ทีมกฎหมาย พท. ย้ำ ‘ศาล รธน.’ รับลูก ส.ว.เรื่อง ‘ถวิล’ เท่ากับขยายเขตอำนาจตัวเองอีกครั้ง

10 เม.ย. 2557 นายคณิน บุญสุวรรณ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย แถลงที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ถึงกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากสมาชิกภาพ กรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการพลเรือนว่า การยื่นเรื่องดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เพราะไม่ใช่เป็นการยื่นให้วินิจฉัยสถานภาพของ ส.ว.ด้วยกันเอง ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 91 บัญญัติให้มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงหรือไม่
 
ส่วนที่อ้างว่าดำเนินการตามมาตรา 182 วรรคสาม ซึ่งบัญญัติว่า ให้นำบทบัญญัติมาตรา 91 มาใช้บังคับกับการสิ้นสุดของความเป็น รัฐมนตรีด้วยนั้น ต้องเกิดจากกรณีที่รัฐมนตรีผู้นั้นขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา174 และต้องอยู่ในระหว่างที่มีรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ที่สำคัญต้องเข้าชื่อยื่นด้วยจำนวน ส.ส.และ ส.ว. รวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 คือ 65 คน โดยต้องยื่นต่อประธานรัฐสภาเท่านั้น
 
ดังนั้น ส.ว. ในปัจจุบันจึงมีสิทธิเพียงแค่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของ ส.ว. ด้วยกันเองเท่านั้น จะไปยื่นให้วินิจฉัยสถานภาพของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีไม่ได้เลย
 
นายคณิน กล่าวว่า ที่สำคัญนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ได้สิ้นสภาพไปแล้วตามมาตรา 180 (2) และอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 181 จึงไม่สามารถทำให้นายกรัฐมนตรีต้องสิ้นสภาพอีกครั้งหนึ่งได้
 
ในอดีตถ้าจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ต้องอยู่ในระหว่างที่มีรัฐสภา ซึ่ง ส.ว.ต้องเข้าชื่อร่วมกับ ส.ส. เพื่อให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของส.ส. และส.ว. รวมกัน คือประมาณ 65 คน และต้องยื่นต่อประธานรัฐสภา แต่นี่มี ส.ว.เข้าชื่อเพียงแค่ 28 คน และยื่นต่อรองประธานวุฒิสภา ในขณะที่ไม่มี ส.ส. แม้แต่คนเดียว เหตุเพราะไม่มีรัฐสภา จึงถือเป็นการลักไก่ หรือตีหัวเข้าบ้านอย่างที่ภาษาชาวบ้านเรียกเขาเรียกกัน
 
ดังนั้น  เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องนี้ไว้วินิจฉัยก็เท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญมีเจตนาที่จะลบล้างเจตนารมณ์ของมาตรา 91 มาตรา 181 และมาตรา 182 วรรคสาม ซึ่งเท่ากับเป็นการขยายเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงที่สุด เพราะมีเป้าหมายเพื่อล้มล้างคณะรัฐมนตรี ทั้งคณะ เพื่อให้เกิดสุญญากาศอันจะเปิดทางให้เลขาธิการ กปปส. มาสวมรอยเป็นรัฏฐาธิปัตย์ตามที่ประกาศไว้ 
 

ที่มา: มติชนออนไลน์