'กกต.สมชัย' เตือนเพจขายเสื้อรณรงค์ระวังทำผิดกฎหมายประชามติ

4 พ.ค.2559 สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับการรายงานว่า มีเพจของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มหนึ่ง ประกาศจำหน่ายเสื้อ ตัวละ 300 บาท ในลักษณะรณรงค์ทั่วไป เพื่อนำไปสู่การปลุกระดมทางการเมือง ให้เกิดการออกเสียงประชามติ เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ซึ่งอาจขัดกับประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 ข้อ 5 (5) ซึ่งอาจจะเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61 (1) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท ทั้งนี้ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดไม่เกิน 5 ปีด้วยก็ได้

“เข้าใจว่า ภาพที่เผยแพร่เกี่ยวการดำเนินการขายเสื้อดังกล่าว น่าจะดำเนินการก่อนวันที่ 23 เม.ย. 2559 ก่อนที่ พรบ.จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งยังไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่เนื่องจากภาพโฆษณาดังกล่าวยังคงค้างอยู่ในเพจของกลุ่มการเมืองดังกล่าวในปัจจุบัน จึงขอเตือนว่าควรนำภาพโฆษณาดังกล่าวออก มิเช่นนั้น หากมีบุคคลไปแจ้งความกล่าวโทษ อาจมีการจับกุมผู้ดำเนินการได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการไม่ยาก เพราะมีชื่อผู้เปิดบัญชีที่ธนาคารชัดเจน และ หากสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า เป็นคณะบุคคลตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ร่วมกระทำการดังกล่าว บทลงโทษจะรุนแรงกว่าการกระทำโดยคน ๆ เดียว (ตาม ม.61 วรรค 4 )” สมชัย กล่าว

มีชัยปัดเชิญต่างชาติสังเกตการณ์ประชามติ บอกทีประเทศอื่นทำก็ไม่เชิญไทย

มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอให้เชิญองค์กรระหว่างประเทศมาสังเกตการณ์การทำประชามติของประเทศไทย ว่าการทำประชามติเป็นเรื่องภายในของไทย และเวลาที่ประเทศอื่นเลือกตั้ง ก็ไม่ได้เชิญไทยไป จึงไม่มีเหตุผลความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปเชิญต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์ เชื่อว่าคสช.คงไม่เชิญมาแน่นอน แต่หากจะมาเองในฐานะส่วนตัวหรือนักท่องเที่ยวก็คงห้ามไม่ได้

“เป็นเรื่องของบ้านเรา เวลาที่ประเทศอื่นเลือกตั้งไม่เห็นเขาเชิญเราไป ไม่มีเหตผลอะไรที่ต้องเชิญ คุณอยู่บ้านคุณเวลาปูที่หลับ ปัดที่นอนจะไปเชิญใครเขามาทำไม” มีชัย กล่าว

สำหรับกรณีที่กกต.นำแอพพิเคชั่น “ฉลาดรู้เรื่องประชามติ” มาให้ดูวานนี้ (3 พ.ค.)นั้น มีชัย กล่าวว่า เสนอให้เติมเนื้อหาในบางเรื่อง  และอยากให้เผยแพร่เพิ่มใน “ไลน์” อีกช่องทางหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนเข้าดูได้ง่ายขึ้น ซึ่ง กกต.ก็ไม่มีปัญหา

วิษณุห่วงกฏเกณฑ์กกต.กว้าง คนอาจสับสน

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความชัดเจนของการบังคับใช้กฎหมายตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติว่า ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผู้ที่ออกมาคัดค้านจะกระทำผิดกฎหมายอื่นด้วย เพราะปัจจุบันยังคงมีคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และกฎหมายปกติที่บังคับใช้อยู่ เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กฎหมายอาญา ซึ่งหากใครกระทำความผิดสามารถแจ้งความได้

“ยืนยันว่าทุกคนยังคงมีสิทธิ์เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ทั้งการพูด ฟัง เขียน และพิมพ์โฆษณาอยู่ เพียงแต่มีข้อยกเว้นในมาตรา 7 และมาตรา 61 อยู่บ้าง จึงต้องระมัดระวังไม่กระทำผิดเท่านั้นเอง อะไรที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเมื่อคนหนึ่งเข้าใจอย่างหนึ่งและอีกคนเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง เมื่อสวนทางกันแบบนี้ก็จะเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่คิดว่าอยู่ภายใต้ความเสี่ยงต้องระมัดระวัง” วิษณุ กล่าว

วิษณุ กล่าวถึงกรณีที่ กกต. ตั้งหลักเกณฑ์เรื่องใดทำได้และทำไม่ได้ เช่น ตามที่กฎหมายประชามติห้ามไว้ คือ ต้องไม่ทำการใดที่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ก้าวร้าว ไม่รุนแรง ไม่หยาบคาย ไม่ปลุกระดม และไม่ข่มขู่ เชื่อว่าเป็นเจตนาดีของกกต. แต่ยังเป็นห่วงเรื่องของการตีความที่ยังดูงงและกว้างไป ซึ่งเกรงว่าหากแนะนำแล้วมีคนเชื่อแบบนั้น แต่เมื่อเรื่องไปสู่ศาลกลับวินิจฉัยผลตรงกันข้ามจะเป็นปัญหาได้

“เพราะฉะนั้นกลุ่มที่จะออกมาเคลื่อนไหวต้องระมัดระวัง เรื่องใดที่ยังไม่แน่ใจก็อย่าทำ ยกตัวอย่างเช่นคำว่าปลุกระดม ใส่เสื้อมีข้อความว่าไม่รับรัฐธรรมนูญ 1 คน ไม่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม แต่พอมีคนมาใส่เหมือนกัน 5 คนมารวมตัวกัน แบบนี้ก็อาจถูกจับได้ เพราะเข้าข่ายปลุกระดม เป็นต้น อย่างไรก็ตามทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจตนา ถ้าเจตนาดีก็ไม่ผิด”  วิษณุ กล่าว

พล.อ.ประวิตร ยันไม่ออกกม.บังคับไปใช้สิทธิ์ประชามติ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการลงประชามติ วันที่ 7 สิงหาคมนี้ ว่า ไม่รู้สึกกังวล หากประชาชนจะมาใช้สิทธิ์น้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ เพราะขณะนี้เห็นว่าทุกฝ่ายมีความตื่นตัวในการติดตามข่าวสารต่าง ๆ ส่วนจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิ์ที่ประชาชนจะตัดสินใจ รัฐบาลและ คสช. จะไม่ปิดกั้นหรือบังคับ แต่ขอร้องกลุ่มต่าง ๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่าไม่ควรชี้นำและไม่ควรโฆษณาเชิญชวน ให้ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย
 
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธข่าวรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายเพื่อบังคับให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ลงประชามติ โดยระบุว่า คงทำแบบนั้นไม่ได้ คสช.และรัฐบาลคงไม่บังคับใคร

 

เรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย