วันชาติรัฐฉานปีที 70: เจ้ายอดศึกยังหวังเจรจากับกองทัพตะอางแก้ไขข้อขัดแย้งในรัฐฉาน

ทหารกองทัพรัฐฉานสวนสนามในงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 70 ที่ดอยไตแลง ‘เจ้ายอดศึก’ หวังให้รัฐบาลพม่าจริงใจในการเจรจาสันติภาพ หวังให้เกิดสหพันธรัฐแท้จริงที่กลุ่มชาติพันธุ์มีส่วนร่วมปกครองตนเอง ชู ‘สวิตเซอร์แลนด์’ เป็นโมเดลในใจ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างกองทัพรัฐฉานกับกองทัพตะอาง TNLA นั้นยังหวังช่องทางพูดคุยเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา

ทหารกองทัพรัฐฉาน ในงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 70 ที่ดอยไตแลง (ขวา) และ พล.ท.เจ้ายอดศึก ผู้นำกองทัพรัฐฉานและสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังการจัดงานวันชาติรัฐฉาน (ซ้าย) (ที่มา: ภาพจาก Facebook/TaiTVonline)

7 ก.พ. 2560 วันนี้ (7 ก.พ.) สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (Restoration Council of Shan State/RCSS) และกองทัพรัฐฉาน (Shan State Army - SSA) จัดงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 70 ที่ฐานที่มั่นดอยไตแลง ทางตอนใต้ของรัฐฉาน ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน โดยในงานมีการสวนสนามของทหารกองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) และกล่าวสุนทรพจน์จากพันธมิตรกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพม่าที่เดินทางไปร่วมงาน ทั้งนี้ทหารที่เข้าร่วมการสวนสนามไม่ถืออาวุธประจำกาย และนอกจากตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ แล้วยังมีผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศเข้าร่วมด้วย (ชมคลิปจากงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 70 เผยแพร่โดย TaiTVonline)

 

ย้ำพม่าต้องจริงใจเจรจา ชู 'สหพันธรัฐ' ยึดสวิสเป็นโมเดล

พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ภาพถ่ายในปี 2558 (ที่มา: แฟ้มภาพ/ประชาไท)

โดยในการแถลงข่าวภายหลังการสวนสนาม พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวถึงแนวทางของกองทัพรัฐฉานในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับรัฐบาลพม่าว่า ประเด็นแรก ต้องเจรจาต่อไป ต้องจริงใจกับการเจรจา ทั้งนี้เอาปืนแก้ไขปัญหา ได้แต่ดอย เอาธรรมชาติแก้ปัญหาได้ทั้งหัวใจ

สอง คนไทใหญ่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนต้องรวบรวมพลัง คนไทใหญ่รักชาติทุกคน แต่ไม่มีผู้นำที่จะบอกว่าถ้ารักชาติแล้วเราจะทำอย่างไร โดยที่ดอยไตแลง ถือเป็นศูนย์รวมชาติของประชาชนรัฐฉาน เพื่อเป็นแนวทางว่าจะพาประชาชนรัฐฉานไปทางไหน โดยผู้นำกองทัพรัฐฉาน กล่าวด้วยว่า จะขอเป็นสะพานเพื่อให้ประชาชนก้าวเดิน

สาม ต้องมีการเจรจากับรัฐบาลพม่า เพื่อให้ได้เขตปกครองตัวเองในรัฐฉาน มีธรรมนูญการปกครองของตัวเอง ให้มีทหารของตัวเอง ให้มีตำรวจของตัวเอง มีสภาของตัวเอง และให้รัฐบาลกลางเป็นรัฐบาลแบบสหพันธรัฐ

สี่ ต้องมีการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปสังคมของชาวไทใหญ่

พล.ท.เจ้ายอดศึก เสนอว่า รูปแบบการปกครองที่เหมาะสมสำหรับพม่า คือแบบสหพันธรัฐ รัฐกลุ่มชาติพันธุ์มีส่วนปกครองตัวเอง รัฐฉานต้องมีส่วนในการปกครองตนเอง ทั้งนี้เห็นว่ารูปแบบสหพันธรัฐของสวิตเซอร์แลนด์มีความเหมาะสมกับรัฐฉาน โดยจะให้แต่ละชนชาติมีสิทธิการปกครองตนเอง ซึ่งเป็นความต้องการของกลุ่มชาติพันธุ์

ผู้นำกองทัพรัฐฉานกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากลุ่มชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มมีการเจรจาหารือกัน กองทัพรัฐฉานคุยกับทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) กับรัฐบาลพม่า และกลุ่มที่ยังไม่ได้ลงนามหยุดยิง ยกเว้นกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) แต่เชื่อว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะน่าจะหาทางแก้ไขได้

พล.ท.เจ้ายอดศึกกล่าวด้วยว่า มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่กองทัพพม่าไม่ยอมรับ 3-4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีเงื่อนไขของตนเอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลพม่าในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้มีกระบวนการเจรจาสันติภาพเดินหน้าต่อไปได้

ทั้งนี้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กองทัพตะอาง TNLA กองทัพคะฉิ่น KIA กองทัพโกก้าง MNDAA และกองทัพอาระกัน AA ได้สนธิกำลังโจมตีกองทัพพม่าที่เมืองหมู่เจ้ ในพื้นที่รัฐฉานเหนือติดชายแดนจีน-พม่าซึ่งเป็นชุมทางการค้าสำคัญติดกับด่านรุ่ยลี่ มณฑลยูนนาน โดยผู้นำ TNLA ระบุว่าลงมือโจมตีเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการของกองทัพพม่าในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

