ใต้เท้าขอรับ: ความขัดแย้งของคนเสื้อแดง ข่าวใหม่ตรงไหน?

มันน่าแปลกใจตรงไหนหรือ? ที่เห็นแกนนำคนเสื้อแดงแตกกัน สำหรับผม มันน่าแปลกใจมากกว่าว่า ทำไมสื่อเพิ่งจะเห็น หรือพูดให้ตรงขึ้นก็ต้องบอกว่า ทำไมสื่อจึงเพิ่งมานำเสนอข่าวความขัดแย้งนี้ในห้วงเวลาที่นักการเมืองผู้ได้รับการเลือกตั้งกำลังวิ่งฝุ่นตลบเพื่อเขยิบจุดประสงค์ของการลงเลือกตั้งจากการเป็น ส.ส. ไปสู่การมีบทบาทด้านการบริหารในตำแหน่งรัฐมนตรี หากเป็นอาการที่ “เพิ่งจะมาเห็น” อาการนี้ก็ย่อมสะท้อนว่า สื่อเองไม่ได้มีความเข้าใจขบวนการคนเสื้อแดง ขบวนการประชาชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัยเลย!! ซึ่งผมไม่เชื่อ หากรู้อยู่แล้ว แต่เพิ่งจะเลือกมานำเสนอในห้วงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่แทบไม่เคยเสนอเลย ไม่เคยสนใจความเป็นไปขบวนการเสื้อแดง ก็น่าสงสัยว่า จะเป็นไปเพื่อประโยชน์อันใด เป็นเครื่องมือของนักการเมืองอาชีพกลุ่มไหน หรือเกรงกลัวบทบาทของคนเสื้อแดงที่มีอิทธิพลสูงขึ้นเรื่อยๆ ในพรรคเพื่อไทย ในการเคลื่อนไหวเดือนเมษายน 2552 ซึ่งถือกันว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อกดดันครั้งใหญ่ครั้งแรกของคนเสื้อแดงที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้นั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เกิดขึ้นจากความไร้เอกภาพของการเคลื่อนไหวนี่เอง เพราะในขณะที่แกนนำ นปช. ซึ่งนำโดยวีระ มุสิกพงศ์ ยืนยันจะปักหลักยืดเยื้อบริเวณทำเนียบรัฐบาล มวลชนและแกนนำส่วนหนึ่งที่ต้องแบกความรับผิดชอบต้นทุนการชุมนุมอันมหาศาล ประกอบกับเชื่อมั่นในจำนวนมวลชนอันไพศาลที่แห่แหนมาร่วมชุมนุม และเลือกที่จะดำเนินแนวทางเผด็จศึกด้วยการรุกกดดัน เคลื่อนขบวนไปปิดถนนเพื่อกดดันรัฐบาลทั่ว กทม. เปิดช่องให้รัฐบาลใช้อ้างเป็นเหตุผลตอบโต้ ด้วยการประกาศให้เป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมไปสู่การสลายการชุมนุมในที่สุด พูดง่ายๆ ความไม่ลงรอยของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นมีมาตั้งแต่เริ่มอยู่แล้ว และถูกบีบให้สู้ร่วมกัน และได้พัฒนาจนเกิดโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับรองรับธรรมชาติของกลุ่มคนเสื้อแดงร้อยพ่อพันแม่ที่ตื่นตัวขึ้นมาแบบท่วมท้นหลายล้านคนพร้อมๆ กัน หรือพูดอีกแบบหนึ่งก็คือ ขบวนการเสื้อแดงเกิดจากการ ‘กวน’ ไม่ใช่การ ‘ก่อ’ ภายในขบวนการเอง ความขัดแย้งอันเป็นธรรมชาตินี้ ไม่ใช่จำกัดวงเฉพาะแกนนำที่ปรากฏนามบนหน้าสื่อเท่านั้น แม้แต่ ‘แดง’ ตามตรอกซอกซอย ความไม่ลงรอยในแนวทางการต่อสู้ก็มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ มีปัญหาตั้งแต่เรื่องยุทธศาสตร์ยุทธวิธีไปจนกระทั่งเรื่องกิจกรรมการเคลื่อนไหว จะวิชาการ จะวัฒนธรรม จะนักวิชาการ หรือจะศิลปิน จะแนวไหน สไตล์ใคร จะลูกทุ่ง หรือจะเพลงเพื่อชีวิต ไปจนถึงวิธีระดมทุน ว่าจะจัดผ้าป่าหรือจะจัดโต๊ะจีน ภายใต้ธรรมชาติและความขัดแย้งนี้ อย่าลืมนะครับว่า เพียงปีเดียว คนเสื้อแดงก็พิสูจน์ให้เห็นถึงการปราบไม่หมด ฆ่าไม่ตาย ยุให้แตกก็ไม่ได้ (เพราะแตกอยู่แล้ว) ถามว่าความไร้เอกภาพนั้นยังคงมีอยู่หรือไม่ ก็เมื่อมันเป็นธรรมชาติ มันจะหายไปได้อย่างไร และก็อย่างที่บอก ภายใต้การต่อสู้ในช่วงหลายปี มันได้ก่อพลวัตรใหม่ในแบบที่ ‘สมบัติ บุญงามอนงค์’ เรียกว่า ‘แกนนอน’ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การไม่เห็นด้วยว่า ใครจำเป็นจะต้องผูกขาดการนำใครไปตลอดทุกกาล ทุกประเด็น สำหรับ ‘มวลชน คนเสื้อแดง ความขัดแย้งแตกแยกของแกนนำที่นำเสนอในหน้าสื่อ อาจจะมีผลเป็นการเสื่อมศรัทธา (ถ้ามีความศรัทธานั้นอยู่ในตัวแกนนำบางคน) แต่สำหรับ ‘ขบวนการเสื้อแดง’ ความขัดแย้งของแกนนำนั้นเป็นปัญหาที่มีน้ำหนักดังขนนก ตราบเท่าที่ปัญหาว่าด้วยความเป็นธรรม ความยุติธรรม ระบบการเมืองสองมาตรฐาน ปัญหาว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นคนที่เหมือนกัน รวมเรียกด้วยคำใหญ่ๆ ว่า ‘ประชาธิปไตย’ ที่มีความหมายมากกว่าการมีการเลือกตั้งนั้น ยังไม่เกิดขึ้นจริง เรื่องราวในแบบที่คนเสื้อแดงถูกกระทำ การถูกสังหาร การถูกนำมาฆ่าซ้ำแบบไม่เคารพกัน ไม่หาความจริง ใส่ร้าย หมิ่นแคลนเพื่อนผู้จากไป หรือการจับคนเสื้อแดงเข้าคุกโดยไม่ได้ประกัน ถูกตีความยัดข้อหาหมิ่นฯ ถูกปฏิบัติไม่เป็นธรรมเพียงเพราะความคิดความเห็นที่ต่าง ถูกกล่าวหาว่าซื้อได้ โง่เขลา ผู้นำพรรคฯที่เขาเลือกถูกดำเนินการสอบสวนเพราะไปผัดหมี่โคราช อยู่กับระบบการเมืองที่สองมาตรฐาน หรือการต้องอยู่กับข่าวสารประเภทที่ว่า แกนนำอยากมีอยากได้ตำแหน่ง นำความขัดแย้งแบบที่ \ไม่เคยเป็นข่าว\" ไม่เคยได้รับความสนใจมาก่อน มาบิวด์มาปั้นเพื่อ \"เป็นข่าว\" ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ขายข่าวธรรมดา หรือด้วยจุดประสงค์ทางการเมือง เหตุการณ์แบบนี้นี่แหละที่จะทำให้ขบวนการเสื้อแดงเติบโตต่อไป อันที่จริง หากสื่อมวลชนรวมทั้งประชาไทเองเสนอความขัดแย้งในขบวนการเสื้อแดงอย่างตรงกับข้อเท็จจริงและตรงไปตรงมา คนไทยกลุ่มหนึ่งอาจจะได้เข้าใจและมองขบวนการเสื้อแดงได้อย่างเป็นจริงในแบบไม่เหมาเข่ง เช่น เผาบ้านเผาเมือง ล้มเจ้า สร้างรัฐไทยใหม่ หรือเพ้อเจ้อเพ้อฝัน เพราะมันอาจจะถูกทุกข้อหรือบางข้อก็ได้ แต่มันผิดแน่นอน ถ้าไปเหมาเข่งนิยามเป้าหมายการต่อสู้ของขบวนการเสื้อแดงแบบนั้น ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่า ผมอยากเห็นคนเสื้อแดงเข้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรี ผมเพียงแต่ทำในสิ่งที่คิดว่าตัวเองสนใจและให้ความสำคัญคือการ “เท่าทันสื่อ” เพราะในทัศนะผม แม้ความปรารถนาจะได้ไปนั่งบริหารประเทศเป็นสิทธิและไม่ใช่เรื่องที่ผิดบาปอะไร แต่คนเสื้อแดงก็ไม่ควรไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี อาจจะยกเว้นอยู่บ้างก็ได้แก่ แกนนำเสื้อแดงที่เป็นนักการเมืองในพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาเลือกเป็นมาตั้งแต่ต้น เป็นนักการเมืองที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ใช่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเพื่อหวังจะได้เป็นนักการเมือง นอกจากนี้ ผมก็ไม่ได้ปรารถนาจะมาปกป้องขบวนการเสื้อแดง ด้วยตระหนักว่า ขบวนการเสื้อแดงในเวลานี้มีภารกิจที่ไกลเกินกว่าใคร กลุ่ม องค์กร หรือสถาบันใดๆ จะบั่นทอนหรือทำลายได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้น คงจะถูกทำลายไปนานแล้ว"

