พล.อ.ประยุทธ์จะช่วยโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม-แต่จะให้อยู่ดีกินดีกว่าคนไทยไม่ได้

นายกรัฐมนตรีแถลงหลังประชุม ครม.นัดพิเศษวาระช่วยชาวโรฮิงญา ยืนยันว่าจะให้กองทัพเรือส่งเรือไปที่รอยต่อของน่านน้ำเพื่อใช้เป็นฐานช่วยเหลือชาวโรฮิงญาก่อนส่งต่อศูนย์อพยพมาเลเซีย-อินโดยีเซีย ย้ำชีวิตทุกคนมีค่าเราต้องช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม แต่จะให้อยู่ดีกินดีกว่าคนไทยไม่ได้

26 พ.ค. 2558 - เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่บริเวณห้องโถงตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษถึงการบริหารจัดการเพื่อช่วยเหลือชาวโรฮิงญาว่า ในฐานะประเทศไทยเป็นประเทศตรงกลาง จึงต้องพิจารณาปัญหาตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ซึ่งจากการหารือกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงจะต้องมีการเพิ่มบทบาทในการดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กองทัพเรือนำเรือขนาดใหญ่ออกไปในทะเลบริเวณเขตรอยต่อของประเทศไทยเพื่อเป็นฐานทัพให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาที่ยังอยู่บนเรือบริเวณประเทศไทยและเขตรอยต่อพร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล รวมไปถึงคัดแยกเก็บประวัติเพื่อส่งต่อไปยังศูนย์พักชั่วคราวประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย สำหรับกรณีผู้เจ็บป่วยสาหัสที่จำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ในประเทศไทย ก็จะอำนวยความสะดวกให้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับกรณีชาวโรฮิงญาที่อยู่ในน่านน้ำนั้น จะเป็นไปตามแนวทางเดิมคือต้องขึ้นอยู่กับใจของเขาว่าจะไปที่ไหน ซึ่งแต่ละประเทศต้องช่วยกันอำนวยความสะดวก อย่างไรก็ตามได้มีความชัดเจนในการลาดตระเวนทางอากาศ ที่ให้ทหารอากาศจัดเครื่องบินลาดตระเวนตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.แล้ว หากสหรัฐอเมริกาหรือประเทศใดสนใจจะมาร่วมมือก็ต้องมาอยู่ในสายบังคับบัญชากับเรา เพราะเราเป็นเจ้าของพื้นที่ สื่อต้องช่วยกันนำเสนอข่าวในเรื่องนี้ ซื่งที่ผ่านมาประเทศเราช่วยเหลือตลอดในเรื่องการดูแลผู้เจ็บป่วยตามหลักมนุษยธรรม เรามองประเด็นสำคัญคือ ชีวิตทุกชีวิตมีค่า รัฐบาลไทยโดยนายกรัฐมนตรีและคนไทยเป็นคนพุทธ ฉะนั้น ชีวิตคนทุกชีวิตมีค่าเราต้องช่วยเหลือตามมนุษยธรรมก่อนเรื่องอื่น จากนั้นเมื่อเขาเข้มแข็งก็ว่าไปตามความสมัครใจ ถ้าจะมาอยู่ที่ฝั่งไทยต้องยอมรับกติกาของเรา

นายกรัฐมนตรีกล่าว่า “อย่ามาตำหนิรัฐบาล หรือประเทศไทยกันเอง เราทำตามมติของยูเอ็น ซึ่งงบประมาณก็ค่อนข้างจำกัด และลดลงไปเรื่อย ๆ จะให้อยู่ดีกินดีกว่าที่คนไทยอยู่นั้นไม่ได้ ต้องเท่าเทียมกันและแก้ปัญหาทั้งหมด ส่วนปัญหาระยะยาวจะแก้ปัญหากันเอง คุยกับประเทศเพื่อนบ้านกันแล้วว่าขอเวลาเตรียมการหน่อย ไม่ได้มีปัญหาอะไร วันนี้เราต้องลดความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน และใช้ความเป็นมนุษยธรรมซึ่งคิดว่าผู้นำทุกประเทศเข้าใจตรงนี้”