บันทึกวันแม่แห่งชาติในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่าน 2558

ผู้หญิงคนนี้ชื่อฮัจยะห์คอดิยะห์ แต่คนตานีรู้จักกันในชื่อ นางเจ๊ะเยาะห์ นางเกิดที่มักกะห์สืบเชื้อสายมาจากมุฟฏีกลันตัน เมื่อเข้าสู่วัยสาวได้แต่งงานกับ"หะยีสุหลง"โต๊ะครูหนุ่มวัย29จากปาตานี ครูผู้สอนกีตาบในมัสยิดฮารอมเมืองมักกะห์ในปลายยุคสมัยอุสมานียะห์เป็นที่ร่ำลือกันทั่วทั้งทะเลทรายถึงความเป็นครูหนุ่มไฟแรงผู้มีความรอบรู้และสอนเข้าใจง่าย

นางคลอดบุตรคนแรกที่มักกะห์เป็นชายตั้งชื่อว่า มาฮมูด ขณะที่อยู่ในวัยช่างพูดช่างถาม มาห์มูดก็ได้กลับคืนสู่อัลลอฮ สร้างความเสียใจให้กับนางเป็นอันมาก ด้วยความรักในตัวภรรยาทำให้โต๊ะครูหนุ่มตัดสินใจหยุดพักการสอนในเมืองมักกะห์และตั้งใจพาภรรยากลับไปเยี่ยมบ้านเกิดตัวเองที่เมืองปาตานีเพื่อให้ภรรยาคลายความเศร้าโศกเสียชั่วระยะ หลังจากนั้นตั้งความหวังไว้ว่าจะกลับมาสอนกีตาบเหมือนเดิมที่เมืองมักกะห์อีกสองปีข้างหน้า

ท่าเรือปีนัง พ.ศ 2470 นางกับสามีถ่ายลงเรือโดยสารขนาดเล็กมาขึ้นที่ท่าเรือกรือเซะ นางมาถึงบ้านเกิดของสามีซึ่งเป็นบ้านทรงมลายูขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่อาเนาะรูในเมืองตานี นางได้เห็นสภาพบ้านเมืองที่ล้าหลังผู้คนที่อดอยากแร้นแค้นและคราบสกปรกติดเปื้อนผนังปูนของตึกแถวชิโนโปรตุกีสอันสวยงามบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในอดีตผ่านมา บนถนนในเมืองมีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน

ราตรีแรกของเมืองตานีนางกระซิบบอกสามีว่านางท้อง สามีอุทานอัลฮำดุลิลละห์ยิ้มให้นางอย่างมีความสุข นางเองก็รู้สึกอิ่มเอมใจ ความโศกเศร้าที่ติดอยู่ข้างในได้ลอยหายไปตามแม่น้ำลงสู่ทะเล นางมองสามีที่นอนหลับอยู่ตรงหน้าด้วยความรักใคร่ สามีนางเกิดที่นี่ เกิดที่เมืองนี้ เมืองที่มีชื่อว่า "ปาตานีดารุสลาม" มีเจ้าเมืองชื่อว่า "สุลต่านสุไลมาน-ซารีฟุดดีน" เมื่อปี พ.ศ 2438 อยู่ภายใต้การปกครองของสยาม พ่อของสามีนางชื่อ หะยีอับดุลกอเดร์ เป็นหลานของ"ต่วนมีนาล" หะยีไซนัลอาบีดีน บิน อาฮมัด ผู้มีชื่อเสียงในการแต่งตำราศาสนาอิสลามในยุคสมัยนั้น ชาวบ้านเรียกกันว่า "โต๊ะมีนา" สามีนางเข้าเรียนหนังสือที่ปอเนาะบานาของโต๊ะครูหะยีอับดุลรอเซะ พออายุได้12ขวบ แม่ถึงแก่กรรม พ่อจึงส่งไปเรียนต่อที่เมืองมักกะห์

นางเอามือลูบท้องตัวเองช้าๆนางสัมผัสได้ถึงชีวิตน้อยๆอีกชีวิตหนึ่งที่กำลังเติบโตอยู่ข้างใน นางขอบคุณอัลลอฮที่มอบของขวัญชิ้นนี้มาให้และนางขอบคุณอัลลอฮอีกครั้งที่มอบสามีที่ดีงามให้แก่นาง

นางไม่รู้หรอกว่าวันพรุ่งนี้สามีของนางจะบอกนางว่าจะไม่กลับไปสอนที่มักกะห์อีกแล้วแต่จะสอนหนังสือให้กับคนที่นี่แทน และอีก27ปีข้างหน้า สามีของนางกับลูกในท้องขณะนี้ของนางจะถูกรัฐไทยสั่งฆ่าโดยการรัดคอจนตายแล้วผ่าศพผูกเสาซีเมนต์ไปทิ้งกลางทะเลที่เกาะหนูเกาะแมว หลังจากเช้าวันนั้นเขาได้บอกนางว่าจะกลับมาตอนเย็นแล้วนั่งรถออกไปรายงานตัวในข้อหากบฏกับหน่วยสันติบาลสงขลา ปล่อยให้นางออกมานั่งเฝ้ารอสามีกับลูกชายที่ชานเรือนบ้านทุกวันจนกระทั้งสิ้นลมหายใจสุดท้ายของนาง