อ้างคำสั่ง คสช. ตำรวจ-ทหารรวบสลัม 4 ภาค แถลงรณรงค์ประชามติต้องเสรีที่ ม.ราม

สลัมสี่ภาค กลุ่มแรงงาน และนักกิจกรรมอ่านแถลงการณ์ประชามติต้องเสรี ให้กำลังใจ 7 ผู้ถูกจับกุม หลังแจกเอกสารไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่บางพลี - ก่อนถูกตำรวจ-ทหาร อ้างคำสั่ง คสช. ห้ามชุมนุมทางการเมืองพร้อมเชิญแกนนำขึ้นโรงพักหัวหมาก

อ่านแถลงการณ์ "ประชามติต้องเสรี" ให้กำลังใจ 7 ผู้ถูกจับกุม ก่อนตำรวจทหารเข้ามาจับกุมแกนนำเครือข่ายสลัม 4 ภาค ผู้อ่านแถลงการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และนำไปสอบปากคำที่ สน.หัวหมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ควบคุมตัวผู้อ่านแถลงการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ปล่อยตัวนุชนารถ แท่นทอง เครือข่ายแกนนำสลัม 4 ภาค ที่ สน.หัวหมาก โดยเบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา

2 ก.ค. 2559 เมื่อเวลา 11.00 น. ลานพ่อขุนมหาวิทยาลัยรามคำแหง เครือข่ายสลัม 4 ภาค กลุ่มแรงงาน นักกิจกรรมรวมการเฉพาะกิจ อ่านแถลงการณ์ "ประชามติต้องเสรี" และส่งกำลังใจให้นักศึกษาที่ถูกจับกุม 7 คน หลังออกมารณรงค์แจกเอกสารความเห็นแย้งต่อร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีนักศึกษาและนักสหภาพแรงงานผู้รณรงค์ประชามติ

"ขอให้ คสช. ยุติการดำเนินคดี และปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังทั้ง 7 คน อย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อสร้างบรรยากาศให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ อันเป็นกระบวนการสำคัญก่อนการลงประชามติ เราเห็นว่าหากปราศจากเสรีภาพในการรณรงค์ การลงประชามติย่อมไม่ใช่การใช้สิทธิลงประชามติที่สมบูรณ์" แถลงการณ์ตอนหนึ่งของเครือข่าย โดยแถลงการณ์มีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์เครือข่ายสลัม แรงงาน นักศึกษา นักกิจกรรมเพื่อเสรีภาพ

สืบเนื่องจากการจับกุมนักศึกษา นักกิจกรรม และ ผู้นำแรงงานที่ทำการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่ย่านบางพลี โดยตั้งข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.บ. ประชามติ และขณะนี้ยังมีนักศึกษาและนักกิจกรรม 7 คน ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ  เครือข่ายสลัม แรงงาน นักศึกษานักกิจกรรมเพื่อเสรีภาพ ที่เกิดจากการรวมตัวของเครือข่ายภาคประชาชน นักศึกษา นักกิจกรรม จึงขอแถลงท่าทีและข้อเรียกร้อง ดังนี้

1. เรามาจัดกิจกรรม “ปล่อยลูกโป่ง รณรงค์ไม่ผิด”  ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนื่องจากมีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกคุมขังถึง 5 คน และพวกเขาเป็นสมาชิกชมรมกิจกรรมเชิงสังคม เช่น ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม ที่เคยเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับเครือข่ายสลัมสี่ภาคมาก่อน ดังนั้น องค์กรภาคประชาชน และรุ่นพี่นักกิจกรรม จึงต้องการแสดงออกเพื่อปกป้องและสนับสนุนนักศึกษาทั้งเจ็ดคน  

2. เราขอยืนยันหลักการว่า “การรณรงค์ไม่ใช่อาชญากรรม”  เพราะก่อนการลงประชามติ ประชาชนควรมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน การรณรงค์ของนักศึกษาจึงเป็นการใช้สิทธิรณรงค์เผยแพร่ความคิดเห็นที่ไม่ควรจะถูกจับกุม อีกทั้งที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า ภาครัฐ ใช้กลไกต่างๆ ประชาสัมพันธ์เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญด้านเดียว เช่น มีทหารลงไปในชุมชนให้ข้อมูลด้านเดียวกับชาวบ้าน  แต่ในฐานะประชาชน เราต้องการรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน  รัฐจึงควรยอมรับสิทธิของประชาชนที่จะวิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญ ในมุมมองที่ต่างกับที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญนำเสนอ หาก คสช. มั่นใจว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีสาระสำคัญตรงกับที่ประชาชนต้องการ ก็ไม่ควรหวาดกลัวกับการถูกวิเคราะห์วิจารณ์  

3. ขอเรียกร้องให้คสช. ยุติการดำเนินคดี และปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังทั้งเจ็ดคน อย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อสร้างบรรยากาศให้ประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพ อันเป็นกระบวนการสำคัญก่อนการลงประชามติ เราเห็นว่า หากปราศจากเสรีภาพในการรณรงค์ การลงประชามติย่อมไม่ใช่การใช้สิทธิลงประชามติที่สมบูรณ์

วันที่ 2 กรกฎาคม 2559

เครือข่ายสลัม แรงงาน นักศึกษา นักกิจกรรมเพื่อเสรีภาพ
เครือข่ายสลัม 4 ภาค
ชมรมศึกษาปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม
กลุ่มเพื่อนประชาชน
กลุ่มคนงานรังสิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อทางกลุ่มอ่านแถลงการณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้เดินเข้าไปหาแกนนำที่อ่านแถลงการณ์ พร้อมอ่านคำสั่ง คสช. ห้ามชุมนุมทางการเมือง และเชิญตัวแกนนำสลัมสี่ภาคคือ นุชนารถ แท่นทองไป สน.หัวหมาก โดยผู้ร่วมกิจกรรมราว 100 คนติดตามไปด้วย

11.40 น. บรรยากาศในห้อง สปก.สน.หัวหมาก สมาชิกเครือข่ายสลัม 4 ภาคโวยว่าพวกเขาทำอะไรผิด แค่ออกมารณรงค์ว่าการรณงค์ไม่ผิด ไม่ได้บอกว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ชาวบ้านก็ต้องการรู้ก่อนว่าถ้ารับแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่รับจะเป็นอย่างไร

โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ 40 คนได้ไปรอแกนนำผู้ถูกควบคุมตัวอยู่หน้า สน.หัวหมาก และรอทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเพื่อเข้าร่วมฟังการสอบปากคำต่อไป

ต่อมาเวลา 12.00 น. นิติรัฐ ทรัพย์สมบูรณ์ นักกิจกรรมและอดีตคณะอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองแสดงเอกสารขออนุญาตเจ้าหน้าที่จัดกิจกรรม ยืนยันทางเครือข่ายสลัม 4 ภาค ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้เพื่อขอจัดกิจกรรม "ประชามติต้องเสรี" แล้วเป็นที่เรียบร้อย

โดยจนถึงเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบสวนแกนนำอยู่ภายใน สน.หัวหมาก

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจยอมให้แกนนำเครือข่ายสลัม 4 ภาค กลับบ้านได้ โดยเบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา "ที่เรามาแสดงออกวันนี้ คือการรณรงค์ต่างๆ ไม่ควรเป็นความผิด และเรามาให้กำลังใจน้องๆ ทั้ง 7 คน ซึ่งพรุ่งนี้จะถูกนำไปฝากขัง เรายืนยันว่าการรณรงค์ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง นี่คือเหตุผลที่เราออกมาในวันนี้" นุชนารถกล่าวให้สัมภาษณ์"