Comments

การแตกแยกทางความคิดย่อมมีในทุ

การแตกแยกทางความคิดย่อมมีในทุกๆกลุ่ม แต่การแตกแยกเพื่อช่วงชิงอำนาจต่างหากที่สื่อเสนอในช่วงนี้ และช่วงต่อไปข้างหน้า ไม่ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จก็ตามการบ่อนแซะอีกฝ่ายหนึ่งย่อมจะเกิดได้ตลอดเวลา คุณชูวัสเขียนได้ถูกต้องที่ว่าคนเสื้อแดงมีความขัดแย้งกันอยู่เป็นธรรมชาติ แต่ในความเห็นของผมนั้น ก่อนหน้านี้เสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายตั้งรับ เพื่อต่อสู้กับประชาธิปัตย์ที่กุมอำนาจรัฐอยู่ การสามัคคีกันเพื่อร่วมต่อสู้ก็ย่อมจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เพราเพื่อความอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย และ นปช.ก็ผสานกลมกลืนกัน แต่ในสถานะการณ์ปัจจุบันที่ชนะการเลือกตั้งมา ความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์และอำนาจ ก็ต้องเกิดขึ้น บรรดา ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยก็ย่อมอยากจะเป็นรัฐมนตรี และเมื่อตำแหน่งมีจำกัด ก็แสดงอาการกีดกันคนเสื้อแดง ในขณะที่คนเสื้อแดงเองก็ถือว่าที่พรรคเพื่อไทยชนะก็เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงเทคะแนนให้ จึงสมควรที่จะได้รับตำแหน่งเป็นบำเหน็จ คลื่นใต้น้ำเหล่านี้สามารถก่อตัวได้ตลอดเวลา ไม่มีทางที่จะจบลงได้ง่ายๆ

ปัญหาต่างที่จะถาโถมเข้ามาเช่นการปลดปล่อยคนเสื้อแดงที่ยังติดคุกอยู่ แน่นอนคนเสื้อแดงย่อมอยากที่จะให้ปลดปล่อยออกมาทุกคน แต่ในขณะที่แต่ละคนรูปคดีก็แตกต่างกันออกไป ฝ่ายที่เป็นรัฐบาลก็ย่อมยากที่จะทำอะไรได้ตามใจความขัดแย้งตรงนี้ก็มีสิทธิที่จะทำให้รัฐบาลคลอนแคลนได้

คนเสื้อแดงที่ทักษิณสั่งได้ย่อมอยู่ในการสั่งการ แต่คนเสื้อแดงอีกหล่ายๆคนที่มีอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตย คนเสื้อแดงที่เป็นฝ่ายซ้ายอกหัก คนเสื้อแดงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสภาพความยากจน และฝันเคลิ้มตามที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ก็ย่อมจะลุกขึ้นมาทวงสิทธิของเขาตามที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง

หลังจากช่วงเวลาแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หมดลง ปัญหาต่างก็จะปทุขึ้น และถึงเวลานั้นย่อมจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ใครที่จริงใจต่อประชาชน

แปลกใจกับทัศนะของชูวัสในเรื่อ

แปลกใจกับทัศนะของชูวัสในเรื่องนี้
ดูเหมือนชูวัสจะทนไม่ได้ที่ฝ่ายเสื้อแดงถูกตรวจสอบโดยสื่อ
ทั้งที่ชูวัสก็รู้ว่าประเด็นแย่งเก้าอี้ สื่อก็เล่นกันมาทุกยุคทุกสมัย
แล้วมันก็เป็นประเด็นที่ปกติธรรมดาเหลือเกิน
เสื้อแดงก็ไม่แตกต่าง ก็เข้าใจว่าชูวัสอยากจะให้เสื้อแดง
มีภาพเป็นคนกินอุดมการณ์ต่างข้าวอย่างใจคิด

แต่ความจริงก็คือความจริงเสื้อแดงมีหลายกลุ่มจริงๆ
อุดมการณ์ก็ต่างกันเขารู้กันมานานแล้ว
และที่ยิ่งรู้กันมานานกว่าก็คือ เสื้อแดงที่ใช้เสื้อแดงเป็นเครื่องมือ
เพื่อเก้าอี้ เพื่ออำนาจ มีอยู่จริง
และจะค่อยๆ เผยตัวออกมา ซึ่งความจริงชูวัสน่าจะดีใจมากกว่า
ที่ความจริงปรากฎ นอกจากจะตั้งความหวังกับเสื้อแดงมากไป จนรับความจริงไม่ได้

เสนอประเด็นได้ดี ขอยืนยัน 2

เสนอประเด็นได้ดี

ขอยืนยัน 2 ประเด็น สืบเนื่องจากการเลือกตั้ง
1). คนเสื้อแดงเติบโตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ --- ไม่อาจระบุได้ได้ว่า จำนวนมากแค่ไหนจากผู้ใช้สิทธิเลือกพรรคเพื่อไทย 15 ล้านเศษ คนเสื้อแดงจุดนี้ผมมองในกรอบของคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมเคลื่อนไหว ที่มีมากในระดับล้านขึ้นไป

2). ยิ่งเคลื่อนไหว ยิ่งเรียนรู้ หากเปิดการสื่อสารให้เป็นอิสระ เกิดวิทยุ/โทรทัศน์อิสระและเสรี การเรียนรู้จะเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างที่ด่านช้าง (เพิ่งไปงานบวชมา) ชาวบ้านเติบโต เรียนรู้ด้วยตัวเอง และขยายตัวกว้างขวาง และเป็นแรงหนุนสำคัญให้พรรคเพื่อไทยแย่งที่นั่งมาจากพรรคชาติไทยพัฒนามา 1 ที่นั่ง

....
พลังก้าวหน้า กำลังบดขยี้ พลังที่ล้าหลัง ใครไม่เกี่ยวถอยไป...

