จอม เพชรประดับ เล่าต้นทุนที่ต้องจ่ายบนเส้นทางการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ

24 มี.ค. 2559 จอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ซึ่งหลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เรียกตัวเขาเพื่อเข้ารายงานตัวด้วยคำสั่ง คสช. 82/2557 ปัจจุบัน จอมได้ ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ และยังคงผลิตรายการสัมภาษณ์ผ่านทางยูทูบจำนวนมาก ผ่าน Thaivoicemedia 

ล่าสุดวันนี้ (24 มี.ค.59) จอม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะสาธารณะ 'Jom Petchpradab' เล่าถึงชีวิตของเขาที่เข้าปีที่ 3 ของการตั้งใจพลัดพรากจากสมาชิกในครอบครัว ไกลบ้าน พลัดถิ่น เพื่อก้าวเดินบนเส้นทางที่สมาชิกในครอบครัวไม่มีใครเห็นด้วยเลย พร้อมระบุด้วยว่า 3 ปี ที่ตนเองไม่มีโอกาสได้ อยู่เคียงข้างในวันสุดท้ายของพี่ชายผู้มีพระคุณถึง 2 คน 

โดย จอม โพสต์รายละเอียดดังนี้

 

"ทำไมต้นทุนที่ต้องจ่าย ... บนเส้นทางการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ถึงได้มากมายเช่นนี้.."

เข้าปีที่ 3 ของการตั้งใจพลัดพรากจากสมาชิกในครอบครัว ไกลบ้าน พลัดถิ่น เพื่อก้าวเดินบนเส้นทางที่สมาชิกในครอบครัวไม่มีใครเห็นด้วยเลย

รู้ว่า ตัวเอง..ได้สร้างความทุกข์ให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่บ้านเกิด เพราะทำให้พวกเขาเป็นห่วง คิดถึง อยากคุยซึ่งหน้า อยากนั่งล้อมวงกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ร่วมทุกข์ร่วมสุขเหมือนเช่นเคย แต่พวกเขาทำไม่ได้ เพราะเราเลือกที่จะ สูญหาย ไปจากความเป็นครอบครัว ตามความคิด ความเชื่อของตัวเอง

ความรู้สึกผิด..กลับมาอยู่ในห้วงความคิดอีกครั้ง เมื่อทราบว่า พี่ชายคนที่ 4 เสียชีวิตไปอีกคน แม้ว่ายังมีพี่น้องอีกหลายคนอยู่เคียงข้าง แต่ธรรมเนียมปฎิบัติของครอบครัว วันสุดท้ายของใครคนใดคนหนึ่ง สมาชิกทุกคนต้องอยู่พร้อมหน้ากัน เพื่อร่วมส่งดวงวิญญาณของบุคคลอันเป็นที่รักให้ได้ไปสู่ภพที่ดี สุบ สงบ และสว่าง รวมทั้งเพื่ออโหสิกรรมในสิ่งที่ได้ทำผิดพลาดไป ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ

เรา..ไม่มีโอกาสที่จะได้ทำเช่นนั้น. 3 ปี..ของการหนีจากบ้าน ทำให้ ความรู้สึกมั่นคง ความอบอุ่น จางหายออกจากใจไปไม่น้อย

3 ปี...ที่ไม่มีโอกาสได้ อยู่เคียงข้างในวันสุดท้ายของพี่ชายผู้มีพระคุณถึง 2 คน ไม่มีโอกาสขอขมาลาโทษ ไม่มีการโอกาสร่วมส่งดวงวิญญาณของบุคคลอันเป็นที่รัก

"จะทำอย่างไรดี" และ "จะทำอย่างไรได้" คำถามที่ขัดแย้ง และยังคงไม่มีคำตอบในวันนี้

"พี่บ่าว ที่เคารพรัก พี่เป็นคนต้นแบบในความเป็นสุภาพบุรุษ มีหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อคนอื่น แม้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก เสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวม จนครอบครัวมีปัญหา พี่เป็นต้นแบบให้ผมในเรื่องเหล่านี้ครับ.
พี่บ่าว คือผู้จุดประกายการเสียสละ ต่อสู้เพื่อคนอื่น ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้กับผม 
ผมไม่รู้ว่า ในความเป็นพี่เป็นน้องระหว่างเรา ผมได้กระทำการอันใดที่ทำให้พี่ขุ่นข้อง หมองใจ ผมขอให้พี่อโหสิกรรมให้ผมด้วยนะครับ เช่นเดียวกัน สิ่งใดที่พี่ทำให้ผมไม่สบายใจ ล่วงเกินทั้งกาย หรือใจในอดีต ผมขออโหสิกรรมให้พี่ครับ และขอส่งดวงวิญญาณพี่จากแดนไกล ให้พี่ได้อยู่ในภพภูมิที่ดี สงบ สุข สว่าง นะครับ."

"สองชีวิตจากไป แล้วจะมีกี่ชีวิตที่จะเหลือไว้ ให้เราได้ กลับไปกราบไหว้ เพื่อขอขมา และนั่งล้อมวงกินข้าวมื้ออร่อยด้วยกันอีก และอยู่เคียงข้างในวันสุดท้ายของพวกเขาหรือไม่" คำถามที่ยังไม่มีใครตอบได้ และยังไม่มีคำตอบด้วยเช่นกัน...