มาดูหนังโป๊กัน

หลายวันมานี้ มักนั่งครุ่นคิดอยู่ตลอดว่า ในโลกนี้มักมีอะไรที่แปลกๆอยู่เสมอ ในสังคมนี้บางครั้งแล้วก็มีอะไรให้เราชวนคิดมากทีเดียว ระเบียบ กฎเกณฑ์  อุดมคติ มักจะเดินมาด้วยกันเสมอ สรุปรวมความคิดจึงกล่าวได้ว่า เอาเข้าจริงแล้วเราอยู่ในโลกของความจริงหรือเพียงว่า อยู่ในโลกของอุดมคติกันแน่ ซึ่งคำตอบที่มีต่อตัวเองก็น่าจะบอกได้ว่า “มันอยู่ในโลกของอุดมคติชัดๆ”

มีบางอย่างที่ทำให้ครุ่นคิดตลอดว่า ครั้นกล่าวว่า “มนุษย์นั้นไซร้มักละเมิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา” ก็ยิ่งทำให้ผู้เขียนมานั่งคิดมากกว่าเดิมว่าแล้วอะไรจะเป็นตัวอย่างได้ดีต่อกรอบคิดเหล่านี้ คิดไปคิดมาก็นึกถึงตัวเองนี่แหละที่อะไรเล่าที่เรามักจะละเมิดอยู่ตลอดเวลาเวลาเด็ก ทันใดนั้นความคิดก็หยุดลงตรงที่ “หนังโป๊”

หนังโป๊ หนังเอ็กซ์ การ์ตูนผู้ใหญ่ และอื่นๆ หลากหลายคำที่ใช้เรียกกัน ผู้เขียนลองนึกภาพว่าตั้งแต่เกิดมาสิ่งเหล่านี้มันอยู่คู่กับมนุษย์มานานแสนนาน ไม่ต้องอะไรมากดูขนาดผู้เขียนเองหากมองย้อนแล้วไม่ว่านานแค่ไหนคนก็ยังนิยมหนังโป๊ มากกว่า นิยมการใส่กางเกงขาม้าเป็นแน่ เพราะอย่างน้อยหนังโป๊ก็ไม่มีวันตกยุคเฉกเช่นเดียวกับ กางเกงขาม้าเป็นแน่ ไม่เชื่อคุณลองถามตัวเองดูซิ ?

จากความรู้อันน้อยนิดของผู้เขียนก็อยากจะลองเปิดมุมมองดูซิว่า เหตุใดเราจึงนิยมหนังโป๊ เพราะทั้งที่ความเป็นจริงมันคือ การแสดง และเหตุใดเล่าในสังคมไทยหนังโป๊จึงมีการถ่ายทำที่ห่วยแตกมาก ทั้งด้านเทคนิค และเนื้อหา เมื่อเทียบกับ ต่างประเทศ เหตุใดเล่า ดาราหนังโป๊ไทย จึงมีสถานะทางสังคมที่ต่างจากดาราหนังโป๊ต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา เป็นต้น

ประเด็นแรก ขอกล่าวถึงว่าเพราะเหตุใดคนเราจึงสนใจที่จะดูหนังโป๊มาก ทั้งที่ในความเป็นจริงมันคือการแสดงเท่านั้น ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นการแสดงแต่เราก็ยังสนใจมัน ผมขอยกแนวความคิดของ โรล็องด์ บาร์ตส์ (Roland Barthes) ในหนังสือเรื่อง “มายาคติ” มาอธิบายความซึ่งอาจจะมีบางอย่างที่สามารถนำมาอธิบายได้

โรล็องด์ บาร์ตส์ ได้กล่าวถึงมายาคติที่เกี่ยวกับมวยปล้ำไว้อย่างน่าสนใจก็คือ เกี่ยวกับเรื่อง ความลับของมนุษย์ มนุษย์นั้นมักจะเป็นผู้ที่มีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลาดังคำกล่าวที่ว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ ตามภาษาคนไทย ดังนั้นสิ่งที่มวยปล้ำแสดงก็คือ การตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์นั่นเองที่มักจะอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่เป็นความลับอยู่เสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า “โชคดีที่มีบุญได้เห็น” ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วมันก็คงไม่ต่างอะไรกับ “การดีใจที่ได้เห็นสิ่งที่เป็นความลับ” นั่นเอง

สิ่งที่ โรล็องด์ บาร์ตส์ กล่าวก็คือ บนเวทีมวยปล้ำเราจะรู้ถึงความเคลื่อนไหวทุกสิ่งทุกอย่างของทุกคนบนเวที ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายธรรมะ ฝ่ายอธรรม กรรมการ เป็นต้น ดังนั้นสิ่งนี้มันจึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองได้ดีต่อมนุษย์ เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้เห็นว่า ใครจะทำอะไรใคร ฝ่ายอธรรมบนเวทีกำลังจะทำอะไร ซึ่งเอาเข้าจริงก็เหมือนกับว่า อย่างน้อยที่สุดคุณก็เห็นซึ่งๆหน้าต่อการกระทำของทุกคนบนเวที มากกว่าที่คุณเจอในชีวิตจริงคือ “การแทงข้างหลัง” หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มันไม่มีความลับบนเวทีมวยปล้ำ

ในการนี้ผู้เขียนขอกล่าวย้อนมาถึง หนังโป๊ ซึ่งการอธิบายก็คงใช้หลักเดียวกับเรื่องมวยปล้ำก็คงได้ กล่าวคือ ในสังคมมักบอกเสมอว่า การร่วมเพศ เป็นสิ่งที่เป็นส่วนตัวมากการกระทำก็ต้องอยู่ในที่ที่มิดชิด เช่น คุณคงไม่กล้าที่จะร่วมเพศกันกลางถนนเป็นแน่ เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเรื่องเหล่านี้เป็นความลับ สิ่งที่มันสอดรับกับมนุษย์ก็คือว่า กูอยากรู้  ดังนั้นการแอบดูจึงเป็นสิ่งที่ตามมา เช่นเดียวกับการละเมิดของสองคนผู้เป็นต้นกำเนิดของมนุษย์ตามความคิดทางคริสต์ศาสนา หนังโป๊ก็เช่นเดียวกันในเมื่อความเป็นจริงการร่วมเพศเป็นสิ่งที่เป็นความลับ หนังโป๊ก็จึงเกิดขึ้นเพื่อสนองตอบต่อความอยากรู้ของผู้คนทั่วไป อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เรารู้ว่าในความลับของการร่วมเพศในชีวิตจริงเป็นอย่างไร และมันจึงถูกแสดงให้เราเห็นในหนังโป๊นั่นเอง

จากที่กล่าวไปนั่นคือองค์รวมของการมองหนังโป๊ในสายตาผู้เขียน หากมองถึงรายละเอียดมาอีกนิดก็อาจกล่าวได้ว่า ครั้นเราสนองความอยากรู้อยากเห็นด้วยการดูหนังโป๊แล้วเราสนองต่อเรื่องอะไรบ้างในรายละเอียด ดังจะยกตัวอย่างคร่าวๆดังนี้ เช่น สนองต่อท่วงท่า เป็นสิ่งที่มนุษย์อยากรู้ว่าในความเป็นจริงแล้วการร่วมเพศนั้นมันมีท่วงท่าเป็นอย่างไร มากน้อยแค่ไหน นางเอกสวยๆจะมีท่าทางเป็นเยี่ยงไร เพราะในความเป็นจริงเมื่อผู้ชายส่วนมากเห็นผู้หญิงสวยๆก็มักจะเกิดการจินตนาการ คงไม่ต้องบอกนะว่าเรื่องอะไร ดังนั้นก็จึงสนองต่อประเด็นต่อมาว่า เอาเข้าจริงแล้วคนส่วนมาก (ขอย้ำว่าคนส่วนมาก) ทำไมจึงชอบดูหนังโป๊ที่นางเอกสวยๆ เพราะในชีวิตจริงคุณก็ชอบที่จะมองผู้หญิงสวยๆอยู่แล้ว เช่น ดารา เป็นต้น (ขอย้ำว่าสิ่งที่กล่าวไปขอเน้นในเรื่องของหนังโป๊ชายหญิง ที่ส่วนใหญ่ผู้ชายเกินร้อยละ 90 เคยดู)

ประการต่อมา เป็นสิ่งที่ผู้เขียนได้ยินจากอาจารย์ของผู้เขียนท่านหนึ่งไม่ขอเอ่ยนาม อาจารย์ท่านกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ที่ผู้ชายชอบดูหนังโป๊เพราะคุณรู้ว่าภรรยาที่บ้านคุณไม่สามารถทำเช่นเดียวกับหนังโป๊ได้เป็นแน่ ก็จริงของแกนะ เพราะถ้าทำได้เฉกเช่นเดียวกันก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องดูมัน เพราะมันคงเป็นเรื่องปกติ แต่เป็นเพราะว่าไม่สามารถทำแบบหนังโป๊ได้ก็จึงต้องดูเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ปกติ