 

ไม่เห็นด้วยกับโครงการสร้างเขื่อนในรัฐฉาน-ชี้ประชาชนไม่เห็นด้วย

ส่วนกรณีโครงการสร้างเขื่อนในพื้นที่รัฐฉานนั้น พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวว่า ถ้าโครงการเขื่อนกระทบต่อประชาชน เราไม่เห็นด้วย แม่น้ำที่ไหลผ่านในรัฐฉาน เราต้องเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็จริง แต่ถ้าเกิดกระทบ ประชาชนยอมรับไม่ได้ เราก็ยอมรับไม่ได้ โดยผู้นำกองทัพรัฐฉานกล่าวด้วยว่า จากการสำรวจของกองทัพรัฐฉาน พบว่าการก่อสร้างเขื่อนเมืองโต๋น หรือเขื่อนท่าซางเดิม ในแม่น้ำสาละวิน จะกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จึงยอมรับไม่ได้ นอกจากนี้ยังเชื่อว่า ถ้าการเจรจาทางการเมืองยังไม่ลงตัว ก็จะไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนได้

“รัฐบาลพม่าต้องมีความเข้าใจประชาชน เพราะว่าผลประโยชน์ต้องอยู่กับประชาชน ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย รัฐบาลก็สร้างไม่ได้” พล.ท.เจ้ายอดศึกกล่าว

 

หวังช่องทางเจรจาแก้ไขความขัดแย้งกับกองทัพตะอาง TNLA

ต่อคำถามเรื่องความขัดแย้งระหว่างกองทัพรัฐฉาน กับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) ในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือนั้น พล.ท.เจ้ายอดศึก ชี้แจงว่าในพื้นที่เมืองจ๊อกเม และเมืองหมู่เจ้นั้น มีทหารของกองทัพรัฐฉาน SSA/RCSS อยู่ในพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว 500 นาย ไม่ใช่การเคลื่อนกำลังเข้าไปในพื้นที่หลังลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) กับรัฐบาลพม่าเมื่อ 15 ตุลาคม 2558 พล.ท.เจ้ายอดศึก ยังกล่าวด้วยว่ากองทัพตะอาง TNLA ยิงโจมตีทหารกองทัพรัฐฉาน เพราะกลัวว่าทหารกองทัพรัฐฉานจะโจมตีและยึดฐานที่มั่นของกองทัพตะอาง TNLA ทำให้หลังจากนั้น กองทัพรัฐฉานต้องส่งกำลังทหารเข้าไปประจำการในพื้นที่มากขึ้น

พล.ท.เจ้ายอดศึก ชี้แจงว่าการส่งทหารกองทัพรัฐฉาน ขึ้นไปประจำการมากขึ้นในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ เป็นการตัดสินใจของกองทัพรัฐฉานเองไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพพม่า ทั้งนี้ยังคงต้องการเจรจาหาทางออกกับกองทัพ TNLA แต่ดูเหมือนฝ่าย TNLA ไม่ต้องการเจรจาด้วย

"ทหารกองทัพรัฐฉานจะเคลื่อนกำลังพลไปประจำที่ไหนขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าพวกเขาต้องการ ก็สามารถขึ้นไปในรัฐฉานได้ทุกที่ แต่ถ้าประชาชนไม่ต้องการก็จะเคลื่อนกำลังกลับฐานที่มั่น เพราะกองทัพรัฐฉานเกิดมาจากประชาชน" พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวกับผู้สื่อข่าว

เขากล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาการเจรจาสันติภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เชื่อว่าแต่ละกลุ่มต้องซื่อตรงซึ่งกันและกัน ถ้าไม่อย่างนั้น เจรจากันไปก็เสียเวลา มีข้อตกลงหยุดยิงไปก็เสียเวลา

ต่อคำถามจากผู้สื่อข่าวว่า การจัดงานวันชาติรัฐฉานในวันนี้ มีผู้นำกลุ่มการเมืองในรัฐฉานบอกว่าถูกกีดกันการเดินทางจากฝ่ายรัฐบาลพม่า ทำให้มาร่วมงานไม่ได้ พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าว่า "จะบอกว่าไม่จริงใจหรือไม่ ผมว่ามีส่วน แต่ผมก็เขียนหนังสือชี้แจงไปถึงผู้ใหญ่เขา เขาก็ตอบว่า คนข้างล่างเขาทำเอง เพราะในระดับผู้ใหญ่เขาก็อนุญาตให้เดินทางมา

เมื่อผู้สื่อข่าวคำถามเรื่องความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวว่า ชายแดนรัฐฉานกับจีนนั้นติดต่อกัน ชาวไทใหญ่ก็ข้ามชายแดนไปค้าขาย และสินค้าจำนวนมากที่ขายกันอยู่ในพม่าก็นำเข้ามาจากเมืองจีน ทั้งรัฐฉานและจีนก็พึ่งพากันเหมือนบ้านพี่เมืองน้อง

เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลจีนจะมีอิทธิพลต่อการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลพม่าหรือไม่ พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวปฏิเสธ และระบุว่าจีนไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจการภายใน ทั้งนี้กองทัพของกลุ่มชาติพันธุ์ต้องพยายามยืนด้วยขาของตนเอง และอยู่ด้วยความหวังของตนเอง