ใบตองแห้ง: รัฏฐาธิปัตย์ "หม่าฮั่น"

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ่อนน้อมถ่อมตนน่ารักจัง เปรียบตัวเองเป็นหวังเฉา หม่าฮั่น ไม่ใช่ท่านเปา (หน้าดำ) และไม่ใช่ "พระเอก" อย่างจั่นเจา เป็นแค่เจ้าพนักงานจับนักการเมืองเข้าเครื่องประหารหัวสุนัขตามคำสั่งศาล

โห อุตส่าห์เสี่ยงทำรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ท่านมีอำนาจเท่านั้นเองหรือครับ

มองมุมหนึ่งก็ใช่ รัฐประหารไทยแต่โบราณไม่ยุ่งกับศาล ขณะที่ศาลฎีกาก็รับรองรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ (ใครอย่าบังอาจฟ้องร้อง) ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่เกิดโน้น

รัฐประหารไทยจึงอยู่คู่ "กระบวนการยุติธรรม" (เฉยเลย) เว้นแต่จะใช้อำนาจ ม.17 ปุปุ โดยไม่ต้องขึ้นศาล หรือเว้นแต่ใช้ศาลทหาร ทั้งที่มองอีกด้าน ศาลต้องใช้ประกาศคำสั่งคณะรัฐประหารเป็นกฎหมาย เช่นสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ศาลจะตัดสินว่าไม่ผิดได้ไง หรือต่อให้ผู้พิพากษากล้าตัดสินไม่กลัวใคร ก็ยังต้องถาม ตำรวจ อัยการอยู่ใต้อำนาจใด สังคมที่ปิดกั้นเสรีภาพ จำเลยมีโอกาสสู้คดีแค่ไหน

แต่สังคมไทยก็เชื่อตลอดมา ว่าศาลยุติธรรมอยู่นอกอำนาจรัฐประหาร จนหลังรัฐธรรมนูญ 2540 ตั้งองค์กรอิสระ เราเกิดรัฐประหาร 2 ครั้ง ระบบ "แยกอำนาจ" ยิ่งพิลึกพิลั่น เพราะยกเลิกรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ยุบองค์กรอิสระ มีที่ไหนในโลกที่ Human Rights Watch ด่าฉอดๆ เป็นเผด็จการ แต่เรายังมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก้มหน้าก้มตาทำงานจนครบวาระ (เลือกเข้ามาใหม่อีกต่างหาก)

ยุค คสช.เคารพศาลและองค์กรอิสระยิ่งกว่า คมช.อีกนะครับ เพราะไม่ยุบศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ไม่มีรัฐธรรมนูญ ไม่ยุบ กกต.ทั้งที่ไม่มีเลือกตั้ง ไม่ยุบศาลปกครอง แต่ใช้ ม.44 ย้ายข้าราชการ ไม่แตะต้อง ป.ป.ช.ปล่อยให้ทำหน้าที่ "ปราบโกง" รัฐบาลที่แล้วอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูล อัยการสูงสุดก็สั่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ตามกระบวนการ เมื่อป.ป.ช.ยื่นถอดถอน สนช.ก็ลงมติอย่างเป็นอิสระ และเมื่อ ป.ป.ช.ชี้ว่าประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทำประเทศเสียหาย หวังเฉา หม่าฮั่นทำไงได้ ก็ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของหน้าที่

และเมื่อ ป.ป.ช.ครบวาระ สนช.ก็ตั้งใหม่ 5 คน อยู่ไป 9 ปี (กว่าจะครบ 9 ปีก็คงมีรัฐประหารอีกที)

นี่คือความพยายามบอกชาวบ้านว่า "1 ระบอบ 2 อำนาจ" ไม่เกี่ยวกัน ทั้งที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ เช่นเดียวกับบอกให้ประชาชนเคารพกฎหมาย รักษากติกา แต่กฎหมายคืออะไร กฎหมายคือมาตรา 44

"กฎหมายเขาว่าอย่างไร เขาห้ามพูดก็อย่าพูดตอนนี้" ฉะนั้น อาจารย์ที่ต้องสอนให้เด็กไม่ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง (ไม่กลัวกฎหมายก็ตามใจ)

คำถามก็คือ "1 ระบอบ 2 อำนาจ" นี้ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ใครคือคนถือเผือกเผา ท่านเปา หรือหวังเฉา หม่าฮั่น ไม่ต้องตอบก็รู้กัน ใครที่อึดอัดอยู่ทุกวัน (มองต่างมุมก็น่าเห็นใจนะครับ ตั้งใจทำงานเพื่อชาติ แต่ทำอะไรๆ ไม่ได้ดังใจ)

เรามาไกลมากจากยุคสฤษดิ์ แล้วยังกลับไปแก้ปัญหาแบบยุคสฤษดิ์ แต่แทนที่จะบอกว่า "ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่ผู้เดียว" ก็พยายามจะบอกว่าเรามีอารยะ มีกลไก มีกระบวนการ แต่ไปๆ มาๆ กลับทำลายความเชื่อมั่นต่อกลไกกระบวนการ

อ๊ะ อ๊ะ พูดอย่างนี้ไม่ใช่เอะอะก็โทษ คสช. เพราะ "รัฐประหารตุลาการภิวัฒน์" ทำเละไว้ตั้งแต่ปี 2549 รัฐประหาร ตุลาการ องค์กรอิสระ บอกไม่เกี่ยวกัน แต่ไขว้ขาหลอกสลับฟันปลา เดี๋ยวเป็น คตส. สนช. สสร. กมธ. เดี๋ยวก็นั่งในรัฐบาล เดี๋ยวกลับไปเป็นศาล เป็นองค์กรอิสระ 9 ปีผ่านไปความเชื่อมั่นเหลือแค่ไหนว่าตรงไปตรงมา

อย่าทำให้กฎหมายต้อง วิบัติไปกว่านี้เลย ร้อนถึงนักวิชาการต้องกลับมาอธิบายหลักการตื้นๆ "กฎหมายคืออะไร" อันไหนคืออำนาจ อันไหนคือกฎหมาย เพราะสังคมสับสนไปหมด

อยากใช้อำนาจก็ใช้สิครับ ถ้าตรงไปตรงมาไม่เห็นมีใครว่าอะไร เรื่องที่ท่านใช้อำนาจแล้วเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองก็มีเยอะไป พูดตรงๆ โดยไม่ต้องอ้างกฎหมาย บางครั้งยังได้ใจคนมากกว่า เช่น ที่บอกซื่อๆ ว่ารู้นะ มาไม่ถูกต้อง แต่ทำไงได้ มันจำเป็น บ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขัน

ท่านไม่ใช่หวังเฉา หม่าฮั่น แน่นอน ประการแรก หวังเฉา หม่าฮั่น ไม่มี ม.44 ป้ายอาญาสิทธิ์เหนือท่านเปา ประการที่สอง เปาบุ้นจิ้นเป็นนิทานเก่าๆ พันกว่าปี ตกยุคไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ถึงวันนี้ความเชื่อมั่นเชื่อถือเปาบุ้นจิ้น จะสู้หวังเฉา หม่าฮั่นได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

 

 

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์