีเนื้อหาปริมณฑลอย่างไร? มีเงื่อนไขตามหลักวิวัฒนาการอย่างไรทแยกแยะเพื่อจะข้ามพ้นพัฒนาการภายใต้เงื่อนไขแบบนี้อย่างไร อย่างมีหลักวิชาการ

ที่สุดเมื่อไม่สามารถแยกแยะประเด็นปัญหา จนเอาหลายเรื่องมาคลุกมั่วๆรวมกัน แบบจับแพะมาชนแกะ แล้วโยงเข้าประเด็นเดียว คือกรอบวิธึคิด การรวมศูนย์(ราชานิยมเดิม) ที่แม้มีส่วนในไทยบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะเอามาเหมารวมแบบไม่แยกแยะประเด็นปัญหาโดยเฉพาะเนื้อหาพัฒนาการด้านเขตแดนบน นิยามพัฒนาการรัฐชาติแถบนี้?

มันมีที่มาที่ไปแบบไหน? จะต้องผ่านจุดไหน? ไปหาจุดไหน?อย่างไร? กับการเอาไปมั่วคลุกรวมสมัยปัจจุบันกับสมัยพระเจ้าเหาโดยโยงเรื่องนั้น???ทั้งหมด มันจึงไม่ใช่? เพราะประเทศไทยไม่ใช่จุดศูนย์กลางของตัวแปรเงื่อนไขพัฒนาการของเขตแดนแถบนี้?ตามตรรกะนั้น?

หรือกำหนดความเป็นไปของพัฒนาการเขตแดนในภูมิภาคนี้? ตามเนื้อหาที่ยกมา โดยโยงเรื่องนั้นฯ? เพราะอธิปไตยบูรณาภาพเหนือดินแดนทุกประเทศยังเป็นของตัวเองและแยกเอกเทศจากรัฐไทยในปัจจุบัน? มีพัฒนากรเป็นของตัวเอง โดยตัวแปรรัฐชาติอื่นๆเข้าไปกำหนดตามนิยามที่ยกมาโยงมานั้นน้อยมาก? แม้จะโยงอยู่บ้างก็เบาบางมาก เช่นความรู้สึกแบบพี่เบิ้มในภูมิภาค? ที่เป็นเรื่องปกติ ทั่วโลกอย่างอเมริกา, ยิวอิสราเอล,จีนแต่แถบนี้น้อยมากโดยเฉพาะจากไทยตามตรรกะที่ยกมานั้น?

แต่ลักษณะแบบราชานิยม หรือที่ไปโยงมาตรงนั้นที่ยกมา ในเนื้อหาส่วนใหญ่ที่อรัมภบทมามากมายวนๆนั้น ในเนื้อหาที่มันวนๆ นั้นแทบไม่มีเลย? แต่จะมีผลก็แค่ระดับอารมณ์ความรู้สึกที่โยงกระแสชาตินิยมบ้างก็นิดเดียว? ตามกรอบที่ยกบ้างก็แค่ตัวแปรในไทย? ภายใต้การอ้างอิงกรอบใหญ่ระดับปัญหาเขตแดนในภูมิภาคอย่างนั้นตามข้างบนนั้น มันจึงเป็นตรรกะที่ใช้ไม่ได้ในการเอาไปโยงแบบนั้น

เพราะสาระจริงๆเรื่องนี้คุณธงชัยต้องเข้าใจหลักวิวัฒนากรด้านเขตแดน แยกแยะ พัฒนาการด้านเขตแดนแถบนี้ให้ได้ ก่อนจะไปโยงตัวแปรอื่นๆเทียบเคียงเรื่องแบบนี้ เพื่อความไม่สับสน ในการทำความเข้าใจตัวตนในโจทย์ใหญ่เรื่องพัฒนาการด้านเขตแดนภายใต้ตัวแปรเงื่อนไข ของหลักวิวัฒนาการและ สิ่งสำคัญต้องลำดับมันให้ได้ในพัฒนาการจากสิ่งหนึ่งไปหาสิ่งหนึ่ง? จะต้องปรับตัวอย่างไร?ข้ามพ้นอย่างไร? ด้วยเงื่อนไขแบบไหน?

เช่นกรณีที่ผมติงเรื่องชุดความคิดโลกไร้พรมแดนที่เป็นโรดแม็ปหลงป่าของอ.กลุ่มหนึ่งที่กลายมาเป็นชุดโรดแม็ปที่อ่อนหัดต่อโจทย์พิเศษนี้กรณีนี้ต่อยุทธสาสตร์ด้านเขตแดนของรบ.นี้ ?โดยเพาะอย่างยิ่งกรณีเขมร?

จนผมมองว่าคือปฎิบัติการฟันน้ำนม(เทียบกับข้อเท็จจริงของยุทธศาสตร์การที่จะเอามาตั้งรับโจทย์พิเศษแบบเขมร) บน จินตนาการหลงป่าชุดกินนรีกินนร ที่ไกลตัวตนปัญหามาก เพราะวิธีคิดที่ขาดการแยกแยะเงื่อนไขพัฒนาการด้านเขตแดน การที่เราจะข้ามพ้นมันไปได้มันต้องผ่านพัฒนาตามขั้นตอนแบบไหน บนตัวแปรเงื่อนไขพัฒนาการที่เข้าถึงปัญหาข้อตอบโจทย์มันด้วยปัจจุบันปัญหาภายใต้ตัวแปรข้อเท็จจริงในปัจจุบันปัญหาจริงๆก่อนจะไปพูดในพัฒนาการขั้นต่อไป(เช่นไร้พรมแดนตามชุดความคิดแบบอียูฯที่ใช้ขั้นตอนการผ่นพัฒนาการมาตามลำดับแบบไหนทก่อนจะได้แบบนั้น)

ที่ต้อง ตอบโจทย์ มันอย่างที่เป็นไปได้ในโจทย์ปัจจุบัน? นี่เกิดจากเงื่อนไขการขาดการแยกแยะครับ มันจึงไม่ต่างจากชุดความคิดคุณธงชัยสักเท่าไหร่? โอเค แม้ชุดความคิดชาตินิยมตามกรอบนั้น ที่โยงอำมาตยฯหลอกไพร่ไปตายแทนนั้น จะมีเนื้อหาที่มีจริงบ้าง? แต่มันโยงกรอบเล็กๆแค่ตัวแปรในไทยจะเอาไปเป็นชุดความคิดสำเร็จรูป ในการนิยามปัญหาเขตแดนแถบนี้ทั้งหมดแบบเหมารวมอย่างนั้นไม่ได้

แม้จะโยงเขมรแบบกลายๆในความที่เป็นบ้านน้อง เคยเป็นประเทศราช? แต่สถานะภาพตอนนี้ ที่เขามีอธิปไตยของตัวเองปัจจุบัน โยงกับการที่ใช้ตรรกะหัวเมืองประเทศราชสมัยราชานิยมตามที่ยกมานั้นจึงเทียบเคียงแทบไม่ได้?

เพราะพัฒนาการมันไปไกลกว่านั้นมาก เราคุมเขมรตามตรรกะนั้นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว? ที่ไม่ใช่แค่ใกล้เคียง เขมรไม่ฟังง่ายๆเสียด้วยซ้ำ(จากการกระทำตอนนี้ชี้ชัดว่าเขามีอธิปไตยเป็นของตัวเอง)

แล้วกรอบความคิดแบบพี่เบิ้มที่คุณบางกอกพยายามขยายผลกรณียิวฯ(ยังใกล้กว่าของคุณธงชัย) แต่ ของเราก็ไม่ชัด เมื่อเอาไปเปรียบเขมรก็ไม่ได้? ไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ ในการครอบงำคุกคาม ประเทศเล็กๆแบบปาเลสไตน์ของยิว เขมรมีบูรณาภาพ อธิปไตยเหนือดินแดน(เขมรไม่อยู่ภายใต้การครอบงำคุกคามจากไทยแบบยิวปาเลสไตน์) ที่ต่างกันมาก

ดังนั้นผมจึงไม่เข้าใจแมสเซสนี้ของอ.ธงชัยครับ? กำลังจะสื่ออะไร? แต่ถ้าจะบอกว่าพยายามจะแมสเซศ ว่า เกมนี้คือเกมของมือที่มองไม่เห็น? นั้นอาจจะมีบ้างในไทยหรือปัญหาภายใน? แต่จะเอาโยงเรื่องใหญ่บนตรรกะบนโจทย์ปัญหาดินแดนในภูมิภาคภายใต้ตรรกะแบบนี้ การตั้งโจทย์แบบนี้มันไม่ใช่ครับ???

อ้อครับถ้าแมสเซสจริงๆของอ.ธงช

อ้อครับถ้าแมสเซสจริงๆของอ.ธงชัยอยู่ที่การ"หลอกไพร่ไปตายแทน" ก็ต้องส่งแมสเซสด้วยตัวเนื้อหาภายในที่ชัดกว่านี้ ไม่ใช่โยงไกลจนคนอ่านสับสน โดยเฉพาะกรอบพัฒนาการด้านรัฐชาติ

เพราะผมอ่านจากเนื้อหาแล้วโยงไม่ชัดจนผม จับประเด็นขยายผลแบบนั้นไม่ชัด หรือมีก้ไม่ตรงประเด็นปัญหา คือมันถากๆ แบบยิงนกตกปลาไปไกลมาก? เพราะกรอบมันแคบแค่ในประเทศ โยงหน่อยก็แค่เขม?ร แต่มันมีเหตุมีผลบนความเสียหายที่ต้องแก้ไข ภายใต้บทบาทที่มีตรงนั้น??? เพราะ เรื่องนี้ฝ่ายการเมืองทำเสียหายไว้เยอะมากเหมือนกัน

หลายๆรบ.ที่ผ่านมา แทบจะเขกกะบาลได้ทุกรบ.เล?ยต่อความผิดพลาดเรื่องชายแดนด้านเขมร?

ดังนั้นถ้า อำนาจแบบนั้นจะใช้บทบาทที่มี บริหารจัดการต่อเรื่องนี้ เงื่อนไขที่สำคัญคือ หลักการและเหตุผล,ตลอดจนวิธีการเป็นคุณประเทศ? หรือซ้ำเติมประเทศ(แบบการปฎิวัติหรือเลือกติดกระดุมผิดเม้ดแรกเลย)ตรงนี้ต่างหากที่ต้องใช้เหตุใช้ผลประคองร่วมกัน เพราะทุกหนึ่งคือในนั้น? ถ้าเรายังอยู่กับตรงนั้น อย่างปฎิเสธความมีอยู่เป็นอยู่ไม่ได้

ทางที่ควรคือ ประคองสถานการณ์ตรวจสอบบทบาทที่แสดงออก ตรงนั้นร่วมกัน? เพราะทุกคนมีบทบาทหน้าที่ร่วมกันมีสิทธิในการแสดงออกไปตามหน้าที่ร่วมกันครับ

ผมจึงไม่อยากจะใช้วิธีการแบบนี้กีดกันใครถ้าการแสดงบทบาทนั้นเป็นคุณต่อประเทศครับ???

สรุปคือน้ำมันในอ่าวไทยไงละเป้

สรุปคือน้ำมันในอ่าวไทยไงละเป้าหมายที่พยามพูดยอกย้อนไปมาเรื่องที่พูดมาทั้งหมดสรุปก็คือยก4.6ล้านกิโลเมตรให้เขมรและให้เขมรใช้แผนที่1/2แสนเพื่อจะได้น้ำมันในอ่าวไทยคนได้ประโยชน์ก็พวกนายทุนทั้งหลายคนเสียประโยชน์ก็ประชาชนผู้โง่เขลาเงินซื้อได้ทุกอย่างจ้างใครซ้ายหันขวาหันก็ได้มีอย่างหนึ่งที่ทำไม่ได้คือซื้อคุณธรรมให้ตัวเองไม่ได้กรรมเวรมีจริงเหนือทุกสิ่งเหนือคนที่จ้างคุณคิดเหนือคนที่จ้างคุณเขียนระวังให้ดีมันอาจมาเรวกว่าที่คิดโชคดี

สรุปคือน้ำมันในอ่าวไทยไงละเป้

สรุปคือน้ำมันในอ่าวไทยไงละเป้าหมายที่พยามพูดยอกย้อนไปมาเรื่องที่พูดมาทั้งหมดสรุปก็คือยก4.6ล้านกิโลเมตรให้เขมรและให้เขมรใช้แผนที่1/2แสนเพื่อจะได้น้ำมันในอ่าวไทยคนได้ประโยชน์ก็พวกนายทุนทั้งหลายคนเสียประโยชน์ก็ประชาชนผู้โง่เขลาเงินซื้อได้ทุกอย่างจ้างใครซ้ายหันขวาหันก็ได้มีอย่างหนึ่งที่ทำไม่ได้คือซื้อคุณธรรมให้ตัวเองไม่ได้กรรมเวรมีจริงเหนือทุกสิ่งเหนือคนที่จ้างคุณคิดเหนือคนที่จ้างคุณเขียนระวังให้ดีมันอาจมาเรวกว่าที่คิดโชคดี

ดวง

[quote=ดวง]นับเป็นการแสดงความโง่อย่างถึงที่สุดอีกครั้งหนึ่งของธงชัย[/quote]

[b]Absolutly exactly extremely agree with you. ; )~

ขอ 'ญาติ ไปสับ ธงธง จกม๊ก ศิษย์ คอเณร ดอชี ในกระทู้ตัวเองนะก๊าบบบบบบ

ขอสับแต่พองาม อิอิอิ ประมาณ เอ๊ะ! เสียง'ไร ในทีวีต้องตอบว่า เสียงหมูสับ แต่ในป่าช้าไท ตอ้งตอบว่า เสียง ธงโดนสับ (กร๊ากกกกกก)[/b]

เอาละ! ตั้งเขียงแล้ว

[color=brown][size=14]เอาละ! ตั้งเขียงแล้ว ลงมือสับได้

ก่อนอื่นขอวิเคราะห์ไว้ก่อนว่า ธงธง ตลกขายชาติ (ฮา) เป็นนักวิชาการอีโก้จัด (อย่างอื่นจัดหรือเปล่าไม่รู้) (อิอิ) ที่มีความคิดเป็นนักอุดมอคติ (ไม่ใช่ Ideology นะ แต่เป็น Biasology) (ฮา)

ดูได้จาก นายธงธง ตลกไม่ขายชาติแต่รักชาติแบบติงต๊อง (ฮา) แสดงความคิดที่น่าจะมีพวกแกคิดอยู่ไม่กี่คน (อีกคนคงไม่พ้น สักหัวหงอก) ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่หลงตนมีอคติที่ผิดๆ คิดหลงตนเองว่าเป็นเจ้าพ่ออยู่ในภูมิภาคนี้ จึงทำให้วางตนผิดทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้เป็นประเทศที่มีปัญหาความยุ่งยากกับเพื่อนบ้านด้วยกันเอง

ดูได้จากหัวข้อ 1 - 3 ของบทความ (ที่น่าจะเรียกบทควาย) ของ ธง เอง (ฮา)

หลักการ หรือ ทฤษฏี ที่สามารถจัด ธง ตลกขายชาติ ไปเข้าหมู่กับเขาได้ น่าจะเป็น กลุ่มนักคิดแนว วัตถุนิยมบริภาษวิธี (Abusive Materialism) (ฮา) เพราะหมอนี่ไม่เคยใช้วิธีอะไรในชีวิตการทำงานนอกจาก ด่า ลูกเดียว

โปรดสังเกตุ หมอนี่ และ หมอนั่น (สักบักหงอก) จะด่าเก่งอยู่อย่างเดียวคือประเทศเกิดแผ่นดินแม่ของมันเอง (ฮา)

มาดูรายละเอียดกันหน่อย!

หัวข้อ 1 - 3 ของบทความ ธง นี้ เป็นตัวตนที่ชัดเจนของ ธง ขายชาติ ที่ใช้ บริภาษวิธี อย่างเดียวเลยในการนำเสนอความคิดของตน

ที่น่าเอน็จอนาถอย่างยิ่ง แนวคิดบริภาษวิธี ของ ธง นี้ เป็นการบริภาษบ้านเกิดตนเอง อย่างสาดเสียเทเสีย ว่าคนไทยมีนิสัยเจ้าพ่อนักเลงวางก้าม ตามความคิดอุดมอคติของแกเอง

แต่ถ้าเราลองมองสภาพปัจจุบันของสังคมไทยดูก็ได้ ประเทศใดในโลกที่คนต่างชาติอพยพมาเป็น Resident มากอันดับต้นๆ ของโลก มีชื่อประเทศไทยอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

หรือมองอีกแง่หนึ่ง ในภูมิภาคนี้ทำไมมีประเทศไทยเป็นแหล่งพักพิงของประชาชนชายขอบของประเทศอย่าง พม่า ลาว เขมร มาพึ่งพิง ทำมาหากินกันอย่างคับคั่ง จนแม้แต่ไกลออกไปถึง บังคลาเทศ ปากีสถาน ก็ยังข้ามเขาข้ามทะเลมาอาศัยใบบุญบรมโพธิสมภารกันจนไม่แน่ใจว่า ที่นี่ ประเทศไทย หรือ เขตแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันแน่วะ (ฮา)

ดังนั้น ถ้าประเทศไทยคืออดีตสยามประเทศที่มีนิสัยนักเลงโตเจ้าพ่อวางก้ามอย่าง ธง ว่ามา เหตุใด เหล่า นก กา คนจรจัด จึงพากันจรลีเลี้ยวหนีภัยในบ้านเกิดของพวกเขา มาอาศัยต้นโพธิ์ต้นนี้ 1 ละ[/color][/size]

นับ 2

[color=blue][size=14]นับ 2 (ฮา)

ลงลึกในรายละเอียดที่ ธง ขายชาติ เพ้อพ่นความคิดของแกออกมาว่า

อดีตรัฐในแว่นแคว้น อุษาคเณย์ เป็นรัฐระบบ ฟิวดัล แบบยุโรป ที่เจ้ารัฐใด (ขอยืนยัน แคว้น ในอดีต ก็คือ รัฐ ในปัจจุบัน นั่นเอง เพียงแต่ แคว้นในอดีต มันไม่มี Google Earth ยังไงล่ะ โว๊ย! บักธ๊ง ; )~ เส้นเขตแดน มันถึงไม่ชัดเจน แม้แต่ปัจจุบันขนาดมีเทคโนโลยี GPS ที่สามารถชี้จุดได้ขนาดอ่านแสตมป์จากดาวเทียม วันนี้เส้นเขตแดนมันก็ยังไม่ชัดเจน ยังทะเลาะกันได้อย่างเรากับไอ้เขมร นั่นไง แล้วทำไมสมัยโบราณ เขตแดนมันจะไม่ชัดเจนได้ล่ะ! ทำไมโง่จิ๊ง) (ฮาฮา)ได้ครอบครองอาณาเขตก็จะขูดรีดภาษีเอาจากประชากรในเขตแดนตนกันเอง

แต่นั่นเป็นความคิดที่ถูกเพียงครึ่งเดียวของ ธง

เพราะ อุษาคเณย์ ก็ คือ อุษาคเณย์ ที่มีความเป็นตะวันออก (Oriented) อย่างมีอัตลักษณ์ของภูมิภาคที่แตกต่างอย่างมีนัยะ ในแง่มุมประวัติศาสตร์

เพราะ ตะวันตก ไม่มีศาสนาที่วางรากการปกครองที่สมดุลระหว่าง ศาสนาจักร กับ อาณาจักร แต่ ศาสนาจักร กลับไปส่งเสริม อาณาจักร ให้กดขี่ประชาชนอย่างโหดร้าย สุดท้าย อาณาจักร ที่ไม่เท่าทันต่อพลังการเปลี่ยนแปลงของโลกจึงพังทลายจำต้องปรับรูปอาณาจักรจาก Monarchy ไปเป็น Democracy บ้าง Republic บ้าง Communist บ้าง ขึ้นกับความอ่อนตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของ Monarcahy เดิมว่าเป็นอย่างไร ถ้า Monarchy เดิมของรัฐใดแข็งตัวมาก การปรับตัวก็ออกรุนแรงไปในทางแนว ปฏิวัติ (Revolution) แต่ถ้ารัฐนั้น Monarchy มีพระปรีชาชาญ การปรับตัวก็ออกแนว ปฏิรูป (Reform) อาจถึงขนาดรักษา Monarchy อยู่ร่วม Demo. มาได้ (ซึ่งต่างจากที่ ป่าช้าไท เซ่อหลงว่ามาว่า Monarchy เป็น อุปสรรคของ ปชต.) (โง่จิง) ; )~

แต่เรื่องอย่างนั้น ต่างจาก อุษาคเณย์ เพราะ อุษาคเณย์ มีพื้นฐานทางศาสนาที่มีรากฐานลุ่มลึกกว้างขวางกว่า ศาสนาจักร ของตะวันตก เพราะไม่ว่า พุทธ อิสลาม ฮินดู ต่างมีรากทางวัฒนธรรมลึกซึ้งกว่าคริสเตียน

หลักทางพุทธศาสนาซึ่งพูดถึง ทศพิธราชธรรม จึงทำให้ ผู้ปกครองในสังคมอุษาคเณย์หลายๆ ประเทศ อยู่กันอย่างสอดประสาน

ดังนั้น ความสัมพันธ์ เจ้าผู้ครองแคว้น กับ ปวงประชาราช จึงสอดรับกันอย่าง ผู้ให้การดูแล กับ ผู้ได้รับการคุ้มครอง แถมยังเป็นรูปแบบที่ดีกว่าประชาธิปไตยที่ ตะวันตก เพิ่งมาคิดได้เอาภายหลังเสียอีก เพราะ Check & Balance อันเท่ากับ Good Governance นั้น ราชาธิปไตยของอุษาคเณย์ มีอยู่อย่างชัดเจน เพราะเมื่อใด ราชา องค์ใดขาด Good Governance เมื่อนั้น บัลลังค์ของราชาองค์นั้นก็ถูก Check & Balance ด้วยการปราบดาภิเษก บ้าง กบฎ ต่างๆ บ้าง

นี่คือความงดงามของ อุษาคเณย์

แต่น่าเสียดายที่โลกต่อมาไร้พรมแดนจริง อารยะธรรม (ที่ไม่เห็นจะอารยะซะที่ไหน) ตะวันตก ที่นิยมวัตถุ ได้เร่งพัฒนาวัตถุจนมีอาวุธ เป็นหัวหอกในการรุกรานโลก จักรวรรดินิยม จึงแผ่อำนาจไพศาลไปครองโลก และเป็นต้นเหตุแห่งการล้มลงของราชาธิปไตยในอุษาคเณย์ และ คเณย์ ต่างๆ ในอุษา (ฮิฮิ)

ยกเว้น ราชาแห่งสยาม ที่ปรีชาญาณสูงยิ่ง จึงยืนฝ่าต้านกระแส จักรวรรดินิยม มาได้อย่างสวยงาม

ดังนั้น ที่ ธง บริภาษว่า อุษาคเณย์ และ สยาม มีนิสัย นักเลงโตวางก้ามจึงเป็นอคติของ ธง แต่คนเดียว

(เพราะโดยเนื้อแท้ที่ศึกษากันได้อย่างมีหลักฐาน รัฐต่างๆ ในอุษา โดยเฉพาะประเทศไทย เขาไม่ได้ใช้การสงครามขยายเขตแดนกัน แต่เขาใช้การดองกัน ผูกมิตรประเทศกัน ทำให้สังคมอุษา ไม่เข่นฆ่ากันอย่างรุนแรงอย่างตะวันตก สังคมตะวันออกจึงเป็นสังคมแห่ง เสรีภาพ อย่างแท้จริง ก่อนหน้า ตะวันตกนับพันปี)

เป็นความคิดหลังเขาของคนเมาแต่กอดตำราฝรั่ง นึกว่าตนเองฉลาดแต่ขาดเฉลียว จึงวิเคราะห์อะไรได้ งูๆ ปลาๆ บ้าๆ บอๆ ไปวันๆ - 2 ละ

ปล. 3 เอาไว้พรุ่งนี้ ง่วงแล้วว่ะ[/color][/size]

ย้อนเวลาแค่ 200

ย้อนเวลาแค่ 200 ปีแผนที่ประเทศไทยก็ไม่ใช่อย่างปัจจุบันแล้ว ก็รบแย่งดินแดนเขามาทั้งนั้น

ไม่เข้าใจคุณ อะตอม

ไม่เข้าใจคุณ อะตอม จริงๆ...แล้วหลักวิวัฒนาการ และพัฒนาการของคำว่ารัฐชาติ ว่ามันมีเนื้อหาปริมณฑลอย่างไร?โปรดอธิบาย ให้ด้วย อ.ธงชัย เข้าใจผิดตรงไหน โปรดแก้ให้ด้วย หรือเขีัยนอีกซักบทความมายันกันเลย..ว่าของคุณเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง..แต่อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ใจว่า คุณได้เขียนไว้แล้วหรือเปล่า คือว่า..อ่านแล้วมันสับสนอ่ะ..ไม่สามารถจับต้องเนื้อหา ความรู้ได้ นอกจากความรู้สึกหวงแหนดินแดนของคุณ...อิอิ

อะตอม

[quote=อะตอม]
เช่นกรณีที่ผมติงเรื่องชุดความคิดโลกไร้พรมแดนที่เป็นโรดแม็ปหลงป่าของอ.กลุ่มหนึ่งที่กลายมาเป็นชุดโรดแม็ปที่อ่อนหัดต่อโจทย์พิเศษนี้กรณีนี้ต่อยุทธสาสตร์ด้านเขตแดนของรบ.นี้ ?โดยเพาะอย่างยิ่งกรณีเขมร?

จนผมมองว่าคือปฎิบัติการฟันน้ำนม(เทียบกับข้อเท็จจริงของยุทธศาสตร์การที่จะเอามาตั้งรับโจทย์พิเศษแบบเขมร) บน จินตนาการหลงป่าชุดกินนรีกินนร ที่ไกลตัวตนปัญหามาก เพราะวิธีคิดที่ขาดการแยกแยะเงื่อนไขพัฒนาการด้านเขตแดน การที่เราจะข้ามพ้นมันไปได้มันต้องผ่านพัฒนาตามขั้นตอนแบบไหน บนตัวแปรเงื่อนไขพัฒนาการที่เข้าถึงปัญหาข้อตอบโจทย์มันด้วยปัจจุบันปัญหาภายใต้ตัวแปรข้อเท็จจริงในปัจจุบันปัญหาจริงๆก่อนจะไปพูดในพัฒนาการขั้นต่อไป(เช่นไร้พรมแดนตามชุดความคิดแบบอียูฯที่ใช้ขั้นตอนการผ่นพัฒนาการมาตามลำดับแบบไหนทก่อนจะได้แบบนั้น)
[/quote]

แหมอะตอม มองทะลุว่าพื้นฐานความคิดของอะตอมนี่คนอ่านประชาไทพอจะรู้นะว่ายึดติดกับความคิดประเภท'ไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว'

อะตอมไปวิเคราะห์ว่าอ.ธงชัยมีพื้นฐานการคิดแบบ'โลกไร้พรมแดน'แบบว่าอย่าไปซีเรียสกับเส้นเขตพรมแดน มองทะลุละเง็งอะตอมจริงๆ มองทะลุก็เคยอ่านนะว่าโลกไร้พรมแดนมันแปลว่า[u]ภูมิศาสตร์ไม่มีอุปสรรคต่อการติดต่อ-สื่อสาร-ส่งของ เพราะการติดต่อสื่อสารในโลกสมัยใหม่มันทะลุทะลวงผ่านเขตแดนประเทศและภูมิศาสตร์การคมนาคมได้จะหมดแล้ว[/u] มันไม่ได้ว่าไร้เส้นเขตพรมแดนหรือไร้กำแพงหรือไร้สิ่งกั้นเขตแดน

หลังสงครามเย็นแว่วๆว่าฝ่ายซ้ายไทยคุยกันเรื่องโลกาภิวัฒน์แล้วก็'ลอดรัฐข้ามรัฐ' แต่พวกที่คุยกันยุคนั้นตั้งต้นความคิดผิดเพราะตั้งต้นด้วยการเกลียดนักการเมืองแล้วลามไปการเลือกตั้ง เริ่มเกลียดชาวบ้านที่เลือกนักการเมืองเข้ามา พวกนั้นก็พัฒนามาเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรอย่างเช่นชัยอนันต์ เสกสรรค์ ธีรยุทธ์ สุวินัย เป็นอาทิ ความคิดมันเลยเถิดจนปฎิเสธประชาธิปไตยเลือกตั้งของปวงชนในทุกวันนี้ โดยข้ออ้างว่านักการเมืองคอรัปชั่นเห็นแก่ตัว แต่ปัญญาชนพวกนี้กลับปล่อยให้มีการประชาสัมพันธิ์ด้านเดียวสร้างสมมติเทพเป็นสิบๆปี อ.ธงชัยเคยอธิบายว่านี่ยิ่งเสริมความเกลียดนักการเมืองซึ่งเป็นตัวแทนอำนาจอธิปไตยของปวงชนแล้วไปหนุนราชาธิปไตย อ.ธงชัยพูดตั้งแต่ปี2549แล้วละน้องเอ๋ย

มาต่อข้อ 3

[b]มาต่อข้อ 3 กัน

บังเอิญไปตรงเข้ากับที่นาย K ถามมาพอดี เลยถือว่า สีซอ แถมหมอนี่ไปละกัน

ความโง่ข้อถัดมาที่ ธงธง ตลกขายชาติ แสดงออกมา ซึ่งแกหลงเข้าใจผิดมาตลอดว่าทฤษฏีที่มีแต่แกที่เชื่ออยู่ในโลกนี้ (ฮา) เนี่ย! โค่ดเท่ห์ (อิอิอิ)

นั่นคือแกชอบเสนอมาตลอดว่า แคว้น อาณาจักร โบราณ ไม่มีอาณาเขตที่แน่นอน เพราะ เจ้าครองแคว้นโบราณเขาไม่ยึดถือดินแดนเป็นสำคัญ มีการซ้อนทับกันไปมา

ฟังผ่านๆ ก็ดูโง่เง่าอยู่ ยิ่งพิจารณา พิเคราะห์ ลงลึกจริงๆ ยิ่ง โง่บัดซบกันเข้าไปใหญ่

เพราะตามความเป็นจริง อาณาเขต เขตแดน ในยุค แว่นแคว้น มีอยู่ เพียงแต่ความมีอยู่ของแว่นแคว้น มันปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

เส้นเขตแดนของรัฐยุค แว่นแคว้น อาณาจักร ขึ้นอยู่กับ ชีวิตของเจ้าครองอาณาจักรนั้น

ในเวลาที่เจ้าครองอาณาจักรใดเข้มแข็ง เส้นเขตแดนก็ขยายออกไปกว้างไกล แว่นแคว้นข้างเคียงที่อยู่ห่างไกลจาก นครรัฐ นั้น ก็ถูกรวบเข้ามาเป็น อาณาจักร เดียวกัน

เมื่อใดที่อาณาจักรนั้นมีเจ้าครองอาณาจักรอ่อนแอ เส้นเขตแดนก็หดหายเหลือแต่ตัวอาณาจักรเดิม อาณาจักหดแคบเข้า แว่นแคว้น แม้แต่ที่อยู่ข้างเคียง ก็ขอเป็น ไท แก่ตัว ไม่ต้องไปขอขึ้นเป็นประเทศราชกับอาณาจักรนั้น

แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นเพียงตลกขายชาติของ ธง ก็คือ การที่ ธง ตัดบริบทที่ว่า โดยแท้จริงประเทศราชก็ไม่ได้ต้องการความมีเอกราชเสมอไป

ในยุคแว่นแคว้นโบราณ อาณาจักรใหญ่ กลับเป็นที่พึ่งพิง ของ ประเทศราช เหล่าแว่นแคว้นประเทศราช มีสภาพเป็นชุมชนขนาดใหญ่แต่ไม่ใหญ่พอเป็นอาณาจักรได้ จึงมีกองทัพแต่พอป้องกันตนเอง มีอาณาเขตแต่พอเลี้ยงพลเมืองได้ การทำศึกสงครามปกป้องการรุกราน ไม่สามารถทำได้ ประเทศราชเหล่านั้น จึงมองหาศูนย์กลางอำนาจที่มีแสนยานุภาพเพียงพอให้ความคุ้มครองพวกตนได้

ดังนั้น เมื่อใดเกิดอาณาจักรใดที่เข้มแข็งเกินหน้า อาณาจักร อืนๆ ในเวลาเดียวกัน อาณาจักร เหล่านั้น ก็จะมีประเทศราชมาถวายราชบรรณาการแสดงความนบนอบขอพึ่งพิง หาได้เป็นการใช้อำนาจบาทใหญ่กดขี่อย่าง ธง แสดงความเท่อของแกแต่อย่างเดียว

เพราะการที่ แว่นแคว้น ต่างๆ ต้องการหา อาณาจักรที่เข้มแข็งเป็นที่พึ่งพิง ก็เป็นการประกันความปอดภัยของแว่นแคว้น นั้นว่าจะไม่ถูกนักเลงอันธพาล กองโจร ต่างๆ ปล้นชิง

เป็นลักษณาการ ต้นไม้ใหญ่ให้ที่พักพิงกับนกกา

ตย. เรื่องเหล่านี้ เอาจาก อาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ของเรา ในยามที่มีพระมหากษัตริย์ที่เข้มแข็งอย่าง รัชสมัยสมเด็จพระเนรศวรมหาราช ประเทศราชที่อยู่ไกลจากศูนย์กลางราชธานีอยุธยาศรีรามเทพนคร ถึง มะริด ทวาย สุดแหลมมาลายู ยังมาขอขึ้นเป็นประเทศราช หรือแม้แต่ แคว้น ในตอนใต้ของอาณาจักรพม่า ยังปันใจมาขอเป็นประเทศราชกับอยุธยา ทั้งที่อยู่ใกล้หงสาวดี มากกว่า เพราะ พอใจที่จะมาอยู่ใต้โพธิสมภารของพระเนรศวรเจ้า มากกว่า เนื่องจาก ราชอาณาจักรอังวะ มีแต่ความขัดแย้งภายใน ราชการภายในมีแต่ความง่อนแง่น แล้วไฉนจะให้ความคุ้มครองแว่นแคว้นประเทศราชได้ สู้อยู่กับอนุธยาไม่ได้ 'สี' ดีกว่ากันเยอะ (ฮิฮิ)

นี่คือ บริบทที่ ธงธง ไม่กล่าวไว้ ซึ่งไม่รู้ว่าตั้งใจบิดเบือน หรือโง่ไม่รู้จริงๆ (ฮิฮิ)

อีกบริบทหนึ่งที่ธงธง ชอบนำเสนอ คือ แว่นแคว้น ไม่มีเส้นเขตแดน เพราะต้องในสมัยมีอำนาจอธิไตยของรัฐชาติ เท่านั้น จึงจะมีเส้นเขตแดน ซึ่งนี่ก็อีก ฟังผ่านๆ ยังว่า หมอนี่โง่นี่หว่า (ฮา) ยิ่งพิจารณาลงลึกยิ่งพบว่า ตายห่า หมอนี่ได้ ดร. มา 'ไงวะ! (อิอิ)

เพราะถ้า ธงธง บอกว่า เส้นเขตแดนไม่มีอยู่ในสมัย แว่นแคว้น อาณาจักร

เอ! แล้วพงศาวดาร ตำนาน เพลงท้องถิ่น ที่ร้องบอกว่า พ่อเมืององค์นี้ ยก เขาลูกนี้ ถึงแม่น้ำสายนั้น ให้ลูกสาวคนโต แล้วให้ลูกสาวคนโตกับเขยคนโตไปครองกันไป ส่วนลูกสาวคนเล็กนี่รักมากไม่ยกให้ให้อยู่ด้วยกันที่เมืองหลวง อะไรแบบนี้

ไอ้เขตตั้งแต่เขาลูกนี้ ไปถึงแม่น้ำสายนู้น เนี่ย ไม่ใช่เขตแดน หรือ ธงธง

เพียงแต่สมัยพ่อเมืองนั้น ไม่มี IPStar ไม่มี Googke Earth นี่ทั่น จะได้สัง Print แผนที่ที่จะเอา 1:50,000 หรือ 1:200,000 ให้ลูกสาวองค์โตกับเขยใหญ่ถือไปประกาศครองแคว้นได้ซะที่ไหนละทั่น! (ฮา)

เห็นหรือยัง เส้นเขตแดนสมัย ขี่ม้าฟันดาบรบน่ะ เขามีใช้มาก่อนสมัยรบกันด้วย Smart Bomb แล้วล่ะพี่ เพียงแต่พี่ไม่เห็นเองเท่านั้น

แล้วอย่าแถนะว่าเส้นเขตแดนนั้นไม่ชัดเจน มีการซ้อนทับกัน การซ้อนทับกันมีอยู่จริง ในยามที่อาณาจักรข้างเคียงเข้มแข็ง เท่าๆ กัน ประเทศราชก็ซวยหน่อย ต้องส่งส่วยหลายจุดพร้อมกัน แต่เมื่อใดอาณาจักรใดเข้มแข็งอยู่จุดเดียว เขตแดน นั้นชัดเจน และ เด็ดขาด อย่างยิ่ง ตัวอย่างก็สมัยพระเนรศวร กรณี พระยาละแวก นั่นไง เขตแดนของอยุธยาถูกลูบคม อำนาจจากศูนย์กลางอโยธยา ก็มาบั่นหัวพระยาละแวก แบบทำสงครามสั่งสอนนั่นไง ไม่เห็นรึ ธง (อิอิ)

ปล. กรณี ทับซ้อนของเขตแดนอำนาจ ธง คิดว่าในยุคโลกาภิวัฒน์ ไม่มีหรือ? ทำไมโง่งี้ล่า!!!!!

Middle East ทุกวันนี้ ที่ส่งส่วยพี่ใหญ่'เมกา ทำไมพี่ใหญ่'เมกา ไม่สามารถคุ้มครองโลกอาหรับจากสงคราม Torrist ให้ได้ล่ะพี่ ธง ไอ้พวก Suicide Bomber มันมาจากไหน ไอ้พวกองค์กร เลาะห์นั่น เลาะห์นี่ มันมารบกวนประกาศศักดาบนแว่นแคว้นประเทศราชของพี่ใหญ่'เมกาได้ไง เห็นหรือยัง ความไม่ชัดเจนของเขตแดนในยุครัฐชาติน่ะ! ไหนจะปาเลสไสตน์กับยิวอีกล่ะ ไหนจะเกาะเซ็นกากุที่จะให้เรีกยเตียวหยูหรือไม่ อีกล่ะ ไหนจะแสปรทลี่อีกล่ะ

หมายเหตุ.- ถ้าทฤษฏี ไม่มีเส้นเขตแดน ของ อาณาจักร เป็นจริง แล้วเวลาพระราชาผู้ปรีชาองค์ใดเถลิงถวัลย์ราช ทำไมจึงมีการบันทึกว่ามีการขยายราชอาณาจักรออกไปกว้างไกล สุดเขตถึงที่นั่น ที่นี่ ถ้าเขตแดนยุคอาณาจักรไม่มีจริง แล้วจะรู้ได้ไงว่าพระมหากษัตริย์พระองค์นั้นมีอาณาเขตถึง จุดนั้น เขตนี้ เขาลูกโน้น แม่น้ำสายนั้น ได้ไง (วะ) ธง

แม้แต่เอล็กซานเดอร์ ที่ครองไป 'ค่อนโลก' ถ้าไม่มีเขตแดนที่แน่นอน จะรู้ไดไงว่าครอง 'ค่อนโลก' ถึงแค่ไหน[/b]

อย่างที่บอก พี่ธง แกเป็น

[b]อย่างที่บอก พี่ธง แกเป็น Abusive Materialism หรือ วัตถุนิยมบริภาษวิธี ขั้นตอนการโชว์ของแกก็จะเริมจากจะหาอะไรมาด่าดี พอตั้งต้นได้แล้วก็เริ่ม มั่วนั่น โม้นี้ เพ้อโน่น หยิบนู้น เอามาแปะๆ พอกๆ ให้ดูหนาๆ เข้าไว้ แค่นี้ควายป่าช้าไท ก็พากันหลงกลเชื่อตามเป็นแถบๆ แล้ว

ซึ่งสันดานแก็เกียจเจ้าเป็นชีวิตจิตใจ ฉะนั้น บทความของแกก็จะออกา บริภาษเจ้าเป็นหลัก อย่างที่เห็น

เพียงแต่ว่าการใช้บริภาษวิธีแบบนี้ มันไม่ได้ยืนอยู่บนหลักความเป็นจริง ทฤษฏีของแกจึงเลื่อนลอยเลื่อนเปื้อน นำเสนอออกมามีคนเชื่อไม่เกินนิ้วมือ (ฮาฮา)

จึงนำเสนอว่าให้แกกลับไปสมัครขายแฮมเบอร์เกอรืในฟาสฟู๊ดในวิสคอนซิลดีกว่า สงสางการวิชาการจะตกต่ำมากว่านี้ แค่มีระดับจานบิ่นชามบุบ ขายตัวเพื่อเงิน 7.1 ล้าน บาทไทย ก็น่าอายพอแล้ว (ฮา)[/b]

คนล้านนามีภาษาพูด ภาษาเขียน

คนล้านนามีภาษาพูด ภาษาเขียน มีวัฒนธรรมประเพณีที่คงอัตลักษณ์ในตัวเอง 200 กว่าปี หลังจากการปล้นยึดพระสิงห์จากเชียงใหม่ ยึดพระแก้วมาเป็นพระประจำตระกูล หลังไซ่ง่อนแตก "เหงียนเกากี" เคยเขียนหนังสือเรื่อง"สิ้นชาติ" วันนี้เวียตนามก็ยังคงความ
เป็นชาติเช่นเดิม และนับวันจะเข้มแข็งที่อีกไม่นานก็คงจะพัฒนาเจริญแซงหน้าไทย แต่สำหรับคนล้านนาเกือบสิบล้าน ต้องจำทนข่มขื่นที่ถูกกลืนทำลายความเป็นชาติ ไร้รัฐของตนเอง

เพื่อยุติสงครามและปัญหา ขอให้

เพื่อยุติสงครามและปัญหา
ขอให้สร้างศาลอาชญากรโลกไว้บนเขาพระวิหาร
สร้างสถานคุมขังนักโทษผู้นำทางการเมืองไว้บนพื้นที่ทับซ้อน 46 คูหา...460 cells/ขังเดี่ยว
สร้างเมรุ สร้างสุสาน เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินเล่นด้วย
แล้วให้ UN จ่ายค่าเช่า สัญญา100 ปีล่วงหน้า แก่ไทยและเขมร
แล้วหลังจากนั้นก็...ค่อยมาเปิดประเด็นกันใหม่

บางกอก

[quote=บางกอก]ไหนๆธงชัยก็ไปสอนหนังสืออยู่ถึงอเมริกา

ผมขอเสนอให้ ธงชัยใช้แนวทฤษฎีนี้ ไปเขียน วิจารณ์ กรณี ยิว กับ การยึดครองดินแดนปาเลสสไตน์อาหรับโดยอ้างว่าเป็น ดินแดนแห่งพันธสัญญาของพระเจ้า

แล้วนำไปลงใน นิตยสารวิชาการอเมริกัน ให้มันดังคับบ้านคับเมืองสักที นะครับ[/quote]

ถ้าใช้ทฤษฎีทางประวัติศาสตร์แบบยิว เขมรคงจะขอดินแดนตามหลักฐานประวัติศาสตร์ ตั้งแต่กาญจนบุรี นครราชสีมา ลพบุรีไปรวมกับประเทศกัมพูชาปัจจุบัน

yakuda

[quote=yakuda]ผมว่าไม่ต้องไปทวงคืนแผ่นดินถึงไกลขนาดนั้นหรอก อยากให้ พธม. ช่วยทวงคืินจากคนบางกลุ่มที่มีที่ดินเยอะๆ ที่ปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าเฉยๆ มาแบ่งให้พี่น้องผู้ยากไร้ไทยด้วยกันจะดีกว่ามั้ง[/quote]

O CHE !

KK-R

[quote=KK-R]เพื่อยุติสงครามและปัญหา
ขอให้สร้างศาลอาชญากรโลกไว้บนเขาพระวิหาร
สร้างสถานคุมขังนักโทษผู้นำทางการเมืองไว้บนพื้นที่ทับซ้อน 46 คูหา...460 cells/ขังเดี่ยว
สร้างเมรุ สร้างสุสาน เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินเล่นด้วย
แล้วให้ UN จ่ายค่าเช่า สัญญา100 ปีล่วงหน้า แก่ไทยและเขมร
แล้วหลังจากนั้นก็...ค่อยมาเปิดประเด็นกันใหม่[/quote]

เสนอให้ย้ายประตูน้ำไปไว้ในพื้นที่พิพาท 4.6 km^2
เปลี่ยนคนงานในประตูน้ำจากชาวพม่าเป็นคนงานชาวเขมร
ให้ชาวเขมรพื้นที่โดยรอบทั้งสองประเทศลงประชามติว่ายินยอมไหม
ส่วนชาวประตูน้ำไม่ต้องลงประชามติต้องยอมสถานเดียว...ถือว่าเสียสละเพื่อชาติ

yakuda

[quote=yakuda]ผมว่าไม่ต้องไปทวงคืนแผ่นดินถึงไกลขนาดนั้นหรอก อยากให้ พธม. ช่วยทวงคืินจากคนบางกลุ่มที่มีที่ดินเยอะๆ ที่ปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าเฉยๆ มาแบ่งให้พี่น้องผู้ยากไร้ไทยด้วยกันจะดีกว่ามั้ง[/quote]

ท่านอานันท์เขากำลังชงเรื่องอยู่...
ติดนิดเดียว...ถือครองที่ดิน "เพื่อการเกษตร" ได้ไม่เกิน 50 ไร่ต่อครัวเรือน
แต่เจ้าของที่ดินที่เกิน50ไร่ทั้งหลายคงจะบอกว่า "ไม่ได้ใช้เพื่อการเกษตร"

ถ้าเขาจะปล่อยร้างเฉยๆก็ย่อมสามารถถือครองที่ดินได้เกิน50ไร่อยู่ดี
แล้วจะมีคนกล้าไปทวงเก็บภาษีที่ดินของคนที่มีที่ดินเยอะๆไหมหนอ

คนเมียง

[quote=คนเมียง]คนล้านนามีภาษาพูด ภาษาเขียน มีวัฒนธรรมประเพณีที่คงอัตลักษณ์ในตัวเอง 200 กว่าปี หลังจากการปล้นยึดพระสิงห์จากเชียงใหม่ ยึดพระแก้วมาเป็นพระประจำตระกูล หลังไซ่ง่อนแตก "เหงียนเกากี" เคยเขียนหนังสือเรื่อง"สิ้นชาติ" วันนี้เวียตนามก็ยังคงความเป็นชาติเช่นเดิม และนับวันจะเข้มแข็งที่อีกไม่นานก็คงจะพัฒนาเจริญแซงหน้าไทย แต่สำหรับคนล้านนาเกือบสิบล้าน ต้องจำทนข่มขื่นที่ถูกกลืนทำลายความเป็นชาติ ไร้รัฐของตนเอง[/quote]

เวลาเขา "ปล้นเมือง" เขาเรียกว่าไปตีเมือง
เวลาเขา "ปล้นพระ" เขาเรียกว่าอัญเชิญพระ

คนลานนาจะได้เป็นนายกคนแรกก็โดนเขาปล้นไปกลางหาว...บอกว่าติดแบล็กลิสต์อเมริกา หรือติดแบล็กลิสต์อเมริยำก็ไม่รู้

เมื่อคนที่มาจากลานนาอีกคนได้เป็นนายก เขาก็ลากปืนออกมาปล้นตำแหน่ง...หาว่าโกงอย่างนั้น หาว่าโกงอย่างนี้

โคตรเหง้ามันโกงมาตั้งมากมายกูยังไม่เคยว่าอะไรมันสักคำ

คนเมียง

[quote=คนเมียง]คนล้านนามีภาษาพูด ภาษาเขียน มีวัฒนธรรมประเพณีที่คงอัตลักษณ์ในตัวเอง 200 กว่าปี หลังจากการปล้นยึดพระสิงห์จากเชียงใหม่ ยึดพระแก้วมาเป็นพระประจำตระกูล หลังไซ่ง่อนแตก "เหงียนเกากี" เคยเขียนหนังสือเรื่อง"สิ้นชาติ" วันนี้เวียตนามก็ยังคงความเป็นชาติเช่นเดิม และนับวันจะเข้มแข็งที่อีกไม่นานก็คงจะพัฒนาเจริญแซงหน้าไทย แต่สำหรับคนล้านนาเกือบสิบล้าน ต้องจำทนข่มขื่นที่ถูกกลืนทำลายความเป็นชาติ ไร้รัฐของตนเอง[/quote]

เวลาเขา "ปล้นเมือง" เขาเรียกว่าไปตีเมือง
เวลาเขา "ปล้นพระ" เขาเรียกว่าอัญเชิญพระ

คนลานนาจะได้เป็นนายกคนแรกก็โดนเขาปล้นไปกลางหาว...บอกว่าติดแบล็กลิสต์อเมริกา หรือติดแบล็กลิสต์อเมริยำก็ไม่รู้

เมื่อคนที่มาจากลานนาอีกคนได้เป็นนายก เขาก็ลากปืนออกมาปล้นตำแหน่ง...หาว่าโกงอย่างนั้น หาว่าโกงอย่างนี้

โคตรเหง้ามันโกงมาตั้งมากมายกูยังไม่เคยว่าอะไรมันสักคำ

ครับตอนแรกจะไม่ลงความเห็น(เพร

ครับตอนแรกจะไม่ลงความเห็น(เพราะประเด็นบทความนี้ ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่) แต่บังเอิญพาดพิงมาเยอะ โดยเฉพาะหลายๆอันคลาดเคลื่อนถึงมั่วๆมาอย่างคุณ"มองทะลุ" กรณีนิยามโลกไร้พรมแดน(เข้าใจว่าเจตนามาแขวะหรือแซวเล่นๆหรือเปล่า หรือว่าเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ)

แต่ด้วยพาดพิงมากลัวท่านอื่นเข้าใจผิด(และไม่ได้เข้าใจเจตนาคุณมองทะลุ) ผมจึงต้อง ชี้แจง"โลกไร้พรมแดน"ในความหมายผมแบบไหนต่อกรณีนี้ ของผมกับของมองทะลุ เพราะของผมมีคำกำกับคำว่า ต้นแบบอียูฯ มันเป็นกรอบบังคับนิยามความหมายคำนี้ไว้ว่านัยยะแบบไหน?

และตรงกับกรณีนี้ของกลุ่มอ.ชาญวิทย์ฯ อ.ธงชัยอย่างไร? ที่คนล่ะเรื่องกับมองทะลุเอามาจับแพะชนแกะ"โลกไร้พรมแดน" ในความหมายแบบ"สื่อสารไร้พรมแดน"(โลกาภิวัฒน์) น้านน แกแถ ลงข้างทางหรือออกทะเลไปโน้น

ดังนั้นคงไม่ต้องอธิบายความหมายที่คาดเคลื่อนต่อการยกตรรกะเหตุผลแบบจับแพะมาชนแกะของคุณมองทะลุ น่ะครับ? เดี๋ยวจะเป็นการออกทะเล ตามชื่อแกไป ที่ผมให้ฉายาว่า"มองทะเล" คือออกทะเลไปเรื่อยเปื่อยคนล่ะประเด็นเลย?

ส่วนคำถามคุณK ให้อธิบายเพิ่มเติม คงไม่ล่ะครับ? เพราะเจตนาผมต้องคำถามไปยังอ.ธงชัยที่ผมประเมินได้ว่าเขาอ่านแล้วเข้าใจแล้วว่าผมหมายถึงอะไร? ตรงไหน? คือผมจะยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าใครตั้งคำถามแบบนี้โดยผม ไม่สามารถประเมินพื้นฐานส่วนตัวได้แบบอ.ธงชัย จึงไม่รู้ว่าจะเริ่มตอบตรงไหน?ในคำถาม?

มันคล้ายๆคำถามที่ว่า "เจ็ตสกีน้ำนี้ขับยังไงเล่นยังไง"? กับคนที่พึ่งรู้จักทางความคิดครับ? แต่อย่างอ.ธงชัยที่ผมกล้าตั้งคำถามกลับไปแบบนี้เพราะ ประเมินแล้ว ว่าคือนักเจ็ตสกีมีทักษะแบบไหนระดับใดระดับไหน?ในการทำความเข้าใจประเด็นคำถามนี้(สมมุติน่ะครับไม่ใช่เรื่องจริงเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่ผมพูดถึงอย่างรูปธรรม)

ที่พูดไม่ได้หมายถึงว่าผมประเมินคุณK ต่ำน่ะครับ เพราะผมไม่รู้จัก และไม่ได้แสดงอะไรออกมา ที่บางทีคุณอาจจะระดับแชมป์โลกเจ็ตสกี แต่ถ้าผมเอามะพร้าวไปขายสวน บางทีจะไปสอนวิธีขับเจ็ตสกีให้แชมป์โลกในแบบเด็กหัดขับ ตรงนี้ไงครับที่ผม ไม่อยากตอบแบบไม่รู้ที่มาคนถามหรือคำถามดีพอ ส่วนมองทะลุนั้นที่ตอบเพราะประเด็นคำถามชัดเจนแล้วและพอรู้จักผ่านลายมือทางความคิดแล้ว???

I Pad wrote:อย่างที่บอก พี่ธง

[quote=I Pad][b]อย่างที่บอก พี่ธง แกเป็น Abusive Materialism หรือ วัตถุนิยมบริภาษวิธี ขั้นตอนการโชว์ของแกก็จะเริมจากจะหาอะไรมาด่าดี พอตั้งต้นได้แล้วก็เริ่ม มั่วนั่น โม้นี้ เพ้อโน่น หยิบนู้น เอามาแปะๆ พอกๆ ให้ดูหนาๆ เข้าไว้ แค่นี้ควายป่าช้าไท ก็พากันหลงกลเชื่อตามเป็นแถบๆ แล้ว

ซึ่งสันดานแก็เกียจเจ้าเป็นชีวิตจิตใจ ฉะนั้น บทความของแกก็จะออกา บริภาษเจ้าเป็นหลัก อย่างที่เห็น

เพียงแต่ว่าการใช้บริภาษวิธีแบบนี้ มันไม่ได้ยืนอยู่บนหลักความเป็นจริง ทฤษฏีของแกจึงเลื่อนลอยเลื่อนเปื้อน นำเสนอออกมามีคนเชื่อไม่เกินนิ้วมือ (ฮาฮา)

จึงนำเสนอว่าให้แกกลับไปสมัครขายแฮมเบอร์เกอรืในฟาสฟู๊ดในวิสคอนซิลดีกว่า สงสางการวิชาการจะตกต่ำมากว่านี้ แค่มีระดับจานบิ่นชามบุบ ขายตัวเพื่อเงิน 7.1 ล้าน บาทไทย ก็น่าอายพอแล้ว (ฮา)[/b][/quote]

ทองเก๊ทองปลอมเริ่มกะเทาะล่อนกันเป็นแถวๆ นักการเมืองนักวิชาเกินพันธมารบางตัวที่เหล่าสาวกศาสดาโกเต็กเคารพเทิดทูล..เช่น นายมาร์ค กษิต ...ฯลฯ ได้เผยลายเปลือยกายล่อนจ้อน

บัดนี้พันธมารและI Pad คงเริ่มตาสว่างแล้วซิ ทองเก๊รายแรกก็คือกษิต ถัดมาก็คือมาร์ค..แดงเคยด่ามาร์คมานานแล้วตั้งแต่เริ่มโกหกนับครั้งไม่ถ้วน..ทั้งที่ตอนนั้นเหล่าสาวกพันธมารแห่กันออกมาช่วยกัน(ตอ)แหลปกป้องนายอัปปิ๊สิทธิ์..แล้วศาสดาพันธมารก็ทนไม่ไหวต้องยกระดับขับไล่รัดทะบานอัปปิ๊สิทธิ์ไปแล้ว..(ทำไม?) ช้ากว่าสติปัญญาคนเสื้อแดงตั้งกว่าสองปีที่รู้ว่าอัปปิ๊สิทธิ์เป็นนักการเมืองเลวขี้ขลาดไร้ฝีมือ

ทองเก๊รายที่สาม..เมื่อวานพันธมารและI Pad ก็คงเริ่มตาสว่างอีกครั้งเมื่อศาสดาลิ้มออกมากระชากไส้นักจัดรายการนักวิชาเกินเต้าข่าวตัวพ่อตุ๊ยหนุ้ย..เจิมสากสื่อทองเก๊เป็นสื่อนักวิชาการขายใส่ร้ายป้ายสีตัวป้ายสีโจมตีทำลายแม้วเกาะขาพันธมารมาตลอดพอได้ดิบดีก็ทรยศไม่ต่างจากกษิต

..และเจิมสากก็โดนแป๊ะลิ้มอัปเปหิ..แทบไม่ต่างจากสื่อสุนัขจรจัดที่โดนไล่..ถอดรายการของเจิมสากที่เข้ามาเกาะใช้เวลาร่วม4ปีจัดรายการหารายได้จากแอสทีวีฟรี..ก็มาเนรคุณกันไปเรียบร้อย..แดงแทบไม่ต้องเหนื่อยสาวไส้สื่อนักวิชาเกินจอมปลอมรายนี้..เพราะศาสดาลิ้มได้จัดการแทนคนเสื้อแดงแล้ว..กฎแห่งกรรมมีจริง

ข่าวล่ามาเร็วจากเวทีแอสทีวี..มีการขนตำรวจร้อยเอ็ดมาหลายคันรถเข้ามาเสริมจะมาปราบขอพื้นที่คืนจากเหล่าสาวกพันธมารและI Pad หนุ่มร้อยเอ็ด...ทีนี้ I Pad จะทำจั๊งได๋...ทีนี้...สลิ่มไปไหน...(ฆ่ามันๆๆ)

...การทวงคืนดินแดนจากเขมรมีแนวโน้มเป็นหนังชีวิต ดูกันยาวๆ...เป็นปัญหาระดับคลาสสิก..ควรบวกลบคูณหารข้อมูลต่างๆและยุทธวิธีการทวงคืนดินแดนให้ดี ก่อนการจะเลือกข้างถือหางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..เพราะเงื่อนปมปัญหาสลับซับซ้อน..ไม่ง่ายเหมือนปิดประตูตีแมวฆ่าคนไทยมือเปล่า..การผลีผล่ามเลือกข้างรัฐบาลเด็กมีเส้นอัปปิ๊สิทธิ์ หรือ พันธมารค่ายพลเอกโกเต็กลิ้ม-ลอง ม็อบมีเส้นใดๆเป็นการเปลืองตัวอาจหน้าแตกและแพ้ทั้งกระดานได้ง่ายๆ..เงื่อนไขของม็อบพันธมารครั้งนี้ดูมีเหตุผลกว่าการเคลื่อนไหวทุกครั้ง..ต้องให้คะแนน 50 : 50 (การเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เป็นเรื่องลวงโลกทำลายชาติแน่ๆ)

ถ้าใครเป็นเสื้อแดงทางที่ดีเลือกกลางๆแบบชนะไหนเฮด้วย..มิดีกว่าหรือ..แต่อย่ามายึดอำนาจหรือพันธมารอย่ามั่วซั่วมากัดเสื้อแดงล่ะ..เพราะแค้นเก่ายังไม่ชำระ..55555

I Pad. The argument about

I Pad. The argument about boundary you try to make is originally made clear by Thongchai, and now you are retelling his own argument to him, but, I have to say, in error. It is absolutely disgraceful that you did so with such arrogant voice.

