คำถามถึง 'จุดยืน' ของสุลักษณ์ ศิวรักษ์ กรณีเลือกตั้งผู้ว่า กทม.

เป็นที่วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลมีเดีย เมื่อสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ประกาศจุดยืนในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

สุขุมพันธ์ หรือ พงศพัศ

คือผู้ว่า กทม.ตัวเต็งมันมีอยู่สองคนใช่ไหม สุขุมพันธ์ เบอร์ 16 กับ พงศพัศ เบอร์ 9 คือ 2 คนเป็นตัวเก็ง ไอ้คนอื่นน่าสนใจนะ แต่ผมเสนอว่าอย่าเลือกคนอื่น เพราะถ้าเลือกคนอื่นคะแนนจะหัวแหลกหัวแตก เพราะเวลานี้ต้องสู้ระหว่างประชาธิปัตย์กับพรรคทักษิณ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคดีเด่อะไร แต่พรรคทักษิณมันเหี้ยสุดๆ แล้วเวลานี้มันครองอำนาจอยู่ในบ้านเมืองแล้ว เรายอมให้มีผู้ว่า กทม. อีก แสดงว่าเราทั้งหมดแหย สยบกับมันทั้งหมดเลย ผมจึงอยากเสนอว่า ใครก็ตามที่มีจิตสำนึกต่อต้านทักษิณ ต่อต้านเผด็จการ ต้องไม่ใช่ไม่เลือกเบอร์ 9 อย่างเดียว ต้องเลือกสุขุมพันธ์ เพราะเป็นอันเดียวที่จะเอาชนะเผด็จการทักษิณได้ เพราะตอนนี้มันใช้ทุกทางเลย มันปั่นกระทั่งโพล ทำได้ทั้งหมด แล้วมันจะเอาเงินซื้อ อะไรต่างๆ ทักษิณมันพูดเลย เอาเสาไฟฟ้ามาลงก็ได้รับเลือก เพราะฉะนั้นผมว่า คนกรุงเทพต้องแสดงกึ๋นหน่อย คือสุขุมพันธ์ไม่ได้ดีวิเศษอะไรนักหนา ประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ดีวิเศษนักหนา แต่ระหว่างเขาเลือก ภาษาฝรั่งเรียก the lesser evil มันจำเป็น ใครเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับผม ไม่เป็นไร ผมอยากให้ปรากฏจุดยืนผมอยู่ตรงนี้ (ที่มา http://www.facebook.com/sulak.sivaraksahttp://www.facebook.com/sulak.sivaraksa)

ต่อมาสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล วิจารณ์จุดยืนของสุลักษณ์ ทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ขอคัดมาให้อ่านบางส่วนดังนี้

...แต่ประเด็นที่ผมคิดว่า เป็นปัญหาจริงๆ คือ โดยการ ignore เมินเฉย ต่อการที ปชป. เล่นการเมือง โดยการเชียร์เจ้า อิงอำนาจเจ้า (หรือในหลายด้าน เป็นการเพิ่มอำนาจเจ้า) ในระยะไม่กี่ปีนี้

ถ้า อ.สุลักษณ์ เลือก เท่ากับเป็นการขัดแย้งกับ ข้อเสนอของ สุลักษณ์ เอง ที่พูดเรือง "ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" (เรือง ต้องโปร่งใส วิพากษ์วิจารณ์ได้ ฯลฯ)

การเสนอให้เลือก ปชป. เท่ากับขัดแย้งกับข้อเสนอ เรือง ปฏิรูปสถาบันฯ ที่ อ.สุลักษณ์ ว่าไว้เองดังกล่าว

เพราะในหลายปีนี้ จนถึงบัดนี้ ปชป. เป็นตัวแทนสำคัญของการทิศทาง ตรงข้าม กับการปฏิรูปสถาบันฯ

(แน่นอน ผมตระหนักว่า เพื่อไทย หรือ "พรรคทักษิณ" เอง ก็ไม่สามารถ เคลม ว่า มีทิศทาง ปฏิรูปสถาบันฯ โดยแท้จริง แต่อย่างน้อย จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พรรคนี้ ยังไมใช่ พรรคที่ อาศัยอำนาจเจ้า อิงเจ้า และเสริม สถานะเจ้า อย่างที่ ปชป. เป็น ในหลายปีนี้)

.......................
เสริมจากที่เขียนเมื่อครู่
ที่ผมมีปัญหามาก ในการที่ อ. Sulak Sivaraksa เสนอให้เลือก ปชป.
คือ ในทางปฏิบัติ เท่ากับ อาจารย์กำลัง เล่นเกมส์ "อิงอำนาจเจ้า" (ทั้งๆที เสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์)…

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดตามความคิดของสุลักษณ์มาพอสมควร ย่อมทราบว่าสุลักษณ์ปฏิเสธเผด็จการทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นศักดินา-อมาตยาธิปไตย เผด็จการทหารอย่างสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หรือที่สุลักษณ์เรียกว่าเผด็จการทุนใหม่อย่างทักษิณ ชินวัตร หรือพูดรวมๆ คือสุลักษณ์ตั้งคำถามกับอำนาจทุกประเภทว่า มักมีส่วนแห่งการฉ้อฉล กดขี่ เอาเปรียบราษฎรเสมอ

บางคนมองว่า สุลักษณ์เคยสนับสนุนความชอบธรรมของเจ้า ที่ประคับประคองให้บ้านเมืองอยู่รอดมาได้เพราะอาศัยคุณธรรมของผู้ปกครองตามคำสอนของพุทธศาสนา แต่แล้วสุลักษณ์ก็กลับไปวิจารณ์เจ้าหนักขึ้น โดยเฉพาะที่วิจารณ์ว่า ชนชั้นปกครองตั้งแต่สมัย ร.5 เป็นต้นมาไปรับเอาความคิดแบบฝรั่งมา แต่ไม่เอาเนื้อหาสาระประชาธิปไตยมาด้วย หากเอาแนวคิดจักรวรรดินิยมมาตั้งกระทรวงกลาโหม ตั้งโรงเรียนนายร้อย จปร.สร้างกองทัพให้เข้มแข็งขึ้นมา แล้วไปตีหัวเมืองต่างๆ เพื่อรวบอำนาจมาไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งขัดกับหลักอหิงธรรมในพุทธศาสนาอย่างชัดเจน

ฉะนั้น ตามความเห็นของสุลักษณ์ ชนชั้นปกครองตั้งแต่สมัย ร.5 ร.6 ร.7 รับเอาความคิดฝรั่งมาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์แก่กลุ่มอำนาจที่อยู่บ้างบน ไม่ได้รับเอาเนื้อหาสาระของประชาธิปไตยมา อีกทั้งยังละทิ้งพุทธศาสนาที่ตัวเนื้อหารสาระ หากแต่ตีความพุทธศาสนา สร้างพิธีกรรม จัดการศึกษา และสถาปนาองค์กรปกครองสงฆ์เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนคุณวิเศษของสถาบันกษัตริย์เป็นด้านหลัก

และแม้สุลักษณ์จะเคยเข้าใจผิด เคยวิจารณ์ปรีดี พนมยงค์ กรณีสวรรคต ร.8 แต่ตอนหลังเมื่อเข้าใจถูกต้อง เขาก็ไปขอโทษปรีดี และหันมาสนับสนุนปรีดี หากจะว่าไปแล้วปรีดีคือผู้นำไทยเพียงคนเดียวที่สุลักษณ์มองว่า เป็นผู้ที่รับเอาเนื้อหาสาระของประชาธิปไตยแบบตะวันตกมา โดยยังประยุกต์เข้ากับเนื้อหาสาระของประชาธิปไตยในพุทธศาสนาอีกด้วย สุลักษณ์จึงสนับสนุนปรีดี และสนับสนุนวิถีประชาธิปไตยแบบชาวบ้าน และยืนอยู่ข้างคนเล็กคนน้อยในสังคมชัดเจนขึ้น ดังที่เขาเรียกร้องให้นักวิชาการ สื่อ เอ็นจีโอ รวมทั้งแกนนำเสื้อเหลือง เสื้อแดงลงไปเรียนรู้วิถีประชาธิปไตยจากชาวบ้านอย่างจริงๆ จังๆ เป็นต้น

มาถึงจุดนี้สุลักษณ์ก็ถูกมองว่า ไม่เพียงแต่เป็นปัญญาชนที่ไม่อยู่ในระบบเท่านั้น หากแต่ “แตกหักกับระบบ” เลยทีเดียว เพราะเขาปฏิเสธทั้งระบบเจ้าที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ปฏิเสธทั้งเผด็จการทหาร เผด็จการทุน แต่เขาก็ยืนยันเสมอว่าไม่ให้ใช้ความเกลียดชัง และความรุนแรงในการต่อสู้ แต่ควรใช้ปัญญาธรรม การุณยธรรม สัจจะ อหิงสธรรม หรือสันติวิธีในการต่อสู้ และถ้าเราเข้าใจจุยืนของสุลักษณ์ดังที่เขายืนยันว่า จุดยืนของเขาคือพุทธศาสนา คือจริยธรรม เราก็จะเข้าใจว่า เขาใช้หลักการพุทธศาสนาไปตั้งคำถามกับทุกอำนาจ และเขาใช้วิธีคิดแบบ “วิภัชวาท” ในการวิพากษ์แทบทุกเรื่อง

แต่จะอย่างไรก็ตาม ข้อวิจารณ์ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ก็มีน้ำหนักมาก เมื่อสุลักษณ์ใช้วิธีคิดแยกแยะแบบวิภัชวาทแล้ว สุลักษณ์ชั่งน้ำหนักอย่างไร จึงสรุปว่า “เลือกสุขุมพันธ์แล้ว the lesser evil เลือกพงศพัศ” ฉะนั้น ข้อวิจารณ์ของสมศักดิ์ที่ว่า ที่ผมมีปัญหามาก ในการที่ อ. Sulak Sivaraksa เสนอให้เลือก ปชป.คือ ในทางปฏิบัติ เท่ากับ อาจารย์กำลัง เล่นเกมส์ "อิงอำนาจเจ้า" (ทั้งๆที เสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์)…จึงมีเหตุผลฟังขึ้น

ยิ่งเมื่อเรานึกถึงข้อวิจารณ์ของสุลักษณ์ที่ว่า ตั้งแต่ทศวรรษ 2490 เป็นต้นมา ปรีดีและคณะราษฎรถูกทำลายลงอย่างราบคาบ จากนั้นเผด็จการสฤษดิ์ก็เชิดชูสถาบันกษัตริย์ให้มีบทบาทสำคัญขึ้นมา พร้อมกับสะกดให้สถาบันสงฆ์อยู่ใต้อำนาจรัฐอย่างราบคาบ แล้วสุลักษณ์ก็มองเห็นปัญหา 112 และสถาบันว่า จำเป็นต้องปฏิรูปให้เป็นประชาธิปไตย โปร่งใส วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบได้ ทว่ากลับเปรียบเทียบว่าทักษิณเป็นเผด็จการที่เลวร้ายกว่าสฤษดิ์

แน่นอน มีข้อวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า ทักษิณมีบุคลิกภาพเผด็จการ หรือทำสิ่งที่ผิดพลาดหลายอย่าง (แม้กระทั่งไม่เร่งรัดให้นิรโทษกรรมคนเล็กคนน้อยระดับชาวบ้านที่เป็นนักโทษการเมือง เป็นต้น) แต่ทักษิณก็ยังอยู่ภายใต้กติกาประชาธิปไตย และต่อสู้ตามวิถีทางประชาธิปไตย แม้จะไม่สะอาดหมดจด แต่ประชาชนก็วิจารณ์ทักษิณได้ ด่าได้ ตรวจสอบได้ ซึ่งแตกต่างจากสฤษดิ์ และสถาบันกษัตริย์ที่แตะไม่ได้เลย

ฉะนั้น ข้อเสนอ “เลือกสุขุมพันธ์แล้ว the lesser evil เลือกพงศพัศ” อันเป็นข้อเสนอของปัญญาชนสยามที่วิจารณ์สถาบันมามากที่สุด เคยโดนคดี 112 มาแล้ว 3 ครั้ง อีกทั้งปัจจุบันยังต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเทียวขึ้นโรงขึ้นศาลไปเป็นพยานให้กับคนอื่นๆ ที่โดนคดีนี้อีกไม่รู้กี่คนต่อกี่คน จึงเป็นข้อเสนอที่น่าตั้งคำถาม “อย่างกัลยาณมิตร” ว่า

 “อ.สุลักษณ์ได้ใช้วิภัชวาทชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบแล้วหรือ?”