ยิงใส่บ้าน ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ หลังกองทัพบกให้ข่าวจ่อจัดการหมิ่นสถาบัน


ภาพจากเฟซบุ๊กสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

 

12 ก.พ.2557 เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ที่ผ่านมา สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพประกอบร่องรอยกระสุนที่กระจกประตูบ้านและรถยนต์ ระบุว่า “เมื่อครู่นี้ มีคนร้าย 2 คนเบุกเข้ามายิงใส่รถและบ้านผม (ทั้งด้วยกระสุนจริงกระสุนยาง) ขว้างก้อนอิฐใส่บ้าน ฯลฯ ขณะผมอยู่ในบ้าน และต่อหน้าเพื่อนบ้านหลายคน”

จากการสอบถามสมศักดิ์เบื้องต้นได้ความว่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 12.30 น. ขณะที่เขานั่งทำงานในบ้านตามปกติ จากนั้นมีชาย 2 คนขี่จักรยานยนตร์มาจอดหน้าบ้านตะโกนโหวกเหวก ด่าทอ พร้อมกับเสียงปังคล้ายเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และมีการปาอิฐ หินเข้าใส่บ้านด้วย ทำให้รถยนต์เสียหาย กระจกประตูบ้านแตก 4 บาน เหตุเกิดนาน 5-10 นาทีก่อนผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไป

เวลาประมาณ 13.00 น.เจ้านหน้าที่ตำรวจเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพร้อมเก็บหลักฐานกระสุนได้ในที่เกิดเหตุ สมศักดิ์ระบุว่าเขาเตรียมจะเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันต่อไปพร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหมู่บ้าน นอกจากนี้จากการสอบถามจาก รปภ.ประจำหมู่บ้านพบว่านอกจากชายผู้ก่อเหตุ 2 รายแล้วยังมีหญิงอีก 2 รายที่ขับมอเตอร์ไซค์มาด้วยกันแล้วจอดรอหน้าหมู่บ้าน โดยชายสองคนผู้ก่อเหตุไม่ยอมแลกบัตรอ้างว่ามาเยี่ยมหงา คาราวาน ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

สมศักดิ์ระบุด้วยว่า หลังการให้ข่าวของรองโฆษกกองทัพบก เขาถูกข่มขู่คุกคามอย่างหนักในอินเตอร์เน็ต และทำให้ทราบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลที่อยู่ของเขามาตั้งแต่ปี 2555 โดยมาเผยแพร่กันหนักในช่วงนี้ 

ช่วงดึกวันเดียวกันสมศักดิ์โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งระบุว่า เมื่อมาสำรวจความเสียหายและเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจโดยละเอียด จึงพบว่า คนร้ายโยนอิฐก้อนใหญ่ 1 ก้อนเข้ามาด้านใน ขวดเบียร์ใส่น้ำมันก๊าดพร้อมผ้าในลักษณะระเบิดขวด ซึ่งคนร้ายจุดโยนเข้ามาด้วยแต่ไฟไม่ติด ที่เหลือเป็นการยิงกระสุนเข้ามา เป็นกระสุนจริง ไม่ใช่กระสุนยาง เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าเป็นปืนชนิดลูกซอง และอาจจะมีปืนลูกโม่ด้วย เพราะพบเศษหัวกระสุน 2 ชนิด แต่ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยืนยันอีกครั้ง กระสุนปืนลูกซองเมื่อยิงออกจากปืน หัวกระสุนจะแตกกระจายเป็นเศษโลหะ พบเศษหัวกระสุนในตัวบ้านหลายชิ้น นอกตัวบ้านในโรงรถก็พบเศษหัวกระสุนไม่น้อย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่่ผ่านมา พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการโพสต์เฟซบุ๊กของสมศักดิ์ว่า ช่วงที่ผ่านมานายสมศักดิ์โพสต์บางข้อความที่อาจมีเนื้อหาไม่ค่อยเหมาะสมต่อสังคมไทย โดยเฉพาะบางข้อความอาจมีโอกาสเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งทางกองทัพบกจะได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่าข้อความใดเข้าข่ายเป็นการหมิ่นสถาบัน หรือจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันบ้าง เนื่องจากกองทัพบกเป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่ในการปกป้องสถาบันและดำรงพระเกียรติยศ ดังนั้น การกระทำใดเป็นการใส่ความด้วยความเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือเชื่อมั่นต่อระบอบการปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทางกองทัพบกจำเป็นต้องให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินการ ควบคู่กับการใช้มาตราการทางสังคมเพื่อกดดัน และปฏิเสธพฤติกรรมการกระทำที่ไม่ถูกต้อง  

วันเดียวกัน (6 ก.พ.) สมศักดิ์โพสต์ความคิดเห็นในเฟซบุ๊กต่อกรณีการให้ข่าวของรองโฆษกกองทัพบกด้วยว่า “ไม่ทราบว่า ทบ อ่านภาษาไทยอย่างไรนะครับ คนรักเจ้า อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ 112 ตั้งแต่เมื่อไร และการที่ผมล้อเลียนวิจารณ์คนรักเจ้าและการรักเจ้าแบบเอาเจ้าเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่รู้จักการตื่นรู้เตรียมปรับตัว เป็นการละเมิด 112 ไปได้อย่างไร”

ต่อมาวันที่ 7 ก.พ. สมศักดิ์โพสต์ว่า “1. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกียวกับโลกมนุษย์ ล้วนแต่มีข้อมูลได้มากกว่า 1 ชุด ล้วนมีมุมมองได้มากกว่า 1 แบบ ไม่ว่าจะเรื่องใดๆ ตั้งแต่เรืองธรรมดาๆ เช่น หนังสือสักเล่ม ร้านอาหารสักแห่ง หนังสักเรื่อง ไปถึงเรื่องบุคคล ระบบการเมือง และวัฒนธรรมต่างๆ ทุกๆกรณี ล้วนมีข้อมูลได้มากกว่า 1 ชุด มีมุมมองได้มากกว่า 1 แบบ - นี่คือธรรมชาติของโลกมนุษย์

ในหลายปีมานี้ ผมเรียกร้องให้คนที่โจมตีผม ลองยกตัวอย่างว่ามีเรื่องเกี่ยวกับสังคมมนุษย์สักเรื่อง ทีมีข้อมูลเพียงชุดเดียว หรือมีมุมมองได้เพียงแบบเดียว ไม่เคยมีใครยกขึ้นมาได้

2. ไม่มีโลกอารยะทีไหน ใช้วิธีบังคับ ไม่ว่าด้วยกฎหมายหรือวิธีการอื่นๆว่า มีบางเรื่องต้องมีข้อมูลหรือมุมมมองได้แบบเดียวเท่านั้น และคนเป็นสิบๆล้านคน ทุกๆคน จะต้องมีความเห็นหรือข้อมูลเกี่ยวกับเรืองนั้นได้เพียงแบบเดียวเท่านั้น – เพราะการทำเช่นนั้นเป็นอะไรที่ผิดธรรมชาติ”



หมายเหตุ มีการเพิ่มเติมข้อมูล เวลา 16.20 น.(12 ก.พ.) และ 23.30 น. (13 ก.พ.)