รักนะ..จุ๊บๆ

[quote=รักนะ..จุ๊บๆ]
ข่าวล่ามาเร็วจากเวทีแอสทีวี..มีการขนตำรวจร้อยเอ็ดมาหลายคันรถเข้ามาเสริมจะมาปราบขอพื้นที่คืนจากเหล่าสาวกพันธมารและI Pad หนุ่มร้อยเอ็ด...ทีนี้ I Pad จะทำจั๊งได๋...ทีนี้...สลิ่มไปไหน...(ฆ่ามันๆๆ)
[/quote]

หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง...มันเป๋นจั๋งซี่

อะตอม

[quote=อะตอม]
แต่ด้วยพาดพิงมากลัวท่านอื่นเข้าใจผิด(และไม่ได้เข้าใจเจตนาคุณมองทะลุ) ผมจึงต้อง ชี้แจง"โลกไร้พรมแดน"ในความหมายผมแบบไหนต่อกรณีนี้ ของผมกับของมองทะลุ เพราะของผมมีคำกำกับคำว่า ต้นแบบอียูฯ มันเป็นกรอบบังคับนิยามความหมายคำนี้ไว้ว่านัยยะแบบไหน?

และตรงกับกรณีนี้ของกลุ่มอ.ชาญวิทย์ฯ อ.ธงชัยอย่างไร? ที่คนล่ะเรื่องกับมองทะลุเอามาจับแพะชนแกะ"โลกไร้พรมแดน" ในความหมายแบบ"สื่อสารไร้พรมแดน"(โลกาภิวัฒน์) น้านน แกแถ ลงข้างทางหรือออกทะเลไปโน้น

ดังนั้นคงไม่ต้องอธิบายความหมายที่คาดเคลื่อนต่อการยกตรรกะเหตุผลแบบจับแพะมาชนแกะของคุณมองทะลุ น่ะครับ? เดี๋ยวจะเป็นการออกทะเล ตามชื่อแกไป ที่ผมให้ฉายาว่า"มองทะเล" คือออกทะเลไปเรื่อยเปื่อยคนล่ะประเด็นเลย?[/quote]

[quote]Globalization (โลกาภิวัตน์)
ในปัจจุบันสังคมทั่วโลกมีการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างทั่วถึงไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างคนในภูมิภาคต่างๆในการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจหรือวัฒนธรรม จนสามารถเรียกได้ว่าโลกไร้พรมแดนที่ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ไม่สามารถเป็นอุปสรรคของการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนระหว่างกันอีกต่อไป นักวิชาการได้บัญญัติศัพท์ โลกาภิวัตน์ (Globalization) ขึ้นใช้เมื่อประมาณ 60 กว่าปีมานี้ ซึ่งมีความหมายว่า กระบวนการทางสังคมที่เคยอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ได้ลดลง และประชาชนเองก็ตระหนักถึงภาวะดังกล่าวนี้ด้วย (Malcolm)[/quote]

หรืออ่านความเห็นของ เคนอิจิ โอมาเอะ จากลิ้งก์(คุ้นชื่อเคนอิจิบ้างไหม มองทะลุอ่านเคนอิจิสมัยเรียนมหาลัยน่ะ)
http://www.siamhrm.com/?name=management&file=readnews&max=220

โดยรวมโลกไร้พรมแดนไม่ได้หมายถึง แค่'สื่อสารไร้พรมแดน' มองทะลุก็เขียนแล้วว่าหมายถึง'ส่งของ'ด้วย การลงทุนไม่ได้แค่เก็งกำไรโอนเงินอิเลคทรอนิคส์นิ แต่เคลื่อนย้ายเอาคนเอาเครื่องจักรวัตถุดิบ(ปัจจัยการผลิต)ไปด้วย

ก็อยากรู้น่ะว่าของอะตอมหมายถึงยังไงหว่า?

ดวง

[quote=ดวง]นับเป็นการแสดงความโง่อย่างถึงที่สุดอีกครั้งหนึ่งของธงชัย[/quote]

แล้วหากการเสียดินแดนเป็นความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระยะหลังๆ
ใครคือผู้รับผิดชอบ?!!

ผมคิดว่าการเสียดินแดน เป็นความล้มเหลว ของระบบอำมาตย์ ที่ประจบสอพลอ ขาดการสนใจอย่างจริงจัง เพราะ ทุกคนเอาแต่ตัวรอด
ไม่คิดเรื่องสู้หรือรักษา หรือ คนที่คิดก่าวหน้า อย่างสู้ ก็จะถูกหาว่าเสนอหน้า อวดเก่งเกินเจ้านาย ทำให้เกิดการเสียดินแดนอย่างง่ายดาย

เวลาดินนแดนกว้างใหญ่ เราจะนึกถึง ความเก่งกาจของกษัตริย์ และ ในทางกลับกัน ........
ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า......................

ผมเลือกเสียเอกราชดีกว่าเสียดินแดน..................

คนไท รักเขาทำไม wrote:งง I

[quote=คนไท รักเขาทำไม]งง I PAD พล่ามไรหว่า...ยังไม่ไปเอายาอีกเหรอ....[/quote]

[b]สมองแค่นี้ก็คงอ่านไม่เข้าใจ งี้แหละ! ไม่น่าแปลก! (กร๊ากกกกก)[/b]

รักนะ..จุ๊บๆ wrote:I Pad

[quote=รักนะ..จุ๊บๆ][quote=I Pad][b]อย่างที่บอก พี่ธง แกเป็น Abusive Materialism หรือ วัตถุนิยมบริภาษวิธี ขั้นตอนการโชว์ของแกก็จะเริมจากจะหาอะไรมาด่าดี พอตั้งต้นได้แล้วก็เริ่ม มั่วนั่น โม้นี้ เพ้อโน่น หยิบนู้น เอามาแปะๆ พอกๆ ให้ดูหนาๆ เข้าไว้ แค่นี้ควายป่าช้าไท ก็พากันหลงกลเชื่อตามเป็นแถบๆ แล้ว

ซึ่งสันดานแก็เกียจเจ้าเป็นชีวิตจิตใจ ฉะนั้น บทความของแกก็จะออกา บริภาษเจ้าเป็นหลัก อย่างที่เห็น

เพียงแต่ว่าการใช้บริภาษวิธีแบบนี้ มันไม่ได้ยืนอยู่บนหลักความเป็นจริง ทฤษฏีของแกจึงเลื่อนลอยเลื่อนเปื้อน นำเสนอออกมามีคนเชื่อไม่เกินนิ้วมือ (ฮาฮา)

จึงนำเสนอว่าให้แกกลับไปสมัครขายแฮมเบอร์เกอรืในฟาสฟู๊ดในวิสคอนซิลดีกว่า สงสางการวิชาการจะตกต่ำมากว่านี้ แค่มีระดับจานบิ่นชามบุบ ขายตัวเพื่อเงิน 7.1 ล้าน บาทไทย ก็น่าอายพอแล้ว (ฮา)[/b][/quote]

ทองเก๊ทองปลอมเริ่มกะเทาะล่อนกันเป็นแถวๆ นักการเมืองนักวิชาเกินพันธมารบางตัวที่เหล่าสาวกศาสดาโกเต็กเคารพเทิดทูล..เช่น นายมาร์ค กษิต ...ฯลฯ ได้เผยลายเปลือยกายล่อนจ้อน

บัดนี้พันธมารและI Pad คงเริ่มตาสว่างแล้วซิ ทองเก๊รายแรกก็คือกษิต ถัดมาก็คือมาร์ค..แดงเคยด่ามาร์คมานานแล้วตั้งแต่เริ่มโกหกนับครั้งไม่ถ้วน..ทั้งที่ตอนนั้นเหล่าสาวกพันธมารแห่กันออกมาช่วยกัน(ตอ)แหลปกป้องนายอัปปิ๊สิทธิ์..แล้วศาสดาพันธมารก็ทนไม่ไหวต้องยกระดับขับไล่รัดทะบานอัปปิ๊สิทธิ์ไปแล้ว..(ทำไม?) ช้ากว่าสติปัญญาคนเสื้อแดงตั้งกว่าสองปีที่รู้ว่าอัปปิ๊สิทธิ์เป็นนักการเมืองเลวขี้ขลาดไร้ฝีมือ

ทองเก๊รายที่สาม..เมื่อวานพันธมารและI Pad ก็คงเริ่มตาสว่างอีกครั้งเมื่อศาสดาลิ้มออกมากระชากไส้นักจัดรายการนักวิชาเกินเต้าข่าวตัวพ่อตุ๊ยหนุ้ย..เจิมสากสื่อทองเก๊เป็นสื่อนักวิชาการขายใส่ร้ายป้ายสีตัวป้ายสีโจมตีทำลายแม้วเกาะขาพันธมารมาตลอดพอได้ดิบดีก็ทรยศไม่ต่างจากกษิต

..และเจิมสากก็โดนแป๊ะลิ้มอัปเปหิ..แทบไม่ต่างจากสื่อสุนัขจรจัดที่โดนไล่..ถอดรายการของเจิมสากที่เข้ามาเกาะใช้เวลาร่วม4ปีจัดรายการหารายได้จากแอสทีวีฟรี..ก็มาเนรคุณกันไปเรียบร้อย..แดงแทบไม่ต้องเหนื่อยสาวไส้สื่อนักวิชาเกินจอมปลอมรายนี้..เพราะศาสดาลิ้มได้จัดการแทนคนเสื้อแดงแล้ว..กฎแห่งกรรมมีจริง

ข่าวล่ามาเร็วจากเวทีแอสทีวี..มีการขนตำรวจร้อยเอ็ดมาหลายคันรถเข้ามาเสริมจะมาปราบขอพื้นที่คืนจากเหล่าสาวกพันธมารและI Pad หนุ่มร้อยเอ็ด...ทีนี้ I Pad จะทำจั๊งได๋...ทีนี้...สลิ่มไปไหน...(ฆ่ามันๆๆ)

...การทวงคืนดินแดนจากเขมรมีแนวโน้มเป็นหนังชีวิต ดูกันยาวๆ...เป็นปัญหาระดับคลาสสิก..ควรบวกลบคูณหารข้อมูลต่างๆและยุทธวิธีการทวงคืนดินแดนให้ดี ก่อนการจะเลือกข้างถือหางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..เพราะเงื่อนปมปัญหาสลับซับซ้อน..ไม่ง่ายเหมือนปิดประตูตีแมวฆ่าคนไทยมือเปล่า..การผลีผล่ามเลือกข้างรัฐบาลเด็กมีเส้นอัปปิ๊สิทธิ์ หรือ พันธมารค่ายพลเอกโกเต็กลิ้ม-ลอง ม็อบมีเส้นใดๆเป็นการเปลืองตัวอาจหน้าแตกและแพ้ทั้งกระดานได้ง่ายๆ..เงื่อนไขของม็อบพันธมารครั้งนี้ดูมีเหตุผลกว่าการเคลื่อนไหวทุกครั้ง..ต้องให้คะแนน 50 : 50 (การเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เป็นเรื่องลวงโลกทำลายชาติแน่ๆ)

ถ้าใครเป็นเสื้อแดงทางที่ดีเลือกกลางๆแบบชนะไหนเฮด้วย..มิดีกว่าหรือ..แต่อย่ามายึดอำนาจหรือพันธมารอย่ามั่วซั่วมากัดเสื้อแดงล่ะ..เพราะแค้นเก่ายังไม่ชำระ..55555[/quote]

[b]เด๋วนะ!

เอาอันนี้ก่อนเลย

[quote=รักนะ..จุ๊บๆ]..และเจิมสากก็โดนแป๊ะลิ้มอัปเปหิ..แทบไม่ต่างจากสื่อสุนัขจรจัดที่โดนไล่..ถอดรายการของเจิมสากที่[u]เข้ามาเกาะใช้เวลาร่วม4ปีจัดรายการหารายได้จากแอสทีวีฟรี[/u][/quote]

ประโยคนี้แสดงถึงความเป็นกระเบยบนโลกออนไลน์ของนาย รักยม จู๋จู๋ เจงเจง

ก่อนอื่นขอบอกความลับที่ พธม. ส่วนใหญ่รู้ดี แต่ไม่ยอมพูด เพราะรู้ว่าเป็นผล ปย. ของ Astv

นั่นคือ พธม. เริ่มเห็นลายของ อ. เจิมศักดิ์ มาตั้งนานแล้ว แต่ Astv ก็ยินยอม ให้ อ. เจิม มาจัด 'รู้ทันประเทศไทย' ที่ Astv ได้ต่อไป เพราะยังไม่มีความเห็นขัดแย้งกันมากมาย ยังพอหยวนๆ กันได้

แล้วรายการ 'รู้ทันประเทศไทย" ก็หลุดอันดับรายการยอดนิยมของ พธม. มาตั้งเป็นปีแล้ว เพราะหลัง 6 โมง ครึ่งทุกวัน พธม. รอดู เคาะข่าวริมโขง ครับพี่น้อง!

ที่สำคัญ นะ เป็นประเด็นที่น้องรักยม ปล่อยควายมาตัวเบ้อเร่อเลย ที่จริง รายการ 'รู้ทันประเทศไทย' ของ อ. เจิม แกต้องจ่ายค่าเช่าเวลาให้ Astv ซึ่งฐานะของ Astv ก็อย่างที่ทราบ แค่ขายกระปิ น้ำปลา ยาสีฟัน ผ้าอนามัย (ที่นายน้ำสลัดมันบอกว่าแม่มันใช้ของใช้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วแนะนำให้ Astv เอาอย่าง แต่ผมขอบาย) ; )~ ก็คงไม่พอเลี้ยงตัว แต่มีคนที่คิดต่างกันเล็กน้อยมาขอเช่าเวลาจัดรายการ ทำไม Astv จะไม่เอา

แล้วหลักฐานการรับรู้นี้ก็คือ ปกติ เวลาที่พวกเดียวกันของ Astv จัดรายการ เวลาช่วงนั้นในช่องอื่นของ Astv จะไม่เอารายการดีมาชนกัน เพื่อรักษาฐานแฟนๆ แต่เมื่อประมาณเกือบ 2 ปีก่อน ที่ อ. เจิม เริ่มออกลาย Astv จึงจัดรายการ 'เคาะข่าวริมโขง' เวลาชนกับรายการ 'รู้ทันประเทศไทย' ของ อ. เจิม ตรงๆ แถมจบหลังรายการ 'รู้ทันฯ' เสียด้วย โดยเอาระดับแม่เหล็กของเครือไปจัดรายการชนรายการ อ. เจิม เช่น คุณโสภณ คุณปอง ฯลฯ เพื่อดึงเรตรายการ

นั่นก็คือ พธม. รู้จักลายของ อ.เจิม มาตั้งนานแล้วล่ะ แต่เขาไม่เอามาเป็นเรื่องใหญ่ เพราะ อย่างน้อยรายการ อ. เจิม ก็ยังจ่ายค่าเช่าเวลา เป็นรายได้ของสถานีอยู่ก็หยวนๆ กันไป

มีแต่พวก นปช. นี่แหละ! ที่เพิ่งเห็นคุณสนธิยอมเปิดโปง ตัวตน อ. เจิม ถึงได้มาตาลุก ตีอกชกหัวดีใจกันยกใหญ่ว่า พธม.แตกกันแล้ว

ฮี่โด้! เขารู้กันเป็นปีแล้วนายโง่ เอ๊ย! (กร๊ากกกกกกก)

ย้ำอีกที รายการ อ.เจิม จ่ายค่าเช่าเวลาให้ Astv ว่ะ บักซื่อบื้อ ; )~

แล้วลวดลาย เจิม กษิต มาร์ค พธม. เขารู้กันตั้งนานแล้วล่ะ

เพียงแต่มาถึงวันนี้ทางเดินที่เคยอาศัยกันมันเกินกว่าที่จะหยวนกันได้แล้ว เพราะ อ. เจิม ไม่ยอมวิจารณ์เรื่อง เขมร ซักที เลย มาถึงวันที่ต้อง เซย์ กู๊ดบายกันได้แล้ว (แต่บอกตรงๆ ก็เสียดายค่าเช่าเวลาเหมือนกัน) (ฮิฮืฮื)

แต่คนฉลาดเขารอให้ถึงเวลาเสียก่อนค่อยลงมือจัดการ ตามระดับสถานการณ์นะน้องนะ

พธม. เขาไม่ทะเล่อทะล่า เดินไปขวางมือขวางเท้าชาวบ้าน จนการชุมนุมประท้วงเสียความชอบธรรม สุดท้ายอุตส่าห์เรียกคนได้เรือนแสน แต่ก็ถูกเขาไล่ยิงแพ้หมดรูปกลับไป แบบ นปช. หรอก หนู (ฮาฮาฮา)

ส่วนที่เหลือของนายนี่ก็ไร้สาระ และดูไร้ค่า

อย่างที่นาย รักยม ว่า 'ถ้าใครเป็นเสื้อแดงทางที่ดีเลือกกลางๆแบบชนะไหนเฮด้วย' โว่ว นี่คำพูดนักสู้หรือนี่ นี่มันคำพูดพวกนกสองหัวนี่นา

มิน่าถึงได้แต่นั่งเห่าหน้าจอ แหม! เฮ! เข้าขางไหนก็ได้ที่ชนะ ฮาฮาฮา เหยียบเรือสองแคม นี่นา อาการนี้

พอละกันสำหรับนาย รักยม ผมอายแทนว่ะ พวก คอยเฮ! เข้าข้างชนะนี่น่ะ[/b]

XKookai wrote:ดวง

[quote=XKookai][quote=ดวง]นับเป็นการแสดงความโง่อย่างถึงที่สุดอีกครั้งหนึ่งของธงชัย[/quote]

แล้วหากการเสียดินแดนเป็นความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระยะหลังๆ
ใครคือผู้รับผิดชอบ?!!

ผมคิดว่าการเสียดินแดน เป็นความล้มเหลว ของระบบอำมาตย์ ที่ประจบสอพลอ ขาดการสนใจอย่างจริงจัง เพราะ ทุกคนเอาแต่ตัวรอด
ไม่คิดเรื่องสู้หรือรักษา หรือ คนที่คิดก่าวหน้า อย่างสู้ ก็จะถูกหาว่าเสนอหน้า อวดเก่งเกินเจ้านาย ทำให้เกิดการเสียดินแดนอย่างง่ายดาย

เวลาดินนแดนกว้างใหญ่ เราจะนึกถึง ความเก่งกาจของกษัตริย์ และ ในทางกลับกัน ........
ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า......................

ผมเลือกเสียเอกราชดีกว่าเสียดินแดน..................[/quote]

[b]ท่ดนะพี่! เสียเอกราช ก็คือ เสียดินแดน นั่นแหละ พี่เมาสาโทมาเหรอ (กร๊ากกกกกกกก)

แล้วที่แย่กว่า

เสียเอกราชเป็น ยูนิเวิร์ส ของ เสียดินแดน เข้าใจป่ะ เสียดินแดน เป็นแค่ สับเซ็ท ของ เสียเอกราช (สงสัย แม่ง! ไม่เข้าใจแน่เรย) (ฮาฮา)

นั่นคือ เสียดินแดน อาจเสียดินแดนบางส่วน ประเทศที่เหลือยังเป็นของเรา

แต่เสียเอกราชเนี่ย เสียประเทศทั้งประเทศ ไม่เหลือดินแดนอีกเร็ย ไม่ต้อ้งไปลอยคอในทะเลก็บุญโขแล้ว (ฮิฮิ)

ตกลง! พิมพ์มานี่ เข้าใจที่ตัวเองพิมพ์ ปะวะ

ขอใช้คำคุณดวง ล้อเลียนนายหน่อยนะ นาย เอ้ก อี๊ เอ้ก กู๊ไก่

'นับเป็นการแสดงความโง่อย่างถึงที่สุดอีกครั้งหนึ่งของ XKookai' ; )~[/b]

เรียน คุณ I Pad อ.

เรียน คุณ I Pad
อ. ธงชัยเผอิญมีอาชีพที่อยู่กับการเขียนอ่านสอนประวัติศาสตร์ วิชาหนึ่งที่เขาสอนมากว่า ๒๐ ปีคือประวัติศาสตร์รัฐโบราณ (ก่อน 1800) ในภูมิภาค Southeast Asia ครับ มหา'ลัย Wisconsin ก็คงเป็นแค่มหา'ลัยห่วยๆแห่งหนึ่งที่คนโง่ๆแต่อวดฉลาดอย่าง อ. ธงชัยบังเอิญจับฉลากได้เข้าไปสอนหรือการได้เป็นอาจารย์ที่นั่นคงไม่ต้องผ่านการคัดเลือกอย่างดีเท่ากับมหา'ลัยในแดนสยามที่คุณ I Pad เรียนความรู้อันถูกต้องและแสนฉลาดของคุณมา ผมอยากทราบว่าความรู้มาก ฉลาด และถูกต้องของคุณ I Pad ถึงขนาดสบประมาทว่าอ. ธงชัยโง่และผิดไปหมดนั้น มาจากไหนครับ หนังสืออะไรบ้าง อาจารย์ที่ไหนสอนมาครับ บอกหน่อยได้ไหมครับ ผมจะได้แนะนำให้ลูกผมไปเรียน
คุณ I Pad แน่ใจนะครับว่าได้อ่านงานวิชาการที่เกี่ยวข้องมามากพอ ศีกษามาพอ หรือมีอาจารย์ที่ความรู้จริง สอนอยู่ในมหา'ลัยที่ไม่เลือกอาจารย์อย่างสะเพร่าอย่าง Wisconsin

เรียน คุณอะตอม
หลายประเด็นที่คุณแนะนำว่า อ.ธงชัยควรศึกษาให้มากกว่านี้ (รัฐชาติ ความเป็นมาของเรื่องดินแดน ฯลฯ) นั้น ผมพอรู้จักหนังสือดีเล่มหนึ่งที่อธิบายเรื่องพวกนี้ไว้จนกวาดรางวัลไปหลาย และทำให้คนเขียนเป็นนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับมากทีเดียวในแวดวงวิชาการนานาชาติ คนเขียนเป็นคนไทยครับ เขาชื่อ ธงชัย วินิจกุล หนังสือชื่อ Siam Mapped ครับ ประเด็นหลักๆที่ อ.ธงชัยเสนอในบทความสั้นๆนี้ มีคำอธิบายและหลักฐานประกอบพร้อมมูลอยู่ในหนังสือเล่มนี้ครับ คุณอะตอมน่าจะลองหามาอ่านนะครับ เผื่อจะเข้าใจบทความนี้ได้ดีขึ้น
ผมไม่รู้ว่าอ.ธงชัยจะรู้ทุกประเด็นที่คุณอะตอมอบรมอ.ธงชัยไว้นั้นดีขนาดไหน แต่ผมแน่ใจว่าเขาไม่อ่อนหัดไม่รู้เรื่องอย่างที่คุณอะตอมคิด ผมกลับสงสัยว่าทำไมคุณอะตอมเองอ่านจับประเด็นไม่ได้เลย ผมว่าเข้าใจได้ไม่เห็นยากเลย หรือว่าคุณอะตอมเองตั้งธงไว้จำกัดว่าต้องการอ่านเอาประเด็นอะไร ครั้นไม่เจอก็หาว่าเขาเขียนไม่มีประเด็น (ทั้งๆที่จริงเป็นเพราะไม่มีที่คุณต้องการ) ผมสังเกตความเห็นของคุณอะตอมจะเป็นทำนองนี้มาหลายครั้งแล้ว คือต้องการเห็นและพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่ไม่สนใจเท่าไรว่าคนเขียนเสนออะไร คือถ้าคุณอะตอมไม่สนใจจะเรียนรู้จากใครอีกแล้วเพราะดูท่าคุณรู้มากมั่นใจตัวเองเหลือเกิน ก็ไม่เป็นไรครับ เชิญออกความเห็นได้ตามสบาย ผมเองก็ชอบอ่านของคุณอะตอมอยู่เพราะให้ความรู้ให้ข้อคิดดี แต่ผมอยากฝากแค่ว่าอย่าด่วนสรุปดูเบาคนอื่นง่ายๆหรืออบรมว่าเขาไม่รู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ แค่นี้แหละครับ

I absolutely agree with Khun

I absolutely agree with Khun เผอิญ, we don’t have to step on top of others to make ourselves look taller.

I Pad wrote:XKookai wrote:ดวง

[quote=I Pad][quote=XKookai][quote=ดวง]นับเป็นการแสดงความโง่อย่างถึงที่สุดอีกครั้งหนึ่งของธงชัย[/quote]

แล้วหากการเสียดินแดนเป็นความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระยะหลังๆ
ใครคือผู้รับผิดชอบ?!!

ผมคิดว่าการเสียดินแดน เป็นความล้มเหลว ของระบบอำมาตย์ ที่ประจบสอพลอ ขาดการสนใจอย่างจริงจัง เพราะ ทุกคนเอาแต่ตัวรอด
ไม่คิดเรื่องสู้หรือรักษา หรือ คนที่คิดก่าวหน้า อย่างสู้ ก็จะถูกหาว่าเสนอหน้า อวดเก่งเกินเจ้านาย ทำให้เกิดการเสียดินแดนอย่างง่ายดาย

เวลาดินนแดนกว้างใหญ่ เราจะนึกถึง ความเก่งกาจของกษัตริย์ และ ในทางกลับกัน ........
ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า......................

ผมเลือกเสียเอกราชดีกว่าเสียดินแดน..................[/quote]

[b]ท่ดนะพี่! เสียเอกราช ก็คือ เสียดินแดน นั่นแหละ พี่เมาสาโทมาเหรอ (กร๊ากกกกกกกก)

แล้วที่แย่กว่า

เสียเอกราชเป็น ยูนิเวิร์ส ของ เสียดินแดน เข้าใจป่ะ เสียดินแดน เป็นแค่ สับเซ็ท ของ เสียเอกราช (สงสัย แม่ง! ไม่เข้าใจแน่เรย) (ฮาฮา)

นั่นคือ เสียดินแดน อาจเสียดินแดนบางส่วน ประเทศที่เหลือยังเป็นของเรา

แต่เสียเอกราชเนี่ย เสียประเทศทั้งประเทศ ไม่เหลือดินแดนอีกเร็ย ไม่ต้อ้งไปลอยคอในทะเลก็บุญโขแล้ว (ฮิฮิ)

ตกลง! พิมพ์มานี่ เข้าใจที่ตัวเองพิมพ์ ปะวะ

ขอใช้คำคุณดวง ล้อเลียนนายหน่อยนะ นาย เอ้ก อี๊ เอ้ก กู๊ไก่

'นับเป็นการแสดงความโง่อย่างถึงที่สุดอีกครั้งหนึ่งของ XKookai' ; )~[/b][/quote]

ความจริงธรรมศาสตร์น่าจะจ้างคุณIPadมาเป็นอาจารย์สอนซัก4-5วิชานึง
ภูมิปัญญาคุณIPadนี่ไม่แพ้ อ.ธงชัย จาก วิสคอนซิน เลยนะ

ครับคุณ

ครับคุณ "เผอิญ"(บังเอิญพาดพิงผมมา) กรณีอ.ธงชัยนี้ ผมเห็นบทความในนี้ค่อนข้างเยอะแล้ว จนประเมินลายมือทางความคิดได้แล้วว่าประมาณไหน? โปรดอย่าเอาถ้วยสารพัดรางวัล มาอวดอ้างสรรพคุณยา เพราะผมได้เคยทานแล้ววัดผลประเมินผลแล้วและที่สำคัญยาบางขนานไม่จำเป็นกับผมขณะนี้?

และเคยได้อภิปรายปกป้องอ.ธงชัยต่อข้อกล่าวหาอ.สมศักดิ์ในนี้อย่างไร? เคสไหน?นั้นสะท้อนว่าเป็นทั้งพยานหลักฐานว่าผมแยกแยะเป็นเคสบายเคส และวิเคราะห์ตรงๆตามเมนูที่เสิร์ฟเท่านั้น? ว่าจานไหน? ผ่าน? ไม่ผ่าน?

และที่ไม่ให้ผ่านในเมนูจานนี้ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับภูมิหลังวุฒิฯคนปรุงหรือคติใดใด คือว่ากันตามเนื้อผ้า และประกอบเหตุผลในการคอมเม้นท์เนื้อหาไว้ข้างบน หลายเมนูผมเคยชม อ.ธงชัย และเคยแย้งคำกล่าวหาอ.สมสักดิ์ต่อข้อกล่าวหาที่แรงๆนั้นในลักษณธปกป้องอ.ธงชัยด้วยซ้ำ? ไม่ได้ตั้ง"ธง"ว่าตรงจริตผมหรือไม่? อย่างไร? เพราะเรื่องนี้วัดจากอาหารที่ปรุง

ดังนั้นตัวแปรแบบนี้ผมไม่ได้ประกอบอาหาร จึงตั้งธงแบบที่คุณกล่าวหาไม่ได้? ในฐานะคนชิม? แต่ที่ผมให้ความเห็นไป เพราะเนื้อหามันเป็นประเด็นสาธารณะแล้ว? การที่บอกว่า ไม่อร่อยก็อย่าชิมอย่ากิน? ตรงนั้นพูดได้ยกมาอ้างได้ ถ้าประเด็นนั้นอาหารจานนั้นเป็นภัตราคารส่วนตัวหรือครัวในบ้านคุณ?

แต่นี่คือเนื้อหาสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับทุกคนบนคำว่าประเทศไทย ดินแดนไทยเมนูนี้เกี่ยวข้องกับเงินภาษีที่เสียไป กับการบริหารจัดการมาเป็นอาหารสำเร็จรูปที่ทุกคนในประเทศต้องทานผ่าน นโยบายประเทศ เรื่องนี้(เขตแดน)

ผมจึงติงเมนูอาหารจานนี้ที่จะเป็นส่วนประกอบของเมนูจานใหญ่ผ่านการอภิปรายแบบนี้ ว่ามันดีไม่ดีอย่างไร ด้วยมาตรฐานอ.ธงชัย? แต่ถ้าเป็นคนอื่นผมจะไม่สนใจด้วยซ้ำ? ว่ามันขาดมาตรฐานอย่างไร? เพราะเรื่องความเห็นเป็นเรื่องเฉพาะตัว?

แต่ด้วยการให้ความสำคัญและเห็นว่ามันสำคัญหรือเป็นคนสำคัญ?เพราะมันมีอิทธพลทางความคิดเพราะ ต้นทุนแบบอ.ธงชัยแบบนี้ระดับนี้ ผมจึงชี้เพื่อป้องกันการชี้นำผิดๆ ในบางเรื่องเพราะเงื่อนไขตรงนี้ไงครับ ?ผมจึงต้องชิมและให้ความเห็น?

มันจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมทางสังคมที่ต้องดูแลเนื้อหาตรงไหนใช่?ไม่ใช่?อย่างไร?เพราะเงื่อนไขคือต้นทุนแบบนี้ของอ.ธงชัย ชี้นำสังคมได้ครับคุณ"เผอิญ"???

เสียดายความรู้ที่อุตส่าห์ร่ำเ

เสียดายความรู้ที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาสูงๆจริง
ความจริงเนื้อหาที่ ธงชัยว่าไว้น่าสนใจ
เนื้อหาที่น่าจะเป็นบทความและความเห็นทางวิชาการที่ดี
กลับถูกบดบัง และถูกทำลายด้วยด้วยวิธีนำเสนอตัวผู้เขียนเอง

การแหนบแนม เย้ยหยันทำให้การเป็นวิชาการขาดน้ำหนักและน่าเชื่อถือ
กลายเป็นการแถทางวิชาการ เพื่อสนองความสะใจอย่างน่าเสียดาย

คุณอะตอม ผมเห็นด้วยและไม่มีปั

คุณอะตอม
ผมเห็นด้วยและไม่มีปัญหาหรอกครับที่คุณอะตอมหรือใครก็ตามจะวิจารณ์ อ.ธงชัยตามเนื้อผ้าและตามความเห็นของตน ไม่ต้องรู้มากก็วิจารณ์ได้ครับ แต่ที่ผมติงก็คือ หลายประเด็นที่คุณแนะนำสั่งสอนอ.ธงชัยว่าควรหาความรู้เพิ่มเติมน่ะ อาจารย์เขาศึกษาและเขียนไว้แล้วครับ ถ้าคุณจะแย้งก็ยังได้อยู่ดีเพราะอ.ธงชัยไม่ใช่เทวดาที่ห้ามวิจารณ์ และนักวิชาการผิดได้ทั้งนั้น แต่ก็แย้งไปตามประเด็นเลยครับ พอเห็นคุณแสดงท่าอบรมอ.ธงชัย ผมเลยสงสัยว่าคุณเองศึกษาประเด็นเหล่านั้นมาขนาดไหนกันแต่กลับไม่รู้ว่าคนที่คุณอบรมน่ะเขาเขียนหนังสือที่คุณเองคงยังไม่เคยอ่าน
ผมไม่ได้เอาถ้วยรางวัลของเขามาข่มคุณหรอกครับ (เพราะไม่ใช่ถ้วยรางวัลของผม หุหุหุ) เพียงแต่อยากบอกว่าอ.ธงชัยไม่ใช่ไม่รู้ประเด็นที่คุณแนะนำสั่งสอน และรู้พอที่จะเขียนหนังสือที่ไม่เลวทีเดียวออกมาตั้งเกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ ถ้าคุณจะแย้งก็แย้งไปตามประเด็นเถิดครับ คนเราย่อมคิดต่างกันได้ (และผมก็ชอบอ่าน) ไม่ต้องอบรมสั่งสอนคนอื่น
แต่ยังไงๆ ผมก็ยังขอฝากให้คิดนะครับว่า คุณอ่านแล้วไม่เข้าใจเพราะอะไร เป็นที่ข้อเขียนหรือเป็นที่ตัวคุณเอง หรือทั้งสองอย่าง คุณปราบ บุนปานเขียนในมติชนวันนี้ก็สรุบประเด็นของ อ. ธงชัยได้ชัดเจนดี ไม่เห็นยากหรือน่าสับสนตรงไหนเลยครับ

อ้อ ขออีกนิด...

อ้อ ขออีกนิด... เท่าที่ตามอ่านคุณอะตอมมา ผมเข้าใจดีครับว่าคุณไม่ใช่ประเภทตามถล่มอ.ธงชัย ตรงนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมวิจารณ์คุณอะตอมเลย ผมนับถือว่าคุณอะตอมเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง (สงสัยจะเป็นอาจารย์ที่ไหนสักแห่ง...ขออภัยที่เดา) แต่ที่ผมว่าคุณอ่านและเห็นเท่าที่อยากเห็น หมายถึงประเด็นในเนื้อหาสาระของบทความที่คุณวิจารณ์ครับ อันนี้เท่าที่ผมสังเกตนะครับ ซึ่งส่วนมากไม่ใช่บทความของอ.ธงชัยและไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย แต่หมายถึงความเห็นของคุณอะตอมเองที่มีต่อบทความสารพัดหลายๆชิ้นของคนอื่นๆ
ฝากไว้แค่นี้ล่ะครับ ยังไงๆผมก็ยังชอบความเห็นแบบมีสาระของคุณอะตอมอยู่ดี

ทีนี้ที่ผมร่ายยาวเรื่องการล้ม

[color=brown][size=14]ทีนี้ที่ผมร่ายยาวเรื่องการล้มลงของลัทธิคอมิวนสิต์ เพื่ออะไร

ผมต้องการปูพื้นให้เห็นถึงคนกลุ่มหนึ่งที่หนีเข้าป่าไปต่อสู้ด้วยลัทธิทางการเมือง แต่ปรากฎว่าคนพวกนี้ได้รับความพ่ายแพ้ เพราะลัทธิทางการเองนั้นมันจอมปลอม

แต่คนกลุ่มนั้นก็แบ่งเป็น 2 พวก

พวกแรกที่เข้าป่าไปด้วยอุดมการ์อันยิ่งใหญ่ว่า จะสู้เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม แต่พอไปเหนว่า ควมเท่าเทียม ที่พวกเขาเพ้อบ่นท่องจำคัมภีร์ ต่างๆ เอาเข้าจริง แม้กรมการเมืองก็ยังติดสันดานรักสบายใช้ชีวิตหรูราววังในกลางป่า

ทหารป่าพวกแรกนี้จึงหมดความเชื่อถือในลัทธิการเมือง พอประสบกับ นบ. 66/23 จึงเร่งรุดจรลีลี้กลับเมือง โดยทิ้งรอยช้ำที่อกหักจากการหลงผิดไว้ในป่า

แต่คนอีกพวก เป็นพวกที่ไม่ฉลาดเท่าคนพวกแรก แต่คนพวกนี้เป็นพวกคุมแค้น ฝังหัวแต่เรื่องที่ว่ามีคนสั่งฆ่าพี่นอ้งนักศึกษาตนเมื่อวันที่ 6 ตค. 19 คนพวกนี้ก็เผ้าแต่จะร่วมสงครามจรยุทธ โดยหวังว่าวันหนึ่ง ที่พวกเขาชอบท่องว่า ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน มาถึง ซึ่งในความหมายนั้นพวกเขารวมเอาการล้มลงของสถาบันฯ ไว้ด้วย

แต่พอมาเจอ 66/23 เข้า สงครามอันแสนยิ่งใหญ่ของพวกเขากลับพังครืนง่ายยิ่งกว่าบ้านที่ต่อจากไพ่ คนพวกนี้เก็บความอกหัก + ควมแค้น ออกมาจากป่า

แต่ไม่เลิกที่จะคิดล้มล้างเจ้าต่อไป

ธงชัย คือ หนึ่ง ในคนพวกนี้ (อีกคนให้เดา ใคร ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก แอด หมดเวลาไม่ต้องเดา เฉลยเลย สมสักหัวหงอก นั่นเอง)[/color][/size]

[=brownดังนั้น

[color=brown[size=14]ดังนั้น เมื่อเรารู้กำพืดของนาย ธงธง แล้ว เราจึงไม่แปลกใจที่เห็นการนำเสนอความคิดของหมอนี่ต้องมีความลำเอียงอุดมด้วยอคติ ด้วยการคิดมองเชิงลบต่อสถาบันกษัตริย์

ดงันั้น การที่นายธงธง เสนอแนวคิดเรื่อง ยุค แว่นแคว้น อาณาจักร โบราณของไทย ว่าเป็น การปกครองที่เหมือนกับยุค ฟิวดัล ของยุโรป ซึ่งเป็นการคิดที่ตื้นเขินมาก เพราะ ระหว่าง ฟิวดัล กับ ราชอาณาจักร ต่างๆ ในอุษาคเณย์ แทบไม่มีควมเหมือนกันอยู่เลย

แต่ด้วยความที่เป็นคนที่รู้แต่เพียงในตำราของธงชัย พอจะศึกษาเรื่องราวการปกครองของรัฐในอดีต ธงชัยก็รีบหยิบเอาตำราฝรั่งมาทั้งเล่ม แล้วเอามาสวมชฎา ใส่รองเท้าปลายงอน แล้วบอกว่านี่แหละ เหมือนกัน

แต่ที่จริง ไม่ใช่เลย!

เพราะโดยเนื้อแท้ ฟิวดัล ของยุโรป เป็น อาณาจักร ที่มีศาสนาจักรคริสเตียน หนุนหลัง ศาสนาจักรที่เกื้อหนุนอาณาจักรฟิวดัล ต่างกับ ราชอาณาจักรในอุษาเคณย์ เพราะของเราเป็นพุทธศาสนา

พุทธศาสนาสอนให้ราชาใช้ ทศพิธราชธรรม ปกครองประชาชน หรือใช้ ธรรมะ ปกครองคน อาณาจักร จึงอยู่ด้วยความร่มเย็น ประเทศราช แสวงหา อาณาจักรที่ร่มเย็นเป็นสุขมีธรรมปกครอง เพื่อขอความคุ้มครองด้วยความเต็มใจ

แต่

คริสศาสนา แฝงตัวอาศัยระบบฟิวดัล เป็นที่ร่วมสูบเลือดประชาชน ศาสนาจักร ทำการรับรอง ราชา ให้ขึ้นครองราชโดยไม่เคยตรวจสอบ ราชา เลย ราชาองค์ใด เป็นคนดี อาณาจักรก็ร่มเย็นเป็นสุข ราชาองค์ใดเป็น ทรราช ประชาชี ก็ ชีช้ำไป ประเทสราช ถ้าไม่ถูกอาณาจักรใช้กำลังเข้าตี ก็ยากจะมาขอขึ้นสวามิภักดิ์

นี่คือความต่างกันของ อาณาจักร ใน ระบอบฟิวดัล กับ ระบอบเทวราชาธิปไตย

แต่ธงชัย จงใจเหยียดหยามให้ ราชอาณาจักร โบราณในอุษาคเณย์ ซึ่ง แน่นอน รวมสยามประเทศเข้าไปด้วย มีความโหดเหี้ยมเช่นเดียวกับ ราชอาณาจักรในระบอบฟิวดัลของยุโรป อย่างมีความลำเอียงอุดมอคติ (อิอิอิ)

เหตุลผลก็ที่ผมเล่ามาใน บ๊อกซ์ ก่อนหน้า 2 บ๊อกซ์ นั่นแล[/color][/size]

อีกชุดวาทกรรมหนึ่งที่ธงชัยชอบ

[color=brown][size=14]อีกชุดวาทกรรมหนึ่งที่ธงชัยชอบเสนอ แต่ไม่น่าเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ ก็คือ เรื่อง ยุคอาณาจักร ไม่มี เขตแดน เขตแดน เป็นเรื่องของ รัฐชาติ

ซึ่งเป็นความคิด งี่เง่า สิ้นดี ก่อนปี 2553 ผมเคยดูถูกนายธงคนนี้มาตลอด แต่ไม่เคยได้รับการแนะนำจากผู้รู้ท่านใดๆ เพราะคิดว่าไม่สำคัญ จนปีที่แล้ว ห้วงที่เหี้ยหางแดงกำลังเลื้อยคลานกันเต็มสี่แยกราชประสงค์ เพื่อนพ่อผมที่เป็น ศาสตราจารย์อยู่ที่วิสคอนซิล ที่เดียวกับ ธงชัย นั่นแหละ แกได้โครงการหนึ่งที่แกต้องมา Follow Up ที่ ม. ขอนแก่น แกเลยถือโอกาศแวะมาเยี่ยมพ่อผม เพราะไม่ได้เจอกัน 3 - 4 ปี แล้ว โดยในแผนแกต้องมาหลายทริป

ทริปหนึ่งแกชวน ศ. ชาวลาวท่านหนึ่ง มากินข้าวที่บ้านผมด้วย ปรากฏว่าคุยกันไปต่างๆ นานา หลายเรื่อง วกมาถึงพวกล้มเจ้า (แน่นอน คุยกัน เหลือง แดง ด้วย) ผมเลยยก ธงชัย ที่ชอบว่าเรื่อง อาณาจักร ไม่มีเขตแดนเป็นตัวอย่าง

ศ. ลาว ท่านนั้นท่านเล่าให้ฟังว่าเคย วิวาทะ กับ ธงชัย เรื่องนี้ แกเลยยกผญาโบราณที่จ้าวเมืองอะไรไม่ทราบยกที่ดิน จากเขาลูกนี้ไปถึงเขาลูกนั้น ไปถึงแม่น้ำสายนั้น ให้เป็นดินแดนของลูกสาวคนโต แล้วให้ไปครองกับลูกเขยคนโต ที่แกไม่ค่อยชอบหน้า นัยว่าจะได้ไม่ต้องเห็นหน้ากันบ่อย (อิอิอิ)

แล้วแกก็ถามผมว่านี่ใช่เขตแดนหรือไม่? ซึ่งผมก็เห็นตามแกทุกอย่าง แล้วแกก็เสริมว่า ธงชัย โต้แย้งแกไม่ได้ พร้อมกับไม่ยอมพูดกับแกอีกเลย (ฮ่าฮ่า)

นี่คือประสบการณ์ที่ผมได้รับจากคนที่รู้จัก ธงชัย

ส่วนใครจะคิดว่า คนจบสูงๆ รู้จริง ก็เรืองของคุณ

ตัวอย่างก็พวงทองนี่ไง ที่ทะเล่อทะล่ามาบอกคำตัดสินศาลโลกยกปราสทพระวิหารและเป้ยตาดี (หรือ บริเวณ 4.6 ตร.กม.) ให้เขมร เพราะแผนที่ 1:200000 ศาลยอมรับ นี่ไง พวงทอง จบสูงกว่าผมแน่ แต่โง่กว่าผมเรื่องคำตัดสินศาลแน่นอน ใครอยากพิสูจน์ อ่านคำแปลคำตัดสินได้ ที่นี่

ปล. เห็นว่าเพิ่งพิมพ์คำว่า ตร.กม. เลยนึกได้ ขอถาม มองทะลุ หน่อย ตกลง คำนวณได้หรือยัง 1 ไร่ มีกี่ ตร.กม. (กร๊ากกกกกก)[/color][/size]

I Pad wrote:รักนะ..จุ๊บๆ

[quote=I Pad][quote=รักนะ..จุ๊บๆ][quote=I Pad][b]อย่างที่บอก พี่ธง แกเป็น Abusive Materialism หรือ วัตถุนิยมบริภาษวิธี ขั้นตอนการโชว์ของแกก็จะเริมจากจะหาอะไรมาด่าดี พอตั้งต้นได้แล้วก็เริ่ม มั่วนั่น โม้นี้ เพ้อโน่น จึงนำเสนอว่าให้แกกลับไปสมัครขายแฮมเบอร์เกอรืในฟาสฟู๊ดในวิสคอนซิลดีกว่า สงสางการวิชาการจะตกต่ำมากว่านี้ แค่มีระดับจานบิ่นชามบุบ ขายตัวเพื่อเงิน 7.1 ล้าน บาทไทย ก็น่าอายพอแล้ว (ฮา)[/b][/quote]

ทองเก๊ทองปลอมเริ่มกะเทาะล่อนกันเป็นแถวๆ นักการเมืองนักวิชาเกินพันธมารบางตัวที่เหล่าสาวกศาสดาโกเต็กเคารพเทิดทูล..เช่น นายมาร์ค กษิต ...ฯลฯ ได้เผยลายเปลือยกายล่อนจ้อน

บัดนี้พันธมารและI Pad คงเริ่มตาสว่างแล้วซิ ทองเก๊รายแรกก็คือกษิต ถัดมาก็คือมาร์ค..แดงเคยด่ามาร์คมานานแล้วตั้งแต่เริ่มโกหกนับครั้งไม่ถ้วน..ทั้งที่ตอนนั้นเหล่าสาวกพันธมารแห่กันออกมาช่วยกัน(ตอ)แหลปกป้องนายอัปปิ๊สิทธิ์..แล้วศาสดาพันธมารก็ทนไม่ไหวต้องยกระดับขับไล่รัดทะบานอัปปิ๊สิทธิ์ไปแล้ว..(ทำไม?) ช้ากว่าสติปัญญาคนเสื้อแดงตั้งกว่าสองปีที่รู้ว่าอัปปิ๊สิทธิ์เป็นนักการเมืองเลวขี้ขลาดไร้ฝีมือ

ทองเก๊รายที่สาม..เมื่อวานพันธมารและI Pad ก็คงเริ่มตาสว่างอีกครั้งเมื่อศาสดาลิ้มออกมากระชากไส้นักจัดรายการนักวิชาเกินเต้าข่าวตัวพ่อตุ๊ยหนุ้ย..เจิมสากสื่อทองเก๊เป็นสื่อนักวิชาการขายใส่ร้ายป้ายสีตัวป้ายสีโจมตีทำลายแม้วเกาะขาพันธมารมาตลอดพอได้ดิบดีก็ทรยศไม่ต่างจากกษิต

..และเจิมสากก็โดนแป๊ะลิ้มอัปเปหิ..แทบไม่ต่างจากสื่อสุนัขจรจัดที่โดนไล่..ถอดรายการของเจิมสากที่เข้ามาเกาะใช้เวลาร่วม4ปีจัดรายการหารายได้จากแอสทีวีฟรี..ก็มาเนรคุณกันไปเรียบร้อย..แดงแทบไม่ต้องเหนื่อยสาวไส้สื่อนักวิชาเกินจอมปลอมรายนี้..เพราะศาสดาลิ้มได้จัดการแทนคนเสื้อแดงแล้ว..กฎแห่งกรรมมีจริง

ข่าวล่ามาเร็วจากเวทีแอสทีวี..มีการขนตำรวจร้อยเอ็ดมาหลายคันรถเข้ามาเสริมจะมาปราบขอพื้นที่คืนจากเหล่าสาวกพันธมารและI Pad หนุ่มร้อยเอ็ด...ทีนี้ I Pad จะทำจั๊งได๋...ทีนี้...สลิ่มไปไหน...(ฆ่ามันๆๆ)

...การทวงคืนดินแดนจากเขมรมีแนวโน้มเป็นหนังชีวิต ดูกันยาวๆ...เป็นปัญหาระดับคลาสสิก..ควรบวกลบคูณหารข้อมูลต่างๆและยุทธวิธีการทวงคืนดินแดนให้ดี ก่อนการจะเลือกข้างถือหางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..เพราะเงื่อนปมปัญหาสลับซับซ้อน..ไม่ง่ายเหมือนปิดประตูตีแมวฆ่าคนไทยมือเปล่า..การผลีผล่ามเลือกข้างรัฐบาลเด็กมีเส้นอัปปิ๊สิทธิ์ หรือ พันธมารค่ายพลเอกโกเต็กลิ้ม-ลอง ม็อบมีเส้นใดๆเป็นการเปลืองตัวอาจหน้าแตกและแพ้ทั้งกระดานได้ง่ายๆ..เงื่อนไขของม็อบพันธมารครั้งนี้ดูมีเหตุผลกว่าการเคลื่อนไหวทุกครั้ง..ต้องให้คะแนน 50 : 50 (การเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เป็นเรื่องลวงโลกทำลายชาติแน่ๆ)

ถ้าใครเป็นเสื้อแดงทางที่ดีเลือกกลางๆแบบชนะไหนเฮด้วย..มิดีกว่าหรือ..แต่อย่ามายึดอำนาจหรือพันธมารอย่ามั่วซั่วมากัดเสื้อแดงล่ะ..เพราะแค้นเก่ายังไม่ชำระ..55555[/quote]

[b]เด๋วนะ!

เอาอันนี้ก่อนเลย

[quote=รักนะ..จุ๊บๆ]..และเจิมสากก็โดนแป๊ะลิ้มอัปเปหิ..แทบไม่ต่างจากสื่อสุนัขจรจัดที่โดนไล่..ถอดรายการของเจิมสากที่[u]เข้ามาเกาะใช้เวลาร่วม4ปีจัดรายการหารายได้จากแอสทีวีฟรี[/u][/quote]

ประโยคนี้แสดงถึงความเป็นกระเบยบนโลกออนไลน์ของนาย รักยม จู๋จู๋ เจงเจง

ก่อนอื่นขอบอกความลับที่ พธม. ส่วนใหญ่รู้ดี แต่ไม่ยอมพูด เพราะรู้ว่าเป็นผล ปย. ของ Astv

เกือบ 2 ปีก่อน ที่ อ. เจิม เริ่มออกลาย Astv จึงจัดรายการ 'เคาะข่าวริมโขง' เวลาชนกับรายการ 'รู้ทันประเทศไทย' ของ อ. เจิม ตรงๆ แถมจบหลังรายการ 'รู้ทันฯ' เสียด้วย โดยเอาระดับแม่เหล็กของเครือไปจัดรายการชนรายการ อ. เจิม เช่น คุณโสภณ คุณปอง ฯลฯ เพื่อดึงเรตรายการ

นั่นก็คือ พธม. รู้จักลายของ อ.เจิม มาตั้งนานแล้วล่ะ แต่เขาไม่เอามาเป็นเรื่องใหญ่ เพราะ อย่างน้อยรายการ อ. เจิม ก็ยังจ่ายค่าเช่าเวลา เป็นรายได้ของสถานีอยู่ก็หยวนๆ กันไป

มีแต่พวก นปช. นี่แหละ! ที่เพิ่งเห็นคุณสนธิยอมเปิดโปง ตัวตน อ. เจิม ถึงได้มาตาลุก ตีอกชกหัวดีใจกันยกใหญ่ว่า พธม.แตกกันแล้ว

ฮี่โด้! เขารู้กันเป็นปีแล้วนายโง่ เอ๊ย! (กร๊ากกกกกกก)

ย้ำอีกที รายการ อ.เจิม จ่ายค่าเช่าเวลาให้ Astv ว่ะ บักซื่อบื้อ ; )~

แล้วลวดลาย เจิม กษิต มาร์ค พธม. เขารู้กันตั้งนานแล้วล่ะ

เพียงแต่มาถึงวันนี้ทางเดินที่เคยอาศัยกันมันเกินกว่าที่จะหยวนกันได้แล้ว เพราะ อ. เจิม ไม่ยอมวิจารณ์เรื่อง เขมร ซักที เลย มาถึงวันที่ต้อง เซย์ กู๊ดบายกันได้แล้ว (แต่บอกตรงๆ ก็เสียดายค่าเช่าเวลาเหมือนกัน) (ฮิฮืฮื)

แต่คนฉลาดเขารอให้ถึงเวลาเสียก่อนค่อยลงมือจัดการ ตามระดับสถานการณ์นะน้องนะ

พธม. เขาไม่ทะเล่อทะล่า เดินไปขวางมือขวางเท้าชาวบ้าน จนการชุมนุมประท้วงเสียความชอบธรรม สุดท้ายอุตส่าห์เรียกคนได้เรือนแสน แต่ก็ถูกเขาไล่ยิงแพ้หมดรูปกลับไป แบบ นปช. หรอก หนู (ฮาฮาฮา)

ส่วนที่เหลือของนายนี่ก็ไร้สาระ และดูไร้ค่า

อย่างที่นาย รักยม ว่า 'ถ้าใครเป็นเสื้อแดงทางที่ดีเลือกกลางๆแบบชนะไหนเฮด้วย' โว่ว นี่คำพูดนักสู้หรือนี่ นี่มันคำพูดพวกนกสองหัวนี่นา

มิน่าถึงได้แต่นั่งเห่าหน้าจอ แหม! เฮ! เข้าขางไหนก็ได้ที่ชนะ ฮาฮาฮา เหยียบเรือสองแคม นี่นา อาการนี้

พอละกันสำหรับนาย รักยม ผมอายแทนว่ะ พวก คอยเฮ! เข้าข้างชนะนี่น่ะ[/b][/quote]

ก่อนอื่นต้องขอหัวเราะดังๆก่อน ก๊ากกกก ไอแป็ดดนี่เป็นนักมั่วได้โล่ห์เจงๆ...ก๊ากกกปล่อยไก่เป็นเล้า

...ย้ำอีกที รายการ อ.เจิม จ่ายค่าเช่าเวลาให้ Astv ว่ะ...เหม่ ประเดิมเรื่องนี้ได้งาย..แสดงว่าศาสดาลิ้มปูชณีย์บุคคลของไอแป๊ดดโกหกโกเจ็ดนาซิ...ก๊ากก..ไม่ไอแป๊ดดโกหกก็แป๊ะลิ้มโกหก..(ไปดูเทปหรือบทความ อ.เจิมสากโดนลิ้มตะเพิดในบอร์ดถัดไปก็ได้นะหนู)....เผยเสียใจเจิมศักดิ์เอาข่าวไปอ่านซ้ำ ทั้งที่จัดรายการในเอเอสทีวีโดยไม่คิดค่าเช่าสักบาท...ก๊ากกตกลงแอสทีวีนี่เป็นของไอแป๊ดหนุ่มร้อยเอ็ดกานหรือแป๊ะโกเต็กกันแน่..รึไอแป๊ดไปแอบอมรับค่าเช่า อ.เจิมสากแล้วไม่นำส่งศาสดาลิ้ม...เฮอๆๆกรุณาไปเคลียร์กะศาสดาลิ้มก่อนออกมาแหกตาคนอื่นเน้อ...รึ..แป๊ะลิ้มรับค่าเช่าแล้วลืม..บอกว่าไม่คิดค่าเช่า..เอ้าไอแป๊ดหน้าแหกไปหนึ่งรายการ

...เรื่องรู้ว่า กษิต เจิม..จะออกลายมานานแว้ววว..ก๊ากกจะมั่วจะแถกไปเกียนๆก็ตามจาย..ก๊ากกแสดงว่ายอมเลี้ยงตะกวดให้กินบนเรือนไปอึบนหลังคา พออึเสร็จก็เลยออกมาไล่..ฉลาดเจงๆๆๆๆ

อุตส่าห์ยื่นไมตรีให้ไอแป๊ดดดันตาขวางน้ำลายยืดมากัดว่าเป็นนกสองหัว..ซะแล้วว..ก๊ากก ความจิงแดงจะฉวยโอกาสทำชั่วๆเป็นพวกตุดอีแอบแบบพันธมารก็ไม่ยากส์ ยุส่งให้ม็อบแดงออกไปซักแสนสองแสนไปบอกให้ รัดทะบวมอัปปิ๊สิทธิ์ จัดการม็อบพันธมาร(ฆ่ามันๆๆ)แบบพวกสลิ่มมือเปื้อนเลือด.ก็ได้...งานนี้นึกเอาเองว่าม็อบพันธมารแค่หยิบมือจะเละเป็นโจ๊กขนาดไหน...อุตส่าห์ขอให้แดงใจเย็นๆ..ยืนดูม็อบหมาบ้าของอำมาตย์และหมาลูกอำมาตย์กัดกัน..กลายเป็นนกสองหัวไปได้จังได๋ สู..คนเกือบทั้งประเทศหรือเกือบทั้งโลกก็กลายเป็นนกสองหัว ซิ...และไม่ต้องเหยียบเรือด้วยเพราะ..เขาเรียกว่าอยู่บนภูดูหมากัดกานตะหาก ล่ะ หนู...ก๊ากกก

ที่จิงถ้าพันธมารสำนึกตัวไม่ใส่ร้ายป้ายสีเสื้อแดงเหมือนก่อน..ออกมาอ้อนซะหน่อย..ยอมรับผิด..ก็อยากจะสนับสนุนพันธมารฟัดกะอัปปิ๊สิทธิ์เหมือนกาน คริคริ

ฮาฮา...แต่ไม่ว่าฝ่ายไหนชนะ..เฮด้วย..สุดท้ายมันก็เป็นไฟท์บังคับให้แดงต้องเจออยู่แร้นน.เข้าจาย บ่ สู

...ส่วนที่เหลือของนายนี่ก็ไร้

...ส่วนที่เหลือของนายนี่ก็ไร้สาระ และดูไร้ค่า...

