แกนนำ นปช. แถลง: "จำหน้าผมไม่ได้หรือว่าผมเป็นใคร ผมชื่อจตุพร พรหมพันธุ์"

นปช.แถลงข่าวโดยไม่มีการถ่ายทอดสดผ่านเอเชียอัพเดต ธิดา ถาวรเศรษฐย้ำจุดยืน นปช. นิรโทษกรรมประชาชนทุกสี คนใหญ่คนโต-แกนนำ-ผู้สั่งฆ่า ไม่ต้องเอามาใส่เข่ง ชี้รัฐบาลอยู่ดีไม่ว่าดีแท้ๆ ส่วนจตุพร พรหมพันธุ์ ระบุไม่กลับมาจัดที่เอเชียอัพเดต จะเปิดช่องเสื้อแดงเอง 1 ธ.ค. นี้

7 พ.ย. 2556 - ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวานนี้ (6 พ.ย.) แกนนำ นปช. ประกอบด้วย ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. และจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. และคณะ โดยแกนนำได้ยืนยันจุดยืนของ นปช. ว่าต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับเหม่าเข่งสุดซอย และ นปช. สนับสนุนแต่ร่างฉบับ 'วรชัย เหมะ' ที่นิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนทุกสี ยกเว้นแกนนำและผู้สั่งการฆ่าประชาชน

 

ประธาน นปช. ระบุ รบ.ผลักดันกฎหมายเหมาเข่งเป็นการหาเรื่อง "อยู่ดีไม่ว่าดีแท้ๆ"

ทั้งนี้ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ได้อ่านแถลงการณ์ นปช. แดงทั้งแผ่นดินฉบับที่ 2 หัวข้อ "สถานการณ์ความขัดแย้งอันเนื่องจาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ระบุว่า นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ยืนยันในจุดยืนเดิม คือ นิรโทษกรรมให้กับประชาชนทุกสี ยกเว้นแกนนำ และผู้สั่งการฆ่า ท่าทีของเราเป็นท่าทีเตือนเพื่อนมิตรทั้งในที่ส่วนตัวและสาธารณะ เพราะเราก็ยังคัดค้านการเคลื่อนไหวที่จะล้มรัฐบาลหรือเปลี่ยนแปลงประเทศให้ถอยหลังสู่ระบอบอำมาตยาธิปไตย

ประธาน นปช. กล่าวย้ำว่า ที่ผ่านมาในการเคลื่อนไหวของ นปช. นอกจากต้องการรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว เป้าหมายที่สำคัญอีกประการของ นปช. คือ เราต้องการให้ประเทศก้าวหน้าต่อไปเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ทำให้กงล้อประวัติศาสตร์หมุนกลับทำให้ผีของระบบอำมาตย์ออกมาเริงร่าอีกครั้ง ดังนั้นความผิดพลาดในการตัดสินใจขับเคลื่อน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งสุดซอยนั้น รัฐบาลมีความจำเป็นต้องรับผิดชอบและแก้ไขสถานการณ์ด้วยการตราเป็นพระราชกำหนดนิรโทษกรรมปลดปล่อยฝ่ายประชาชนทุกสีเสื้อโดยเร็ว โดยรัฐบาลโปรดใช้ความรอบคอบและความระมัดระวังแล้วฟังเสียงประชาชนด้วย ซึ่งคนเสื้อแดงก็เป็นพลเมืองและจะเป็นเพื่อนแท้ไม่หักหลังใครที่อยู่ฝ่ายประชาชนเป็นอันขาด

"ประเทศของเรายังไม่มีนิติธรรม ไม่มีความยุติธรรมที่แท้จริง จึงต้องนิรโทษกรรมให้คนเล็กคนน้อยก่อน ไม่ใช่เอาคนใหญ่คนโตแต่ละฝ่ายทั้งพวกสั่งฆ่า พวกแกนนำ ไม่ต้องเอามาใส่เข่ง ในเข่งขอให้มีประชาชนตัวเล็กตัวน้อยพอ นี่คือจุดยืน นปช. แต่ไหนแต่ไร และเรามีพระราชกำหนดที่เราเคยนำเสนอเอาไว้นานแล้วตั้งแต่ปลายปี 2555 ที่หน้าเรือนจำหลักสี่"