สังคมคนเสื้อแดงส่วนมากแล้ว พื

สังคมคนเสื้อแดงส่วนมากแล้ว
พื้นฐานเป็นชาวบ้านยากไร้ทนอดและอดทน

เบื้องหลังลุกมาร่วมใขบวนการด้วยความรักยุติธรรม รักทักษิณ
พวกเขาหวังว่า รบ.ใหม่จะมีความหวังกับมวลชนระดับล่างเหมือนเขาให้มีโอกาสมากขึ้น ฯลฯ

การถูกวิจารณ์คนส่วนนี้มักทนทุกข์จนชินชามาแล้ว รับการวิจารณ์ย่อมได้
พวกที่รับการวิจารณ์ไม่ได้* ไม่ใช่มวลชนระดับเรียกร้องประชาธิปไตยไทย

....."ด้วยตระหนักว่า

....."ด้วยตระหนักว่า ขบวนการเสื้อแดงในเวลานี้มีภารกิจที่ไกลเกินกว่าใคร กลุ่ม องค์กร หรือสถาบันใดๆ จะบั่นทอนหรือทำลายได้ง่ายๆ "
...อะไรคือ "ภารกิจที่ไกลเกินกว่านั้น" ??? ...

ขอนำเสนอ approach โดย

ขอนำเสนอ approach โดย ชาวบ้านคนไทยยุโรป
เป้าหมายแบ่งปันแด่มิตรคอการเมืองชาวเนต เร่เข้ามาๆๆๆๆ

Harvard Uni หรือแม้แต่ ออกฟอร์ด
ก็ได้ยืนยันว่ามีสอนในมหาลัยของเขา(อันที่จริงนะ)

การเมืองในแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับ Publice Opinion
ระหว่าง สงคราม(สู้กันบรรลัยไปข้าง) หรือ สันติภาพ(ปร๊องด๊อง) แค่นี้เอง..

นั่นคือกลุ่ม conservatives คืออนุรักษ์นิยม
อีกฝ่ายก็พวกเรานี่เองคือกลุ่ม liberal คือผู้้ใฝ่หาการเปลี่ยนไปให้เปลี๋ยนแปล๋ง

เพื่อโอกาสใหม่ๆในสังคม
เพื่อลูกหลานในอนาคต ซึ่งคนจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากหัวเน่า เอ๊ย พวกหัวเก่า หัวใหม่ ยังมีพวกหัวปฏิวัติ (กูค้านแมร่งทุกเรือง)
และพวกหัวปฏิกริยา คือ ฟังการคัดค้านก็ควันออกหูลากรถถังมาจังก้าเอาชนะทุกที

ความเป็นมาของการเมืองไทย ในอดีต
เป็นการเมืองแบบ ถอยเข้าคลองมาตลอด

แต่ถุกอกถูกใจพวกหัวเน่า ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ
มากกว่านั้นกลุ่มปฏิกริยายังเพิ่มบทบาทกำกับ"ให้หลาบจำ" อย่างกรณีราชประสงค์

สรุปว่าแนวอนุรักษ์เข้ารก
แนวปฏิกริยาพาเข้าพง....ไปเรียบร้อย

ทีนี้มาดูกลุ่มแนวปฏิวัติ คศ.นี้ของไทย ....
และ กลุ่มแนว เสรีนิยมอย่างพวกเราบ้าง..

แนว revolutionary ของไทย คศ.นี้เรียกว่า"แดงสยาม"
ซึ่งเราก็รู้จักกันในชื่อ อ.สุรชัย แซ่ด่าน (ซึ่งยังถูกจับขังคุก) เพราะแนวคิดกลุ่มนี้พวกเขาถือว่าสภาวะการเมืองไทยที่เป็นนี้บกพร่องร้ายแรง มุ่งต่อต้านตรงให้เกิดผลอย่างเร่งด่วน

แต่แนวของพวกเรา คือ liberal ให้ความสำคัญกับการศึกษา เช่นมี รร.นปช.ให้ความรู้เผยแพร่ประชาธิปไตย ยกระดับวิธีคิดมวลชนมุ่งสู่การรองรับการเปลี๋ยนไป๋ คือ รัก สันติวิธี ต่อสู้นี้แน่นอน แต่ต้องพร้อมกับการเดินก้าวหน้า

สรุปแล้ว กลุ่มปฏิกริยา...เลวร้ายที่สุด
เพราะพวกนี้แนวคิดสังคมป่าเถื่อนใช้อำนาจโหดแบบบังคับสัตว์ไม่พัฒนา

ในวันเลวคืนร้าย ของประสบหารณ์การเมืองประชาชนล่าสุด
พวกปฏิกริยา มาพบกับกลุ่มทัศนะปฏิวัตแอบแฝงในม๊อบเสื้อแดง ...

