อนุฯ เนื้อหา กสทช.เสนอปรับ 'วอยซ์ทีวี' เหตุเสนอข่าว 'พลเมืองโต้กลับ' ขัดประกาศ คสช.

เผยจันทร์ 30 พ.ค. นี้ กสท.ถกต่อกรณี อนุฯ เนื้อหา เสนอปรับวอยซ์ทีวี เหตุเสนอข่าวพลเมืองโต้กลับจัดกิจกรรมเรียกร้องปล่อยวัฒนา ขัดประกาศ คสช. สุภิญญาเห็นต่าง ชี้รัฐ -กสทช.ควรเปิดกว้าง ส่วนกรณีถ่ายทอดสดยิงตัวตาย อนุฯเนื้อหากำลังรวบรวมข้อมูล
 
29 พ.ค. 2559 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 17/2559 วันจันทร์ที่ 30 พ.ค. นี้ มีวาระประชุมน่าจับตา ได้แก่ การออกอากาศรายการ Wake Up News ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง VOICE TV เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2559 เวลาประมาณ 07.22 น. นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ประกาศจัดกิจกรรมอีกครั้งในวันศุกร์นี้ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายวัฒนา เมืองสุข แบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งสำนักงาน กสทช.ได้ตรวจสอบพบเนื้อหารายการดังกล่าว และได้พิจารณาในคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหา พบว่า มีลักษณะเป็นการต้องห้ามมิให้ออกอากาศตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 และประกาศ คสช. ฉบับที่ 103/57 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557  ซึ่งการออกอากาศที่เป็นการฝ่าฝืนประกาศ คสช. ทั้ง 2 ฉบับ มีผลเป็นการออกอากาศที่มีเนื้อหาสาระกระทบต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งต้องห้ามมิให้ออกอากาศตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และเป็นการขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลง วันที่ 4 มิ.ย. 2557 ระหว่างสำนักงาน กสทช. และ บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด ผู้รับใบอนุญาตช่อง VOICE TV ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯเห็นสมควรโทษปรับทางปกครอง ตามมาตรา 57(2) ประกอบกับมาตรา 57(3) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงฯ พ.ศ. 2551
 
นางสาวสุภิญญากล่าวว่า อนุฯเนื้อหาเสนอให้ กสท. เอาผิดรายการโทรทัศน์ที่วิจารณ์การเมืองอีกแล้ว ดิฉันกลับเห็นต่างว่า กสทช.และฝ่ายรัฐควรเปิดใจกว้างขึ้นสำหรับการแสดงความเห็นของฝ่ายค้านและน้อมรับการตรวจสอบจากสื่อต่างๆ ให้มากขึ้น เพราะเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง อีกทั้งเพื่อลดแรงเสียดทานจากกลุ่มคนที่เห็นต่าง ในเวลาที่ประเทศกำลังจะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กสทช. ควรให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลสื่อไม่ให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และ คุ้มครองผู้บริโภคสื่อมากขึ้น แทนที่จะเน้นควบคุมเสรีภาพทางการเมืองเป็นหลัก
 
“ส่วนกรณีเรื่องร้องเรียนการถ่ายทอดสดเหตุการณ์เจรจาผู้ต้องหาจนยิงตนเองเสียชีวิต ขณะนี้อนุกรรมการด้านเนื้อหายังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูล และให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงก่อนสรุปว่าขัดมาตรา 37 หรือไม่ จึงยังไม่ได้เสนอวาระเข้ามาให้ กสท. พิจารณาครั้งนี้ ส่วนในมิติจริยธรรม สำนักงาน กสทช. ได้ส่งจดหมายไปให้แต่ช่องพิจารณาตัวเองตามกรอบจรรยาบรรณของช่องต่างๆแล้วว่าขัดกติกากำกับตนเองที่วางไว้หรือไม่ แล้วให้แจ้งกลับมาที่ กสทช. ใน 15 วัน จากนั้น สำนักงาน กสทช. จะส่งเรื่องต่อให้องค์กรวิชาชีพสื่อพิจารณาต่อไป เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานว่าการเผยแพร่ถือว่าขัดจริยธรรมสื่อไหม ถ้าขัดแล้วสื่อควรทำอย่างไร เช่น การขอโทษและแก้ไข เป็นต้น” สุภิญญากล่าว
 
นอกจากนี้มีวาระน่าติดตาม ได้แก่ วาระการกำหนดแนวทางการดำเนินคดีปกครอง กรณีมูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน ได้ยื่นฟ้อง กสทช. และ กสท. ต่อศาลปกครองอุดรธานี โดยศาลปกครองมีคำสั่งให้ทำการแก้คำฟ้องพร้อมด้วยพยานหลักฐานยื่นต่อศาลโดยจะครบกำหนดในวันที่ 3 มิ.ย. นี้ วาระสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ฉบับที่ 4) การพิจารณาให้ระงับการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสินค้าในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์วาระการขยายระยะเวลายื่นรายงานการแพร่แปลกปลอมของสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่และวาระอื่น ๆ ติดตามการประชุมในวันจันทร์นี้