ในตอนหนึ่งของการแถลงข่าวธิดา กล่าวด้วยว่า ในการชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในขณะนี้นั้น ไม่เพียงแค่การนำของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแล้ว ที่น่าสนใจคือมีกลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์ ตุลาการ ข้าราชการระดับสูงที่พากันออกมาชุมนุมเรียกได้ว่ามีการขยายตัวทั้งปริมาณและคุณภาพในการต่อต้าน

"หาเรื่องแท้ๆ เลย อยู่ดีไม่ว่าดี แท้ๆ เลย" ประธาน นปช. กล่าว ประธาน นปช. ย้ำด้วยว่าคนเสื้อแดง ไม่ได้ทอดทิ้งพรรคเพื่อไทย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้กลัวพรรคเพื่อไทยจะทอดทิ้ง

ประธาน นปช. กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยต้องเข้าใจ นปช. และยอมรับถึงความแตกต่างระหว่างจุดยืนของพรรคเพื่อไทยกับ นปช. และต้องเข้าใจว่า นปช. ไม่ได้อยู่ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ นปช.สนับสนุนพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นพรรคที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น บางสิ่งบางอย่างอาจคิดต่างได้ โดยธิดากล่าวด้วยว่าในวันที่ 10 พ.ย. นี้ กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงของสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด จะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะมีกลุ่ม นปช. บางส่วนที่มีวิธีคิดคล้ายกันออกมาเคลื่อนไหวด้วย เพราะมีคนเสื้อแดงบางส่วนที่ร่วมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง แต่ไม่ได้จ้องล้มรัฐบาล เหมือนกับที่คนบางกลุ่มทำอยู่ในตอนนี้

จตุพรระบุไม่กลับมาจัดที่เอเชียอัพเดต จะเปิดช่องเสื้อแดงเอง 1 ธ.ค. นี้

จตุพร พรหมพันธุ์ (แฟ้มภาพ/ประชาไท)

ทั้งนี้ นปช. มีการแถลงด้วยว่าจะไม่ขอปกป้องพรรคเพื่อไทยอีก ในกรณีร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง พร้อมประกาศ จะตั้งช่องโทรทัศน์คนเสื้อแดง เพื่อเป็นอิสระจากช่องเอเชียอัพเดท

โดยจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. แถลงว่า คำว่า "คำว่า ฆ่าได้หยามไม่ได้นั้น ผมก็เหมือนลุงนวมทอง ผมและบรรดาพรรคพวกที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่กลับไปจัดรายการที่เอเชียอัพเดตต่อไป และเพื่อบอกว่าเส้นทางของประชาชนบนถนนใหญ่นั้นจะไม่เหมือนซอยตัน วันที่ 1 ธ.ค. เราจะเปิดช่องของคนเสื้อแดง ถ่ายทอดการชุมนุมก็จะไม่ยิงตัดสัญญาณตัวเอง นั่งจัดรายการรักษาจุดยืนการต่อสู้ นปช. แต่ไม่ตรงใจผู้มีอำนาจ เราก็จะไม่ถอดรายการออก จะสร้างช่องใหม่ให้มีชีวิต มีอิสรภาพ ไม่เป็นทาส"

พวกผมไม่ใช่พวกอยากออกโทรทัศน์ ไม่ใช่อยากมีชื่อเสียง แต่พวกผมกับพรรคเพื่อไทย รัฐบาลนั้น เราเห็นต่างกันเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะพวกเราประกาศกันชัดเจนว่าจะไม่ทรยศพี่น้องวีรชนที่ตาย กับพี่น้องที่ร่วมกันต่อสู้ และจะไม่มีวันปล่อยให้ฆาตกรลอยนวล ผมบอกมาแต่ต้นว่าการเป็นสื่อมวลชนหรือจัดรายการโทรทัศน์เราพูดความจริงครึ่งเดียวไม่ได้ ความจริงก็คือว่า เราพูดไว้สองครึ่ง ครึ่งแรกเอาทักษิณกลับบ้าน ครึ่งที่สองเอาฆาตกรเข้าคุก เพราะฉะนั้นแวดล้อมรัฐบาลหลายคนที่ขึ้นมามีอำนาจเขาไม่เคยเห็นแม้กระทั่งตีนตบ เขาไม่เคยไปงานศพ ได้ยิน ได้เห็นจากภาพ ไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกพี่น้องประชาชนว่าเขาเจ็บปวดมากขนาดไหน กับการไปบอกกับเขาเห็นต่างก็ไม่ได้ บอกให้เขาไปสนับสนุนการปลดปล่อยฆาตกรร้อยศพ ผู้ที่ไล่ล่าข่มเหงประชาชนคนเสื้อแดง