ผลคือประชาชนถึงต้องสังเวยไปเกือบร้อยศพ ทั้งไทยเทศ
บาดเจ็บเกินสองพัน พิกลพิการสูญสิ้นอนาคตนับไม่ถ้วนฯลฯ

คนนอกประเทศศึกษาหาสาเหตุ
แต่ที่บ้านป่าเมืองเถื่อนยังเถียงคอเป็นเอ็นยืนกรานข้างตัว ชนิดไม่รู้ อี๋ รู้แอดด จนถึงวันนี้

หลังรู้ผลเลือกตั้ง

หลังรู้ผลเลือกตั้ง ผมติตตามอ่านสื่อ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ - สื่อออนไลน์มากพอสมควร เพราะผมอยู่ในแวดวงที่ต้องติดตามอ่านข้อมูลข่าวสาร เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับธุรกิจของผม

ข่าวความแตกแยกของคนเสื้อแดง ข่าวความขัดแย้งแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรี ผมว่า มันเกิดขึ้น ก็เพราะกลุ่มก้อนต่างๆ ในพรรคเพื่อไทย ก็เพราะหลากหลายกลุ่มที่หล่อหลอมกันในนามคนที่สวมใส่เสื้อแดง บางข่าวก็อ้างแหล่งข่าว บางข่าวก็มีตัวตน มีชื่อ มีนามสกุล ตามด้วยตำแหน่งห้อยท้าย

ผมว่า อย่าโทษสื่อเลยครับ จะสื่อกระแสหลัก จะสื่อทางเลือก หรือสื่ออะไรก็แล้วแต่ ต่างก็ทำหน้าที่ ส่วนจะมีเป้าหมายปลายทางกันอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่รู้อยู่แก่ใจของแต่ละคน

หากคนที่คิดว่า ตัวเองคือสื่อ แล้วละเว้นที่จะทำหน้าที่นำเสนอปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน คือ เลือกที่จะนำเสนอหรือไม่เสนอ โดยเฉพาะหากปราฎการณ์นั้นเป็นข้อเท็จจริง อันนั้นต่างห่างมันน่าอันตรายสำหรับประเทศชาติเราครับ

เป็นเรื่องธรรมดาครับมากมายหลา

เป็นเรื่องธรรมดาครับมากมายหลายกลุ่ม หลายคน หลายความคิด ย่อมมีความแตกต่างเห็นต่าง แต่ทั้งหมดมันคืนด่านที่ต้องพิสูจน์เมื่อผ่านไปแล้ว มันจะเป็นฐานที่มั่นคงยิ่งๆขึ้นไป ไม่ใช่เก็บความเห็นต่างหรือความรู้สึกไว้ใตพรม แล้วใครจะไปรู้เล่าว่าปัญหามันมักหมมอยู่ตรงไหน การเห็นต่างวันนี้คือความแข็งแกร่งในภายหน้าครับ

....เรื่องของคนเสื้อแดงเป็นเร

....เรื่องของคนเสื้อแดงเป็นเรื่องของพวกเราชาวเสื้อแดงยอมรับ และแก้ไขกันเองได้ ไม่ใช่ธุระ ปะปัง ของผู้ที่มีเจตนาแอบแฝงทั้งหลายทั้งปวงจะต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจแทนพวกเรา....อย่าเสือก นั่นแหละ
.....เรื่องของพวกเรา ธุระ ของพวกเรา มันจึงเป็นความภาคภูมิใจที่พวกเราจะต้องหาวิธีเดินหน้า สร้างประชาธิปไตยอย่างถูกต้องมั่นคง ไปด้วยกันเองเท่านั้น จงจำไว้ว่า อีแอบทั้งหลาย พึงได้หุบปากเสีย...อย่าเสือก ...อย่าเสือก...อย่ามาเสือก!!!!!

นาย ไทยแท้!

[quote=นาย ไทยแท้!]....เรื่องของคนเสื้อแดงเป็นเรื่องของพวกเราชาวเสื้อแดงยอมรับ และแก้ไขกันเองได้ ไม่ใช่ธุระ ปะปัง ของผู้ที่มีเจตนาแอบแฝงทั้งหลายทั้งปวงจะต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจแทนพวกเรา....อย่าเสือก นั่นแหละ
.....เรื่องของพวกเรา ธุระ ของพวกเรา มันจึงเป็นความภาคภูมิใจที่พวกเราจะต้องหาวิธีเดินหน้า สร้างประชาธิปไตยอย่างถูกต้องมั่นคง ไปด้วยกันเองเท่านั้น จงจำไว้ว่า อีแอบทั้งหลาย พึงได้หุบปากเสีย...อย่าเสือก ...อย่าเสือก...อย่ามาเสือก!!!!![/quote]

ก็อย่าให้เรื่องมานเล็ดลอดออกมาต่อสาธารณะสิครับ

การที่เพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง

การที่เพื่อไทยชนะการเลือกตั้งคงวัดกระแสเสื้อแดง และ วัดความชอบธรรมในการชุมนุมที่ผ่านมา คงไม่ได้แน่นอน

อาจเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่เกิน 10% ส่วนที่เหลือ น่าจะเป็นเพราะ เพื่อไทยมี สส.เก่า สายอิสาน และ เหนือ เป็นจำนวนมาก

และกระแสนายกหญิง บวกกับ เบื่อรัฐบาล มากกว่า ด้วยความหวังดีนะ ขอให้เสื้อแดงอย่าหลงตัวเองว่า มีส่วนช่วย

ให้เพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และคิดว่าพวกคุณคงหมดหน้าที่แล้ว เพราะคุณมีหน้าที่ ดิสเครดิต ประชาธิปัตย์ มากกว่า