จากที่กล่าวไปเป็นมุมมองของผู้เขียนที่มีต่อหนังโป๊ ว่ามีเหตุผลอะไรที่เราต้องดูกัน ในประการต่อมาก็มีคนถามผู้เขียนมาอีกว่า แล้วทำไมในบ้านเราหนังโป้เมื่อเทียบคุณภาพกับต่างประเทศจึงด้อยกว่ามาก ทั้งในเรื่องของ นางเอก เรื่องของบท เรื่องของเทคนิคการถ่ายทำ ซึ่งผู้เขียนใช้เวลาคิดอยู่นานจนกระทั่งไปสะดุดอยู่สองสามเรื่องนั่นก็คือ เรื่องเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เรื่องชนชั้นทางสังคม และหนังการ์ตูนโป๊เล่มละบาท

เมื่อกล่าวว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธดังนั้น จารีตประเพณี ศีลธรรม เป็นคำที่ตามมา ดังนั้นเมื่อคุณอยู่ในสังคมที่มีศีลธรรมการกระทำอะไรที่เป็นการบัดสีบัดเถลิงจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเป็นเช่นนั้นใครผู้ใดที่จะเข้ามาสู่วงการนี้ก็จะกลายเป็นผู้เสื่อมทรามทันทีไม่ว่าคุณเป็นใครก็ตาม ผลกระทบที่ตามมาก็คือ แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะชอบหนังโป๊มากแค่ไหนก็ตามก็ไม่สามารถต้านทานพลังอำนาจแห่งศีลธรรมไปได้เป็นแน่ ไม่เชื่อคุณลองตะโกนว่า “กูชอบดูหนังโป๊” ต่อหน้าเพื่อนๆในที่ทำงานดูซิแล้วคุณก็จะรู้ ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนั้นการที่จะสร้างอุตสาหกรรมหนังโป๊ให้มีความก้าวหน้าจึงถูกขัดไว้ด้วยระบบศีลธรรมอันฝังรากลึก การเข้ามาของดารา ผู้กำกับ ผู้จัดและอื่นๆ จึงมีเงื่อนไขอื่นที่ทำให้เขาต้องเข้ามามากกว่าการที่จะเข้ามาพัฒนาคุณภาพของหนัง เงื่อนไขที่ว่าก็คือ ความยากจน เป็นต้น การเข้ามาสู่วงการในสังคมไทยมันจึงเกิดจากความยากจนของคนแสดงมากกว่าเรื่องอื่นๆ

สิ่งที่ผู้เขียนมองในประการต่อมา คือ เรื่องชนชั้นทางสังคม และหนังการ์ตูนโป๊เล่มละบาท หากย้อนไปในยุคหนึ่ง หนังสือแนวบันทึกรัก (จากผู้อ่าน) เป็นที่นิยมมาก ควบคู่ไปกับ หนังสือการ์ตูนโป๊เรื่องละบาท ถามว่าผู้เขียนได้อะไรจากสิ่งที่เห็น หากเราสังเกตให้ดีจะพบว่าเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ของการ์ตูนเหล่านี้จะเป็นไปในแนวของ “กระท่อมในชนบท” มากกว่าในแนว “คนในเมือง” หากอยากให้เห็นภาพก็ให้นึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นที่เน้นเรื่องของโรงเรียน ที่ทำงาน และอื่นๆ โดยไม่ได้มองว่าสิ่งเหล่านี้จะจำกัดอยู่ที่ใครชนชั้นใด ซึ่งเป็นมุมมองที่ต่างกันอย่างมาก ผู้เขียนคิดว่าก็อาจเกิดจากปัญหาด้านศีลธรรมที่ได้กล่าวไปข้างต้น อีกประการหนึ่งผู้เขียนมองว่า สังคมพยายามโยนเรื่องเหล่านี้ให้กับอีกชนชั้นหนึ่งในสังคมมากกว่า สังคมเมืองหรือชนชั้นกลางพยายามมองว่าเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องของคนชนชั้นที่ต่ำกว่าไม่ใช่วิสัยของชนชั้นกลาง ปัญญาชนคนเมือง ซึ่งมักผูกติดความคิดตนเองอยู่กับศีลธรรมอันดีเสมอ ดังนั้นภาพที่ออกมาจึงเป็นไปในลักษณะของ “กระท่อมในชนบท” เป็นส่วนมาก

