ผบ.ตร.ทำคู่มือแนวปฏิบัติด้านการจราจรแจก ตร. - หลังในหลวงรับสั่งลดการปิดถนน

ผบ.ตร. ให้กองสารนิเทศจัดพิมพ์หนังสือคู่มือการปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติด้านการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน (เป็นการส่วนพระองค์) ให้ตำรวจทั่วประเทศมีแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่ง อย่างไรก็ตามไม่รวมกรณีหมายพระราชกรณียกิจ ที่ยังต้องถวายความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจรอย่างเคร่งครัด 

 
2 ก.ค. 55 - มติชนออนไลน์รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แจ้งว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งให้กองสารนิเทศ ตร. ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือคู่มือการปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติในการถวายความสะดวก ด้านการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน (เป็นการส่วนพระองค์) แจกจ่ายข้าราชการตำรวจที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนี้จำนวน 25,000 เล่ม เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศมีแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกันตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่ง
 
หนังสือคู่มืออ้างอิงถึง หนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รส.0001.6/1175 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553 ลงนามโดยนายอาสา สารสิน ราชเลขาธิการ เรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน (เป็นการส่วนพระองค์) ส่งถึง ผบ.ตร. มีใจความว่า "ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราช ปรารภกับราชเลขาธิการเมื่อปี 2544 เรื่องปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่มีขบวนเสด็จฯ หากต้องปิดการจราจรเป็นเวลานานจะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก จึงมีพระราชกระแสรับสั่ง ให้ราชเลขาธิการได้พิจารณาร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ซึ่งได้ดำเนินการจัดทำแนวทางและคู่มือปฏิบัติไว้แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทางภาคสนามเกรงกลัวว่าจะถูกตำหนิและถูกลงโทษนั้น
 
"บัดนี้ราชเลขาธิการให้น้อมรับพระราชกระแสรับสั่งมาอีกครั้ง จึงได้จัดให้มีการพิจารณาร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชองครักษ์ และได้ลงมติเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรม การอำนวยการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน โดยมีราชเลขาธิการเป็นประธานและคณะกรรมการติดตามและประสานงานการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน โดยมี พล.อ.วิเศษ คงอุทัยกุล รองสมุหราชองครักษ์เป็นประธาน "คณะกรรมการอำนวยการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน ได้จัดการประชุมหลายครั้ง และเห็นชอบให้วางนโยบายและแนวทางปฏิบัติ โดยคำนึงถึงการถวายความปลอดภัยเป็นหลัก แต่ให้มีผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนน้อยที่สุด โดยรวมถึงการดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและเครื่องมือเครื่องใช้ที่จะให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สำนัก งานตำรวจแห่งชาตินำไปพิจารณาจัดทำเป็นคู่มือต่อไป
 
"ในการนี้ขอเรียนให้ทราบว่า ราชเลขาธิการได้นำความกราบบังคมทูลฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เรื่องนโยบายและแนวทางปฏิบัติ ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ตลอดทั้งราชเลขานุ การในพระองค์ได้นำความกราบบังคมทูลฯ และกราบทูลพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทราบฝ่าละอองพระบาท และทราบฝ่าพระบาทแล้ว ซึ่งทุกพระองค์ทรงให้ความสำคัญเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน และมีพระราชประสงค์ที่จะให้ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติดำเนินตามข้อเสนอข้างต้น อย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพต่อไป
 
"ดังนั้นคณะกรรมการอำนวยการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนินจึงพิจารณาเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ข้างต้น ขวัญและกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานถวายเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้เห็นชอบที่จะวางหลักเกณฑ์ในการดูแลช่วยเหลือรับผิดชอบให้ผู้ปฏิบัติมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และในกรณีที่การปฏิบัติหน้าที่เป็นผลน่าพอใจจะมีรางวัลเป็นการตอบแทนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจอีกด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบพิจารณาดำเนินการสนองพระราชกระแสในเรื่องดังกล่าวโดยด่วนต่อไปด้วย จักขอบคุณยิ่ง" หนังสือสำนักราชเลขาธิการระบุ
 
ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้บันทึกเทปกล่าวผ่านรายการวิทยุกระจายเสียงในเครือข่ายของศูนย์ผลิตรายการและข่าวสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุม 44 แห่ง ทั่วประเทศ โดยเริ่มออกอากาศเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจกับข้าราชการตำรวจและประชาชนว่า "พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน ซึ่งได้รับผลจากการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน จึงมีพระราชกระแสรับสั่งให้ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการเสด็จพระราช ดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งเป็นการส่วนพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถวายความสะดวก และไม่ต้องปิดถนนเป็นเวลานานเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้รถได้ตามปกติ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า ล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ ข้าราชการตำรวจทุกนาย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมนำไปปฏิบัติตาม พระราชประสงค์ต่อไป"
 
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผู้บังคับการกองสารนิเทศ ในฐานะโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ตร.อยู่ระหว่างดำเนินการจัดพิมพ์คู่มือดังกล่าวจำนวน 25,000 เล่ม ออกแจกจ่ายข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ร่วมด้วย อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมไปถึงฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเอกชนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับรู้ร่วมกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการอำนวยการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนินและตร. ดำเนินการในเรื่องนี้มาเป็นระยะๆ กำหนดทุกประเด็นอย่างละเอียด หลังจากมีการประชุมกัน มาหลายครั้งตั้งแต่มีพระราชกระแสรับสั่ง และออกแนว ทางปฏิบัติไปแล้ว โดยสำนักงานตำรวจเริ่มปฏิบัติแล้ว ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติอาจยังไม่มีความเข้าใจ และยังไม่มีความมั่นใจว่าการปฏิบัตินั้นมีขอบเขตที่เหมาะสมเพียงใด ผบ.ตร. จึงสั่งการให้จัดทำคู่มือ ซึ่งมีภาพประกอบ ทั้งภาพถ่าย และภาพกราฟิกที่อธิบายการปฏิบัติแต่ละกรณีให้ผู้อ่าน หรือผู้ปฏิบัติเข้าใจอย่างถูกต้องชัดเจน ละเอียด คาดว่ากลางเดือนกรกฎาคมจะแจกจ่ายได้ และจะเดินสายไปอบรมทำความเข้าใจ ให้ตรงกันอีกครั้งด้วย
 
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ท่านรองราชเลขาธิการจะพาคณะตำรวจออกเดินสายทำความเข้าใจและชี้แจงแนวทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศด้วย รวมทั้งในห้วงเวลาเดียวกันสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะจัดอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศถึงแนว ทางปฏิบัติต่างๆ ด้วย
 
"ในหนังสือคู่มือจะเขียนแนวทางปฏิบัติด้านการถวายความปลอดภัยอย่างละเอียด วางหลักการเป็นกรอบๆ ไปในกรณีมีขบวนเสด็จฯส่วนพระองค์ ซึ่งไม่ได้รวมถึงกรณีมีหมายพระราชกรณียกิจ ที่ยังคงต้องปฏิบัติการถวายความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจรอย่างเคร่งครัด โดยกรณีเสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์ให้ปฏิบัติตามคู่มือฉบับนี้ เน้นว่าต้องเป็นไปตาม พระราชกระแสรับสั่งและสมพระเกียรติ เช่น ขบวนเสด็จฯส่วนพระองค์ ผ่านเส้นทางคู่ขนานเดิมตำรวจจะปิดถนนทั้งเส้น แต่แนวทางใหม่เปิดให้รถวิ่งทางคู่ขนานปกติ หรืออย่างขบวนเสด็จฯ ผ่านถนนที่ไม่มีเกาะกลาง แนวทางนี้ก็เปิดให้รถสวนได้ แต่ตำรวจต้องดูด้านความปลอดภัย อย่าให้มีการกลับรถหรือเลี้ยวรถ กรณีขบวนเสด็จฯ ผ่านสะพานลอยก็เปิดให้คนข้ามปกติไปก่อน แต่ตอนเสด็จฯ ก็อย่าข้าม ให้อยู่ตรงสะพานเท่านั้น กรณีสะพานกลับรถรูปเกือกม้าก็ให้กลับรถได้ปกติ กรณีทรงพระดำเนินบันไดเลื่อนในห้างสรรพสินค้าก็ให้สวนได้ หรือกรณีเห็นว่ามีปริมาณรถสะสมมากในเส้นทางเสด็จฯ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งระบายรถที่ติดสะสมทันที เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
 
"กรณีมีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าขบวนเสด็จฯในระยะใกล้ให้หยุดรถชิดช่องทางด้านซ้ายและเมื่อขบวนเสด็จฯผ่านไปแล้วอนุญาตให้รถเดินทางต่อไปได้โดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามตำรวจก็ต้องดูเป็นสถานการณ์ไป ทั้งนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนรับรู้ร่วมกัน กองสารนิเทศได้จัดทำสปอตวิทยุประชา สัมพันธ์ออกมา 10 ชุด เป็นบทการสนทนาสั้นๆ เผยแพร่ต่อประชาชนผ่านทางสถานีวิทยุในเครือข่าย ตร.เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรับรู้และเข้าใจตรงกัน เช่น ตำรวจที่มาดูการจราจรถวายความปลอดภัย บอกกับป้าขายของรถเข็นว่าเดี๋ยวนี้มี ขบวนเสด็จฯก็ไม่ต้องเข็นรถหลบเข้าซอยแล้ว สามารถอยู่ได้ตามปกติและยังสามารถเฝ้ารับเสด็จข้างทางได้ด้วย เป็นต้น" โฆษก ตร.กล่าว