อัยการทหารสั่งฟ้องคดี ม.112 ช่างตัดแว่นเชียงราย ต่อศาลทหารแล้ว

6 ม.ค. 2560  ความคืบหน้ากรณี สราวุทธิ์ (สงวนนามสกุล) ช่างตัดแว่นตาใน จ.เชียงราย ถูกพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเชียงราย เรียกตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 และถูกนำตัวไปขออำนาจศาลมณฑลทหารบกที่ 37 ฝากขัง เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2559 โดยศาลทหารมีความเห็นไม่อนุญาตให้ประกันตัวนั้น

ล่าสุดวานนี้ (5 ม.ค.60) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า 29 ธ.ค.59 อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 37 ได้สั่งฟ้องคดีของ สราวุทธิ์ ต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 37 ภายหลังจากครบฝากขังผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน จำนวน 7 ผัด และพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการทหารก่อนหน้านี้แล้ว โดยคดีนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 37 เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์เอาไว้

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ ยังรายงานด้วยว่า คำฟ้องของอัยการทหารระบุว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ค.59 เวลากลางวัน จำเลยได้หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร องค์รัชทายาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ราชวงศ์จักรี โดยจำเลยได้นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยการโพสต์พระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งมีจำนวน 2 ภาพ เรียงต่อกันซ้ายและขวาในลักษณะเปรียบเทียบให้เห็นว่าภาพด้านซ้ายซึ่งเป็นภาพของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ในอิริยาบถเป็นการส่วนพระองค์ ลักษณะทรงยืนรับการถวายความเคารพจากเจ้าหน้าที่ คู่กับสุภาพสตรีไม่ทราบว่าเป็นบุคคลใด กับภาพด้านขวาที่ทับซ้อนกับภาพด้านซ้าย บางส่วนเป็นพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า “ทรงพระเท่มากพะยะค่ะ” ในบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว
 
คำฟ้องยังระบุว่าจำเลยได้โพสต์โดยตั้งค่าเป็นการแชร์ต่อสาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเห็นภาพและข้อความดังกล่าวได้ และได้มีเพื่อนสมาชิกเข้ามาแสดงความเห็นถูกใจ (Like) จำนวนมาก เป็นการกระทำที่ไม่บังควรต่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งพระองค์ทรงเป็นรัชทายาท อันเป็นที่เคารพสักการะ อยู่เหนือการติชมทั้งปวง และจะละเมิดมิได้ เป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและโดยประการที่น่าจะทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติคุณ ทรงถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์
 
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ รายงานอีกว่า เบื้องต้น สราวุทธิ์ระบุว่าตนไม่ได้โพสต์ในลักษณะเดียวกับที่คำฟ้องคดีระบุ และยืนยันจะต่อสู้คดีต่อไป โดยศาลทหารได้นัดหมายสอบถามคำให้การในคดี ในวันที่ 7 ก.พ.60 นี้
 
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ส.ค.59 สราวุทธิ์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากปอท. เข้าตรวจค้นที่บ้านพัก พร้อมกับตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแฟลชไดรฟ์ไป  หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้มีการเรียกตัวนายสราวุทธิ์ไปแจ้งข้อกล่าวหาที่สภ.เมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 11 ต.ค.59 ก่อนที่จะถูกนำตัวไปขออำนาจศาลทหารในการฝากขัง โดยนายสราวุทธิ์ไม่ได้รับการประกันตัว หลังจากญาติยื่นขอประกันตัวจำนวน 3 ครั้ง
 
จนภายหลังจากครบฝากขังในผัดที่ 4 ญาติของนายสราวุทธิ์ได้ยื่นขอประกันตัวเป็นครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 17 พ.ย.59 และศาลทหารได้อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา ด้วยหลักทรัพย์ 1 แสนบาท ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวในระหว่างต่อสู้คดี หลังจากถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลา 38 วัน