หากเปรียบก็เช่นเดียวกับดาราหนังโป๊ผู้โด่งดังของไทยคนหนึ่ง คือ คุณ น. แม้ว่าคุณจะโด่งดังมากเพียงใดแต่สังคมก็ไม่ได้วางคุณในตำแหน่งที่เป็นซุปเปอร์สตาร์เฉกเช่นเดียวกับ โซระ อาโออิ หรือ มิยาบิ เป็นแน่ แต่สถานะของคุณก็เป็นได้แค่นางเอกหนังโป๊คนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าคุณจะพยายามทำอะไรที่เข้าสู่ศีลธรรมมากขึ้นแต่เชื่อเถอะสังคมได้ตัดสินคุณไปแล้วว่า “คุณก็เป็นนางเองหนังโป๊” วันยังค่ำ ดังนั้นเอาเข้าจริงสังคมของหนังโป๊ได้ถูกกีดกันออกจากสังคมของคนชั้นกลางไปสู่สังคมของชนชั้นล่าง แม้ในความเป็นจริงเชื่อเถอะว่า คนที่เรียกตนเองว่าชนชั้นกลางก็ต้องดูสิ่งเหล่านี้เป็นอาจิณ และก็เป็นเช่นเดียวกันว่า เมื่อหนังโป๊ไทยมันเป็นของชนชั้นล่าง ดังนั้น “กูก็ต้องหาสิ่งที่เป็นของชนชั้นกู” นั่นก็คือ ดูของต่างชาติดีมีคลาสกว่าเยอะ ในที่นี้ผมกำลังจะพูดถึง สุนทรียะ นั่นเอง

เมื่อหนังโป๊ถูกผลักสู่ชนชั้นล่าง อะไรเล่าจะทำให้ชนชั้นกลางต่างไปจากพวกอื่น ผู้เขียนได้ข้อคิดเห็นเรื่องนี้มาจากเพื่อนนักเขียนท่านหนึ่ง โดยเขากล่าวว่า ชนชั้นกลางก็มักจะหาข้อต่างที่ทำให้เขาเหนือกว่าโดยเขาบอกว่า ชนชั้นกลางมักใช้คำว่า “ศิลปะ” เข้ามาช่วยเพื่อแสดงถึงคลาสของตนเองที่เหนือกว่าผู้อื่น

ดังเช่นเราจะเห็นว่า การเดินไปดูหนัง เรื่อง น้ำตาลแดง ผู้หญิงห้าบาป จันดารา เป็นต้น เหล่านี้ไม่ต้องแอบไปดู ไม่ต้องไปหาดีวีดีตามแถวคลองถมมาดู คุณสามารถเดินไปที่โรงภาพยนตร์ได้อย่างสง่าผ่าเผย มากกว่าการเดินไปโรงหนังอมรพันธ์แถวเกษตรเป็นไหนๆ เพราะคุณต้องเข้าใจว่าสังคมเรามองศิลปะเป็นสิ่งซึ่งสูงกว่าปกติ คำว่า “ศิลปะ” ได้บดบัง “ศีลธรรม” ไปทั้งหมดและนั่นเองทำให้ชนชั้นกลางเองเลือกที่จะบอกว่าตนเองมีศิลปะมากกว่าชนชั้นอื่นนั่นเอง การดูหนังโป๊ของชนชั้นกลางจึงเป็นการสถาปนาศิลปะมาเป็นของตนเอง ซึ่งหากมองลึกๆไม่ว่าจะเป็นการดูหนังเรื่อง น้ำตาลแดง ผู้หญิงห้าบาป จันดารา หรือ คนกินผัว ของน้อง น. สุดท้ายแล้วสิ่งที่คุณอยากดูก็คงหนีไม่พ้นฉากวาบหวิวหรือการร่วมเพศเป็นแน่

อย่างที่บอกว่า นี่เป็นมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนจากความรู้ที่ผู้เขียนพึงจะมีเท่านั้น สิ่งที่เขียนเป็นการชอบส่วนตัวของผู้เขียนต่อการตั้งคำถามต่อเรื่องต่างๆ ของสังคมก็เท่านั้น แต่แน่ล่ะว่าสิ่งหนึ่งที่ผมไม่ได้โกหกหรือคิดไปเองก็คือ “คุณเป็นคนหนึ่งที่เคยละเมิดศีลธรรมโดยการแอบดูหนังโป๊” เป็นแน่ ไม่เชื่อลองถามตัวเองดูซิ คุณว่ามั๊ย?