"ผมบอกมาแต่ต้นว่าจะไม่รักษาคำพูดกับผมอย่างไรกี่ครั้งนั่นผม นายจตุพรชีวิตเดียว แต่จะบังคับให้นายจตุพรและพวกไปสนับสนุนกับการปลดปล่อยคนเข่นฆ่าพวกของนายจตุพร และพวกนั้น ไม่มีวันจะทำได้"

ผมได้เตือนแล้วว่าอย่าทำอย่างนี้เด็ดขาด แล้วท้ายที่สุดเมื่อไปพบซอยตัน แล้วก็ออกมา แล้วก็บอกว่าถอย พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งไม่เคยมีความชอบธรรมเลยในชีวิตนี้ ก็ยกระดับ เอา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยออกไปให้พ้นก่อน ส.ว.เขาจะโหวตคว่ำ 11 พ.ย. ซึ่งตรงกับวันพิพากษาศาลโลกในคดีเขาพระวิหารซึ่งมีแต่จะเจ๊งกับเจ๊า ถ้าเขาคว่ำกฎหมายส่งกลับมาสภาผู้แทนราษฎรทิ้งไว้ 180 วัน จึงจะหยิบยกพิจารณาได้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เขาก็รู้กฎหมายข้อนี้ เขาไม่มีวันจะเชื่อ แม้ว่ารัฐบาลแถลงถอน พรรคจะถอน ก็นำออกจากสภาไม่ได้ มันเข้าปากจระเข้มาแล้ว เขาจะยกระดับไปขับไล่รัฐบาล หลังจากนั้นเขาจะไล่ตระกูลชินวัตร นี่ผมเตือนเอาไว้เลย เราเตือนอย่าฉันมิตร

จตุพรกล่าวว่า ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องสุดซอย แต่ผมไม่มีวันไปฆ่ารัฐบาลชุดนี้ แต่ฝ่ายที่อยู่ ถ.ราชดำเนิน แยกอุรุพงษ์ เขาจะจัดการกับรัฐบาลชุดนี้ แต่คุณไม่โกรธสุเทพ ไม่โกรธใครทั้งนั้น ไม่โกรธพวกนั้นแต่ดันมาโกรธผม โกรธณัฐวุฒิ โกรธอาจารย์ธิดา โกรธหมอเหวงและพวก นี่ประแสง มงคลศิริ ก็เพิ่งถูกปลด ปรากฏว่าความโกรธแค้นมาลงที่พวกผม คุณจำหน้าผมไม่ได้หรือว่าผมเป็นใคร ผมชื่อจตุพร พรหมพันธุ์ เอาชีวิตไปเสี่ยงตายให้พวกคุณชูคออยู่ในทำเนียบปัจจุบัน คุณจำจตุพรไม่ได้หรือ ปรากฏว่าความหวังดีทั้งหมดนั้นทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ทั้งที่เวลานี้คนเราถ้าไม่โง่จริงๆ จะคิดไม่ได้ เพราะขณะที่ประชาธิปัตย์และเครือข่ายกระทืบอยู่เต็มๆ นั้น ปรากฏว่าเอาแกนนำที่คนเสื้อแดงเขาจะมาดู เอาออกจากจอทีวีไปหมด คนก็ไปดูบลูสกายหมด ไปดูว่าเขาเคลื่อนไหวอะไร จตุพรกล่าว

"ก็ดีเหมือนกันไม่มีโทรทัศน์ถ่ายทอดสด พี่น้องจะได้มาดูกันมากๆ จะได้อบอุ่น เพราะท้ายที่สุดคุณปิดกั้นอะไรก็ได้ แต่คุณปิดกั้นหัวใจของพี่น้องที่อยากจะสื่อสารกันไม่ได้หรอก ไม่ใช่ว่าโลกนี้ต้องดูทีวีช่องนี้เท่านั้นจึงจะสื่อสารกันได้ โลกเขาอยู่กันมานานก่อนที่จะมีทีวีด้วยซ้ำ" จตุพร กล่าวตอนหนึ่งของการแถลงข่าว