คอลัมนิสต์ นสพ.บ้านเมือง เขียนบทความระบุ 'เป็นนักข่าว-อย่าฝักใฝ่เผด็จการ'

'ฉลามเขียว' คอลัมนิสต์ นสพ.บ้านเมือง เขียนบทความ 'บาปของข้า' ระบุ "ถ้าชาติบ้านเมืองยังปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่ สื่อสิ่งพิมพ์สามารถที่จะทำสื่อออนไลน์ควบคู่ไปได้ก็พอจะอยู่รอดได้" ย้ำสรุปไว้ในท้ายบทความว่า "เป็นนักข่าว-อย่าฝักใฝ่เผด็จการ"
 
 
4 ธ.ค. 2559 จากรณีที่การมีการแชร์บทความ 'คอลัมน์ ฉลามเขียว: บาปของข้า' ในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบับวันที่ 3 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมาในโลกออนไลน์และมีการแชร์บทความนี้ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยในบทความนี้ได้ระบุไว้ว่าถ้าชาติบ้านเมืองยังปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่ สื่อสิ่งพิมพ์สามารถที่จะทำสื่อออนไลน์ควบคู่ไปได้ก็พอจะอยู่รอดได้ และมีการย้ำสรุปไว้ในท้ายบทความว่า "เป็นนักข่าว-อย่าฝักใฝ่เผด็จการ" โดยรายละเอียดทั้งหมดของบทความมีดังต่อไปนี้
 
 
คอลัมน์ ฉลามเขียว: บาปของข้า
 
เพื่อนนักข่าวคนหนึ่งของผมเขียนตอบกลับมาใน line ว่า "เซตซีโร่สื่อเลย" หลังจากที่ผมส่งข่าวไปบอกว่า ผมกำลัง จะกลายเป็นนักข่าวตกงานแล้วนะ กำลังจะสิ้นสภาพการเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2522 ในวันสิ้นปี 2559 นี้แล้ว
          
คำนี้ของเพื่อนนักข่าวมันกินใจผมมาก ผมได้เขียนตอบกลับไปว่า "ขอบคุณ กปปส." เพราะผมมั่นใจว่า ภาวะเศรษฐกิจ ประเทศไทยมันพังยับเยินถึงขั้นที่กิจการสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ไม่ได้ ซึ่งผมก็จำไม่ได้ว่า ตั้งแต่ 22 พ.ค.2557 จนถึงวันนี้ ปิดกิจการไปแล้วกี่สำนัก และจะปิดอีก กี่สำนัก เป็นผลพวงมาจากการ "ปิดบ้านปิดเมือง" จนเกิดรัฐประหาร
          
ตัวผมเป็น กปปส.นะครับ ผมไปร่วม ปิดบ้านปิดเมืองกับเขาด้วย แต่ผมขอเฉลย นิดนึง ตัวผมไม่ได้มีอุดมการณ์ กปปส. ผมตอแหลแต่งเครื่องแบบ กปปส.ไปเพื่อกินของฟรี อาหารอิสลามตามเต็นท์ที่มาจาก 3 จังหวัดใต้อร่อยที่สุด พุงกางแล้วผมก็กลับ
          
ผมมีอุดมการณ์ฝักใฝ่เผด็จการไม่ได้หรอกครับ เพราะอาชีพของผมคือนักข่าว อาชีพนี้จะเจริญรุ่งเรืองอยู่ได้ก็เฉพาะในการปกครองระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ระบอบการปกครองประชาธิปไตยทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพของประชาชน นักข่าวรุ่นพี่ของผมทุกคนสั่งสอนให้ผมยืนอยู่ตรงข้ามเผด็จการ และตัวผมก็เริ่มงานที่นิตยสารรายสัปดาห์แนวหัวก้าวหน้าฝั่งตรงข้ามเผด็จการ ก็ฝังอุดมการณ์นั้นมา
          
วันนี้เราเห็นกันแล้ว เศรษฐกิจไทยเสียหาย หนักขนาดนี้เพราะ? ซึ่งตอนแรกตัวผมก็พอ มีความหวังว่า ถ้ามีเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งภายใน 2 ปี ก็พอที่จะ กอบกู้กันได้ โฆษณาจะกลับมา แต่เมื่อ ภาวะมันอึมครึมก็เป็นธรรมชาติของเจ้าของ ทุกกิจการที่จะต้องหดมือกลับกันหมด เมื่อโฆษณาเหือดเกิน 2 ปี ก็คือความเศร้า
          
บางคนก็ว่า เพราะสื่อออนไลน์ยึด นั่นก็ ถูกส่วนหนึ่งครับ แต่ถ้าชาติบ้านเมืองยังปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่มันก็จะไม่ซ้ำเติมแรงเร็วขนาดนี้ สื่อสิ่งพิมพ์สามารถที่จะทำสื่อออนไลน์ควบคู่ไปได้ ก็พอจะอยู่รอดได้
          
ประวัติศาสตร์บันทึกไว้แล้วครับ เพราะ Shutdown Bangkok. ผมก่อบาป ตัวผม ผู้จะสิ้นสภาพนักหนังสือพิมพ์ในวันที่ 31 ธ.ค.59 ก็ขอฝากแก่นักข่าวทุกคนที่ยัง มีชีวิตอยู่ และยังได้ทำงานต่อไป หรือ คนที่กำลังอยากเป็นนักข่าว เอาไว้สั้นๆ ว่า
          
"เป็นนักข่าว-อย่าฝักใฝ่เผด็จการ"
 
อนึ่งหนังสือพิมพ์บ้านเมืองเพิ่งประกาศยุติการผลิตหนังสือพิมพ์นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป และมีความจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด โดยได้แจ้งต่อสาธารณชนเมื่อปลายเดือน พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา