ASEAN Weekly: บทบาทกองทัพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

1 พ.ย. 2556 - รายการ ASEAN Weekly ดำเนินรายการโดยสุลักษณ์ หลำอุบล และดุลยภาค ปรีชารัชช สัปดาห์นี้พูดคุยเกี่ยวกับบทบาทกองทัพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรณีกองทัพอินโดนีเซีย กองทัพพม่า และกองทัพไทย โดยที่กองทัพอินโดนีเซียที่เคยมีบทบาททางการเมืองมาก ได้กลับเข้ากรมกองหลังสิ้นสุดยุคการปกครองอันยาวนานของซูฮาร์โตและเข้าสู่ยุคปฏิรูป ขณะที่กรณีพม่าและไทย กองทัพยังคงมีบทบาทเป็นผู้เล่นสำคัญในทางการเมือง

ทั้งนี้อาจารย์ดุลยภาคกล่าวว่า จุดเด่นของการเมืองประเทศโลกที่สาม หรือประเทศกำลังพัฒนาคือบทบาทของทหารกับการเมือง ทำรัฐประหาร การเถลิงอำนาจ การลงจากอำนาจ ทั้งนี้การเข้ามาของกองทัพเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการของประชาธิปไตยในประเทศเหล่านี้ แต่โครงสร้างสังคมการเมืองที่ทหารเข้ามามีบทบาทคือโครงสร้างของรัฐขุนศึก คือมักมีปัญหาเรื่องการสร้างรัฐสร้างชาติ มีขั้วอำนาจในทางการเมือง หรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่สลับซับซ้อน แล้วมีการชิงไหวชิงพริบของรัฐบาลพลเรือนจนเกิดความอ่อนแอเปราะบาง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เปิดช่องให้กองทัพเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง

โดยประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กองทัพมีบทบาททางการเมืองอย่างอินโดนีเซีย หรือพม่านั้น เคยเป็นรัฐในอาณานิคมมาก่อน โดยมีโครงสร้างระบบราชการที่รวมศูนย์อำนาจ ทำให้การเมืองเป็นแบบอำมาตยาธิปไตยหรือรัฐรวมศูนย์ และยังเป็นมรดกตกทอดที่ชนชั้นนำที่สืบสิทธิต่อจากผู้ปกครองอาณานิคมเดิม ที่แม้จะเกลียดเจ้าอาณานิคมอย่างไรก็ตาม ก็ยังคงสืบทอดกลไกบริหารราชการแบบนี้ และองค์ประกอบต่อมาได้แก่ บทบาทของกองทัพญี่ปุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และขบวนการชาตินิยม จึงทำให้เกิดโครงสร้างของสถาบันทางการเมืองชุดหนึ่งคือสถาบันกองทัพ

ในช่วงท้าย อาจารย์ดุลยภาคกล่าวด้วยว่า บริบทการเมืองโลก สภาวะแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนไปทำให้กองทัพต้องปรับตัวไม่มากก็น้อย แต่จะอยู่ในอัตราแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้จะเห็นว่าอินโดนีเซียมีการปฏิรูปการเมืองก็จริง แต่บางครั้งมีอาการชะงักงัน ซึ่งเป็นธรรมดา เพราะการเมืองทั้งของเก่าของใหม่เกิดทับกัน โดยอินโดนีเซียที่มีการเปลี่ยนแปลงเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังการครองอำนาจของซูฮาร์โต มีการลองผิดลองถูก ซึ่งมีทั้งด้านที่สำเร็จและล้มเหลว กรณีพม่าช่วงหลังการเลือกตั้งปี 2553 ก็อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน