ชาวบ้านบ่อแก้วถึง กทม.แล้ว ตั้งเต็นท์ชุมนุมหน้า อ.อ.ป.-กรรมการปฏิรูปเข้ารับฟังปัญหา

เกษตรผู้ประสบปัญหาที่ดินทำกินจากภาคอีสานแห่เข้ากรุงฯ ชุมนุมจี้รัฐบาลแก้ปัญหาข้อพิพาท พร้อมเสนอยุบ อ.อ.ป.ทิ้ง ช่วงบ่ายจัดพิธีกรรมส่งวิญญาณ อ.อ.ป.-ช่วงเย็นกรรมการปฏิรูปเข้ารับฟังกรณีความเดือดร้อน

 
 
 
 
 
วันนี้ (9 ก.พ.54) ชาวชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มชาวบ้านผู้เดือดร้อน จากกรณีองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ปลูกสร้างสวนป่าคอนสารทับที่ดินทำกิน พร้อมกลุ่มผู้ประสบความปัญหาที่ดินทำกินจากจังหวัดในภาคอีสาน อาทิ ชัยภูมิ, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด, ยโสธร และบุรีรัมย์ ราว 200 คน ได้ปักหลักชุมนุมกันที่บริเวณหน้าสำนักงานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หลังจากได้ทำกิจกรรม “เดินเท้าทางไกล : ค้นหาความเป็นธรรม จากบ่อแก้วถึงกรุงเทพฯ” มาตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 3 ก.พ.54 และได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
 
เมื่อช่วงเช้าวันนี้ กลุ่มผู้เดือดร้อนจากกรณีสวนป่าคอนสาร จ.ชัยภูมิ และกรณีสวนป่าพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายแพทย์ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย เพื่อให้ร่วมผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาจากการที่ อ.อ.ป.ประกาศพื้นที่สวนป่าปลูกต้นยูคาลิปตัสทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้านโดย ด่วน เนื่องจากในขณะนี้ชาวบ้านกำลังจะถูกศาลบังคับคดีให้ออกจากพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถทำอยู่ทำกินในพื้นที่ ขณะที่ตัวแทนจากชาวบ้านผู้เดือนร้อนอีกส่วนหนึ่งได้เข้าร่วมประชุมว่าด้วย เรื่องการจัดทำโฉนดชุมชนที่รัฐสภา เพื่อเสนอให้นำพื้นที่กรณีพิพาทสวนป่าคอนสาร 1,500 ไร่มาจัดสรรให้ชาวบ้านทำ กินในรูปแบบโฉนดชุมชน
 
ส่วนที่บริเวณหน้าองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. กลุ่มชาวบ้านได้ทำการประกอบพิธีกรรมส่งดวงวิญญาณ อ.อ.ป. โดยมีการอ่านประวัติของ อ.อ.ป. ระบุไม่เคยประกอบคุณงามความดีอะไรเลย มีแต่สิ่งชั่วร้าย และได้พยายามขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ จากนั้นได้ทำการฝังกลบดวงวิญญาณ ไม่ให้ผุดไม่ให้เกิด ทั้งนี้ ขณะทำพิธีกรรมผู้ชุมนุมได้ร่วมกันส่งเสียงโห่ร้องเป็นระยะ
 
นอกจากนั้น ยังมีการอ่านคำประกาศเจตนารมณ์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาและมีความกล้าหาญในการตัดสินใจยุบ อ.อ.ป.ด้วยเหตุผลว่าไม่มีความจำเป็นต่อสังคมไทยอีกต่อไป เพราะการปลูกสร้างสวนป่าเพื่อตัดขายของ อ.อ.ป.ไม่สามารถสร้างก่อให้เกิดรายได้ให้กับรัฐ ตรงข้ามกลับทำให้รัฐประสบภาวะขาดทุน และต้องนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้เพื่อโอบอุ้มปีละหลายพันล้านบาท อีกทั้งการส่งเสริมให้ปลูยูคาลิปตัสของ อ.อ.ป.ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งนี้ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ ยืนยันจะเคลื่อนไหวทุกวิถีทาง เพื่อให้ยุบ อ.อ.ป.และนำพื้นที่มาจัดสรรให้กับชุมชนภายใต้รูปแบบโฉนดชุมชน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ประธานอนุกรรมการปฏิรูป ระบบการจัดการที่ดิน ฐานทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและน้ำ ในคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) และ นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และกรรมการสมัชชาปฏิรูป เดินทางมารับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในบริเวณพื้นที่ชุมนุม อีกทั้งยังมีเครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย หรือกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น ที่ชุมนุมอยู่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาก่อนหน้านี้ได้เดินทางมาให้กำลังใจด้วย
 
ทั้งนี้ นอกจากกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินกับ อ.อ.ป.แล้ว กลุ่มผู้ชุมชุมนุมยังประกอบด้วยชาวบ้านจากหลากหลายกรณีปัญหา เช่น การปลูกสวนป่ายูคาลิปตัสทับที่ดินทำกิน, ที่สาธารณะทับที่ทำกิน และสวนป่าหมดสัญญาเช่า ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้รวมกลุ่มต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม แต่กลับถูกหน่วยงานของรัฐใช้มาตรการทางกฎหมายฟ้องขับไล่ให้ออกจากพื้นที่
 