เพราะแกนนำหลักจริงๆ มีผลประโยชน์แอบแฝงแน่ๆ ดูไปนานๆแล้วจะรู้ว่า สู้แล้วรวย มีจริง

ชูวัสกล่าวท้ายคอลัมน์

ชูวัสกล่าวท้ายคอลัมน์ "นอกจากนี้ ผมก็ไม่ได้ปรารถนาจะมาปกป้องขบวนการเสื้อแดง ด้วยตระหนักว่า ขบวนการเสื้อแดงในเวลานี้มีภารกิจที่ไกลเกินกว่าใคร กลุ่ม องค์กร หรือสถาบันใดๆ จะบั่นทอนหรือทำลายได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้น คงจะถูกทำลายไปนานแล้ว"

- ให้พิจารณากันเองก็แล้วกันคนเขียนคอลัมน์นี้ไม่ประสงค์แบบประสงค์อะไร ม็อบถ้าไม่มีเงินก็ยากจะเคลื่อนไหว เพราะมวลชนต้องกินข้าว ต้องนั่งขี้
- สู้แล้วรวย แถมอาจได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีด้วย แกนนำถึงได้สู้ยิบตา
- ที่แตกกันเพราะแกนนำแท็กซี่อยูในปาร์ตี้ลิสต์ที่ลำดับ 72 นพ.แสง ๆ อะไรนั่นน่ะ ก็ลำดับ 83 แล้วก็วืดไม่ได้เป็น สส.แต่หมอเหวงอยู่อันดับต้น ๆ ทั้งที่แกนนำแท็กซี่ต่อสู้มาก่อนตั้งนาน ตั้งแต่หมอเหวงไปด่าทักษิณที่เวทีพันธมิตร แต่เพราะหมอเหวงมีเมียเป็น หน.นปช. ก็เลยอยู่อันดับต้น ๆ เรื่องก็มีแค่เนี้ย แค่แย่งชามข้าว ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย อย่านึกว่าที่ต่อสู้กันเนี่ยมันกินอุดมการณ์กันนะ

- แล้วจะได้เห็นคนใส่เสื้อ "ไพร่" แล้วมีสายสะพายคาด ถ้าขึ้นเวทีปราศัยแล้วไม่ใส่เสื้อไพร่อีกคือของปลอม แต่ถ้าใส่เสื้อไพร่ขึ้นเวทีอีกก็ของปลอม เพราะ สส.มันมีสายสะพาย เพราะคนจะมีสองสถานะไม่ได้ อยู่อีกที่หนึ่งใส่สายสะพาย อยู่อีกที่หนึ่งใส่เสื้อไพร่ แสดงว่าไอ้นี่ตอแหล หลอกมวลชน เหยียบบ่ามวลชนไปมีอำนาจ
- คุณชูวัสอย่าไปจินตนาการมากเลย มันก็แค่พื้น ๆ ทั้งนั้น

ชูวัส ครับ

ชูวัส ครับ ทำงานด้านบริหารสื่ออย่างเดียวเถิด ครับ

อย่าริอ่านมาทำหน้าที่ "วิเคราะห์วิจารณ์" อะไรเลย

อ่านแล้ว ความสามารถแค่ ยกหางเชียร์ เท่านั้น

เขียนบทความทีไร ถูกสอย ตลอด...

Great site! You can find

Great site! You can find

Great site! You can find

Great site! You can find

ทุกวงการต้องมีการขัดแย้งกันบ้

ทุกวงการต้องมีการขัดแย้งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เหมือน นักการเมืองก็ต้องมีฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าบอกเป็นเรื่องแตกแยกละก็ ประเทศคงต้องแตกแยกไปนานแล้วตั้งแต่ ปี2475 แล้วครับท่านพี่น้อง

