อุดมเดชเผยเปลี่ยนกรรมการมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ในพระราชูปถัมภ์ฯ เพื่อความเหมาะสม

5 ม.ค. 2559 จากที่วานนี้(4 ม.ค.59) เว็บไซต์เดลินิวส์ รายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 126 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ออกประกาศเรื่องจดทะเบียนข้อบังคับมูลนิธิราชภักดิ์ว่า มูลนิธินี้ชื่อว่า "มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" ย่อว่า "ร.ภ." เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Rajabhakti Park Foundation Under the Royal Patronage of His Royal Highness Crown Prince Maha Vajiralongkorn นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการของมูลนิธิด้วยนั้น

ล่าสุด 5 ม.ค.59 สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการในมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ว่า เป็นการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพราะมีบางคนเกษียณอายุราชการ จึงจำเป็นต้องปรับการทำงาน เพื่อให้มีคนทำงานต่อบนพื้นฐานต่าง ๆ ซึ่งหลังจากนี้จะหารือกับกองทัพบก นำงบประมาณที่เหลืออยู่มาใช้ก่อสร้างเพิ่มเติม โดยดูลำดับความสำคัญเร่งด่วนก่อนหลัง

“ยืนยันว่าสิ่งต่าง ๆ ที่คณะกรรมการฯ ได้ทำลงไป มีความตั้งใจ เพราะจากการดำเนินการของคณะทำงานเป็นไปด้วยความรัดกุม รอบคอบ และมีความตั้งใจที่จะทำ ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ จะอยู่ที่กองทัพบกทั้งหมด ซึ่งผมได้ทำในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก” พล.อ.อุดมเดช กล่าว

ส่วนกรณีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบฯ ออกมาระบุเกี่ยวกับเก็บค่าหัวคิวโรงหล่อนั้น พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน คณะกรรมการฯ ไม่เกี่ยวข้อง และไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับกำลังพลของกองทัพบก

“อยากชี้แจงว่าผมไม่ชอบคำว่าหัวคิว และไม่อยากใช้คำนี้ เพียงแต่ที่ผ่านมาถูกสื่อมวลชนซักถามและอาจชี้แจงข้อเท็จจริงได้ไม่ครบทั้งหมด ยืนยันว่าเมื่อเอกชนกับเอกชนมีปัญหากัน เราก็พยายามแก้ปัญหาและทำในสิ่งที่ดี ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรื่องของบุญกุศล ดังนั้นจะมากล่าวหาว่าผมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของเอกชน ไม่เกี่ยวกับคณะกรรมการฯ  ดังนั้นกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ ก็ควรจะเข้าใจรายละเอียดด้วย เพราะหากยังคงออกมาแสดงความเห็น อาจจะทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม และในฐานะหน่วยงานตรวจสอบก็ต้องรับผิดชอบกับคำพูดด้วย ซึ่งในส่วนของผมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือหากมีปัญหาใดก็สามารถที่จะเข้ามาพูดคุยซักถามเกี่ยวกับรายละเอียดได้ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีเรื่องใดที่มีปัญหา จึงขอว่าอย่าหลงประเด็น” พล.อ.อุดมเดช กล่าว

ประวิตรย้ำกระบวนการตรวจสอบของกระทรวงกลาโหมสิ้นสุดแล้ว

วันเดียวกัน สำนักข่าวไทย ยังรายงานด้วยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลสอบการจัดสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมการที่กระทรวงกลาโหมตั้งขึ้น ไม่พบทุจริตหรือสิ่งต้องสงสัยเรื่องการใช้งบประมาณ และถือว่ากระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการกระทรวงกลาโหมเสร็จสิ้นแล้วและถือว่าดีที่สุด หลังจากนี้เชื่อว่าคงไม่มีอะไรอีก แต่หากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) หรือหน่วยงานอื่นจะตรวจสอบในส่วนการใช้จ่ายของภาคเอกชนก็สามารถทำได้ และหากพบข้อมูลมีความเชื่อมโยงกับบุคคลที่ไม่อยู่ในตำแหน่งต้องถือว่าสิ้นสุด

“ผมคิดว่าเรื่องของโครงการตอนนี้โอเคทุกอย่างแล้ว จากนี้เป็นเรื่องของบุคคลไม่ใช่เรื่องของโครงการหรือหน่วยงานอีกแล้ว ส่วนเรื่องโรงหล่อถือเป็นเรื่องของเอกชนที่ต้องว่ากันไป ใครผิดใครถูก ส่วนมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ฯ ยังไม่ได้ใช้เงินอะไรเลย คิดว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว” พล.อ.ประวิตร กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าได้พูดคุยกับพล.อ.อุดมเดช เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวบ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะถือว่าผลสอบออกมาชัดเจนแล้ว