คุยกับชาวบ้าน: จับตาเส้นตายวันนี้ ไล่รื้อชุมชนคลองไทรพัฒนา สุราษฎร์ฯ

 

1 ต.ค. 2557 จะถึงกำหนดครบรอบ 7 วัน หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปในชุมชนซึ่งมีนายทุนร่วมขบวน เมื่อวันที่24 ก.ย. 2557 พร้อมขีดเส้นตายสั่งให้ชาวบ้านออกนอกพื้นที่ โดยไม่มีหนังสือคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

อ่านที่

ทหารไล่รื้อชุมชนคลองไทรฯ จี้ย้ายออกใน 7 วัน–องค์กรสิทธิฯ ระหว่างประเทศ ร้อง DSI คุ้มครอง
สกต.ร้องกรรมการสิทธิ เร่งสอบทหาร-นายทุนไล่ที่ชุมชนสุราษฎร์

ข้อมูลชุมชนคลองไทรพัฒนา

ชุมชนคลองไทรพัฒนาตั้งอยู่ที่ หมู่ 2 ตําบลไทรทอง อําเภอชัยบุรี  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  มีสมาชิกชุมชนทั้งหมด จํานวน 45 ครัวเรือน เป็นพื้นที่ตามกฎหมายที่เป็น ส.ป.ก. มีพื้นที่ทั้งหมดจำนวน 906 ไร่ เมื่อปี 2550 ส.ป.ก. ได้ยื่นฟ้องบริษัท จิวกังจุ้ยพัฒนา จำกัด เนื่องจากบริษัทไม่ยอมออกนอกพื้นที่หลังจากหมดสัญญาเช่า ต่อมาศาลชั้นต้นสั่งให้บริษัทและบริวารออกจากพื้นที่ แต่ทางบริษัทยื่นอุทธรณ์ทุเลาบังคับคดี ส่งผลให้บริษัทสามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวผลผลิตในพื้นที่ได้อยู่ ขณะนี้ขบวนการยังอยู่ขั้นตอนของศาลฎีกา ซึ่งผ่านมาแล้ว 3 ปี ยังไม่มีคำพิพากษาออกมา

ประชาไทสัมภาษณ์กลุ่มตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ และกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ถึงมุมมองต่อคำสั่งคสชที่ 64 และ66/2557 และความกังวลต่อสถานการณ์ที่ยังไม่ชัดเจน

พวกเขากล่าวว่า เป็นคำสั่งที่เขียนเอาไว้เป็นแนวทางที่ดี แต่ในทางปฏิบัติกลับสร้างผลกระทบให้กับชาวบ้านที่ไร้ที่ดินทำกิน หรือผู้ยากจนมากยิ่งกว่าจะเป็นการจัดการกับพื้นที่ซึ่งถูกนายทุนรุกล้ำ

ขณะเดียวกันก็ได้ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมชาวบ้านในชุมชนจึงถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ทั้งที่ชุมชนไม่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ หากแต่อยู่ในพื้นที่ตามกฎหมาย ส.ป.ก. ซึ่งทางชาวบ้านได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2546 ซึ่งรัฐอนุญาตให้ชาวบ้านที่ไร้ที่ทำกินอาศัยอยู่ในพื้นที่ไปก่อน หลังจากนายทุนหมดสัญญาเช่าพื้นที่กับรัฐตั้งแต่ปี 2546  ทาง สกต.ได้ยื่นขอใช้ประโยชน์จาก ส.ป.ก. แล้ว และล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ทาง ส.ป.ก. ส่งเจ้าหน้าที่มารังวัดที่ดินแล้ว แต่ติดขัดที่ยังมีคดีค้างอยู่ที่ศาลฏีกา จึงจัดสรรให้เกษตรกรไม่ได้

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2557 เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาในพื้นที่และประกาศให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ใน 7 วัน โดยอ้างอิงนโยบายของ คสช.ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านผิดหวังและสงสัยกันมากว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงมาพร้อมกับนายทุนในพื้นที่

“นี่เป็นสิ่งที่เรารู้สึกแย่ที่สุด เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาขับไล่เราพร้อมกับนายทุนที่เคยทำร้ายพวกเรา และมันสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้กับพวกเราเข้าไปอีกเพราะเจ้าหน้าที่มากับคนที่เคยทำร้ายเรา ทุกวันนี้เราเองก็ยังกังวลในเรื่องความปลอดภัยอยู่ เพราะทางเข้าออกชุมชนมีเพียงทางเดียว ซึ่งเป็นทางที่ต้องผ่านที่ดินของนายทุน” ตัวแทนชุมชนกล่าว

(อ่านข่าวเก่า ‘สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้’ ร้อง ปจช.เร่งสางปมความรุนแรงใน ‘พื้นที่โฉนดชุมชน’)


แกนนำชาวบ้านในพื้นที่ที่ถูกยิงเสียชีวิตจากปมขัดแย้งกรณีที่ดิน

ชาวบ้าน และ สกต. เล่าถึงความกังวลว่า มีความเป็นไปได้ที่นายทุนกำลังใช้ทหารเป็นเครื่องมือในการขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ และปล่อยให้นายทุนหาผลประโยชน์จากพื้นที่แค่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีมาตรการที่จะปกป้องคนในชุมชน

เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชนและความรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ตัวแทนชาวบ้านจึงได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนกับหล่ายหน่วยงาน แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าหลังจากวันที่ 1 ต.ค. พวกเขายังอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้หรือไม่

“ตลอด 6 วันที่ผ่านมาเราก็ได้ไปยื่นหนังสือทั้งคณะกรรมการสิทธิฯ ศูนย์ดำรงธรรม องค์การสหประชาชาติ และทำเนียบรัฐบาล แต่ละที่ต่างก็รับปากว่าจะรีบประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน ทางกรรมการสิทธิฯ ก็ได้ส่งหนังสือด่วนไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด และผอ.กอ.รมน. แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าหนังสือไปถึงท่านหรือยัง แต่หมอนิรันดร์ก็รับปากว่าจะลงพื้นที่ตรวจสอบเร็วๆ นี้ ทาง UN ก็รับเรื่องและจะเร่งขอคำอธิบายกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยการเชิญรัฐมนตรีกระทรวงการต่างเทศมาให้ข้อมูล แต่ตอนนี้เราเองก็ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น” ตัวแทนจากชุมชนคลองไทรกล่าว


ตัวแทนชาวบ้านยื่นเรื่องกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ขณะเดียวกันระหว่างเดินทางไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ตัวแทนชุมชนได้มีโอกาสพบกับนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และได้เล่าเรื่องราวความเดือดร้อนของคนในชุมชนให้ฟัง ซึ่งนายอภิสิทธิ์รับว่าจะช่วยพูดคุยและประสานไปยังอดีต ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยครองที่นั่งทุกเขตในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนคลองไทรฯ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอื่นๆ ในจังหวัด

ก่อนเกิดรัฐประหาร ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า ไม่เคยมีกระทำลักษณะนี้จากทางเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจมาก่อน ไม่เคยมีการเข้ามากดดันให้ชาวชุมชนย้ายออกจากพื้นที่แต่อย่างใด ในขณะที่รัฐบาลก่อนหน้ารัฐบาลนี้ก็มีแนวทางในการจัดสรรพื้นที่ให้ชาวบ้านโดยเมื่อปี 2552 มีคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ 71/52 แต่งตั้งคณะกรรมการอํานวยการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย สั่ง ณ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ลงนามโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีมติเห็นชอบให้ผ่อนผันให้ราษฎรได้อยู่อาศัยและทํากินในที่ดินตามวิถีชีวิตปกติไปพลางก่อนจนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ และชุมชนคลองไทรฯ เองก็เป็นหนึ่งในชุมชนนำร่องโฉนดชุมชนอยู่ด้วยจนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

“นั่นหมายความว่ากระบวนการที่เราได้ประสานกับ 4 รัฐบาลมาก่อนหน้านี้ไม่มีความหมายเลยใช่ไหม” ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้กล่าว

ถึงที่สุดแล้วทั้งตัวแทนชุมชนคลองไทรฯ และตัว สกต. ก็ยังไม่แน่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังยืนยันที่จะสู้เพื่อปกป้องผืนดินของตนเองต่อไป

“เราเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นวันพรุ่งนี้ แต่อย่างไรเราก็ต้องสู้ต่อไป เราจะไม่ไปไหน ที่เราไม่ไปไหนไม่ใช่เพราะว่าเราไม่กลัว แต่เราไม่มีที่ไป เราเอาทุกอย่างมาอยู่ในชุมชนนี้แล้ว ลูก เมีย อาชีพ ที่ดินที่จะเป็นอนาคตของลูก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน ”

“สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านตอนนี้ การเข้ามาไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่อย่างไม่เป็นธรรมแบบนี้ มันไม่ใช่การคืนความสุขที่แท้จริง” ตัวแทนชุมชนกล่าวทิ้งทาย