ใบตองแห้งออนไลน์: 80 ปีเหยื่ออธรรม

 

80 ปีวันสถาปนาธรรมศาสตร์ จะเปิดเพลง La Marseillaise ต้นฉบับมาร์ช ม.ธ.ก.ได้ไหม

อ้าว 27 มิถุนายนเป็นวันอะไร ก็วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรก "อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย" อีก 2 ปีต่อมา อ.ปรีดี พนมยงค์ จึงก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เป็นอนุสรณ์การปฏิวัติ 2475 ซึ่งสถาปนา "ประชาธิปไตยตะวันตก" ที่คนยุคนี้เกลียดนักเกลียดหนา

ก็เลยไม่ทราบว่า บรรดาผู้บริหารและศิษยานุศิษย์ผู้มีชื่อเสียง จะรำลึกวันสถาปนากันแบบไหน ในเมื่อหลายๆ ท่าน ไม่ยอมรับเสรีภาพความเห็นต่าง ไม่ยอมรับสิทธิเสมอภาคในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหลักการ "ประชาธิปไตยตะวันตก" แต่ ยังจะอ้าง อ.ปรีดี พนมยงค์ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ "อภิวัฒน์สังคมไทย" ตามตัวเองต้องการ

ผมไม่ใช่ศิษย์เก่าในทำเนียบ เพราะเรียนไม่จบ แต่เปลี่ยนชีวิตและได้จิตวิญญาณจากการเข้าธรรมศาสตร์ปี 2517 นั่นคือ 40 ปีที่แล้วและครบ 40 ปีสถาปนา พอดีเป๊ะ แม้ไม่ทัน 14 ตุลาแต่ก็ได้ผลสะเทือนจนเข้าขบวนการนักศึกษา 40 ปีผ่านไป น่าเศร้าที่ต้องกลับมาถกอุดมการณ์เดือนตุลา และจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ที่แยกกัน 2 ทาง

บางคนอาจแย้ง อ้าว การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ใช่อุดมการณ์เดือนตุลา ไม่ใช่จิตวิญญาณธรรมศาสตร์หรือ ใช่สิครับ แต่การปราบทุจริตต้องอยู่บนพื้นฐานหลักการสิทธิเสรีภาพ หลักประชาธิปไตย ที่มีการตรวจสอบและกระจายอำนาจ ไม่ใช่อ้างทุจริตแล้วโทษประชาธิปไตยโดยเชื่อว่าอำนาจที่ไม่มาจากเลือกตั้งมีศีลธรรมจรรยาสูงกว่า

จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ทำไมแยก 2 ทาง ไม่แปลกหรอก เพราะธรรมศาสตร์เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ทางการเมืองของคนชั้นกลาง ตั้งแต่ อ.ปรีดีก่อตั้งเป็นตลาดวิชาของ "สามัญชน" ประวัติศาสตร์และเกียรติภูมิยุคแรกก็คือต่อสู้เผด็จการ ตั้งแต่หลัง 2490 "วันธรรมศาสตร์สามัคคี" วันที่นักศึกษายึดมหาวิทยาลัยคืนจากทหาร เรื่อยมาถึง 14 ตุลา 2516 โค่นล้มเผด็จการถนอม-ประภาส แม้พฤษภา 2535 ก็ยังมีบทบาท

แต่เมื่อทัศนะและบทบาทคนชั้นกลางเปลี่ยนไป สัญลักษณ์การต่อสู้ก็สับสน เป็นธรรมดา จึงมีคนบอกว่า "ฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" ฉะนั้นก็จัดรถตู้พานักศึกษาไปล้มรัฐบาลโกงประชาชน โกงจำนำข้าว