000
 
 
บันทึกการเดินเท้าทางไกลจากชุมชนบ่อแก้ว – อ.อ.ป.
วันที่  ๓ – ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
 
สืบเนื่องจากผู้เดือดร้อนจากกรณีพิพาทสวนป่าคอนสาร จังหวัดชัยภูมิและ สวนป่าพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ได้ออกเดินเท้าทางไกลเพื่อตามหาความเป็นธรรม ตั้งแต่ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔จนถึงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ซึ่งได้ออกเดินทางผ่านอำเภอชุมแพ ไปที่จังหวัดชัยภูมิโดยมีเครือข่ายพี่น้อง ชาวอำเภอจัตุรัสมาต้อนรับและส่งกำลังใจในการเดินทางโดยการสมทบข้าวสารและ อาหารแห้งต่างๆ
 
หลังจากนั้นได้เดินทางไปปักหลักพักที่จังหวัดนครราชสีมา ๒ คืน ในการนี้ทางเครือข่ายผู้เดือดร้อนจากสวนป่าพิบูลมังสาหาร จังหวัด อุบลราชธานี และเครือข่ายผู้เดือดร้อนจากกรณีพิพาทป่าดงใหญ่ อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางมาร่วมสมบทประมาณ ๑๐๐ คน
 
ในตอนเช้าของวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ได้มีการรณรงค์รอบเมืองและหน้าสำนักงานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ซึ่งมีการประกอบพิธีฌาปนกิจองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้โดยการเผาโลงศพ และหุ่นฟางเพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
 
จากนั้นเดินทางไปที่จังหวัดสระบุรีโดยมีเครือข่าวพี่น้องชาวจังหวัด สระบุรีให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นซึ่งตลอดเส้นทางที่ได้เดินทางผ่านพื้นที่ จังหวัดต่างๆ ได้มีการเดินรณรงค์เพื่อทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการปราศรัย และกระแสตอบรับส่วนใหญ่เป็นไปในทางที่ดี โดยมีการบริจาคเงิน สิ่งของ และอาหารต่างๆ ในการเดินทางด้วย
 
วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เครือข่ายผู้เดือดร้อนได้เคลื่อนขบวนมาถึงกรุงเทพมหานคร เวลา ประมาณ ๑๕.๐๐ น. โดยมีการปักหลักที่หน้าองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) โดยมีเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยและเครือข่ายสลัม ๔ ภาค รอให้การต้อนรับ
 
ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ พี่น้องเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเดินทางมา สมทบอีกจำนวนหนึ่ง และในบ่ายวันเดียวกันจะมีการประกอบพิธีกรรมและมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ด้วย
 
 
 
 
คำประกาศเจตนารมณ์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน
 
นับเวลากว่า ๖๔ ปี ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ได้กำเนิดขึ้นในสังคมภายหลังการสิ้นอายุการ สัมปทาน องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่หลักในการทำไม้ในเขตสัมปทาน การประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมป่าไม้ รวมทั้งการปลูกสร้างสวนป่า
 
การดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ผ่าน มา ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะการปลูกสร้างสวนป่า ที่ดำเนินการในพื้นที่ชาวบ้าน โดยขับไล่ชาวบ้านออกจากที่ดินทำกิน และใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ในการจับกุมดำเนินคดี เพื่อยึดที่ดินปลูกยูคาลิปตัส รวมทั้งทำลายป่าธรรมชาติ การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้ชาวบ้านไร้ที่ดินทำกิน บ้านแตก สาแหรกขาด วิถีชุมชนล่มสลาย ต้องอพยพแรงงานต่างถิ่น ก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา
 
ด้านระบบนิเวศ ยูคาลิปตัสที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้นำมาปลูกได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดความแห้งแล้ง ไม่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้ชุมชนขาดความมั่นคงทางอาหารซึ่งปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาสภาพ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เกิดปัญหาภัยพิบัติเช่น น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม ชายฝั่งถูกกัดเซาะ เนื่องมาจากสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือทรัพยากรป่าไม้เหลือน้อย ในขณะที่สังคมกำลังรณรงค์การปลูกและรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ เครือข่ายฯ จึงมีความเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้มาดำเนินการอีก ต่อไป
 
นอกจากนี้การเข้ามาดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าเพื่อตัดขายของ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ไม่สามารถสร้างก่อให้เกิดรายได้ให้กับรัฐ ตรงข้ามกลับทำให้รัฐประสบภาวะขาดทุน และต้องนำเงินภาษีของประชาชน มาใช้เพื่อโอบอุ้มหน่วยงานองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ปีละหลายพันล้านบาท
 
ดังนั้นเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยจึงเรียกร้องให้ รัฐบาลพิจารณาและมีความกล้าหาญในการตัดสินใจยุบองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เพราะไม่มีความจำเป็นต่อสังคมไทยอีกต่อไป เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยยืนยันจะเคลื่อนไหวทุกวิถีทาง เพื่อให้ยุบองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และนำพื้นที่มาจัดสรรให้กับชุมชนภายใต้รูปแบบโฉนดชุมชนต่อไป
 
ด้วยจิตคารวะ