ได้อ่านบาทความของพี่ชูวัสแล้ว

ได้อ่านบาทความของพี่ชูวัสแล้ว น่าเสียดายที่นักสื่อสารมวลชนรุ่นพี่เทพศิรินทร์อย่างพี่ชูวัส จะมีทัศนะที่ลึกในฝ่ายตรงข้าม แต่ตื้นในฝ่ายที่ตัวเองถือหาง
ทำไมเหรอครับ
1การที่พี่ชูวัสทำงานด้านสื่อ แต่กลับมีมุมมอง กับสื่อด้วยกันเองว่าต้องการที่จะขายข่าวอย่างเดียว มันสะท้อนว่า ความเป็นสื่อของพี่ชูวัส ในประชาไทย ก็คงจะเน้นเฉพาะสื่อในเรื่องที่ขายคนเสื้อแดงได้ เพื่อให้ประชาไทยมีที่ยืนเท่านั้น การไม่เคยเป็นนักข่าวภาคสนามอาจจะทำให้ผู้บริหารประชาไทยอย่างพี่ชูวัส มองนักข่าวภาคสนามอย่างตื้นๆเกินไป เหมือนคนเล่นแต่เกมส์วินนิ่งไม่เคยลงสนามเล่นฟุตบอลจริงซักครั้ง
2ความแตกแยกในนปช.มาเสนอช่วงนี้ เป็นเรื่องของนปช. ไม่ใช่คนเสื้อแดงทั้งหมดไม่ทราบพี่ชูวัสรู้เรื่องนปช.ดีแค่ไหน เคยไปเกาะติดทำงานหลังเวทีปราศรัยหรือไม่ รู้จักตัวตนของคนที่เข้ามาร่วมงานกับนปช.บ้างหรือไม่ สมัยเป็นนปก.เคยโผล่หน้าไปทำงานม็อบนี้บ้างหรือไม่ ถ้าไม่เคยเลย ก็เป็นธรรมดาที่พี่ชูวัสจะไม่รู้จักคนเหล่านี้ เอาแต่เชียร์อย่างเดียวจนแทบจะหมดความเป็นสื่อ
การที่สื่อนำเสนอและตรวจสอบองค์กรอย่างนปช.เป็นเรื่องที่พี่ชูวัสยอมรับไม่ได้เชียวหรือ แล้วทำไมเวลานปช.ให้สื่อช่วยตรวจสอบองค์กรฝ่ายตรงข้าม ทำไมถึงยอมรับได้ หรือนปช.ตรวจสอบไม่ได้ ตรวจสอบได้เฉพาะฝ่ายตรงข้ามอย่างนั้นหรือ
3แกนนำนปช.ประกอบไปด้วยนักการเมืองร้อยละ99 เป็นธรรมดา ความขัดแย้งในหมู่นักการเมืองย่อมเป็นเรื่องปรกติ ทำกิจกรรมนักศึกษายังขัดแย้งกัน เมื่อไรที่ผลประโยชน์ลงตัวกัน ก็ร่วมงานกันได้ ที่สำคัญนปช.ก็เป็นองค์กรนำทางการเมืองภาคประชาชน เป็นไปได้หรือ ที่จะไม่มีความขัดแย้งระดับแกนนำบ้างเลย สมัยเวทีราชประสงค์ก็เกิดความขัดแย้งกัน จนนายหัววีระไขก็อกลาออก แต่สุดท้ายทุกคนก็กลับมาร่วมงานจูบปากกันเหมือนเดิม
ครั้งนี้ก็เป็นครั้งใหญ่รอบ 2 ที่แกนนำมีความเห็นไม่ลงรอยกัน สุดท้ายก็ไม่พ้นลงเอยเหมือนเดิม
4เหตุที่สื่อเลือกมานำเสนอในช่วงตั้งรัฐบาล ไม่ใช่เพราะสื่อต้องการรอจังหวะเวลาอะไร แต่การที่มีอดีตแกนนำระดับขึ้นเวทีแถวหน้า มาประกาศไม่ยอมรับรักษาการประธานนปช.และขอให้ลาออก ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการตั้งองค์กรระดับนี้มา (เว้นความขัดแย้งที่ราชประสงค์ก่อนถูกสลายชุมนุม) ในเชิงสื่อเราจึงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญ ดังนั้นถ้าจะถามว่าทำไมต้องมาเสนอช่วงนี้ ก็น่าจะถามคนที่ไปประชุมเสนอให้อ.ธิดาลาออกจะดีกว่า ว่าทำไมมาประชุมช่วงนี้ แน่นอนว่าข่าวฉบับไหนทราบก็ต้องเสนอ แต่ถ้าประชาไทยได้ข่าวอาจไม่เสนอ เพราะเชียร์นปช.จนออกนอกหน้า
5คนเสื้อแดง ก็คือคนเสื้อแดง นปช.ก็คือนปช. พี่ชูวัสต้องแยกให้ออก คนเสือแดงคือมวลชน นปช.คือองค์กรนำ เหมือนองค์กรกิจกรรมนักศึกษา ไม่ใช่นักศึกษาทั้งหมด ไม่ใช่หมายความว่า องค์กรนักศึกษาทะเลาะกันแล้ว นักศึกษาจะต้องเป็นอย่างนั้นทั้งหมด
คนทำหน้าที่บริหารก็ต้องคุยกันทำงานร่วมกัน อาจมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องปรกติ มันก็ไม่ใช่ปัญหาของนักศึกษาที่จะต้องมาเดือดมาร้อน เว้นแต่พ่อยกอย่างพี่ชูวัสเท่านั้น
6แกนนำนปช.บางคนแสนจะใส่ซื่อ ถามนักข่าวว่า ทำไมข่าวดีไม่ได้ลง ข่าวไม่ดีได้ลง โถ ท่านแกนนำ เวลาเสนอข่าวดีท่านอยู่ซะที่ไหน หนีหางจุกตูดออกไปอยู่ต่างประเทศ ช่วงที่คนเสื้อแดงเสียขวัญ ไม่กล้าแม้แต่จะใส่เสื้อแดง ท่านไปอยู่ที่ไหนของโลกนี้ เมื่อสื่อช่วยกันเสนอเรื่องของบก.ลายจุด เวลาเสนอข่าวทางบวกให้ไม่อ่านเพราะแอบไปหลบภัยอยู่ในบ่อนเขมร พอเสนอข่าวทางลบก็มาโวยวาย
แกนนำใสซื่อเหล่านี้ ดีแต่พูดจาอวดเบ่งบนเวที เวลามีภัยก็เผ่นหนีเอาตัวรอด ปล่อยให้มวลชนเจ็บ-ตาย พอเรื่องเงียบก็กลับมาเสวยสุข ท่านยังมีหน้ามาทวงความเป็นธรรมจากสื่ออีกหรือ ท่านคิดว่าคนเสื้อแดงและสื่อมวลชน เขาโง่ลืมเรื่องนี้ได้เชียวหรือ ท่านต่างหากที่โง่
7การทำหน้าที่ของสื่อไม่เหมื่อนกันทั้งหมด สื่อเลือกข้าง สื่อลำเอียงมี แต่สื่อที่เป็นกลางก็มีเหมือนกัน อย่าคิดว่าตัวเองเลือกข้างแล้วทุกคนจะต้องเลือกข้างตามไปด้วย การทำงานของสื่อเขาไม่เอาอารมณ์เป็นหลักเพราะต้องยึดถือความจริง ก่อนหน้าที่นปช.ของพี่ชูวัสจะชนะ สื่อจำนวนหนึ่งร่วมกับนปช.ตรวจสอบรัฐบาลมาโดยตลอด ไม่เคยมาตั้งคำถามเรื่องเงินบริจาคของพวกท่านนับร้อยล้านว่าหายไปไหนหลังการชุมนุม เรื่องนี้ประชาไทยเคยตรวจสอบบ้างมั๊ย พอมาวันนี้ นปช.ถูกตรวจสอบบ้างออกอาการรับไม่ได้เชียวหรือ ทั้งที่เรื่องที่สื่อหยิบขึ้นมาพูดก็เป็นเรื่องจริง
แต่ถ้ายอมรับการตรวจสอบไม่ได้ ท่านก็ไม่ต่างอะไรกับฝ่ายตรงข้ามที่ท่านโจมตีว่าเป็นพวกอำมาตย์ และสื่อในมือของท่านก็ไม่ต่างอะไรกับสื่อเส้นใหญ่ที่พวกท่านโจมตีอยู่ก่อนหน้านี้

สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ จากรุ่นน้องเทพ

ประเทศต้องเดินหน้า

ประเทศต้องเดินหน้า เกลียดพวกอนุรักษ์จารีตเดิมๆชอบดูถูกคนจนคนรากหญ้า

รุ่นน้องเทพ นายแมนมาก

รุ่นน้องเทพ นายแมนมาก มีคนอย่างนี้เยอะๆ ถึงได้ทำให้เสื้อแดง(ประชาธิปไตยมวลชน)แข็งแกร่ง

......ใดๆ ล้วนอนิจจัง....

......ใดๆ ล้วนอนิจจัง.... แต่ขอแสดงความเชื่อมมั่น และชื่นชมว่า พวกเราชาวเสื้อแดง หัวใจประชาธิปไตยทุกคน จะเดินหน้าด้วยสามัคคีกันได้ต่อไป....ต่อไปจนถึงจุดหมายปลายทาง และเฝ้าดูและระแวด ระวัง ปกป้องระบอบประชาธิปไตยของพวกเรา โดยประชาชน เพื่อประชาชน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยทุกคนอย่างแท้จริงตลอดไป.

......ประชาชนทุกคนจะต้องปกป้องประชาธิปไตยของตน จงอย่ายอมให้ผู้หนึ่ง ผู้ใดมาครอบครองและยึดเอาไปชี้นำใดๆได้อีก.

......เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะยึดมั่นในความสามมัคคี เฝ้าระวังภัยทั้งหลายที่จะเข้ามาทำลายมวลชนของเรา ไม่ว่าจากเล่ห์เหลี่ยมใดๆ และจากใคร ?

.....พวกเราทั้งหลาย บัดนี้ได้"ตาสว่าง" กันทั้งหมดแล้ว...ประชาชน จงเจริญ !!!!!!

เรดดดดด

[quote=เรดดดดด]ประเทศต้องเดินหน้า เกลียดพวกอนุรักษ์จารีตเดิมๆชอบดูถูกคนจนคนรากหญ้า[/quote]
เกลียดพวกลืมตีนตัวเอง ประเทศสามารถพัฒนาได้ได้ไม่ต้องล้มล้างของเดิมแต่สามารถพัฒนาอยู่คู่กันไปได้และมีความก้าวหน้าด้วย มีแต่พวกเห็นแก่ตัวเท่านั้นแหละที่คิดแบบนี้ประเทศจะเจริญได้ยังไงเมื่อยังมีคนคิดแบบนี้อยู่มีแต่เสื้อแดงน่ะที่เห็นชอบข่มขู่คุกคามคนเห็นต่าง ไม่ฟังความเห็นของผู้อื่น คิดจะทำอะไรก็ทำ ทำชั่วไม่เคยรับผิดชอบเผาบ้านเผาเมืองยังอ้างว่าไม่ได้ทำ รับฟังแต่แกนนำควายๆ กรอกหูทั้งวันคงจะเจริญกันหรอก อ้อ.....และอย่าคิดว่าคนจนจะเป็นเสื้อแดงกันหมดน่ะถ้าคิดว่าแดงกันหมด แสดงว่าคุณปิดหูปิดตาตัวเองมากไปแล้วออกจากกะลาแล้วรับฟังคนอื่นๆ บ้าง เค้าเกลียดเสื้อแดงกันทั้งประเทศแต่เค้าไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกเกลียดหรอกว่ะ