กบส. เล็งให้เอกชนเข้าประกวดราคาสร้างทางรถไฟความเร็วสูง 3 เส้นทาง

“คณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและการบริการของประเทศ” เล็งเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาประกวดราคาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 3 สาย กรุงเทพ-เชียงใหม่ กรุงเทพ-ระยอง และ กรุงเทพ-อุบล เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) ครั้งที่ 2/2554 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหนึ่งในหัวข้อซึ่งที่ประชุมมีการพิจารณา คือโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ - ระยอง โดยที่ประชุมมีความเห็น ดังนี้ หนึ่ง การพัฒนารถไฟความเร็วสูงนอกจากเส้นทางที่ได้มีการหารือร่วมกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเบื้องต้นใน สอง เส้นทางแล้ว เห็นควรให้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนจากทุกประเทศสามารถเข้ามาประกวดราคาในการร่วมดำเนินโครงการในเส้นทางที่เหลือทั้งหมดได้แก่ กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ กรุงเทพฯ - ระยอง และกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี สอง สำหรับขอบเขตการดำเนินงานนั้น การพัฒนารถไฟความเร็วสูงที่มากกว่า 250 กม. ต่อ ชม. ในต่างประเทศจะใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสารเพียงอย่างเดียว ซึ่งในประเทศไทยการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงที่จะดำเนินการในอนาคตอาจต้องพิจารณาให้สามารถใช้กับการขนส่งสินค้าด้วย เพื่อให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่ามากขึ้น โดยอาจต้องมีการออกแบบความเร็วในการให้บริการที่เหมาะสม รวมทั้งแนวเส้นทางที่จะดำเนินการด้วย สาม ในกรณีที่จะให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการควรจะต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องที่ดินที่จะต้องใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างให้แล้วเสร็จโดยเฉพาะในเส้นทางที่เขตทางรถไฟไม่เพียงพอ และต้องทำการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม เพื่อป้องกันความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่ให้แก่เอกชนที่เข้าร่วมลงทุน ขณะเดียวกันที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินการจัดทำการทดสอบความสนใจภาคเอกชน (Market Sounding) ภายใต้โครงการรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพฯ - ระยอง และกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในรูปแบบ Public Private Partnerships โดยเห็นควรให้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนจากทุกประเทศสามารถเข้ามาประกวดราคาในการร่วมดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ กรุงเทพฯ - ระยอง และกรุงเทพฯ - อุบลราชธานี พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม รับไปศึกษาความเป็นไปได้โครงการ (Feasibility Study) ในการพัฒนาเส้นทางเพื่อการขนส่งสินค้าด้วยรวมทั้งควรศึกษาถึงความเหมาะสมของกำหนดเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายเส้นทางกรุงเทพฯ - ระยองไปจนถึงจังหวัดตราด เพื่อรองรับการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าชายแดน รวมทั้งศึกษาความเหมาะสมของโครงสร้างการบริหารจัดการระบบรถไฟความเร็วสูงของประเทศ และการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบที่เหมาะสมก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ที่มา: เว็บไซต์นายกรัฐมนตรีไทย

Comments

"ซึ่งในประเทศไทยการพัฒนาระบบร

"ซึ่งในประเทศไทยการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงที่จะดำเนินการในอนาคตอาจต้องพิจารณาให้สามารถใช้กับการขนส่งสินค้าด้วย เพื่อให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่ามากขึ้น”

ควรแยกทางรถไฟขนคนกับขนส่งออกจากกัน

ขนสินค้าส่วนใหญ่เน้นน้ำหนักบรรทุก เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่อหน่วยบรรทุกเมื่อเทียบกับพลังงานที่ใช้
ปัจจัยความเร็วเป็นปัจจัยรอง

ซึ่งระบบรางสำหรับรถไฟความเร็วสูงจะออกแบบให้รองรับน้ำหนักบรรทุกสำหรับผู้โดยสาร ไม่ใช้สินค้าหนักๆ
ตัวตู้รถไฟ ก็จะเน้นให้มีน้ำหนักเบาลู่ลม ลดแรงเสียดทาน

แต่รถไฟความเร็วสุงก็ใช้ขนส่งสินค้ามูลค่าสูงได้ด้วย เช่นอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกซ์ ที่มีน้ำหนักเบา และอยู่ใน
logistic แบบ just in time ซึ่งเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ

การเอาความต้องการในการขนส่ง มาอยู่ร่วมกันบนระบบรางเดียวกัน จะส่งผลให้เกิดปัญหาในเชิงจัดการ
หลาย ๆ อย่าง การบำรุงรักษา และยังจะเกิดความไม่คุ้มค่าอันเกิดจากระบบลักลั่นกัน ในระยะยาว

แอร์พอร์ทลิ้ง ของ

แอร์พอร์ทลิ้ง

ของ รฟท

ไม่มีเวลาเข้า

ไม่มีเวลาออ

ถึงเมื่อไร

ค่อยขึ้น

ถึงเมื่อไร

ค่อยลง

นี่แหละรถความเร็วสูง

รฟท. ขอให้เข้าตรงเวลา

ทำได้ไหมครับ

ความเร็วสูงทำให้ใครครับ

ไม่มีคนขอสักหน่อย

ชาวบ้านเขาขอให้มีน้ำใช้เวลาแล้ง

น้ำไม่ท่วมเวลาฝนมา

เขาไม่ได้ขอถุงยังชีพโว้ย

ฟังรู้เรื่องหรือเปล่า

ไอ้ปากพร่อยนกขุนทอง

แอร์พอรต์ลิ้งจะเน่าแล้วเพราะ

แอร์พอรต์ลิ้งจะเน่าแล้วเพราะ รฟท.ไม่มีงบประมาณในการซื้ออุปกรณ์ และอะไหล่บำรุงรักษาฟังแล้่วน่าตกใจไหมกับบลงทุนกว่าสามหมื่นล้านบาทในการสร้างระบบราง และสถานีต่างๆ แต่นี้เป็นเรื่องจริง ตอนนี้กำลังเปิดประมูลให้บริษัทต่างชาติมาเช่าบริหารกิจการ รฟท.ที่บริหารรถไฟมากี่สิบปีแล้วแค่รถไฟธรรมดาก็ไม่เคยมีกำไร บอร์ดบริหารควรพิจารณาใหม่ได้แล้ว