ศาลลำปางนัด 2 ธ.ค.พิพากษาคดี ‘ลุงเผ่าอาข่า’ บุกรุกป่าสงวน

ผลคำสั่ง คสช.64/2557 สั่งปราบปราม-หยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่าไม้ อัยการส่งฟ้องคดีนายอาแม อามอ ลุงเผ่าอาข่า กล่าวหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ศาลลำปางสั่งสืบเสาะข้อเท็จจริง ก่อนนัดพิพากษา 2 ธ.ค.นี้
 
30 ต.ค. 2557 ที่ศาลจังหวัดลำปาง พนักงานอัยการจังหวัดลำปางได้ยื่นฟ้อง นายอาแม อามอ ชาวไทยภูเขากลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โป่ง อ.งาว จ.ลำปาง ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่อุทยาน และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังกันเข้าตัดฟันต้นยางพารา ทุเรียน และเงาะในพื้นที่ดังกล่าว ตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 64/2557 และได้ดำเนินคดีกับนายอาแม
 
สำหรับคำฟ้องในกรณีนี้ ได้แยกเป็น 3 คดี ในข้อหาเดียวกัน คือฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ในการแผ้วถาง ก่นสร้าง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไมได้รับอนุญาต และยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
ในแต่ละคดีนั้น ได้ระบุถึงพื้นที่ที่ถูกบุกรุกต่างแปลงกันไป โดยทั้งหมดอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่โป่ง รวมแล้วเป็นพื้นที่ 80 กว่าไร่ และเป็นค่าเสียหายต่อรัฐราว 4.6 ล้านบาท
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพนักงานอัยการสั่งฟ้อง นายอาแมได้ถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำใต้ถุนศาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ศาลได้สอบถามคำให้การของจำเลย โดยไม่ได้มีการนำตัวขึ้นมายังห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด และจำเลยได้รับสารภาพตามข้อกล่าวหา โดยไม่ได้มีทนายความอยู่ด้วย รวมทั้งไม่ได้มีล่ามในระหว่างการสอบถาม มีแต่เพียงการให้เจ้าหน้าที่เชิญญาติคนหนึ่งลงไปร่วมสอบถามในช่วงท้าย โดยนายอาแมมีปัญหาในการอ่านและสื่อสารภาษาไทย
 
จากนั้น ศาลได้สั่งให้มีการสืบเสาะ โดยให้พนักงานคุมความประพฤติได้ดำเนินการสืบเสาะข้อเท็จจริง ทั้งพฤติการณ์ของจำเลย และข้อเท็จจริงของการใช้ที่ดินดังกล่าว พร้อมนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 2 ธ.ค. 2557 ก่อนที่ญาติของนายอาแมจะใช้โฉนดที่ดินและหลักทรัพย์เช่า จำนวนรวม 300,000 บาท เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัว
 
นายอาแม อามอ (รูปภาพจากเพจ พลิกฟื้นผืนดินไทย)
 
ทั้งนี้ นายอาแม อามอ อายุ 71 ปี เป็นชาวไทยภูเขากลุ่มชาติพันธุ์อาข่า มีอาชีพทำนาทำไร่อยู่ที่บ้านห้วยน้ำตื้น ต.ปงเตา อ.งาว จ.ลำปาง จากคำบอกเล่าของนายอาแมและลูกชาย นายอาแมได้ทำนาข้าวและปลูกข้าวโพดในพื้นที่ราว 30 ไร่ มาเป็นเวลามากกว่า 30 ปี ก่อนที่จะหันมาปลูกยางพาราตามนโยบายส่งเสริมของรัฐบาลตั้งแต่เมื่อ 11 ปีก่อน จนต้นยางโตพอที่จะกรีดได้แล้ว รวมทั้งยังปลูกทุเรียนและเงาะในพื้นที่ที่ครอบครองและใช้ประโยชน์ดังกล่าวด้วย โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็เคยมีการมาตรวจดูพื้นที่ แต่ไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ
 
จนกระทั้งมีการประกาศใช้คำสั่งคสช.ฉบับที่ 64/2557 เรื่องการปราบปรามและการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ (ลงวันที่ 14 มิ.ย.57) ในวันที่ 14 ก.ค. 57 เจ้าหน้าป่าไม้ของอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท อ.งาว ได้มีการดำเนินการติดป้ายประกาศทวงคืนหลายพื้นที่ในบริเวณอุทยาน เนื่องจากเป็นพื้นที่เตรียมการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า
 
จากนั้นในวันที่ 22 ก.ค.57 ได้มีการสนธิกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมแล้วหลายร้อยนาย เข้าตัดฟันยางพาราจำนวนกว่า 3,200 ต้น ต้นทุเรียน 208 ต้น และต้นเงาะอีกหลายสิบต้น ทั้งต่อมาได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายอามอในการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน
 
ป้ายประกาศทวงคืนพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท
 
สำหรับพื้นที่ป่าแม่โป่งนั้น ได้มีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2522 ตามกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฉบับที่ 866 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
 
อนึ่ง คำสั่งคสช.ฉบับที่ 66/2557 ได้ระบุด้วยว่าการดำเนินการใดๆ ในการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป