เคเอฟซีเล็งยื่นศาลแรงงานชี้ขาด กรณี ครส.ให้รับกลับ 3 ลูกจ้าง

 



https://www.facebook.com/kfcth?sk=app_4949752878

หลังจากวานนี้ (29 ก.ย.54) คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยให้บริษัท ยัม เรสเตอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของร้านอาหารเคเอฟซีและพิซซ่าฮัทในประเทศไทย รับพนักงาน 3 คนกลับเข้าทำงาน วันเดียวกัน ในหน้าแฟนเพจของเคเอฟซี ประเทศไทย  หัวข้อเสียงจากเคเอฟซี  เขียนข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แสดงความขอบคุณคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ในความพยายามที่จะหาข้อยุติในประเด็นข้อพิพาทด้านแรงงานระหว่างบริษัทฯกับพนักงาน ทั้งนี้ระบุว่า บริษัทฯ เคารพต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการฯ และพร้อมปฏิบัติตามจนกว่าจะมีคำตัดสินเป็นอย่างอื่นต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กำลังพิจารณานำประเด็นดังกล่าวให้ศาลแรงงานตัดสินชี้ขาด เพื่อให้ได้รับความยุติธรรมที่เที่ยงตรง และเป็นไปตามหลักสากล

ด้านเว็บไซต์วอยซ์เลเบอร์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์แรงงานออนไลน์รายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 22.39 น. ฝ่ายนายจ้างได้ออกประกาศถึงพนักงานทั่วประเทศของบริษัทแจ้งผลวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ และระบุว่า "แม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว แต่ในฐานะที่เป็นบริษัทซึ่งมีความรับผิดชอบ เราเคารพคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามเรายังมั่นใจว่า เรามิได้กระทำอันไม่เป็นธรรมในการเลิกจ้าง แต่เราได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ยังไม่ถือเป็นที่สุดและยังโต้แย้งได้ เราจะเสนอคดีต่อศาลแรงงานเพื่อให้พิจารณาพิพากษายกเลิกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าว"

นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ให้สัมภาษณ์วอยซ์เลเบอร์ต่อกรณีดังกล่าวว่า จากคำสั่งของครส. แสดงถึงความเป็นธรรมต่อลูกจ้าง ที่ได้มีการปฏิบัติการเพื่อร้องขอให้มีการพิจารณารับพนักงานทั้ง 3 คนกลับเข้าทำงาน การกระทำของพนักงานทั้ง 3 เป็นการทำเพื่อปกป้องสิทธิลูกจ้างเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อใคร แต่การที่นายจ้างออกมาประกาศแถลงไม่รับพนักงานทั้ง 3 คนกลับโดยให้เหตุผลเพียงว่าขบวนการทางการของ ครส.ยังถือว่าไม่ถึงที่สุดนั้น แสดงถึงความไม่เคารพต่อกฎหมายแรงงานไทย และยังคงมีแนวคิดที่จะไม่ยอมรับสิทธิขั้นพื้นฐานในการรวมตัวเจรจาต่อรองของลูกจ้าง โดยการใช้ระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยอมรับการจัดตั้งสหภาพที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้แรงงานจะยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ถึงแม้ว่านายจ้างจะใช้ทางศาลเข้ามาทำให้ความยุติธรรมนั้นยาวนานออกไปอีก ก็ยังหวังว่าความยุติธรรมนั้นจะเป็นที่พึ่งของประชาชนและแรงงานไทยต่อไป