82 ปีประชาธิปไตย คนชั้นกลางเปลี่ยนไป จากที่เคยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จนได้ประชาธิปไตย วันนี้เชื่อว่าประชาธิปไตยควรเป็นของตนเท่านั้น ไม่ควรเป็นของคนชั้นที่ต่ำกว่า ด้อยกว่า จน โง่ ไร้การศึกษา ควรจะอยู่ใต้การปกครองและการอุปถัมภ์ของอำนาจรวมศูนย์ที่มีคุณธรรม โดยคนชั้นกลางมีส่วนร่วมในอำนาจนั้นด้วย

แต่เพื่อการนั้นก็ต้องทิ้งคำว่า "อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย" ทิ้งหลักการเสรีภาพ เสมอภาค ที่ประศาสน์การไว้

โดยลืมไปว่าคำขวัญอันสวยหรูของชาวธรรมศาสตร์ ล้วนกำเนิดมาจากหลักสิทธิเสรีภาพและ "อำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย" ทั้งสิ้น ไม่ว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ "ศรีบูรพา" ผู้กล่าวว่า "ชาวธรรมศาสตร์รักมหาวิทยาลัยของเขา เพราะว่ามหาวิทยาลัยของเขาสอนให้รักประชาชน" หรือ ทวีป วรดิลก ผู้แต่งเพลงมาร์ช ม.ธ.ก. "สัจจธรรมนำเรา เร้าในดวงใจ โดมดำรงธงชัยในวิญญาณ" ต่างก็ต่อสู้จนตกเป็น "เหยื่ออธรรม" ศรีบูรพาไปจบชีวิตที่จีน ทวีปก็เป็น 1 ใน 5 ผู้ถูกลบชื่อจากนักศึกษาฐานทวงมหาวิทยาลัยคืนจากทหารในปี 2494

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ 80 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปลี่ยนไป ในความเป็นสถาบันการศึกษา ธรรมศาสตร์วันนี้ไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น คือเป็นแหล่งผลิตปริญญาสำหรับคนชั้นกลาง นุ่งกางเกงสามส่วน ขับรถเอสยูวี

เพียงแต่ข้อแตกต่างคือจิตวิญญาณธรรมศาสตร์แพร่ขยายออกไปพร้อมกับความเติบโตของประชาธิปไตย คนที่เคารพนับถือ อ.ปรีดี อ.ป๋วย ไม่ได้มีแค่คนจบธรรมศาสตร์ คนที่ผูกพันกับดินสอโดม ลานโพธิ์ ท่าพระจันทร์ 14 และ 6 ตุลา ไม่ได้มีแค่นักศึกษา แต่รวมถึงผู้รักประชาธิปไตย กรรมกร ชาวนา ที่เคยมาประท้วง มากินมานอน

80 ปีธรรมศาสตร์ อาจผลิตนายกฯ น้อยกว่าสวนกุหลาบ แต่มีประธานศาล มีอัยการสูงสุด มีปลัดกระทรวง มีผู้ว่าฯ นับไม่ถ้วน กระนั้น ก็น่าประหลาดใจว่า ปูชนียบุคคลที่ได้รับการยกย่อง กลับไม่ใช่ผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์ ผู้มีอำนาจทั้งหลาย ตำนานธรรมศาสตร์กลับกลายเป็น อ.ปรีดี ผู้ต้องลี้ภัยไปตายที่ฝรั่งเศส อ.ป๋วย ผู้ไปจบชีวิตที่อังกฤษ ศรีบูรพา, นายผี, เปลื้อง วรรณศรี ฯลฯ ผู้ตกเป็น "เหยื่ออธรรม" จนต้องหลบหนี แต่ได้รับการยกย่องในภายหลังทั้งสิ้น

เอาไว้อีกสัก 1-2 ทศวรรษ เราจะได้พิสูจน์กันว่าตำนานธรรมศาสตร์อยู่ที่ใคร

แต่ก็ไม่ใช่ว่า "เหยื่ออธรรม" จะต้องเป็นผู้แพ้เสมอไป

 

 

ที่มา: http://www.khaosod.co.th