ป.ป.ช.แจง สุเทพ รับ 'เงิน-นกหวีดทองคำ' ช่วงชุมนุม มิได้มีเจตนาเป็นสิทธิของตน

ป.ป.ช.แจง ปม สุเทพ รับ 'เงิน-นกหวีดทองคำ' ช่วงชุมนุม มิได้มีเจตนาเป็นสิทธิของตน ถือเป็นการบริจาคเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ด้าน 'เรืองไกร' บี้ต่อ เข้าข่ายผิด ม.103 ระบุ ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว

ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)'

28 ม.ค. 2560 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ที่กล่าวหา สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในฐานะอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รับทรัพย์สินเป็นนกหวีดทองคำและเงินสด ในช่วงการชุมนุม กปปส.นั้น ถือเป็นการบริจาคเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย

สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ทราบว่า กรณีการรับเงินสดจำนวนมากจากบุคคลทั่วไปนั้น เป็นการบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการชุมนุม รวมทั้งค่าใช้จ่ายให้สภาทนายความดำเนินการฟ้องคดีเพื่อช่วยเหลือชาวนาเรียกร้องเงินตามโครงการรับจำนำข้าว และเพื่อช่วยเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม โดยมีกองทุนสำหรับการต่อสู้ของ กปปส.เป็นส่วนกลาง ดังนั้น การรับบริจาคของ สุเทพ เป็นการรับไว้ในฐานะแกนนำ กปปส.เท่านั้น ไม่ได้เก็บรักษาเงินหรือดูแลบริหารจัดการเงิน พร้อมระบุด้วยว่า สุเทพ มิได้มีเจตนาหรือมีความประสงค์ที่จะรับเงินบริจาคนั้นไว้เป็นสิทธิของตน เช่นเดียวกับกรณีการรับนกหวีดทองคำ เพราะกปปส.ได้กำหนดให้นกหวีดเป็นสัญญาลักษณ์ในการต่อสู้ การที่ประชาชนเยาวราชได้มอบนกหวีดทองคำให้ สุเทพเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนการต่อสู้ของ กปปส.ดังนั้น สุเทพจึงรับไว้ในฐานะแกนนำ กปปส.เท่านั้น มิได้มีเจตนาหรือมีความประสงค์ที่จะรับนกหวีดทองคำนั้นไว้เป็นสิทธิของตน

ภาพสุเทพ มอบนกหวีดทองคำให้ ขรก.สาธารณสุข 11 เม.ย.2557 (ที่มาภาพ สำนักข่าวไทย)

ขณะทีวานนี้ (27 ม.ค.60) เรืองไกร ได้มายื่นข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวต่อป.ป.ช. แล้ว โดยเห็นว่าจากข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช.ชี้แจงมานั้น เห็นได้ชัดเจนว่า สุเทพรับนกหวีดทองคำจากชาวเยาวราชจริง จึงถือได้ว่ากระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 103 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นความผิดสำเร็จแล้ว และการอ้างว่า สุเทพ รับไว้ในฐานะแกนนำ กปปส. ก็ไม่อาจรับฟังได้เพราะไม่เข้าข่ายข้อยกเว้นตามประกาศ ป.ป.ช. เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ.2543 แต่อย่างใด เพราะการรับนกหวีดทองคำนั้นถือว่าเป็นการรับทรัพย์สินจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติที่มีราคาเกิน 3,000 บาท จึงขอให้ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการชี้มูลความผิดในกรณีดังกล่าวต่อไป 

 

ที่มา : เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)'สำนักข่าวไทย, โพสต์ทูเดย์ และกรุงเทพธุรกิจออนไลน์