แหมผ่านตาไปเลยขอแถมให้...ขอเรียนคุณไอแป๊ดดด..เนื้อหาที่เอามาเขียนนี่เอามาจากเวทีแอสทีวี..เช่น .เป็นห่วงว่ามีการขนตำรวจร้อยเอ็ดมาหลายคันรถปราบม็อบพันธมาร..ไอแป๊ดกล่าวหาว่าไร้สาระก็เท่ากับต่อว่า..เวทีแอสทีวีที่มัฆวาน ไร้สาระและดูไร้ค่า.. นี่ไม่ใช่ไอแป๊ดเริ่มออกลายทรยศศาสดาลิ้มแล้วล่ะหรือ..แย้ง ศาสดาว่า เจิมจ่ายค่าเช่า..และการเสนอข่าวของ เวทีแอสทีวี ไร้สาระและดูไร้ค่า.. เฮ้อๆๆ

ไอแป๊ดดขึ้นโรงพักร้อยเอ็ดประจำ(ลูกคุณช่างฟ้อง)..แล้วไม่รู้ไปฟ้องอีท่าไหน..ตำรวจร้อยเอ็ดหลายคันรถก็เลยแห่มาจะมาขอคืนพื้นที่ปราบม็อบพันธมารที่มัฆวาน..เอ มันชอบกลอยู่นะ..คงมีสายฝ่ายอัปปิ๊สิทธิ์หมั่นไส้ไอแป๊ดดรึเปล่าที่ชอบไปขึ้นโรงพักร้อยเอ็ด..ก็เลยจัดตำรวจร้อยเอ็ดมาให้พันธมารและไอแป๊ดด..รึว่านี่มันเป็นกงกรรมกงเกวียน..ที่จะย้อนมาถึงหนุ่นร้อยเอ็ดอย่างไอแป๊ดด....ก๊ากกก

ตอบน้องรักยม เรื่องโกตั๊บพูดบ

[b]ตอบน้องรักยม

เรื่องโกตั๊บพูดบนเวทีว่า อ. เจิม ไม่ได้จ่าย อันนี้ไม่ได้ฟัง เพราะอยู่ระหว่างเดินทางกลับ

แต่เท่าที่จำได้ เคยมีคนใน Astv บอกมาก่อนว่า ที่ยอมให้ เจิม จัดอยู่ เพราะ อย่างน้อยยังได้ค่าเช่าเวลาจาก Watch Dog ประเด็นนี้เอาไว้ตรวจสอบอีกทีก็ได้ ทำไมเหรอดีใจมากเหรอจับผิด I Pad ได้

เอ้า! ยกขาดิ๊ เออ เก่ง (กร๊ากกกกกกกกกก)

แต่ที่น้อง รักยม เสล่อ บอกว่า

คนเสื้อแดง ฉล๊าด ฉลาด เนี่ย! แล้วหลักฐานคนฉลาดที่อ้างว่าฉลาดกว่า พธม.

แล้วไม่รู้หรือว่าที่แกนนำหัวขวดพูดอยู่นั่นน่ะมันโกหก (ที่ราชประสงค์) เพราะถึงที่สุด ทหาร ต้องออกมาแน่ (เพราะระรานเหลือเกินนี่) (ฮา) แล้วไหง! คนฉลาดถึงนั่งโง่รอจนทหารเข้ามาสลาย แต่ แกนนำหนีไปมอบตัวแบบนั้นล่ะ! ไหนว่าเที่ยวนี่ไม่จบที่คุกก็วัดล่ะ เห็นมีแต่มวลชนที่ไปวัด แกนนำไปชะอำ เช๊ย! (ฮา)

แถมเหลือเชื่อ! เขาเรียกให้มาถูกหลอกอีกรอบก็ยังมา (แต่ทำไมน้อยจังวะ) สงสัยว่ามาเพราะชอบ หรือมาเพราะอิ่ม (วะ) ; )~

ยังงัยยังงัย จะ โป้ จะ ปด ว่า แดง เก่งกว่า เหลือง นี่น่ะ ดูหนังหน้าตัวเองก่อน

นั่น แผลเย็บ ปี 52 นี่ ก็แผลแตก ปี 53 กร๊ากกกกกก

มีหน้ามาว่าคนอื่นอีก ฮาฮาฮา

อ้อ! แล้วถ้าคราวนี้ พธม. ชนะอีก ก็อย่าหวังเลยว่าจะอยากให้แดงมาใกล้ เหม็นขี้เหม็นเยี่ยวอย่างนี้ ไปไกลๆ เลย ก๊ากกกกกกก

ปล. ม็อบแดงมันจะออกมาได้ไงวะทีละแสนสองแสน แสนสองแสนบาทอะดิ้ อย่าบอกนะที่มาวันที่ 25 มค. ที่ลานอนุสาวรีย์ น่ะ หลักแสน กร๊ากกกกกกกกกกก

ปล. 2 พธม. ใส่ร้ายอะไร แดง ไม่ทราบ พธม. บอกแดงจะเผาเมือง แล้วเผาหรือเปล่า พธม. บอกแดงจ้างมา แล้วจ้างมาหรือเปล่า พธม. บอก แดงไม่มีวันชนะ แล้วแพ้ 2 ที แล้ว เห็นๆ ใช่มะ

ใส่ร้ายตรงไหนวะ ([/b]

เป็นความเห็นแย้งที่มีแต่ถ้อยค

เป็นความเห็นแย้งที่มีแต่ถ้อยคำหยาบคาย ไร้สาระ และเขียนโต้แย้งที่ไม่ตรงประเด็นที่ผู้เขียนเสนอไว้ โดยอธิบายสิ่งเดียวกันด้วยถ้อยคำใหม่เท่านั้น

คุณธงชัย

คุณธงชัย วาทะกรรมอำพรางของคุณไว้หลอกไพร่ทุยแดงเหอะ

1. เข้าใจผิดว่า รัฐสมัยเก่า (ก่อนศตวรรษที่ 20) ถือการครอบครองดินแดนเป็นเรื่องใหญ่
ตอบ สมัยก่อนสงครามมากมายก็เพื่อ "ล่าอาณานิคม" ไม่อยากถูกตีแตกก็ต้องยอมตกเป็นเมืองขึ้นส่งส่วยส่งของกำนัล ถ้าไม่ล่าอาณานิคม ไม่ครอบครองดินแดน ผู้ชนะสงครามทำไมไม่กลับไปอยู่ที่เดิมล่ะ ยึดเมืองผู้แพ้สงครามเอาเป็นเมืองขึ้นเอาเป็นของผู้ชนะ เรียกว่า "ถือว่าครอบครองดินแดนเป็นเรื่องใหญ่" ไม่ใช่หรือ ?

2. เข้าใจผิดว่า เมืองขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของอธิปไตยของรัฐเจ้าพ่อใหญ่
ตอบ ยอมสวามิภักดิ์ ยอมอยู่ใต้อำนาจบาตรใหญ่ ยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ฯลฯ คุณธงชัยบอกว่า "แค่ไม่เป็นอิสระ" ไม่เรียกว่า "ตกเป็นส่วนหนึ่ง" จะให้เรียกอะไรล่ะครับ ?
และยังอ้างถึง "ชาตินิยมประเทศอื่น" ที่ไม่เหมือน "ชาตินิยมแบบเจ้ากรุงเทพ" ประเทศอื่นที่คุณว่าไม่เหมืองเจ้ากรุงเทพ ประเทศไหนครับที่ไม่อ้างดินแดนไม่อ้างชายขอบ ?

3. เข้าใจผิดว่า เมืองขึ้นหรือประเทศราชหนึ่งย่อมขึ้นต่อเจ้าพ่อรายใหญ่เพียงรายเดียว เมืองขึ้นของสยามย่อมขึ้นต่อสยามเท่านั้น ดังนั้นดินแดนประเทศราชย่อมเป็นของประเทศสยามแต่ผู้เดียว
ตอบ นี่มันยุคไหนกันแล้วครับ ทุกประเทศต่างก็ชัดเจน จะให้กลับไปทับซ้อนกันจะได้มีหลาย ๆ สัญชาติ น่าภูมิใจกว่าไปซื้อสัญชาติมอนเตรฯ หรือครับ คำว่า "เสียดินแดน" มีอยู่เกือบทุกประเทศแหละครับ ทำยังกับว่าการศึกษาประวัติศาสตร์มีแต่ไทยที่อ้างว่า เสียดินแดน การเรียนและประวัติศาสตร์แต่ละประเทศก็มีเหมือนกันครับ ล่าสุดฑูตเขมรบอกว่ายังมีปราสาทเขมรอยู่ใน 13 จังหวัดของไทย และอีกสิบกว่าจังหวัดของเวียดนาม นี่เขาก็เรียกและใช้คำว่า "เสียดินแดน" นะครับ

4. เข้าใจผิดว่า ดินแดนของรัฐสมัยเก่ากำหนดชัดเจนแน่นอนว่าตรงไหนของใคร จึงสามารถพูดได้ว่า ไทยเสียดินแดนไปกี่ครั้งกี่ตารางกิโลเมตร
ตอบ ไม่เข้าใจผิดหรอกครับ ปัจจุบันแต่ละประเทศเพื่อนบ้านก็อยู่กันมาก็ชัดเจนครับ ไม่งั้นเขมรจะมาอ้างแผนที่ฝรั่งเศสทำไมครับ? ที่เขมรมันมามีปัญหาเนี่ยบิดมาเรื่องเขาพระวิหาร แต่ต้องการ "ขุมพลังงานใต้น้ำใต้ดิน" ต่างหากครับ
เป็นญาติฝ่ายไหนกับเขมรครับ ตีประเทศไทยจังเลย ประเทศอื่นก็ระบุในประวัติศาสตร์แต่ละประเทศว่าเคยเสียดินแดนเหมือนกัน เสียกี่ตร.กม. ก็มีนะครับ ทุยธงชัย

- - - - - - - - - - - - -

กล่าวโดยสรุป ประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมเรื่องการ “เสียดินแดน” มีองค์ประกอบทางปัญญาสำคัญ 2 ประการ คือ
1.ต้องอ้างว่าเป็นเจ้าของดินแดนประเทศราชมาแต่โบราณซึ่งเป็นทัศนะประวัติศาสตร์ของเจ้ากรุงเทพฯ และต้อง ถือเอาความเจ็บปวดของเจ้ากรุงเทพฯมาเป็นของตนด้วย

ตอบ เหมือน ๆ กับอ้าง 19ล้านเสียงเป็นทัศนะประวัติศาสตร์นายกฯ (14ล้านเสียง 9ล้าน6ล้าน5ล้าน4ล้านล่าสุดฏีกากบฎ3ล้าน5แสนราคาคุย)และถือเอาความเจ็บปวดของเอี้ยากรหนีภาษีหนีคุกทักษิณเป็นของตนเองด้วยคำว่า "4ปีความสุขที่หายไป 4ปีมาร่วมสร้างความสุขกันใหม่เพื่อทุยทุกตัว จากพรรคเพื่อทุยเผาไทย" น่ะหรือครับ

2.ต้องอ้างว่าเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียวแบบชาตินิยมของรัฐชาติสมัยใหม่

ตอบ เอายุทธวิธีของเอี้ยากรหนีภาษีหนีคุกข้ามชาติทักษิณมาเป็นโมเดลบิดเบือนเพื่อเขมร เชียวหรือคุณธงชัย

แล้วที่คุณพิมพ์มามากมายสะท้อนความเป็นทุยแดงที่ออกมาเผาบ้านเผาเมืองโว๊กว๊าก "แผ่นดินเป็นของทุยแดง" "แดง(หนัก)ทั้งแผ่นดิน" ไม่เรียกว่า "ถืออาณานิคมเป็นใหญ่" หรือครับ จะครอบครองดินแดน ใช่ไหมครับ เอากรณีอย่างนี้ไปประเทศไหนเขาก็ว่า "กบฎ" ไม่ก็เรียก "ก่อการร้าย" นะครับ

เออ

เออ ฉายาที่อะตอมตั้งให้มองทะลุว่า'มองทะเล'นี่ไม่เอาโว้ย สายลมแสงแดดจัง555 เอาดุๆกว่านี้หน่อย(แต่จริงๆมองทะลุก็ชอบมองทะเลนะ เคยไปสัมนาที่ระยองเค้าให้นอนโรงแรมสูง มองทะลุลากเก้าอี้ผ้าใบมาระเบียงนอนมองทะเลออกไปไกลๆ ลมเย็นสบาย โอ้วสวรรค์เลยนะนั่น อิอิ คิดแล้วอยากไปนอนมองทะเลที่นั่นอีก)

นี่แน่ะอะตอม! มองทะลุเคยเล่าว่าฝากการบ้านให้หลานชายเรียนปี1ไปคิดว่า'ทัศนคติ'หมายถึงอะไร นี่ผ่านไปปีกว่าแล้วยังไม่เคยทวงถามการบ้านหลานชายเลย เพราะมองทะลุเชื่อว่าคนเราจะเข้าใจคำว่า'ทัศนคติ'ได้ยากมากๆ ที่ว่ายากเพราะมันเป็นการ[u]มองตัวเอง[/u] มองว่าตัวเราเองถูกปลูกฝังอะไรมา ถูกปลูกฝังให้นิยมอะไรไม่นิยมอะไร ถูกปลูกฝังวิธีตัดสินคุณค่าดีเลวของสิ่งต่างๆไว้อย่างไร แล้วที่สำคัญถูกปลุกฝังชุดความคิดในการดำรงชีวิตอะไรบ้าง อย่างเช่นถูกปลูกฝังให้เป็นเจ้าคนนายคน ถูกปลูกฝังให้เป็นขุนแผนขี้เอามีเมียหลายคน ถูกปลูกฝังให้ไปหาความเป็นเลิศหรือความสมบูรณ์แบบซึ่งต้องแข่งกับคนอื่นและแข่งกับตัวเอง

มองทะลุนี่นี้ จึงหมายถึง'มองทะลุตัวเอง'เป็นอย่างแรก มองตัวเองว่าเราถูกปลูกในเรื่องนั้นๆมาอย่างไรจึงทำให้ทัศนคติของตัวเราเองออกมาอย่างนั้น นี่ก็เหมือนรู้เขารู้เรา แต่ตัวเรานี่เราจะอ่านขาดตัวเราเองหรือป่าวล่ะ

คนเราจะเห็นทัศนคติของตัวเองได้ยาก เพราะเวลาทัศนคติถูกปลูกฝังเข้ามาในตัว มันปลูกฝังแบบไม่รู้ตัว ไม่เหมือนปลูกฝีกันโรค อันนั้นเรารู้ว่ามีเข็มแทงที่หัวไหล แต่ทัศนคติมันมาแบบไม่เห็นอะไรเลย แล้วก็เข้ามาในตัวเหมือนเข้ามาสิง มาจากคำพูดของพ่อของแม่ของครูของเพื่อนของคนที่เรานิยมชมชอบ

เขียนยาวนี้ไม่ได้หวังให้เข้าใจทันทีเพราะคิดว่ามันยากที่จะมองสำรวจภูมิศาสตร์ทางความคิดของตัวเอง มันไม่ง่ายเหมือนนั่งเครื่องบินมองลงมาพื้นที่ข้างล่าง ถ้าง่ายปัญหาโลกแตกมันจะมากมายท่วมโลกอย่างนี้เรอะ

โอยยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดีจริงๆ

โอยยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ดีจริงๆ คร่าาาาาาาาาา

แต่เอาไว้จะกลับมาอ่านแบบละเอียดใหม่นะ

คำถามเดียว ใครตอบได้ดีๆ จะมีรางวัล (โดยเฉพาะพวกสู้เพื่อชาตินะ)

"อุดมการ์แบบรัฐ-ชาติ มีดีตรงไหน และจะยังใช้ได้อยู่ในระดับไหนกับโลกปัจจุบัน?????"

I Pad

[quote= I Pad][b]ตอบน้องรักยม

เรื่องโกตั๊บพูดบนเวทีว่า อ. เจิม ไม่ได้จ่าย อันนี้ไม่ได้ฟัง เพราะอยู่ระหว่างเดินทางกลับ

แต่เท่าที่จำได้ เคยมีคนใน Astv บอกมาก่อนว่า ที่ยอมให้ เจิม จัดอยู่ เพราะ อย่างน้อยยังได้ค่าเช่าเวลาจาก Watch Dog ประเด็นนี้เอาไว้ตรวจสอบอีกทีก็ได้ ทำไมเหรอดีใจมากเหรอจับผิด I Pad ได้

เอ้า! ยกขาดิ๊ เออ เก่ง (กร๊ากกกกกกกกกก)

แต่ที่น้อง รักยม เสล่อ บอกว่า

คนเสื้อแดง ฉล๊าด ฉลาด เนี่ย! แล้วหลักฐานคนฉลาดที่อ้างว่าฉลาดกว่า พธม.

แล้วไม่รู้หรือว่าที่แกนนำหัวขวดพูดอยู่นั่นน่ะมันโกหก (ที่ราชประสงค์) เพราะถึงที่สุด ทหาร ต้องออกมาแน่ (เพราะระรานเหลือเกินนี่) (ฮา) แล้วไหง! คนฉลาดถึงนั่งโง่รอจนทหารเข้ามาสลาย แต่ แกนนำหนีไปมอบตัวแบบนั้นล่ะ! ไหนว่าเที่ยวนี่ไม่จบที่คุกก็วัดล่ะ เห็นมีแต่มวลชนที่ไปวัด แกนนำไปชะอำ เช๊ย! (ฮา)

แถมเหลือเชื่อ! เขาเรียกให้มาถูกหลอกอีกรอบก็ยังมา (แต่ทำไมน้อยจังวะ) สงสัยว่ามาเพราะชอบ หรือมาเพราะอิ่ม (วะ) ; )~

ยังงัยยังงัย จะ โป้ จะ ปด ว่า แดง เก่งกว่า เหลือง นี่น่ะ ดูหนังหน้าตัวเองก่อน

นั่น แผลเย็บ ปี 52 นี่ ก็แผลแตก ปี 53 กร๊ากกกกกก

มีหน้ามาว่าคนอื่นอีก ฮาฮาฮา

อ้อ! แล้วถ้าคราวนี้ พธม. ชนะอีก ก็อย่าหวังเลยว่าจะอยากให้แดงมาใกล้ เหม็นขี้เหม็นเยี่ยวอย่างนี้ ไปไกลๆ เลย ก๊ากกกกกกก

ปล. ม็อบแดงมันจะออกมาได้ไงวะทีละแสนสองแสน แสนสองแสนบาทอะดิ้ อย่าบอกนะที่มาวันที่ 25 มค. ที่ลานอนุสาวรีย์ น่ะ หลักแสน กร๊ากกกกกกกกกกก

ปล. 2 พธม. ใส่ร้ายอะไร แดง ไม่ทราบ พธม. บอกแดงจะเผาเมือง แล้วเผาหรือเปล่า พธม. บอกแดงจ้างมา แล้วจ้างมาหรือเปล่า พธม. บอก แดงไม่มีวันชนะ แล้วแพ้ 2 ที แล้ว เห็นๆ ใช่มะ

ใส่ร้ายตรงไหนวะ ([/b][/quote]

เอ้าช่วยกานโห่หน่อยพี่น้อง...จับได้คาหนังคาเขา...หนูไอแป๊ด...อันนี้ไม่ได้ฟัง เพราะอยู่ระหว่างเดินทางกลับ...ก๊ากก โห่อีกเตื่อ.. ไอแป๊ดดดอุตส่าห์เต้าเรื่องมาเป็นหน้าๆ..จนคนอ่านตาค้าง เง็งกานไปโหมดเรื่องตกลงไอแป๊ดเต้าเรื่องหรือศาสดาลิ้มมั่ว...สุดท้าย..ไอแป๊ดยอมรับเอง..อันนี้ไม่ได้ฟัง เพราะอยู่ระหว่างเดินทางกลับ...นี่ขนาดไม่ได้ฟังยังเต้าเรื่องได้เป็นหน้าๆจะตัดมาเฉพาะประเด็นนี้ให้ดูกันชัดๆ..

...เป็นประเด็นที่น้องรักยม ปล่อยควายมาตัวเบ้อเร่อเลย ที่จริง รายการ 'รู้ทันประเทศไทย' ของ อ. เจิม แกต้องจ่ายค่าเช่าเวลาให้ Astv ....

นั่นก็คือ พธม. รู้จักลายของ อ.เจิม มาตั้งนานแล้วล่ะ แต่เขาไม่เอามาเป็นเรื่องใหญ่ เพราะ อย่างน้อยรายการ อ. เจิม ก็ยังจ่ายค่าเช่าเวลา เป็นรายได้ของสถานีอยู่ก็หยวนๆ กันไป

มีแต่พวก นปช. นี่แหละ! ที่เพิ่งเห็นคุณสนธิยอมเปิดโปง ตัวตน อ. เจิม ถึงได้มาตาลุก ตีอกชกหัวดีใจกันยกใหญ่ว่า พธม.แตกกันแล้ว

ฮี่โด้! เขารู้กันเป็นปีแล้วนายโง่ เอ๊ย! (กร๊ากกกกกกก)

ย้ำอีกที รายการ อ.เจิม จ่ายค่าเช่าเวลาให้ Astv ว่ะ บักซื่อบื้อ ; )~

เพราะ อ. เจิม ไม่ยอมวิจารณ์เรื่อง เขมร ซักที เลย มาถึงวันที่ต้อง เซย์ กู๊ดบายกันได้แล้ว (แต่บอกตรงๆ ก็เสียดายค่าเช่าเวลาเหมือนกัน) (ฮิฮืฮื)

ก๊ากกกก นับดูได้ตั้ง4 เตื่อ(ครั้ง)ที่ไอแป๊ดดบอกว่า เจิมสากจ่ายค่าเช่าเวลา..ย้ำอีกที รายการ อ.เจิม จ่ายค่าเช่าเวลาให้ Astv ว่ะ บักซื่อบื้อ....โห่หน่อย หิ้วๆๆๆ...

นี่แค่ขนาดเรื่องค่าเช่าเวลายังยกเมฆเต้าเรื่องฝอยได้เป็นตุเป็นตะว่ามีการจ่ายค่าเช่าเวลาราวกับว่าไอแป๊ดไปรับเงิน ..เจิมสากมากะมือเอง...ยังดีที่กล้ายอมรับว่าไม่ได้ฟัง ขณะเดินทางกลับ..ขนาดไม่ได้ฟังยังเต้าเรื่องได้ขนาดนี้..แล้วไอแป๊ดมาฝอยใส่ร้ายใครต่อใครใครจะเชื่อถือไอแป๊ดได้ยังงาย..ล่ะ ..ก๊ากกก...คุยโม้ว่าไอแป๊ดดฉลาดเลิศเลอทำไม ปล่อยไก่ยกเล้าให้คนโง่หรือแดงโง่ๆจับได้ล่ะหนู...เฮ้อ..ไอแป๊ดมือตก จะแถก็ไม่เนียนมาจุดไต้ตำตอ หน้าแตกดังโครม..

จาเถียงกะนักเต้าเรื่องอย่างไอแป๊ดต่อก็เสียเวลาเปล่า...เรื่องอื่นสีซอให้ไอแป๊ดดดฟังหลายครั้งแล้วก็ไม่จำ...ทีหลังอย่าปล่อยไก่แบบนี้อีกล่ะ เดี๋ยวโดนศาสดาลิ้มเคาะกระโหลกมาโชว์โง่..อุตส่าห์พยายามมาหลอกเสื้อแดงก็ไม่เนียนโดนจับผิดได้..กลแตก...ก๊ากกก..คายวะ..บักซื่อบื้อ ..ก๊ากกก

ปล.นี่ยังดีนะที่ศาสดาลิ้มพูดเ

ปล.นี่ยังดีนะที่ศาสดาลิ้มพูดเอง...ที่เสียใจคือ คุณเจิมศักดิ์เป็นพันธมิตรฯ ของผมเขาจะใช้เวลารายการรู้ทันประเทศไทยในเอเอสทีวีเพื่อปกป้องพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ไม่ว่าอะไร คุณเจิมศักดิ์ก็ได้เวลาในสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ไม่ต่างจากเนชั่น และมีรายการในเอเอสทีวี 3 รายการ โดยที่เราไม่คิดค่าเวลาเลยแม้แต่ 1 บาท เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมรบ...

ถ้าเป็นคนอื่นพูดศาสดาลิ้มไม่พูดเอง ป่านนี้ไอแป๊ดดคงเถียงคอเป็นเอ็นใช้วิชาแถไปเกียนๆตามฟอรืม กลบเรื่องนี้ฝุ่นตลบๆไปแล้ว...และคงทำเนียนอวดว่าเป็นผู้รู้ดูถูกเสื้อแดงต่อไปตามฟอร์ม...ทองเก๊ของไอแป๊ดดหลุดมาหลายขีดก็เรื่องค่าเช่าช่องทีวีของเจิมสากนี่แหละ..โกหกบ่อยจน..มาตายน้ำตื้น..ก๊ากกก..เวรกรรมมีจริง...คริคริ

ข้อโต้แย้งต่อการวิเคราะห์ของค

ข้อโต้แย้งต่อการวิเคราะห์ของคุณธงชัย วินิจจะกูล เรื่อง “เสียดินแดน ประวัติศาสตร์หลอกไพร่ไปตายแทน (เพราะไทยไม่เคยเสียดินแดน)”

ในคำเรียกและในความหมายของ “เจ้าพ่อ” ที่คุณธงชัยใช้นิยามความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าผู้ครองรัฐรายใหญ่กับรายเล็กและไพร่ฟ้าข้าไทก่อนศตวรรษที่ ๒๐ เกิดจากการใช้ฐานการรับรู้หรือกรอบความคิดของคุณธงชัยที่สั่งสมมาตลอดอายุขัยไปเป็นตัววัดความสัมพันธ์ในอดีตใช่ไหมครับ ผมอยากลองให้คุณธงชัยจินตนาการว่าคุณเกิดเป็นหัวหน้าเผ่าๆ หนึ่งในหมู่เกาะห่างไกลซักแห่งแล้วต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าที่กำลังถูกล่าจากเผ่าอื่น ถ้าเผ่าคุณแพ้หมายถึงว่าทั้งหมดจะถูกจับกิน แล้วทีนี้คุณลองหันกลับไปมองความสัมพันธ์ข้างต้นใหม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ยังเหมือนหรือแตกต่างกับที่คุณให้คำเรียกและนิยามในบทความของคุณหรือไม่ ผมว่าเผลอๆ บางทีคนสมัยก่อนยินดีด้วยซ้ำที่ต้องอยู่กันด้วยความสัมพันธ์แบบนั้น

ในมุมมองของผม การครอบครองดินแดนเป็นเรื่องใหญ่ ใครว่าไม่ใหญ่ โดยเฉพาะดินแดนที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงประชากรของรัฐ ในสมัยก่อนทรัพยากรธรรมชาติมีมากจนเกินพอต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในรัฐ คนสมัยก่อนมีน้อยและใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองน้อยกว่าคนรุ่นเราอย่างเทียบกันไม่ได้ เช่น คุณธงชัยอยู่ในอเมริกา รู้ใช่มั๊ยว่าอัตราส่วนการใช้พลังงานของชนอเมริกาที่มีสัดส่วนไม่ถึง ๕ เปอร์เซนต์ของประชากรโลก ๖๐๐๐ ล้านคน กินสัดส่วนการใช้พลังงานถึง ๒๐ เปอร์เซนต์ของการใช้ทั้งโลก ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญต่อ “คน” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดเมื่อเทียบกับธรรมชาติ มากกว่าขอบเขตชายแดน ที่สำคัญอันดับรองๆลงไปจากประชากร พื้นที่ทำการเกษตรเลี้ยงผู้คน ชุมชน เมืองที่แข็งแรงต่อต้านการรุกรานได้ และด้วยเหตุผลของระยะทางและอุปสรรคในการเดินทางจึงทำให้กลายเป็นว่าคนในสมัยก่อนไม่ถือการครอบครองดินแดนเขตชายแดนเป็นเรื่องใหญ่คอขาดบาดตาย และคุณธงชัยควรเขียนจั่วหัวให้ครบว่า “เข้าใจผิดว่า รัฐสมัยเก่า (ก่อนศตวรรษที่๒๐) ถือการครอบครองดินแดน ชายแดน เป็นเรื่องใหญ่”

คำนิยามที่คุณให้ใช้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง เปรียบได้กับบางคนไม่เข้าใจคนที่ไปกราบไหว้ขอพรจากเทวดาฟ้าดินและเรียกว่าไอ้พวกงมงาย คุณต้องเข้าถึงจิตใจคนกลุ่มนั้นก่อนจึงค่อยจัดประเภทใหม่ แต่ก็เห็นด้วยในประเด็นที่ว่าถึงแม้รัฐขนาดเล็กยอมเป็นเมืองขึ้นหรือประเทศราชต่อรัฐที่เข้มแข็งกว่าแต่ก็ยังมีอำนาจเหนือคนและดินแดนในปกครอง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นบรรทัดฐานธรรมดาๆ ในการดำรงชีวิตของผู้คนในสมัยก่อนของทั้งโลกก็ว่าได้ เป็นบรรยากาศทั่วๆ ไปของการอยู่การกินการต่อสู้การเอาตัวรอด

ยิ่งในเรื่องที่ว่ารัฐใหญ่ถือว่าประเทศราชเป็นสมบัติของตนเอง ถือเป็นทัศนะที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ผมไม่เห็นว่ารัฐสยามในอดีตก่อนการเข้ามาของฝรั่งล่าอาณานิคมจะถือเอาประเทศราชเป็นสมบัติของสยามเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะดินแดนที่ไม่ได้มีผู้คนพูดภาษาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอาศัยอยู่ อำนาจเหนือประเทศราชถูกจำกัดอยู่บนฐานของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเท่านั้น รัฐเล็กและอ่อนแอยอมอยู่ใต้อำนาจรัฐใหญ่ส่งบรรณาการให้ก็เพื่อความอยู่รอดของผู้คนในปกครอง รวมถึงความสงบสุขในการดำรงชีพและยังใช้รัฐใหญ่เป็นไม้กันหมาปกป้องการรุกรานจากรัฐอื่นๆ ก็เท่านั้น

ด้วยข้อจำกัดเรื่องทรัพยากรบุคล ระยะทางที่ห่างไกล ความลำบากในการเดินทางไปมา และอุปสรรคต่างๆ ระหว่างทางที่เป็นป่าเป็นเขา ต่างพวก ต่างถิ่นกัน ไม่มีความดึงดูดใดเลยที่รัฐใหญ่ในอดีตต้องการที่จะยึดรัฐเล็กมาเป็นสมบัติของตัว ยกเว้นการกวาดต้อนทรัพยากรที่มีจำกัดคือ ผู้คนต่างถิ่นต่างรัฐเข้ามาเป็นผู้ใช้แรงงานในเมืองของตัว แม้แต่รัฐจีนในอดีตที่ยิ่งใหญ่มาก จนเคยส่งกองเรือของตนเดินทางไปสำรวจทั่วโลกมาก่อนหน้าที่โคลัมบัสจะเจออเมริกาตั้งนาน ก็ไม่เคยคิดจะยึดทุกอย่างมาเป็นสมบัติเช่นที่คุณธงชัยให้คำนิยาม คิดเพียงให้รัฐอื่นยอมนับถือว่าจีนคือพี่ใหญ่และส่งบรรณาการไปจิ้มก้องพอเป็นพิธี เช่นสยาม เป็นต้นที่ทำมาตลอด เป็นพิธีการแสดงสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น ซึ่งรัฐสยามในอดีตก็ทำเช่นเดียวกันนี้กับดินแดนที่อยู่ในการดูแลคุ้มครองต่างๆ

ผมยังเห็นต่อด้วยว่าการถือเอาดินแดนชายขอบอำนาจเป็นของสยามหรือของรัฐอื่นๆ มาแต่โบราณมีขอบเขตถึงดินแดนที่มีคนพวกเดียวกัน พูดภาษาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอาศัยแต่ดั้งเดิมมาเท่านั้นเป็นสิ่งแบ่งแยกที่สำคัญมากกว่าเขตแดนที่ชี้ชัดเช่นในปัจจุบัน แม้แต่ดินแดนที่อยู่ในรัฐสยามชั้นในก็ยังแบ่งเป็นอาณาเขตเมืองย่อยๆ ที่มีอิสระในการดูแลตัวเองสูง มิได้รวมศูนย์อำนาจการปกครองเช่นในปัจจุบันด้วยซ้ำ

ขอเพิ่มเติมในเรื่องการเข้ามาของฝรั่งในปลายศตวรรษที่ ๑๙ ว่าทุกรัฐไม่ได้รับธรรมเนียมสมัยใหม่จากฝรั่ง ที่จริงไม่ควรเรียกว่าสมัยใหม่ควรเรียกว่าสมัยปัจจุบันเพราะเมื่อเราใช้คำว่า ”ใหม่” ส่วนใหญ่ผู้คนจะเข้าใจในเกือบจะทันทีด้วยนัยว่าดีกว่าซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าของใหม่ไม่ใช่สิ่งที่ดีกว่าของที่เรียกว่าเก่าใช่มั๊ย ทุกรัฐในแถบเอเชียล้วนต่อต้านการเข้ามาล่าอาณานิคมของฝรั่ง ไล่ตั้งแต่ดัชท์ โปรตุเกส เสปน อังกฤษ ฝรั่งเศส ที่ทรัพยากรธรรมชาติในบ้านของตัวเองมีไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูประชากรจึงต้องเสาะแสวงหาล่าอาณานิคมไปทั่วโลกตั้งแต่อเมริกาเหนือ-ใต้ แอฟริกา ออสเตรเลียจนถึงเอเชีย และรัฐต่างๆในเอเชียก็เริ่มทยอยสูญเสียอำนาจรัฐ หรือแม้แต่รัฐจีนที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียก็ต้องยอมสยบต่ออังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งการสูญเสียอำนาจรัฐด้วยมือของฝรั่งพวกนี้ช่างแตกต่างจากการเป็นประเทศราชในอดีตเป็นอย่างมาก

ผลกระทบมิใช่แค่ต้องยอมอยู่ใต้อำนาจรัฐที่เข้มแข็งกว่าและส่งบรรณาการประจำปีให้เท่านั้น หากหลายๆรัฐต้องสูญเสียระบบการปกครองแบบเดิมไปอย่างสิ้นเชิงและกลายสภาพเป็นเพียงดินแดนอาณานิคมของฝรั่ง บางรัฐสามารถรักษาระบบการปกครองแบบเดิมไว้ได้แต่ก็ต้องยอมปล่อยดินแดนที่เรียกว่าประเทศราชออกไปเป็นอาณานิคมของฝรั่งแทน หรือบางรัฐก็ต้องยอมเสียดินแดนบางส่วน การเป็นอาณานิคมของฝรั่งหมายถึงการเป็นดินแดนที่ผลิตและส่งทรัพยากรให้กับเจ้าอาณานิคมแต่เพียงอย่างเดียว ผู้คนที่อาศัยอยู่ก็กลายเป็นคนชั้นสองหรือทาสของฝรั่งไม่ได้มีสถานะแม้แต่รัฐแบบประเทศราชเลยแม้แต่น้อย

ผมอยากให้คุณธงชัยในฐานะนักรัฐศาสตร์บวกประวัติศาสตร์ชั้นเซียนลองย้อนกลับไปดูประวัติการสร้างประเทศอเมริกาว่ามีชาวพื้นเมืองอินเดียนแดงถูกสังเวยไปเป็นจำนวนเท่าไร ไม่นับรวมแรงงานทาสผิวดำจากแอฟริกาที่ถูกจับเหมือนวัวเหมือนควายส่งไปทำงานสร้างชาติที่อเมริกาอีกเท่าไรกัน

การเข้ามาของฝรั่งล่าอาณานิคมโดยเฉพาะจากยุโรปเพื่อสูบทรัพยากรกลับไปปรนเปรอความสุขของตนเองเป็นที่มาของการเปลี่ยนวิธีการกำหนดดินแดนของรัฐให้เป็นแบบฝรั่งพวกนั้น ซึ่งหากไม่มีฝรั่งพวกนี้เข้ามาการจัดแบ่งเขตแดนของรัฐต่างๆในเอเชียก็อาจพัฒนาไปตามแนวทางที่ดีกว่าของฝรั่งก็ได้ใครจะรู้

การที่รัฐสยามสมัยปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงหลังจากฝรั่งหยุดการแย่งชิงอาณานิคมที่เกือบไม่เหลือรัฐอิสระให้ยึดอีกแล้วแบบชั่วคราวและเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ ๑ พยายามยกทัศนะว่าสยามเป็นเสมือนผู้มีอำนาจเหนือประเทศราชนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ซึ่งมีสาเหตุที่มาไม่ใช่แค่การพยายามยกยอปอปั้นให้เกิดการคลั่งชาติแต่อย่างใด อันที่จริงสยามพยายามต่อสู้กับการล่าอาณานิคมด้วยการใช้ไม้อ่อนสู้ไม้แข็งมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ นับตั้งแต่ท่านทรงก่อตั้งธรรมยุติกนิกายโน่นแล้ว จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ สยามก็ต้องปรับตัวให้ชาติอยู่รอดด้วยการแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศที่เรียกว่าสยามเท่านั้นโดยการตั้งกระทรวงต่างๆ เป็นครั้งแรก ปรับปรุงระบบภาษีอากรครั้งใหญ่และแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดแทนระบบเจ้าเมืองแบบเดิม นั่นคือการรวบอำนาจเข้ามายังศูนย์กลางการปกครองอย่างแท้จริงต่างหาก รวมถึงสร้างความสัมพันธ์กับฝรั่งมหาอำนาจไว้หลายๆ ขาเพื่อให้เกิดการคานอำนาจซึ่งกันและกัน เพื่อพยายามให้สยามรอดพ้นจากการเสียอธิปไตยอย่างสิ้นเชิงแม้ไม่มั่นใจแต่อย่างใดก็ตาม

การสร้างกระแสรักชาติภูมิใจในชาติภายหลังจากนั้นก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องจากคราวรุกใหญ่ของพวกฝรั่งคือพยายามสร้างให้ฝรั่งมหาอำนาจที่ยังครอบครองดินแดนอาณานิคมอยู่อย่างเหนียวแน่นหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ยอมรับในความเป็นรัฐเดียวของสยามมากกว่าที่จะเรียกร้องดินแดนที่เคยเป็นประเทศราชคืนมาหรือคลั่งชาติแต่อย่างใด ซึ่งก็อาจมีปนอยู่บ้างแต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก หรือแม้แต่ใช้ในการต่อสู้ให้ผ่านพ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และในช่วงสงครามเย็นที่คุณธงชัยก็เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การต่อสู้ด้วยเช่นกัน

สังคมโลกตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เราคงหนีไม่พ้นสังคมที่ต้องมีผู้นำและผู้ตามไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรถึงจะได้ผู้นำที่ดี กล้าหาญและเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริงต่างหากที่สำคัญกว่า ที่จะเป็นประชาธิปไตยอย่างฝรั่งหรือไม่ ถ้าอยากได้สังคมที่ไม่ต้องมีผู้นำ มีแต่ความเสมอภาคเท่ากันทุกคนรู้หน้าที่ มีคุณธรรมสูงส่ง มีความอยากในกิเลสไม่มาก เห็นใจซึ่งกันและกัน มีอัตตาน้อยๆ คงต้องรอให้พระศรีอารยมาเกิด หรือไม่ก็ต้องไปเกิดในระบบสุริยะอื่นๆ แล้วกระมัง

ซึ่งถ้าหากไม่มีผู้นำและผู้ตามที่ดี กล้าหาญและเสียสละอย่างมากมายในอดีตแล้วสยามคงไม่สามารถผ่านพ้นขวากหนามต่างๆ มาได้จนเป็นรูปเป็นร่างเช่นปัจจุบัน บางทีคุณธงชัยอาจไม่ได้เป็นอาจารย์ที่อเมริกา หรือเข้าร่วมต่อสู้ทางความคิด หรือเกิดมาบนแผ่นดินที่เรียกว่าสยามแต่อย่างใด บางทีคุณอาจกำลังต่อสู้ในฐานะของชนกลุ่มน้อยชาวไทใหญ่ มอญ กะเหรี่ยง ว้า ที่กำลังต่อสู้เรียกร้องเอกราชจากพม่าก็เป็นได้นะครับ

และสุดท้ายผมก็ไม่เห็นว่าในปัจจุบันจะมีการโหมปั่นกระแสชาตินิยมเพื่อยึดดินแดนที่เคยครอบครองคืนแต่อย่างใด (หรืออาจจะมีแต่เชื่อว่าไม่ได้เป็นกระแสหลักอย่างแน่นอน) เราหลายๆ คนที่เกิดหลังคุณธงชัยในยุคสงครามเย็นก่อนเวียดนามใต้แตกก็ยอมรับในกติกาที่ฝรั่งต่างชาติเป็นผู้เขียนกำหนดขึ้นเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ มีเท่าไรก็เท่านั้นกฎกติกาสากลว่าอย่างไรก็ไปตามนั้น ใครก้าวล้ำเส้นตามกติกานี้เราก็มีหน้าที่ปกป้องบ้านของเราก็มีเท่านั้น ไม่ใช่พวกบ้าสงครามทั้งนั้น และจะเป็นประวัติศาสตร์หลอกไพร่ไปตายแทนอย่างที่คุณธงชัยจั่วหัวเอาไว้หรือไม่ก็คิดเอาเองครับ

ครับคุณเผอิญ(บังเอิญพาดพิงมา)

ครับคุณเผอิญ(บังเอิญพาดพิงมา)ผมค่อนข้างซีเรียสกรณีคำกล่าวหาว่าผมอบรมสั่งสอน กับเนื้อหาการวิพากย์อย่างตรงไปตรงมา แล้วเจตนาชี้สิ่งที่ผมเห็นว่าไม่ใช่และชี้สิ่งที่คิดว่าใช่กว่า?แต่คุณเผอิญ กลับตีความว่าผมสอน ซึ่งคลาดเคลื่อนจากเจตนาผมมาก?

แต่ไม่เป็นไรครับ? เจตนาผมกับวิธีการประเมินของคุณ? หรือของใคร? บางทีมันคงจะตรงกันที่เดียวไม่ได้? ผมจึงให้อภัยในความคลาดเคลื่อนตรงนั้นของมัน ส่วนที่จะให้ผมกลับไปศึกษาหรือไม่ศึกษากับเนื้อหาที่คุณว่ามา ผมก็ได้ชี้แล้วว่ายาบางขนาน หรืออาขยานที่หลานผมท่องจำอวดมา ผมคงไม่อยากเสียเวลาลงไปศึกษาสนใจทุกเรื่อง

แต่เอาแค่ที่ผมทักไว้ ออกหมัดไป? แค่นี้ก็พอจะรู้ว่าใครไปไกลกว่าเนื้อหาประเด็นนั้นแล้ว? ใครชี้ปัญหาหาจากนอกปรัก? หรือใครยังจมปรักงมโข่งอยู่กับประเด็นปัญหานั้นอีก? อ่านแค่ตรงนั้นก็จะพอเห็นอะไรเป็นอะไรแล้ว?

ผมจึงเน้นให้อ่านเอา? หรือดูมวยให้ดุหมัดบนเวที อย่าดูชุดคลุม ภูมิหลังของนักมวยที่ใส่มา? กับเวทีแลกหมัดทางความคิดแบบนี้ เพราะถ้าใช้จริตวิธีคิด ไม่ชัดเจนในเงื่อนไขเวทีนี้ โดยการให้ความสำคัญ ชุดคลุมนักมวย มากกว่า เนื้อหาของหมัดบนเวที ถ้าประเมินแบบนี้ผมแนะนำคุณเผอิญ ไปเวทีลิเกดีกว่า เพราะมันน่าจะตรงจริตแบบนั้นของคุณมากกว่า

มันทั้งจัดฉากจัดคิว ผูกขาดท่ารำที่สวยๆงามได้แค่พระเอกลิเก ส่วนตัวตลกนั้น ห้ามมึงรำเก่งหล่อกว่า พระเอกลิเกกูเด็ดขาด
นั้นล่ะครับเวทีแบบนั้นล่ะครับจะตรงจริตคนในนี้?และคุณเผอิญมากกว่าเวทีแลกหมัดทางความคิดแบบนี้???

ปล.กรณีไอแพดพาดพิงมา(ปกติค่อนอึดอัดขยะทางความคิดเห็นไอแพดที่ค่อนข้างเจตนามาแขวะก่อกวนคนอื่นมากกว่าลงเนื้อหาแต่กระทู้นี้เขาดีขึ้น) กับข้อกล่าวหาว่าผมปลอมตัวเป็นคนโน้นคนนี้ ตรงนี้ต้องชี้แจงน่ะครับ เพราะเสียหายมาก ผมไม่เคยทำและการันตีได้เลยว่าผมจะไม่ใช่นิสัย แบบเดียวกับคุณไอแพดแน่นอน ?และอย่ามักง่ายว่านิสัยตัวเองอย่างไร จะเอาไปยัดเยียดให้คนอื่นเป็นเหมือนตัวเองแบบนั้นน่ะไอแพด?

ขอตอบลูกรักยมหน่อย เพราะปกติล

[b]ขอตอบลูกรักยมหน่อย

เพราะปกติลูกรักยมมันโดนผมจับถลกหนังเป็นประจำ มาวันนี้มันมาจับผิดผมได้มันเลยดีใจใหญ่ เลยปล่อยให้มันเลียมือเลียตีนมั่งไม่เป็นไร? ; )~

แต่ที่มันเป็นพวกตัดตอน แถ เกรียน ของมันเอง เพราะที่ผมถามมันว่าที่มันว่า นปช. ดีกว่า พธม. มันไม่ยักตอบ เพราะมันตอบไม่ได้หรือว่าจำนนหลักฐาน อันนี้ไม่ต้องตอบก็ได้นะ กะปู๋ รักยม

แต่ขอเปิดประเด็นอีก

การต่อสู้ของ นปช. ที่อ้างสู้เพื่อ ปชต. แต่ขณะที่พวก นปช. ออกมาชุมนุมประท้วง ทั้งๆ ที่มีการประกาศ พรบ. มั่นคง พรก. ฉุกเฉิน ซึ่งเข้าข่ายการบังคับใช้ กม. เข้มข้นกว่าปกติ แต่ นปช. ก็ออกมาก่อกวนบ้านเมืองได้ อย่างกลางปีที่แล้ว (มีค. - พค. 53)

แล้วนั่นไม่ใช่เพราะประเทศไทยมี ปชต. หรือ พวกห่าแดงถึงออกมากันได้

ส่วนที่สุดท้ายตอนจบของการต่อสู้ พวกหางแดงถูกทางการใช้กำลังบีบบังคับจน มีเจ็บ มีพิการ และ ล้มตาย ไป โดยความชอบธรรมกลับมาอยู่ที่ทางการไทย (ดูได้จาก รัฐสภา สรอ. 4 ร้อยกว่าเสียง ต่อ 4 เสียง สนับสนุนรัฐบาลอภิสิทธิ์, บันคีมุนไม่รับไกล่เกลี่ยเรื่องเสื่อแดง, รองประธานฯ ICC บอกกรณ๊ปราบเสื้อแดง ไม่เข้าเขตอำนาจศาล ICC) ที่มันเป็นอย่างนั้นก็เพราะเขาดูที่เนื้อหาของการชุมนุม ซึ่งสุดท้ายทั่วโลกเขาก็ประทับตราให้ ม็อบหางแดง เป็นเพียงผู้ก่อการร้าย (รับจ้าง กระจอกๆ) เจงมะ ; )~

ถึงกลายเป็นว่าสู้มากี่ยก หางแดง ก็แพ้ทุกยก และ จะแพ้ตลอดไป

เพราะ หางแดง มันของปลอม ไม่มีอุดมการณ์

ถ้าจะเทียบให้ดู

อียิปต์ นั่นไง ของจริง เพราะ ม๊อบ มาจากผู้เดือดร้อนจริง

แต่ หางแดง ของหนู กะปู๋ รักยม มันเดือดร้อนตรงไหน อีพา ร้อยเอ็ด วันก่อนก็ยังไปแดกเนื้อย่างเกาหลีหน้าตาเฉย ไหนล่ะคนไม่มีประชาธิปไตย (กร๊ากกกกกก)[/b]

เออนี่แน่ะอะตอม ทัศนคติของอะต

เออนี่แน่ะอะตอม

ทัศนคติของอะตอมต่อเรื่องเขมรคือ'ไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว' แล้วเท่าที่เคยอ่านผ่านๆอะตอมพร้อมเจรจาตรงพื้นที่ทับซ้อน แต่ไม่ชอบใจที่เขมรเล่นแท็คติคจะฮุบดินแดนพื้นที่ทับซ้อน4.6ตร.กม.โดยกฎหมายปิดปากคือเข้ามาสร้างอะไรต่อมิอะไรตรงพื้นที่ทับซ้อนแล้วไทยเฉยๆติดลูกเกรงใจไม่ไปไล่ อ.พวงทอง(บทความวันก่อนในมติชน)บอกว่าไทยกับเขมรยึดแผนที่คนละฉบับ เขมรเขาว่าเขาไม่ล้ำ แต่พี่ไทยใช้แผนที่คนละฉบับกับของเขมรจึงว่าเขมรล้ำเข้ามาพื้นที่ทับซ้อน

ปัญหาแย่งชิงดินแดนมันก็เป็นแบบนี้แหละ คาราคาซัง จีนญี่ปุ่นแย่งเกาะกันแม่มก็เล่นกันแรงไม่มีใครยอมใคร ที่ไหนๆก็ยากจะมีใครยอมใคร ปัญหาดินแดนก็เลยส่งต่อไปรุ่นลูกรุ่นหลานรุ่นเหลน ผ่านไปอีก1ศตวรรษก็ไม่จบ กรูตายไปแล้ว100ปีแมร่งก็ไม่จบ รบไปก็ไม่จบ ปัญหาไม่จบแต่มีคนบาดเจ็บล้มตายจากสงครามชิงดินแดนบ้านเรือนวอดวาย ตอนนี้ที่ศรีสะเกษอพยพชาวบ้านไปค่ายอพยพ10,000กว่าคนแล้ว

2วันก่อนไปตัดผมก็นั่งอ่านบทนำไทยรัฐ เขาว่าในรอบหลาย10ปีมานี้ไทยทำสงครามชิงดินแดนกับลาวคือ'ศึกร่มเกล้า'ผ่านมา20กว่าปี ปัญหาเส้นแบ่งดินแดนก็ไม่จบ ยังคาราคาซังอยู่ บทนำเขาว่างั้นรบไปทำไมล่ะ เจรจาแบบสันติดีกว่าเป็นไหนๆ

ที่เขียนอันนี้เพื่อจะบอกว่าอะตอมเข้าใจธงชัยและคนอื่นๆผิดไปเยอะ(ไม่นับพวกพันธมาร) คือคนอื่นๆเขาก็มีความชาตินิยมว่าแผ่นดินไหนเป็นของไทยก็ควรเป็นของไทย ไม่ได้บอกว่าจะยกให้ชาติอื่น [u]เรื่องไทยเขมรพื้นที่ซับซ้อนเขาเน้นเจรจาไม่เน้นรบ[/u] อย่าเข้าใจผิดว่าจะยกให้เขมรไปเลย พวกอะตอมจะไปเจรจาอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของอะตอมอะนะ เห็นอะตอมเคยแพลมๆว่ามีบทบาทในการเจรจาไม่ใช่หรือ?

ที่อ.ธงชัยพูดนั้น ก็เรื่องเดียวกันกับที่นักปรัชญาชายขอบพูด ก็คือพันธมิตรปกครองประเทศ อ.ธงชัยพูดถึงวิธีของพันธมิตรในการปลุกกระแสชาตินิยมคลั่งดินแดนไม่ต่างจากวิธีของรัฐบาลยุคโน้น+ตำราประวัติศาสตร์จำพวกนั้น เป็นการวิเคราะห์รวมไปเลยว่าทั้งยุคหลวงวิจิตรกับไอ้ลิ้มและนักวิชาการสุนัขรับใช้ไอ้ลิ้ม ต่างก็ใช้วิธีการปลุกกระแสคลั่งชาติคล้ายๆกัน [u]เพื่อทำสงคราม[/u]ที่..ที่ไม่ได้ยุติปัญหาเด็ดขาด แต่สร้างปัญหามากมายให้ชาวบ้านแถบนั้น

มาต่อกันด้วยพวก

[color=brown][size=14]มาต่อกันด้วยพวก ชอบทำเป็นเกลียดเจ้า อย่าง วอเจ็ด พวงทอง สี่ล่ด คำดอก (ตัวนี้ไม่น่าจัดเข้าพวก แต่ก็เอามาใส่ๆ ไว้เหอะ) อิอิอิ และ นักวิชาการไทยหัวใจ 7.1 ล้าน ฯลฯ

พวกนี้ไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้กับซ้ายหลงป่า (ฮา) แต่ชอบฟังนิทานที่พวกซ้ายอกหักจากป่า ชอบเอามาเล่าเพื่อสร้างภาพให้ตัวเองดูดีดูเท่ห์ เป็นพวกที่ออกจากป่ามาสู่เมือง ซึ่งที่แท้พวกซ้ายอกหักนี่น่ะ ที่จริงเป็นหนี้ชีวิตในหลวงยิ่งกว่าคนไทยทั่วไป เพราะถ้าไม่ได้ท่าน ป่านนี้พวกนี้คงเป็นกองกระดูกฝังอยู่กลางป่าที่ไหนไปแล้ว แต่พวกนี้ก็ไม่สำนึกออกมาเล่านิทานโกหกใส่ร้ายในหลวงสารพัด

ซึ่งนักวิชาการอ่อนหัด อย่าง นักผักหน้าจืด ฯลฯ ก็หลงเชื่อกันไปอย่างโง่ๆ ไม่สมใบปริญญาที่พวกมันเรียนจบกันมา มันก็เอาเรื่องนี้มาโจมตีสถาบันเรื่อยมา

จนแม้แต่เรื่องง่ายๆ ที่เราเห็นๆ กันอยู่ว่าเขมรมันเลวทรามแค่ไหน มันโจมตีเราก่อนอย่างไร? คนไทยเหล่านี้ก็ยังพร้อมใจกันประณามไทยว่าไม่ดี

น่าละอายนะคนไทยแบบนี้[/color][/size]

ขอถามแบบที่ชูวัสมันถาม

[b]ขอถามแบบที่ชูวัสมันถาม แต่ถามย้อนทาง

มันถามว่ามีเหตุผลอะไรที่เขมรจะยิงไทยก่อน ซึ่งยังไม่ขอตอบ

แต่ถามกลับก่อนว่าแล้วมีเหตุผลอะไรที่ไทยจะยิงเขมรก่อน แล้วให้เขมรมันยิงไทยกลับมาโดนชาวบ้าน เพราะชายแดนตรงนั้นฝั่งไทยมีคนอยู่เต็มไปหมด แต่ฝั่งเขมรไม่มีคนอยู่เลย แล้วไทยจะไปยั่วยุเขมรเพื่ออะไรให้คนไทยชายแดนถูกลูกหลง

แล้วถ้าไทยจะเปิดฉากยิงก่อน ในเมื่อเปิดฉากยิงแล้ว มีการโต้ตอบ ด้วยแสนยานุภาพที่เหนือกว่า ทำไมทหารไทยไม่ลุกเข้าไปในแดนเขมร แต่ไทยกลับขอเจรจา ถ้าอยากบุกรุกจริง

แค่นี้ก็ตอบคำถามได้ในตัวเองแล้วว่าใครเริ่มก่อน

แต่คนไทยใจเขมรก็พร้อมใจกันด่าทหารไทยอยู่ดี ม่ายข้าวจึย พวกมึงจริงๆ

ส่วนคำถามของชูเว็จ ก็คือ พฤติกรรมฮวยเซ็งที่พอมันเปิดฉากยิงเราได้ 4 วัน แล้วรีบแจ้นไปฟ้อง UN นั่นไงคือคำตอบของแรงจูงใจที่จะยิงไทยก่อน

แล้วโปรดสังเกตุความตอแหลของฮุนเซ็น มันส่งหนังสือไปฟ้องต่างชาติ ในหนังสือก็ตอแหลซะดิบดี (เหมือนชูวัส กะปู๋ รักยม และ แดงป่าช้าไท เรย) ว่าเขมรไม่ยินยอมให้มีกองกำลังตำรวจทหารในปราสาทพระวิหารเพื่อใช้เป็นโล่กำบังตั้งกองทหารโจมตีไทยอย่างเด็ดขาด ย้ำ! อย่างเด๊ด!ขาด อิอิอิ ปรากฎว่านักข่าวรอยเตอร์เขาไม่เล่นด้วย เขาเอาภาพทหารในปราสาทพระวิหารมาลง ตอกหน้าแงหงายเงิบไป ฮวยเซ็ง!

ที่นี้เห็นหรือยังใครเป็นฝ่ายตอแหล (ส่วนใครเป็นฝายเปิดฉากก่อนไม่ต้องตอบแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า)

เอาละ ผม I Pad และ มวลชน พธม. ยืนอยู่ตรงข้าม ฮวยเซ็ง เพราะหัวใจไทยแท้ ไม่เคยโกหก

ใครอยู่ฝ่ายฮวยเซ็ง ก็มีหลักฐานลูกอีชั่งโกหก เห็นๆ กันแล้ว

ก็เลือกกันเอาเองนะ[/b]

เพิ่งมาเห็น คห. IPAD

[b]เพิ่งมาเห็น คห. IPAD ตั่วเหี่ย และ คห. คุณ เต้

เอามารวมกันเลย

ก่อนอื่น คนที่หาว่าผมตอบไม่ตรงประเด็นคงอ่านหนังสือไม่ออก ผมก็บอกแล้วไงว่า หัวข้อ ที่ 1 - 3 ของธงธง เป็นความคิดอคติของคนใช้ วัตถุนิยมบริภาษวิธี อิอิอิ เพราะ หยิบตำราฝรั่งเอาระบบฟิวดัลมาสวมรัฐแบบอาณาจักรแว่นแคว้นในอุษาคเณย์ ซึ่งเป็นสมมิตฐานที่ผิด เอามาอธิบายกันไม่ได้ แต่จงใจเอามาสวมกันให้ได้ด้วยอคติส่วนตัวของพวกซ้ายหลงป่าอกหัก (เพราะแพ้ นบ. 66/23) (ฮา)

ส่วนหัวข้อที่ 4 ของ ธงธง ผมก็ยกตัวอย่างให้เห็นๆ แล้วว่า ที่ธงธง ชอบเสล่อเสนอว่าไม่มีเขตแดนตายตัว แต่ในสมัยแว่นแคว้นอาณาจักร เขตแดนเขาก็กำหนดด้วย แม่น้ำ ภูเขา หรือ แนวสันปันน้ำ ตามธรรมชาติ มีหลักฐานอยู่ในบทเพลง ตำนาน ผญา โบราณ มากมาย ที่เจ้าเมืองต่างๆ กำหนดเขตแดนของแว่นแคว้นตนเอง ว่าอยู่ถึงแนวแม่น้ำสายไหน แนวภุเขาเทือกใด ซึ่งก็เป็นเขตแดนที่ชัดเจนดี ตามระดับเทคโนโลยีของยุคสมัย เพราะจะให้เอา Google Earth มาวางแนวเขตแดนก็คงจนใจ (ฮา)

แล้วที่ธงธง บอกว่า เขตแดน ไม่ทรงความศักดิ์สิทธิ์ แล้วการที่พระนเรศวรไปตัดหัวพระยาละแวก มันแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเขตแดนหรือไม่?

เอา! ผมตอบแล้วนะ อยู่ในประเด็นทุกอย่าง อย่าแถอีกนะ

กรณีคุณเต้! ผมขอยกตัวอย่าง EU ที่ดูเหมือนไม่มีรัฐ-ชาติ เพราะเงินก็สกุลเดียวกัน มี Schengen Visa แต่ถามหน่อย ถ้าประเทศที่ไม่ได้อยู่ใน EU แต่อยู่ในยุโรปเหมือนกัน ใช้สิทธิ Schengen ได้มั๊ย! นี่แสดงความเป็นรัฐชาติหรือไม่? ทำไมมอนเตเนโกร (บ้านใครวะ) (ฮา) ขอ เช็งเกน เข้า EU ไม่ได้เลยล่ะ ถ้าไม่มีรัฐชาติ

แล้ว ย้ำ! ที่ EU นี่อีกแหละ! แล้วทำไม EU ถึงไม่ส่งทีมฟุตบอลทีมเดียวไป ยูโร ไป บอลโลก เลยล่ะ มาแบ่ง เป็น เยอรมนี ฝรั่งเศษ (จงใจ ไม่ได้เขียนผิด ฮิฮิ) อังกิด ฮอลแลนด์ เสปน (ที่ไม่น่าได้แชมป์โลกเรย ผมแฟนบราซิ๊ลลลลลล ฮือฮือ) ทำไม

เข้าใจยัง รัฐ - ชาติ คืออุดมการณ์ของการรวมตัวกันเป็นชาติ ถ้าชนชาติใดไม่มีความรักชาติ ชาตินั้นก็เดินหน้าไปสู่ความล่มสลาย แม้แต่ชาติที่อยู่ในสถานะ Failed State ในอัฟริกา ก็ยังรักชาติของเขาเองเลย

แต่ถ้าคุณ เต้ มาถามว่า รัฐ - ชาติ ดีอย่างไร ก็แสดงว่าคุณไม่อ่อนต่อโลก ก็แสดงว่าคุณมีความเนรคุณชาติ เท่านั้นเอง[/b]

สำรากความคิดซ้ำซาก

สำรากความคิดซ้ำซาก ไอ๊พวกดีแต่ปาก อีแปด.อะตอม อะนอนิมัส.เอาป่าช้าไทเป็นเวที..มีแต่คนแบบนี้ บ้านเมืองถึงไม่เจริญ.

คนกรุงถูกหลอก

คนกรุงถูกหลอก ชาวบ้านไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ไม่มีการแบ่งเขตแดนแว่นแคว้น เพราะพวกเขาคือพี่น้องกัน.พูดภาษาเดียวกัน ...พวกชาตินิยม คลั่งชาติ ชอบหาเรื่อง พวกกวนเมืองกวนตินหยั่งเจ๊กลิ้ม เจ๊กลอง ไชวัด การุน พนิด วีละ.วันวิพา กสิด อะพิสิด ...เป็นพวกอยูไม่สุข หาทุกข์ให้ชาวบ้าน ยอมเป็นขี้ข้าหมารับใช้เผด็จการมารครองเมือง.-พวกรับใช้เจ้าจนตัวตาย รับใช้นายจนลืมตัว....เสียดินแดน ๆๆๆๆๆๆ.ดินแดนของใคร. เสียปราสาทพระวิหาร ๆๆๆๆ ปราสาทพระวิหารของใคร.

ความยุติธรรมในประเทศไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด .
ไอ๊ขุนทหารสุนัขรับใช้มารใช้โวหารล่อลับลวงพราง ไอ๊เจ๊กลิ้มนักกุข่าวเล่าเรื่องเท็จ ไอ๊เจ๊กลองจองหองอวดดี ไอ๊เจ๊กกษิตปากพล่อยคอยหาเรื่อง ไอ๊เจ๊กอภิสิทธิ์ยอดขี้ปดไร้วุฒิภาวะขาดความรับผิดชอบ ไอ๊เจ๊กชวนยวนย่าเหลดีแต่ปากชอบถากถางคนอื่น. ไอ๊มหาขันทีเฒ่าผู้หาญกล้าดึงฟ้าต่ำชอบอ้างพระสยามเทวาธิราชคือผู้มีอำนาจบังหลังฉาก

เรื่องดินแดนพิพาทจะอะไรตรงไหน

เรื่องดินแดนพิพาทจะอะไรตรงไหนหรือมรดกโลกคนแถวนี้ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าใช้แนวทางเจรจา ไม่ต้องการสงครามให้เดือดร้อนชาวบ้าน เพราะสงครามแย่งชิงดินแดนพิพาทมันไม่ได้มีหลักประกันว่ายั่งยืน เห็นกันหลายทีว่ารบไปก็ไม่จบ คาดินแดนพิพาทเอาไว้อย่างนั้น ไม่มีใครอยากไปแตะให้เปลืองตัว

แล้วการเจรจามันก็ทำโดยผู้มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ มีเอกสารหลักฐานเป็นเรื่องเป็นราวใช่ไหม สามารถตรวจสอบโดยระบบ เช่น สภา,สื่อมวลชนได้ ก็ทำตรงนี้กันไปสิ แต่ไม่เอาม็อบพันธหมาที่มีhidden agenda ชุมนุมเกินเลยจากการแสดงความเห็นตามระบอบประชาธิปไตย ชุมนุมเพื่อเล่นเกมอำนาจpower playที่ไม่มีความรับผิดชอบ ตรวจสอบไม่ได้เพราะมันฟาสซิสต์และเส้นใหญ่

โธ่เอ๊ยตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย มองทะลุไปประท้วงเรื่องต่างๆของรัฐบาลก็รับรู้ตั้งนานแล้วว่าหลายครั้งที่ชุมนุมประท้วงก็เพื่อชุมนุมประท้วง คือแบบว่าสร้างกิจกรรมเพื่อให้ขบวนการนักศีกษาเติบโตไม่ให้ฝ่อลงไปน่ะ

วันนี้อ่านมติชนสุดสัปดาห์ เขาก็เขียนเหมือนที่เราๆท่านๆคนแถวนี้คิดเกี่ยวกับม็อบคลั่งชาติของพวกพันธหมา แต่เขาจะวิเคราะห์กว้างไปถึงเกมการเมืองทั้งกระดานพวกรัฐบาลและพวกหลังฉากด้วย ก๊อปมาให้อ่านเล่นๆ(บางส่วน)แบบฟังหูไว้หู

[quote]วงในรู้กันดีว่า มาร์คจะประกาศยุบสภาแน่ ถ้าไม่รีบยุบ อาจจะไม่มีโอกาสได้ยุบ และอาจตกเก้าอี้อย่างกระทันหันด้วย!

มาร์คต้องรีบยุบเพราะต้องแข่งกับอะไรอยู่?

คำตอบคือ แข่งขันกับกลุ่มนักเล่นเกมอำนาจ ที่เตรียมจะสร้างสถานการณ์ให้เกิดการปฎิวัติ หยุดยั้งการเลือกตั้งครั้งใหม่นั่นเอง

ข่าววงในรัฐบาลบ่งบอกว่า เมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ อาจช่วงชิงจังหวะนี้ยุบสภาไปเลย อาจจะหมายถึงปลายเดือนกุมภาหรือต้นมีนา

แต่ฝ่ายที่ต้องการล้มรัฐบาลและไม่ให้มีการเลือกตั้งใหม่ย่อมต้องเร่งเดินเกมเพื่อล้มรัฐบาลให้เร็วที่สุดเช่นกัน

ทำไมกลุ่มนักเล่นเกมอำนาจต้องการการปฎิวัติ?

เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งกลุ่มนักเล่นเกมอำนาจจะหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง!

เนื่องจากพรรคการเมืองบางพรรค ไม่สามารถลงสนามเลือกตั้งได้หลังจากชิมลางสนามเล็กแล้วเจ๊งไม่เป็นท่า(ไม่ต้องเดาก็รู้ล่ะนะว่าคนเขียนหมายถึงพรรคของพันธหมา)

กลุ่มนี้เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลและทักษิณจะคืนชีพอีกครั้ง

หรือหากปชป.ชนะเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่เกี่ยวกับบุญคุณม็อบกลุ่มไหนแบบหนก่อนอีกแล้ว หัวหน้าม็อบจะมาขี่นายกฯเหมือนยุคนี้ไม่ได้อีกแล้ว

[b]การเลือกตั้งจึงไม่เป็นผลดีกับกลุ่มนักเล่นเกมม็อบเลย![/b]

กลุ่มนี้จึงพยายามเชื่อมต่อกับกลุ่มอำนาจอื่นที่ค้ำจุนอภิสิทธิ์ให้เห็นด้วยกับทฤษฎีไม่ควรมีการเลือกตั้ง

พร้อมกับจุดชนวนสงครามกัมพูชาขึ้นมา เริ่มตั้งแต่แผนแรกล่อให้โดนจับ ส่งผลให้ฝ่ายเขมรแค้นเคืองนายกฯจนไม่สามารถพูดคุยกันได้ และลุกลามจนเกิดการดวลปืนใหญ่และอาวุธหนัก

[b]กลุ่มนักเล่นเกมอำนาจที่จุดกระแสสงครามคลั่งชาติ เฝ้ามองอย่างมีความสุขเพราะบรรลุเป้าหมายสร้างความระส่ำระสายให้แก่รัฐบาล ประจานความไม่มีน้ำยาในการเมืองระดับชาติของอภิสิทธิ์อย่างล่อนจ้อน[/b]

เป็นจังหวะเดียวกับที่ม็อบซึ่งชุมนุมปิดถนนด้วยท่าทีแข็งกร้าวพร้อมจะนำไปสู่สถานการณ์แตกหักจลาจล

หน้า98
[/quote]

สับปะหงก

[quote=สับปะหงก]สำรากความคิดซ้ำซาก ไอ๊พวกดีแต่ปาก อีแปด.อะตอม อะนอนิมัส.เอาป่าช้าไทเป็นเวที..มีแต่คนแบบนี้ บ้านเมืองถึงไม่เจริญ.[/quote]

หึหึหึ ครับคุณสับปะหงกครับ เวทีนี้คือเวทีแลกหมัดทางความคิด หรือการต่อสู้ทางความคิดครับ ดังนั้นปาก เขาจึงเอาไว้พูดให้ดีพุดให้มีสาระ แบบคุณมีอารยะ เพราะเป็นเวทีประกวดการใช้ปาก(วาทะฯ)เพื่อวัดรอยหยักทางปัญญา(ที่คุณกล่าวหาว่าดีแต่ปาก)

แต่ถ้าบางคนเจตนามาใช้ปากในเจตนาและวิธีการแบบอื่นๆเช่น ไว้เห่าหรือกัดคนอื่นแบบคุณ เขาเรียกว่าเวทีอะไร? คงไม่อยากตอกย้ำชี้ชัด เพราะมันไม่ใช่วิสัยคน?

ดังนั้นเวที่นี้คือเวทีแลกหมัดทางความคิด? หรือการต่อสู้ทางความคิด เงื่อนไขและข้อจำกัดของเวทีนี้มันก็ชี้ชัดว่าคืออะไร?จะใช้อวัยวะส่วนไหน? เช่นปากในทางใด?

แต่ถ้าใช้อวัยวะอื่นๆ เช่นมือ,เท้า,เข่า,ศอก ตรงนั้นผมขอเชิญคุณไปเวทีสนามมวยราชดำเนิน หรือสนามมวยลุมพินี หรือจะซัดกันดิบๆเถือนๆแบเวทีข้างถนนของคนอัพาล ก็สุดแล้วแต่ครับแต่เวทีนี้ไม่เหมาะกับคุณ???

อ้อขอโทษ

อ้อขอโทษ ปกติจะไม่คุยกับคนที่ใช้ปากเอาไว้กัดหรือเห่า? แต่บังเอิญ มันพาดพิงหรือเจตนาจะมากัดผม? เลยต้องสวน?

อ้อขอโทษที่ว่าสวนฯ?

อ้อขอโทษที่ว่าสวนฯ? คงไม่ใช้วิธีการเดียวกับคุณคือกัดตอบ? เอาแค่วาทะคมๆชัดล็อคเป้าแม่นๆแบบสไนน์เปอร์ทางวาทะฯ และถ้าคนรับฯมันยังเป็นคนยังสื่อสารได้แบบคน?มันก็จะโดน,บาดใจจนแทบกระอักเลือดตายแล้ว???

..ก๊ากกก...ต๊กจายทีแรกไม่นึกว

..ก๊ากกก...ต๊กจายทีแรกไม่นึกว่า คห.จะงอกเพิ่มได้ขนาดนี้..นึกว่านักลบนิรนามลง...พอมาอ่าน เอ้าหนู ไอแป๊ดดมาขอแก้มือเหรอนี่..กลับถึงร้อยเอ็ดแล้วหรือ? ทีหลังนั่งรถอยู่อย่าเพิ่งเต้าเรื่องอีก ล่ะ อูย..รอยแผลหน้าแตกยังไม่หายดี ไม่เจ็บหน้าเหรอ..ยังไม่เข็ดขอแก้ตัว...หน้าแหกคงไม่เจ็บเท่าไหร่ นะหนู..ขอโทษด้วยข่วนหนักมือไป..คริคริ..อยู่ดีๆไอแป๊ดดดไม่ดูตาม้าตาเรือวิ่งมาชนตอเอง..คล้ายๆ 7 วีรบุรุษหางเหลืองเดินไปให้เขมรจับติดคุกขี้ไก่ ...ไอแป๊ดเวลาหน้าแหกก็น่ารักดี พอ..ยั๊วะ..เริ่มทะลึ่ง..มาตีซี้..ตอนแรกสวมตอเป็นพี่..พอโดนจับตอแหลได้..ทลึ่งมาเรียก..ปู่ เป็นลูกซะแลว...จำปู่ไม่ได้เหรอไอ้หลาน..ตู แก่กว่าจะเป็นลูกเอ็งได้ไง...มาชนตอคงมึนมากซิ นะ เมา..ตอ..เลยมั่วคิดว่าปู่เป็นลูก...อุเหม่...ซิมแปนซีตัวนี้มานทะลึ่งเจงๆๆ เผลอไม่ได้..จะมาทะทลึ่งกะผู้หลักผู้ใหญ่ เคยถลกหนังปู่ ซะที่ไหน..มั่วน่า...ก๊าก แค่มาแคะขี้เล็บ ตะไบเล็บให้ปู่ตะหากไอ้หนู เอ๊ย...รุ่นไหนๆๆ..ก๊ากกก..ไม่ข้ามรุ่นมากไปเหรอหนู...หน้าแหกเลือดยังไหล ซิบๆ ทำมาคุยโมทับ ก๊ากกก.. ..ที่จริงวันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงกะหนู ไอแป๊ดด... จู่ๆยังมาเซ้าซี้จะให้ตอบ..คำถามเด็กอนุบาล..เรื่องประชาธิปไตย...ที่รัดทะบานไอ้อัปปีสิทธิ์ ฆ่าแดงตายเกือบร้อยเจ็บเกือบสองพัน..หนูไอแป๊ดดดคงเมาหมัดมาเถียงว่านี่คือประชาธิปไตย....ก๊ากกก..ทำไมความรู้เบสิคหนูแป๊ดดที่เที่ยวไปสั่งสอนพี่ป้าน้าอาทั้งหลาย...เถิง...อ่อนปานนี้...เอางี้ ละกาน ...โจรยึดสนามบินคือผู้ก่อการดี แม่น บ่ ตูนีเซีย..อียิปต์ ...จีน เมียนม่า..ก็เป็นประชาธิปไตย..แม่น..บ่ เพราะให้ตะหานออกมา ฆ่าประชาชนเหมียนประเทศเทย เปรี๊ยบเลย...ก๊ากกก...กักๆๆๆ ...ออสเตรเลีย..ยูเค..มะกันเป็นประเทศเผด็จการ แม่น บ่ สู..เพราะไม่เคยมีตะหานยึดอำนาจ..ไม่ตั้งรัฐบาลในค่ายตะหาน..ไม่เคยฆ่าประชาชนที่มาขอให้ลาออกและประชาชนไม่ต้องบอกให้ยุบสภาพวกนั้นก็หน้าบางรีบยุบสภา....ก๊ากกก...และไม่มีเฒ่าหลายเสา..สถาบันหลักของพันธมารคอยเป็นม้าเตะจ๊อกกี๊แล้วกะทืบๆๆ..ก๊ากก.. ข้อสอง แดงแพ้..อุเหม่นี้ก็คำถามเชยๆ..หนูแป๊ดดคิดหาคำตอบเองไม่เป็นหรือ..นี่แหละหนาเก่งแต่คัดลอกตัดแปะคิดเองบ่เป็น...แดงเป็นม็อบไม่มีเส้น..ก็เลยโดนรั้วของซาด..ขนอาวุธสงครามมาฆ่าเหมือนผักปลา...หน้าตาเฉย...และรัดทะบานอัปปีสิทธิ์เป็นรํดทะบานทรราชชุดแรก(สอง)ที่สั่งฆ่าประชาชน แลวยังเป็นรัฐบาล...ลอยหน้าลอยตาให้พวกสูออกมาไล่จั๊งได๋ สู...ก๊ากกก..ก็พวกสลิ่มน้านแหละไปปลุกผีอัปปีสิทธิ์ขึ้นมาจากโลง ออกมาหลอกหลอนคนไทยต่อ..หลังจากหายใจ แขมวๆๆ ตอนวันที่10 เมย.ปีที่แลว เรื่อง พรก.ฯ พรบ.ฯมั่นคง..ว่าจะไม่พืดแล้ว ..แกล้งมองม่ายเห็ง...ก๊ากก..เอ้า..บักหลานสงสัย..งั้นชี้โพลงให้ไอ้อัปปีสิทธิ์ ซะเลย...อัปปีสิทธิ์ ก็มัวแต่งึกๆๆๆงักๆๆๆ..จา ยกเลิกMOU43 ..ลุยแขมรก็กล้า..จาสั่งนักรบชุดเขียวและดำมาลุยหางเหลืองก็ไม่กล้าๆ....ได้แต่งึกๆๆๆงักๆๆๆ...โถ ..ลองใช้แผน..พลเอกจำลองโกเต็ก ตอนวางแผนฆ่าแดงมาใช้ ซิ...สไนเปอร์ปายไหน...ไม่มาเรียกใช้บริการ ..ล่ะ...งานนี้อยากดูเหมียนกานว่า หางเหลืองพันธมารจาหนังเหนียวเหมียนแป๊ะลิ้ม บ่....ก๊ากกก....นี่ไม่ช่าย..ยุให้ ฆ่าเหลือง นะเฟ้ยยย...มันบาป...แค่ เด็กน้อยไอแป๊ดดดสงสัย..แล้วคุยว่าแน่นนมาลองภูมิ..ก็เลยเฉลยให้ฟัง...แบบซื่อๆๆ...ฆ่าคนเป็นบาป....อัปปีสิทธิ์..ออกไป..เต๊อะแค่นี้ก็บาปมากเลี้ยว..รับของโจรป้ลนอำนาจประชาชนมาเป็นรัฐบาลหุ้นเชิด...ฆ่าแดง...แล้วอย่ามาฆ่าเหลืองอีกเลย...มานบาป..ตกนรกจะไม่ได้ผุดเกิด..เข้าใจ บ่ สู บักแห-ม น้อย....ก๊ากกกก

ขอไม่ใช้ mode อ้างอิงฯ นะ

[b]ขอไม่ใช้ mode อ้างอิงฯ นะ เพราะไร้สาระ เปลืองเนื้อที่

มีเด็กปัญญาอ่อนบางโต มาบอกไม่เคยโดน I Pad ถลกหนัง ก็ไม่ว่าหรอกนะ คนที่มันเคยหน้าแหกหมอไม่รับเย็บมาหลายแผลก็ย่อมจำแผลเก่าตัวเองไม่ได้

แต่ที่แน่ๆ IPxxx131 นี่เคยปลอม ชื่อ I Pad มาตั้งกระทู้ล่อเป้ามาก่อนนี่ไม่มีใครรู้หรอก

หรือในอดีตที่พิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ตกๆ หล่นๆ ให้ I Pad สีซอสอนสั่งให้

หรือที่ชอบลอกมุข I Pad อย่างใช้ ควายเห็ง งี้!

แล้วบอกไม่ใช่กระเบยโตเดวกัน แต่ทำไมสันดานมังเหมืองกังเปี๊ยะ!!!! เร็ยล่า!!!!! (ฮาฮาฮา) ไปหัดตอแหลมาใหม่นะชู ไม่เนียนว่ะ : )~

เอ้าเข้าโหมดตอบคำถามดีมะหนา เอ! แต่มันไม่ได้ตอบเลยนี่หว่า มันแถอย่างเดียวเลยนี่

งั้นเอาใหม่ตั้งคำถามชัดๆ ให้มันตอบอีกทีดีกว่า

ถ้าแถมาอีกทีก็ปล่อยให้เอ็งปัญญาอ่อน นั่งเล่นขี้มูก นั่งจมกองขี้ตัวเองไปคนเดว! ละกันนะ ไอ้กะปู๋ ชูเว็จ : )~

1. แดง อ้างว่าสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะประเทศไทยไม่มีประชาธิปไตย แล้วทำไมจึงเกิดชุมนุมทางการเมืองโดยแดงได้ตั้งหลายครั้ง (ยกเว้นการชุมนุมในห้วง มี.ค. - พ.ค. 53 ที่เข้าข่ายก่อการร้าย จึงถูกสลายการชุมนุมด้วยกำลัง โดยฝ่ายทางการได้รับความชอบธรรม) โดยที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเลย ยังไม่นับที่มาจัด Event ห่าเหวอะไรเลอะเทอะไปหมด ทั้งผูกผ้า, ทั้งมาหอนที่นี่มีคนตาย, ทั้งปั่นจักรยานขวางตีนชาวบ้านไปทั่ว, ฯลฯ ทั้งๆ ที่อยู่ในระหว่าง พรก. ฉุกเฉิน ด้วยซ้ำ แล้วนี่ไม่เท่ากับว่าที่แท้ประเทศไทยก็มีประชาธิปไตยอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?

2. ที่บอกว่า นปช. เป็นมวลชนที่ก่อการชุมนุมทางการเมือง ที่มีมาตรฐานเหมือน พธม. แล้วเหตุใดหลังการชุมนุมใหญ่ของ นปช. ถึง 2 ครั้ง (สงกรานต์ 52 และ มีค. - พค. 53) จึงเกิดการใช้ความรุนแรงถึงขั้นเผาบ้านเผาเมืองขึ้น ผิดกับการชุมนุมของ พธม. ที่ภายหลังการชุมนุมสิ้นสุดลง สภาพภายในประเทศกลับสู่ภาวะปกติแทบจะในทันที

3. ถามเผื่อเสื่อแดงบ้างก็ได้ ถ้าจะกล่าวอ้างว่า นปช. ก็เป็นการชุมนุมโดยสันติ แล้วทำไมการล้อมปราบ นปช. นานาชาติจึงไม่ให้การยอมรับ นปช. ตย. ก็

- การที่สภา Senate ของ USA ยกมือให้อภิสิทธิ์ 4 ร้อยกว่า ต่อ 4 (ขาดกระจุยยุ่ยยิ่งกว่าทิชชู่แช่น้ำค้างคืน (ที่จริงแช่แป๊บเดวก็โค่ดยุ่ยแล้วล่ะ) (ฮ่าฮ่าฮ่า)
- บันคีมุน ปฏิเสธเข้ามาไกล่เกลี่ยกรณีเสื่อแดง
- รองประธานศาล ICC อธิบายให้แกนนำแดงฟังว่าคดีแดงไม่เข้าเขตอำนาจศาล ICC

แถมราคาคุยที่แดงบอกว่ากำลังจะมีองค์กรนานาชาติรับตรวจสอบเรื่องแดง ก็กลายเป็นปาหี่ ตั้งแต่

CSCE ที่พอถึงวันนัด ออกมาอ้างหน้าด้านๆ เฉยเลย (แต่คนอ้างหน้ามันหยั่งหนาหยั่งนพเหล่อยู่แล้ว มันชินน่ะ) (ฮา) ว่า คณะกรรมการฯ เขาบอกไม่ว่าง อูบ๊ะ! มีด้วยหรือวะ ที่หน่วยงานระดับนานาชาติเขานัดหมายใครแล้วบอกไม่ว่าง แล้วเลื่อนมากี่เดือนแล้วละนี่ ไหงเงียบฉี่ ; )~

House of Lord ของอังกิดก็ถูกอ้างว่าจะเชิญพยานแดงไปให้ปากคำที่อังกิด แต่สุดท้าย ทางการอังกิดไม่ออกวีซ่าให้คนที่ทางการอังกิดต้องการให้เป็นพยานหน้าตาเฉย (ที่บ้านเขาเรียกเต้าข่าว = ตอแหล) (ฮิฮิฮิ) เฮ๊ย! มีด้วยหรือประเทศไหนจะเชิญใครไปเป็นพยานที่ประเทศนั้น แต่ไม่ออกวีซ่าให้น่ะ มีด้วยเหรอวะ? เหรอนี่ก็แหลอีก! (ฮิฮิฮิ)

เอ้า เอา 3 ข้อก็พอ

ส่วนเรื่องพิมพ์หนังสือเหมือนเด็ก รร. อนุบาลหลังเขาอันนี้ขอผ่าน (เพราะแม่ม! ผิดเยอะเกิน นัยว่าจะทำเท่ห์ แต่ดูแล้ว เหมือนพวกมีหัวไว้กั้นหูเจงเจง (ฮา) เพราะรู้มือกันอยู่ว่าเด็กปัญญาอ่อนมันได้แค่นี้แหละ![/b]

เฮ่อ! นีกรูก็ช่วยมึงสุดๆ

[b]เฮ่อ! นีกรูก็ช่วยมึงสุดๆ แล้วนะไอ้กะปู๋ แต่ก็ยังได้แค่ 357281 คห. คงไม่ทะลุ 3แสนเจ็ด ก่อน สงกรานต์แน่ๆ ว่ะ กร๊ากกกกกกก

มึงเปลี่ยนไปทำเว็บไซต์ถวายสังฆทานดูดิ้ น่าจะเข้าทางกว่าว่ะ (ฮาฮาฮา)[/b]

อ้อ! แล้วที่มึงบอกกูเรียกมึง ปู่ เนี่ย ที่จริงกูเรียกมึงว่า กะปู๋ แต่มันเท่ากับมึงสารภาพแล้วว่ามึงคือตัวเดียวกัน เพราะถ้ามึงไม่ใช่ไอ้ ปู่ ตัวเก่า มึงจะมารับมุขเป็น ปู่ ได้ไง

นี่ไง! ตอแหลมากไปเลยตกท่ออีกแล้ว กร๊ากกกกกกก

มึงนี่โง่ยังไงก็โง่ตลอดเนาะ อุตส่าห์ ไปซุ่มฝึกวิชามาหลายเดือน กลับมาก็ตกท่อง่ายๆ เหมือนเดิม

แถมมีไปออกรายการ VoiceTV ให้กูหลงนั่งดูตั้งนานนึกว่าจะมีอะไร ตุ๋ย สัมภาษณ์ห่าอะไร โค่ดสั่วเรยยยยย! (ฮา) "ผมจะตามความฝันของผมไป" (ฮา) ระวังได้ตามความฝันไปเข้าคลองเปรมนะมึงเพราะกูกำลังจะมีคดีที่ 9 ให้มึงพรุ่งนี้ รอดู ปจว. ได้เลย (กร๊ากกกกก)

ไอ้หนูนี่เล่นไม่เลิก..อยู่ๆออ

ไอ้หนูนี่เล่นไม่เลิก..อยู่ๆออกทะเลมั่ววิ่งเอาคางมาชนหมัดอีกแระ กรูบอกเมิงตั้งกี่ทีแล้ววะ ว่าไม่ใช่ชูวัด..เมิงจะมาอ้อนให้กรูเป็นชูวัดทำไม วะ..ถ้าเมิงไม่มั่วทำให้เข้าใจผิดว่ากรูเป็นชูวัดละก็อกรูคงขอบายขี้เกียจตอบประเด็นซ้ำซากตามเดิม...น่าจะคุยเรื่องพันธมารไล่อับปีสิทธิ์..จะมันส์กว่า

เวทีนี้แค่มาแลกหมัดสงครามความคิดอย่างอะตอมเขาว่า..แต่เมิงตัวเดียวจะบ้ามาเล่นเกม หมาบ้าไล่จับหนู..แค่ใครเป็นชูวัดไม่ใช่ชูวัดเมิงยังแยกไม่ออกเมิงจะหาเรื่องจับใครวะ..ตำรวจที่ไหนวะบ้าจี้กะคนบ้าอย่างเมิง

ที่จริงไม่อยากโพสต่อแต่ดันมามั่วว่ากรูเป็นชูวัดอีก..กรูเลยขอเวลาเคลียร์ว่ากรูไม่ใช่ชูวัดอะไรของเมิงเป็นครั้งสุดท้ายเพราะเบี่ย..วะ ก๊ากกก..เข้าจาย บ่ สู (เมิงจำไอพีให้ดีดี)

ชูวัดจะเอาเวลาที่ไหนมาโพสเล่นกะเด็กๆอย่างเมิง วะและชูวัดคงไม่ว่างไปเล่นเกมแบบเมิง.ไอ้เด็กหงอกมีปัญหา...ก๊ากก.เมิงหลงตัวเองรึเปล่า..กรูเพิ่งเห็นชูวัดทางวอยท์ทีวีครั้งที่2 อาทิตย์ที่แล้ว..อายุก็อ่อนกว่ากรูเยอะ..เมิงทำไมไม่ไปถาม pn วะกรูก็โพสบอกมันแล้ว..แต่ดันโดนลบ

กรูก็โดนลบเป็นประจำ...ถ้ากรูเป็นชูวัดคายจะกล้าลบความเห็นกรู วะ.เมิงอย่ามีหัวไว้แค่คั่นหู เซ่..(ไอ้..ค..)..ก๊ากกก กรูก็ไม่เคยเห็นศาสดาเมิง ซักตัวโพส รึเมิงเคยเห็น เพราะอยากเจอเหมือนกันคงสนุกกว่าคุยกะเด็กไม่อดนมอย่างเมิง..ก๊ากก

ชูวัด ออกความเห็นผ่านเฟรชบุ๊คขี้เปรียกไม่เท่ห์กว่ามาโพสแถวนี้เหรอ...ก๊ากก.ทีหลังอย่าอ้อนวิ่งเอาคางมาชนกำปั้นอีก ล่ะ..กรู..เจ็บมือ...ก๊ากกก

ไอแป๊ดทำไมมั่วออกทะเลมั่วทุกดอกเลย..วะ..ตรู..ชักกลุ้มแทนเมิง..เมิงแกล้งโง่ รึ โง่ เจงๆนี่..ก๊ากกก กรูก็ปู่เมิงเจ้าเก่าน่านแหละแต่กรูไม่ช่ายชูวัด ของเมิงเลิกเพ้อได้แล้ว..ไอ้ หนู เอ๊ย..ก๊ากกก (คิก คิก)..

1. แล้วตูนีเซีย อียิปต์ จีน พม่า ทะไมประชาชนชุมนุมได้.(แล้วก็ฆ่า) ก่อนและหลัง14 ,6 ตค.ก็ชุมนุมได้เพราะไม่เป็นประชาธิปไตย...ส่วนแดงทำไมยังชุมนุมได้..แล้วออกมาชุมนุมมันผิดกฎหมายไหม?..เผด็จการทำไมชุมนุมได้..ไปถามนายกฯ ไอ้ป๋า..ซิ(อย่าเพ้อว่าตรูเป็นนายก เป็น ป๋า..อีก ล่ะ.).ตกลงเมิงจะไล่หรือจะอ้อนอับปีสิทธิ์ กานแน่...พวกเมิงยังไปสุมหำที่มัฆวานได้ทำไมแดงจะชุมนุมไม่ได้..ประชาธิปไตยที่ไอ้ป๋าบ้านหลายเสาสวมตอตั้งรัดทะบานในค่ายตะหาน..ยูเค..มะกัน..ออสเตรเลีย...ฯลฯมีป๋ามาช่วยตั้งรัดทะบานไหม ล่ะ..นี่ก็กลิ่นยึดอำนาจมาตุๆพันธมารตัวพ่อเมิงกำลังถ่อสะพานให้รถถังออกมาเมื่อคืน.เมิงนั่งรถกลับร้อยเอ็ดอีก ซิ เลยไม่รู้เรื่องรู้ราว..ก๊ากกก..ประเทศประชาธิปไตยไหน วะ ปฎิวัติกันทุกสามปี..ก๊ากกก

ตอนนู้นถ้าไอ้มาร์คยุบสภา เสื้อแดงก็แทบจะไม่มีเงื่อนไขออกมาอีก..แล้วแกนนำโดนข้อหาก่อการร้ายแบบพวกเมิงโดนติดคุกมา9 เดือนแล้วประกันตัวไม่ได้ถ้าเป็นพวกเมิงจะออกมาชุมนุมไหม ล่ะ แต่พวกเมิงเส้นหญ่ายยังออกมาไล่นายกคนที่4ที่5ได้ประเทศไหนในโลกมีม็อบเส้นหญ่ายขนาดนี้ วะ..ตอบมาซิ

..ขนาดพวกเมิงติดคุกเขมรแค่สองตัว..ยังอยู่ไม่ติดต้องออกมาสุมหำกานที่มัฆวานเลย..ก๊ากกก.

..ให้ประกันตัวแกนนำ..(ลากคอฆาตกร92ศพหรือสมานฉันท์อย่างที่คุย ซิ)..ลองยุบสภา..เข้าโหมดเลือกตั้ง ซิ...เสื้อแดงจะออกมาทำไม...ง่ายกว่าไปทวงที่เขมรตั้งเยอะ

2. เมิงต้องไปถาม อัปปีสิทธิ์ ศูนย์อิจฉา สิ ทำไมปล่อยให้เผา...ก๊ากกก(แผนตื้นๆ).14 ตค.ก็มีเผา..ไม่เห็นมีใครติดคุก..อียิปต์ ที่อื่นก็มีเผาทำไมเผา? ใครเผากรูไม่รู้ ว่ะ เพราะกรูไม่ได้เผา....ก๊ากกกกก

3 Senate ของ USA ICC ฯลฯ มานก็ลิเกระดับโลก มานต้องดูทิศทางลมดูผลประโยชน์ ว่าจะสอดเข้ามาได้แค่ไหน เมิงไปอินเอานิยาย อารายกะมาน...ก๊ากกก ตราบใดที่ไอ้ป้าหลายเสาไม่ยอมตาย พวกนี้มานก็ต้องเล่นบทนี้..จีน เมียนม่า ฆ่าประชาชน..มะกัน ไอซีซี ฯลฯมานก็ไม่เห็นสอดเพราะเนื้อไม่ได้กิน..มันจะสอดทำไม..ทำไมเมิงความรู้ท่วมหัวแต่เรื่องแค่นี้คิดไม่ออกวะ..เพราะเรื่องไหนพันธมารตัวพ่อไม่ได้สอนใช่ มะ..เลยคิดเองไม่เป็น....ก๊ากกก

คดีเหลืออีกเกือบยี่สิบปี..ฆาตกรมานจะหนีได้ก็หนีไป..จะหนีกฎแห่งกรรมได้หรือ..ก็ดู เซ่ อัปปีสิทธิ์ หน้าบานมาได้ไม่กี่เดือน..จู่ๆก็ฟ้าผ่า...พวกเมิงออกมาไล่ทำไม..แล้วมานจะรอดไปถึงยี่สิบปีเหรอ..ต้องเป็นนายกฯให้ครบยี่สิบปีทำได้ มะ....ก๊ากกกก...

supat

[quote=supat]ข้อโต้แย้งต่อการวิเคราะห์ของคุณธงชัย วินิจจะกูล เรื่อง “เสียดินแดน ประวัติศาสตร์หลอกไพร่ไปตายแทน (เพราะไทยไม่เคยเสียดินแดน)”

ในคำเรียกและในความหมายของ “เจ้าพ่อ” ที่คุณธงชัยใช้นิยามความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าผู้ครองรัฐรายใหญ่กับรายเล็กและไพร่ฟ้าข้าไทก่อนศตวรรษที่ ๒๐ เกิดจากการใช้ฐานการรับรู้หรือกรอบความคิดของคุณธงชัยที่สั่งสมมาตลอดอายุขัยไปเป็นตัววัดความสัมพันธ์ในอดีตใช่ไหมครับ ผมอยากลองให้คุณธงชัยจินตนาการว่าคุณเกิดเป็นหัวหน้าเผ่าๆ หนึ่งในหมู่เกาะห่างไกลซักแห่งแล้วต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าที่กำลังถูกล่าจากเผ่าอื่น ถ้าเผ่าคุณแพ้หมายถึงว่าทั้งหมดจะถูกจับกิน แล้วทีนี้คุณลองหันกลับไปมองความสัมพันธ์ข้างต้นใหม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ยังเหมือนหรือแตกต่างกับที่คุณให้คำเรียกและนิยามในบทความของคุณหรือไม่ ผมว่าเผลอๆ บางทีคนสมัยก่อนยินดีด้วยซ้ำที่ต้องอยู่กันด้วยความสัมพันธ์แบบนั้น

ในมุมมองของผม การครอบครองดินแดนเป็นเรื่องใหญ่ ใครว่าไม่ใหญ่ โดยเฉพาะดินแดนที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงประชากรของรัฐ ในสมัยก่อนทรัพยากรธรรมชาติมีมากจนเกินพอต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในรัฐ คนสมัยก่อนมีน้อยและใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองน้อยกว่าคนรุ่นเราอย่างเทียบกันไม่ได้ เช่น คุณธงชัยอยู่ในอเมริกา รู้ใช่มั๊ยว่าอัตราส่วนการใช้พลังงานของชนอเมริกาที่มีสัดส่วนไม่ถึง ๕ เปอร์เซนต์ของประชากรโลก ๖๐๐๐ ล้านคน กินสัดส่วนการใช้พลังงานถึง ๒๐ เปอร์เซนต์ของการใช้ทั้งโลก ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญต่อ “คน” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดเมื่อเทียบกับธรรมชาติ มากกว่าขอบเขตชายแดน ที่สำคัญอันดับรองๆลงไปจากประชากร พื้นที่ทำการเกษตรเลี้ยงผู้คน ชุมชน เมืองที่แข็งแรงต่อต้านการรุกรานได้ และด้วยเหตุผลของระยะทางและอุปสรรคในการเดินทางจึงทำให้กลายเป็นว่าคนในสมัยก่อนไม่ถือการครอบครองดินแดนเขตชายแดนเป็นเรื่องใหญ่คอขาดบาดตาย และคุณธงชัยควรเขียนจั่วหัวให้ครบว่า “เข้าใจผิดว่า รัฐสมัยเก่า (ก่อนศตวรรษที่๒๐) ถือการครอบครองดินแดน ชายแดน เป็นเรื่องใหญ่”

คำนิยามที่คุณให้ใช้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง เปรียบได้กับบางคนไม่เข้าใจคนที่ไปกราบไหว้ขอพรจากเทวดาฟ้าดินและเรียกว่าไอ้พวกงมงาย คุณต้องเข้าถึงจิตใจคนกลุ่มนั้นก่อนจึงค่อยจัดประเภทใหม่ แต่ก็เห็นด้วยในประเด็นที่ว่าถึงแม้รัฐขนาดเล็กยอมเป็นเมืองขึ้นหรือประเทศราชต่อรัฐที่เข้มแข็งกว่าแต่ก็ยังมีอำนาจเหนือคนและดินแดนในปกครอง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นบรรทัดฐานธรรมดาๆ ในการดำรงชีวิตของผู้คนในสมัยก่อนของทั้งโลกก็ว่าได้ เป็นบรรยากาศทั่วๆ ไปของการอยู่การกินการต่อสู้การเอาตัวรอด

ยิ่งในเรื่องที่ว่ารัฐใหญ่ถือว่าประเทศราชเป็นสมบัติของตนเอง ถือเป็นทัศนะที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ผมไม่เห็นว่ารัฐสยามในอดีตก่อนการเข้ามาของฝรั่งล่าอาณานิคมจะถือเอาประเทศราชเป็นสมบัติของสยามเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะดินแดนที่ไม่ได้มีผู้คนพูดภาษาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอาศัยอยู่ อำนาจเหนือประเทศราชถูกจำกัดอยู่บนฐานของการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเท่านั้น รัฐเล็กและอ่อนแอยอมอยู่ใต้อำนาจรัฐใหญ่ส่งบรรณาการให้ก็เพื่อความอยู่รอดของผู้คนในปกครอง รวมถึงความสงบสุขในการดำรงชีพและยังใช้รัฐใหญ่เป็นไม้กันหมาปกป้องการรุกรานจากรัฐอื่นๆ ก็เท่านั้น

ด้วยข้อจำกัดเรื่องทรัพยากรบุคล ระยะทางที่ห่างไกล ความลำบากในการเดินทางไปมา และอุปสรรคต่างๆ ระหว่างทางที่เป็นป่าเป็นเขา ต่างพวก ต่างถิ่นกัน ไม่มีความดึงดูดใดเลยที่รัฐใหญ่ในอดีตต้องการที่จะยึดรัฐเล็กมาเป็นสมบัติของตัว ยกเว้นการกวาดต้อนทรัพยากรที่มีจำกัดคือ ผู้คนต่างถิ่นต่างรัฐเข้ามาเป็นผู้ใช้แรงงานในเมืองของตัว แม้แต่รัฐจีนในอดีตที่ยิ่งใหญ่มาก จนเคยส่งกองเรือของตนเดินทางไปสำรวจทั่วโลกมาก่อนหน้าที่โคลัมบัสจะเจออเมริกาตั้งนาน ก็ไม่เคยคิดจะยึดทุกอย่างมาเป็นสมบัติเช่นที่คุณธงชัยให้คำนิยาม คิดเพียงให้รัฐอื่นยอมนับถือว่าจีนคือพี่ใหญ่และส่งบรรณาการไปจิ้มก้องพอเป็นพิธี เช่นสยาม เป็นต้นที่ทำมาตลอด เป็นพิธีการแสดงสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น ซึ่งรัฐสยามในอดีตก็ทำเช่นเดียวกันนี้กับดินแดนที่อยู่ในการดูแลคุ้มครองต่างๆ

ผมยังเห็นต่อด้วยว่าการถือเอาดินแดนชายขอบอำนาจเป็นของสยามหรือของรัฐอื่นๆ มาแต่โบราณมีขอบเขตถึงดินแดนที่มีคนพวกเดียวกัน พูดภาษาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันอาศัยแต่ดั้งเดิมมาเท่านั้นเป็นสิ่งแบ่งแยกที่สำคัญมากกว่าเขตแดนที่ชี้ชัดเช่นในปัจจุบัน แม้แต่ดินแดนที่อยู่ในรัฐสยามชั้นในก็ยังแบ่งเป็นอาณาเขตเมืองย่อยๆ ที่มีอิสระในการดูแลตัวเองสูง มิได้รวมศูนย์อำนาจการปกครองเช่นในปัจจุบันด้วยซ้ำ

ขอเพิ่มเติมในเรื่องการเข้ามาของฝรั่งในปลายศตวรรษที่ ๑๙ ว่าทุกรัฐไม่ได้รับธรรมเนียมสมัยใหม่จากฝรั่ง ที่จริงไม่ควรเรียกว่าสมัยใหม่ควรเรียกว่าสมัยปัจจุบันเพราะเมื่อเราใช้คำว่า ”ใหม่” ส่วนใหญ่ผู้คนจะเข้าใจในเกือบจะทันทีด้วยนัยว่าดีกว่าซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าของใหม่ไม่ใช่สิ่งที่ดีกว่าของที่เรียกว่าเก่าใช่มั๊ย ทุกรัฐในแถบเอเชียล้วนต่อต้านการเข้ามาล่าอาณานิคมของฝรั่ง ไล่ตั้งแต่ดัชท์ โปรตุเกส เสปน อังกฤษ ฝรั่งเศส ที่ทรัพยากรธรรมชาติในบ้านของตัวเองมีไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูประชากรจึงต้องเสาะแสวงหาล่าอาณานิคมไปทั่วโลกตั้งแต่อเมริกาเหนือ-ใต้ แอฟริกา ออสเตรเลียจนถึงเอเชีย และรัฐต่างๆในเอเชียก็เริ่มทยอยสูญเสียอำนาจรัฐ หรือแม้แต่รัฐจีนที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียก็ต้องยอมสยบต่ออังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งการสูญเสียอำนาจรัฐด้วยมือของฝรั่งพวกนี้ช่างแตกต่างจากการเป็นประเทศราชในอดีตเป็นอย่างมาก

ผลกระทบมิใช่แค่ต้องยอมอยู่ใต้อำนาจรัฐที่เข้มแข็งกว่าและส่งบรรณาการประจำปีให้เท่านั้น หากหลายๆรัฐต้องสูญเสียระบบการปกครองแบบเดิมไปอย่างสิ้นเชิงและกลายสภาพเป็นเพียงดินแดนอาณานิคมของฝรั่ง บางรัฐสามารถรักษาระบบการปกครองแบบเดิมไว้ได้แต่ก็ต้องยอมปล่อยดินแดนที่เรียกว่าประเทศราชออกไปเป็นอาณานิคมของฝรั่งแทน หรือบางรัฐก็ต้องยอมเสียดินแดนบางส่วน การเป็นอาณานิคมของฝรั่งหมายถึงการเป็นดินแดนที่ผลิตและส่งทรัพยากรให้กับเจ้าอาณานิคมแต่เพียงอย่างเดียว ผู้คนที่อาศัยอยู่ก็กลายเป็นคนชั้นสองหรือทาสของฝรั่งไม่ได้มีสถานะแม้แต่รัฐแบบประเทศราชเลยแม้แต่น้อย

ผมอยากให้คุณธงชัยในฐานะนักรัฐศาสตร์บวกประวัติศาสตร์ชั้นเซียนลองย้อนกลับไปดูประวัติการสร้างประเทศอเมริกาว่ามีชาวพื้นเมืองอินเดียนแดงถูกสังเวยไปเป็นจำนวนเท่าไร ไม่นับรวมแรงงานทาสผิวดำจากแอฟริกาที่ถูกจับเหมือนวัวเหมือนควายส่งไปทำงานสร้างชาติที่อเมริกาอีกเท่าไรกัน

การเข้ามาของฝรั่งล่าอาณานิคมโดยเฉพาะจากยุโรปเพื่อสูบทรัพยากรกลับไปปรนเปรอความสุขของตนเองเป็นที่มาของการเปลี่ยนวิธีการกำหนดดินแดนของรัฐให้เป็นแบบฝรั่งพวกนั้น ซึ่งหากไม่มีฝรั่งพวกนี้เข้ามาการจัดแบ่งเขตแดนของรัฐต่างๆในเอเชียก็อาจพัฒนาไปตามแนวทางที่ดีกว่าของฝรั่งก็ได้ใครจะรู้

การที่รัฐสยามสมัยปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงหลังจากฝรั่งหยุดการแย่งชิงอาณานิคมที่เกือบไม่เหลือรัฐอิสระให้ยึดอีกแล้วแบบชั่วคราวและเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ ๑ พยายามยกทัศนะว่าสยามเป็นเสมือนผู้มีอำนาจเหนือประเทศราชนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ซึ่งมีสาเหตุที่มาไม่ใช่แค่การพยายามยกยอปอปั้นให้เกิดการคลั่งชาติแต่อย่างใด อันที่จริงสยามพยายามต่อสู้กับการล่าอาณานิคมด้วยการใช้ไม้อ่อนสู้ไม้แข็งมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ นับตั้งแต่ท่านทรงก่อตั้งธรรมยุติกนิกายโน่นแล้ว จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ สยามก็ต้องปรับตัวให้ชาติอยู่รอดด้วยการแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศที่เรียกว่าสยามเท่านั้นโดยการตั้งกระทรวงต่างๆ เป็นครั้งแรก ปรับปรุงระบบภาษีอากรครั้งใหญ่และแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดแทนระบบเจ้าเมืองแบบเดิม นั่นคือการรวบอำนาจเข้ามายังศูนย์กลางการปกครองอย่างแท้จริงต่างหาก รวมถึงสร้างความสัมพันธ์กับฝรั่งมหาอำนาจไว้หลายๆ ขาเพื่อให้เกิดการคานอำนาจซึ่งกันและกัน เพื่อพยายามให้สยามรอดพ้นจากการเสียอธิปไตยอย่างสิ้นเชิงแม้ไม่มั่นใจแต่อย่างใดก็ตาม

การสร้างกระแสรักชาติภูมิใจในชาติภายหลังจากนั้นก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องจากคราวรุกใหญ่ของพวกฝรั่งคือพยายามสร้างให้ฝรั่งมหาอำนาจที่ยังครอบครองดินแดนอาณานิคมอยู่อย่างเหนียวแน่นหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ ยอมรับในความเป็นรัฐเดียวของสยามมากกว่าที่จะเรียกร้องดินแดนที่เคยเป็นประเทศราชคืนมาหรือคลั่งชาติแต่อย่างใด ซึ่งก็อาจมีปนอยู่บ้างแต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก หรือแม้แต่ใช้ในการต่อสู้ให้ผ่านพ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และในช่วงสงครามเย็นที่คุณธงชัยก็เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การต่อสู้ด้วยเช่นกัน

สังคมโลกตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เราคงหนีไม่พ้นสังคมที่ต้องมีผู้นำและผู้ตามไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรถึงจะได้ผู้นำที่ดี กล้าหาญและเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริงต่างหากที่สำคัญกว่า ที่จะเป็นประชาธิปไตยอย่างฝรั่งหรือไม่ ถ้าอยากได้สังคมที่ไม่ต้องมีผู้นำ มีแต่ความเสมอภาคเท่ากันทุกคนรู้หน้าที่ มีคุณธรรมสูงส่ง มีความอยากในกิเลสไม่มาก เห็นใจซึ่งกันและกัน มีอัตตาน้อยๆ คงต้องรอให้พระศรีอารยมาเกิด หรือไม่ก็ต้องไปเกิดในระบบสุริยะอื่นๆ แล้วกระมัง

ซึ่งถ้าหากไม่มีผู้นำและผู้ตามที่ดี กล้าหาญและเสียสละอย่างมากมายในอดีตแล้วสยามคงไม่สามารถผ่านพ้นขวากหนามต่างๆ มาได้จนเป็นรูปเป็นร่างเช่นปัจจุบัน บางทีคุณธงชัยอาจไม่ได้เป็นอาจารย์ที่อเมริกา หรือเข้าร่วมต่อสู้ทางความคิด หรือเกิดมาบนแผ่นดินที่เรียกว่าสยามแต่อย่างใด บางทีคุณอาจกำลังต่อสู้ในฐานะของชนกลุ่มน้อยชาวไทใหญ่ มอญ กะเหรี่ยง ว้า ที่กำลังต่อสู้เรียกร้องเอกราชจากพม่าก็เป็นได้นะครับ

และสุดท้ายผมก็ไม่เห็นว่าในปัจจุบันจะมีการโหมปั่นกระแสชาตินิยมเพื่อยึดดินแดนที่เคยครอบครองคืนแต่อย่างใด (หรืออาจจะมีแต่เชื่อว่าไม่ได้เป็นกระแสหลักอย่างแน่นอน) เราหลายๆ คนที่เกิดหลังคุณธงชัยในยุคสงครามเย็นก่อนเวียดนามใต้แตกก็ยอมรับในกติกาที่ฝรั่งต่างชาติเป็นผู้เขียนกำหนดขึ้นเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ มีเท่าไรก็เท่านั้นกฎกติกาสากลว่าอย่างไรก็ไปตามนั้น ใครก้าวล้ำเส้นตามกติกานี้เราก็มีหน้าที่ปกป้องบ้านของเราก็มีเท่านั้น ไม่ใช่พวกบ้าสงครามทั้งนั้น และจะเป็นประวัติศาสตร์หลอกไพร่ไปตายแทนอย่างที่คุณธงชัยจั่วหัวเอาไว้หรือไม่ก็คิดเอาเองครับ[/quote]

ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นการโต้เถียง/โต้แย้งกัน โดยการตีความหมายของคำว่า "การครอบครองดินแดน" ไม่ตรงกัน ผมมองว่าอาจารย์ธงชัยคงหมายถึงในอดีตเขาไม่มาเถียงกันเรื่องที่ดินชายแดน หนึ่งตารางกิโลเมตร เป็นของใคร เพราะที่ดินมากมายกว้างใหญ๋ไพศาล อยุธยามีอาณาเขตไปถึงเทือกเขาลูกไหนยังไม่รู้เลย แน่นอนถ้าแปลว่าการครอบครองดินแดนทั้งหมด สังคมยุคอาณาจักร ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากมาย ถึงขั้นคิดจะไปรุกรานดินแดนของอาณาจักรอื่นมาเป็นของตน ซึ่งความคิดอย่างนี้ไม่ควรมีแล้วในปัจจุบัน ดินแดนของประเทศตัวเองยังดูแลไม่ครบถ้วน จะไปเอาดินแดนคนอื่นมาดูแลเพิ่มขึ้นทำไม ผมว่าสาระสำคัญในบทความของธงชัย อยู่ที่คำถามว่าที่พูดว่าเสียดินแดนนั้นมันมีมูลความจริงเพียงใด หรือมันเป็นเพียงวาทกรรมที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม

เรียน

เรียน อาจารย์คนหนึ่ง

อันที่จริงคนบ้านนอกอย่างผมคงไม่ต้องเขียนโต้แย้งให้ยืดยาว โดยเฉพาะในประเด็นที่อาจารย์ธงชัยขับเน้นย้ำอย่างเด่นชัด เพื่อให้เกิดน้ำหนักมากพอที่จะเป็นเหตุให้เกิดผลที่สมน้ำสมเนื้อกัน จนเรียกได้เนียนๆ ว่าเป็นการสร้างกระแสชาตินิยมแบบเจ้าพ่อใหญ่ข้ามยุคข้ามสมัยและเป็นเฉพาะสยามเท่านั้น จริงๆ ลำพังแค่อาจารย์ธงชัยโยนคำถามสยามเสียดินแดนจริงหรือ หรือเป็นวาทกรรมเพื่อสร้างให้เกิดกระแสขัดแย้งเท่านั้น ก็ไม่ต้องถึงกับยกประเด็นเข้าใจผิดต่างๆ และเน้นอย่างมากกับการสร้างกระแสชาตินิยมแบบเจ้าพ่อใหญ่แต่อย่างใด ทำไมต้องจั่วหัวว่า เสียดินแดนเป็นประวัติศาสตร์หลอกไพร่ไปตายแทน

ถึงแม้จะเขียนเตือนถึงใครบางกลุ่มที่อาจารย์มองว่ากำลังชักชวนให้เกิดกระแสชาตินิยมอย่างผิดๆ ก็ตาม
ผมอ่านงานเขียนของอาจารย์ธงชัยหลายเรื่อง และด้วยความรู้สึกว่าอาจารย์เขียนด้วยศัพท์ที่นักวิชาการชอบใช้คือ “ย้อนแยง” เหมือนอาจารย์มีปมใหญ่ในอดีตที่ยังสางไม่ออก และจะเขียนแทรกใส่หรือตั้งธงพยายามโยงกับปมนั้นในบทความหลายๆ ครั้ง อาจารย์อาจจะมี (หรือผมเข้าใจผิดก็ขออภัย) ปมเด่นใดๆ ที่ยังค้างคาในใจมานาน ผมไม่สนใจเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อเขียนเผยแพร่ในฐานะอาจารย์ก็ควรกดปมอันนั้นไว้ก่อน ถ้าจะเขียนก็ให้มันตรงไปตรงมา เช่น สยามไม่เคยเสียดินแดน เพราะอะไรว่าไป แต่ไม่ใช่พยายามโยงว่าเป็นประวัติศาสตร์หลอกไพร่ไปตายแทน หรือถ้าคิดอย่างไรก็กล้าเขียนแนวตัวเองออกไปเลย ผมยังจะเคารพในความคิดมากกว่า

ด้วยความนับถือ
สุพัฒน์