คำถามของคนยุคพฤษภาทมิฬ ต่อเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519


 

ในวาระครบรอบ 40 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เรามักจะได้ยินได้ฟังผู้ร่วมเหตุการณ์ถ่ายทอดเหตุการณ์ ความคิดความรู้สึกอยู่เป็นประจำ และเรามักจะได้ยินอีกเช่นกันว่าการบอกเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวมีกำแพงแห่งการปิดกั้นข้อเท็จจริงที่แน่นหนา ทำให้ผู้คนที่เกิดหลังเหตุการณ์ไม่ได้รับรู้หรือรับรู้ก็มีความสับสนต่อสาเหตุที่เกิดขึ้น ผู้คนที่เกิดหลังเหตุการณ์ที่ว่านั้นผู้เขียนขอเรียกว่า คนไทยยุคพฤษภาทมิฬ ด้วยเหตุว่ากลุ่มคนที่เกิดนับตั้งแต่ 2520 เป็นต้นมาจะมีความทรงจำร่วมต่อเหตุการณ์ เดือนพฤษภา 2535 มากที่สุด

“เหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นเหตุการณ์จลาจลและปราบปรามนักศึกษาและผู้ประท้วงในและบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท้องสนามหลวง ขณะที่นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยกำลังชุมนุมประท้วงการเดินทางกลับประเทศของจอมพล ถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยสถิติอย่างเป็นทางการระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 46 คน ซึ่งมีทั้งถูกยิงด้วยอาวุธปืน ถูกทุบตี หรือถูกทำให้พิการ” ข้อความดังกล่าวแทบจะเป็นข้อความที่อธิบายต่อเหตุการณ์ที่ปรากฏอย่างเป็นทางการในแบบเรียนหรือการบันทึกอย่างเป็นทางการที่คนยุคพฤษภาทมิฬพอจะได้รับทราบ คนที่ไม่สนใจการเมืองก็คงจะแค่อ่านผ่านๆ เอาไว้ตอบข้อสอบแบบปรนัย แต่หากเป็นคนที่สนใจการเมืองก็คงจะตั้งคำถามและหาสาเหตุของมัน

จากที่กล่าวมาข้างต้นคนที่เริ่มสนใจต่อเหตุการณ์ทางการเมืองย่อมมีความสับสนอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเราเริ่มศึกษากระบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาเราจะซาบซึ้งต่อขบวนการนักศึกษาที่เคลื่อนไหวขับไล่เผด็จการ ถนอม ประภาส ณรงค์ ถ้ามองการเมืองแบบละครน้ำเน่าไทยก็จะเห็นถึงฝั่งพระเอก ฝั่งผู้ร้ายอย่างชัดเจน บรรยากาศประชาธิปไตยช่างอบอวลเมื่อหลังเหตุการณ์ จนมีการเรียกว่า 14 ตุลา วันมหาปิติ

แต่เมื่อเวลาล่วงผ่านไปเพียง 2 – 3 ปี ได้มีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น กับบรรยากาศเหล่านั้น นั้นคือคำถามของคนที่เริ่มศึกษา และมีอีกหลายคำถามตามมาเช่น เมื่อมีคนบอกเราว่าจอมพลถนอมเป็นทรราชผู้ฆ่าประชาชนทำไมมีคนไปรับและพร้อมปกป้อง? ทำไมนักศึกษาถูกเกลียดมากขนาดนั้นเกิดอะไรขึ้นในห้วง 2-3 ปีนั้น? ดาวสยามเป็นใคร? กระทิงแดง นวพล ลูกเสือชาวบ้านคนพวกนี้มากจากไหนทำไมทำรุนแรงแล้วตำรวจไม่จับ? ละครแขวนคอข้อเท็จจริงคืออะไร? นักศึกษาเป็นคอมมิวนิสต์หรือไม่? ทำไมพระรูปนั้นถึงว่าฆ่าได้ไม่บาป? ทำไมต้องเอาเก้าอี้ตีศพ? เด็กคนนั้นยิ้มทำไม? คนพวกนั้นยิ้มทำไม? ทำไมนักการเมืองบางคนบอกว่ามีคนตายแค่คนเดียว? และคำถามอื่นอีกมากมาย

เอาเข้าจริงบางคำถามก็มีคำตอบเมื่อเหตุการณ์บางอย่างวนมาอีกครั้งเมื่อความขัดแย้งทางการเมืองแบบแยกสีในสังคมที่คนแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะได้เต็มที่อย่างปัจจุบัน ความรู้สึกเกลียดชังต่อฝั่งตรงข้ามทางการเมือง ความรู้สึกชาตินิยมแบบรุนแรง ก็คงจะพออธิบายถึงความเกลียดชังเหล่านั้นได้

แต่กระนั้นคำถามหลายคำถามยังไม่ได้รับคำตอบอย่างชัดเจน ไม่มีการสอบสวน ไม่มีคนผิด ไม่มีใครได้รับโทษ ข้อเท็จจริงดำมืดยังคงดำมืดอยู่ร่ำไป แม้จะมีความพยายามหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นมาถกเถียงเพื่อหาคำตอบบ้างก็เล็กน้อยเพียงแสงเทียนในคืนที่มืดมิดเท่านั้น และสุดท้ายข้อเท็จจริงแห่งเหตุการณ์อันน่าสลดหดหู่นั้นยังคงถูกปิดกั้นด้วยกำแพงอันแน่นหนาคงรอคอยให้ความคมแหลมแห่งกระแสกาลเวลาค่อยๆเซาะทำลายให้กำแพงนั้นพังทลายลง

แด่ ความเงียบงันแห่งวาระ 40 ปี 6 ตุลา