ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งปฏิคม วงษ์สุวรรณ เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ปฏิคม วงษ์สุวรรณ เป็น อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ล่าสุดมอบนโยบายเร่งด่วน ควบคุมยาเสพติด สิ่งของต้องห้ามในเรือนจำ พัฒนาผู้ต้องขังคืนสู่สังคม พัฒนาจิตใจให้มีความสงบ อบรมเป็นมัคนายก ปรับสวัสดิการเจ้าหน้าที่-สร้างสโมสรราชทัณฑ์ริมเจ้าพระยา

ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 150 ง 5 กรกฎาคม 2559 มีการเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน มีรายละเอียดดังนี้

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายปฏิคม วงษ์สุวรรณ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2559

ประกาศ ณ วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อ 28 มิ.ย. ปฏิคม วงษ์สุวรณณ และคณะที่ปรึกษา รวมทั้งรองอธิบดี ได้ประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติงานราชทัณฑ์แก่ผู้บัญชาการเรือนจำและผู้อำนวยการทัณฑสถาน เขตอิสระ และเขต 1 – 9

โดยในเฟซบุ๊คของปฏิคม เผยว่ามีนโยบายสำคัญ ได้แก่

"1.มุ่งเน้นการดำเนินงานตามนโยบาย 5 ก้าวย่างฯ ต้องถือปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในการควบคุมปราบปรามยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้ามในเรือนจำต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยปละละเลย ต้องรักษามาตรฐาน หากตรวจพบโทรศัพท์มือถือ และยาเสพติดในเรือนจำใด จะดำเนินการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องก่อนพิจารณาโยกย้าย ทั้งนี้จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

2.การพัฒนาผู้ต้องขังเพื่อกลับสู่สังคม มุ่งเน้นพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังเพื่อให้เกิดความสงบทางใจ จัดสวดมนต์ทั่วประเทศ พร้อมกันในวันและเวลาเดียวกัน จัดอบรมหลักสูตรสัคคสาสมาธิ จัดตั้งชมรมอนุศาสตร์เพื่อมีหน้าที่พัฒนาจิตใจ และส่งเสริมให้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรครูสมาธิ ตลอดจนกำหนดให้มีมัคนายก สามารถดำเนินกิจกรรมศาสนพิธีในชุมชน สร้างการยอมรับจากสังคม

3.มุ่งปรับสวัสดิภาพ ศักยภาพ และสวัสดิการเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขในการทำงาน เช่น การปรับปรุงบ้านพักข้าราชการ เงินค่าตอบแทน การขยายเส้นทางความก้าวหน้าข้าราชการระดับชำนาญงานเป็นระดับอาวุโสก่อนเกษียณอายุราชการ การจัดสร้างสโมสรราชทัณฑ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นต้น

4.การปรับระบบการบริหารเรือนจำ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มเรือนจำเพื่อทำหน้าที่บริหารงานเรือนจำและทัณฑสถานในกลุ่ม และมีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองในเรื่องที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ก่อนการเสนอกรมราชทัณฑ์ลงนาม ทั้งนี้มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีม บริหารแบบมีส่วนร่วม ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการทำงาน"