'ผสานวัฒนธรรม' ขอรัฐบาลเมียนมาร์สร้างสันติสุขในรัฐยะไข่-คุ้มครองเหยื่อจากความรุนแรง

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์ ประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบจากทุกฝ่ายในรัฐยะไข่ กังวลการใช้อำนาจอันมิชอบของทหารที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิฯ ขอ 'ซูจี' เปลี่ยนทัศนคติคนในรัฐบาล พร้อมเจรจากับบังกลาเทศ เรื่องผู้ลี้ภัย และเปิดทางให้ผู้แทนยูเอ็น เข้าพื้นที่ที่ตรวจสอบสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา 

เมื่อวันที 13 ก.พ. ที่ผ่านมา มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลเมียนมาร์สร้างสันติสุขในรัฐยะไข่ และคุ้มครองเหยื่อจากความรุนแรง แถลงการณ์ระบุว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสหภาพเมียนมาร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในรัฐยะไข่หามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน  สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ในระยะสองถึงสามปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุดทำให้ประชาชนหลายร้อยคนต้องพลัดถิ่นที่อยู่ เนื่องจากบ้านเรือนถูกเผาทำลาย  เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่ออนาคตเมียนมาร์ที่กำลังพัฒนาไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบจากทุกฝ่าย และยังคงกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้อำนาจอันมิชอบของทหารที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยใช้กำลังบุกทำร้ายชุมชนชาวโรฮิงญา ทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กซึ่งสูญเสียบ้านจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐโจมตีเผาทำลาย เป็นเหตุให้เกิดวิกฤตทางมนุษยธรรมอันเป็นผลพวงของสงคราม  รัฐบาลพม่าและพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ต้องแสดงความรับผิดชอบและดำเนินการปกป้องชีวิตของประชาชน

เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืนมาสู่รัฐยะไข่และเพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลริเริ่มให้มีการเจรจาสันติภาพนำโดยคนกลางที่เป็นอิสระ  และต้องเปิดโอกาสให้องค์กรระหว่างประเทศสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง  เพื่อให้การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมสามารถนำอาหารและยารักษาโรคเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ  คนไร้บ้าน และผู้ที่อดอยากจากความขัดแย้ง

นอกจากชาวโรฮิงญาที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงแล้วยังมีชุมชนคนกลุ่มน้อยชาวฮินดู และครอบครัวชาวพุทธที่ต้องได้รับการปกป้องจากรัฐด้วย  ผู้ที่กระทำผิด ใช้ความรุนแรงก่อความเสียหายจะต้องถูกจับดำเนินคดีตามกฏหมาย   และถ้าพบความจริงตามที่มีรายงานว่ามีการจัดตั้งกองกำลังทหารอิสลามในรัฐยะไข่  รัฐบาลต้องทำการสอบสวน  และประชาชนคนธรรมดาต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของการต่อสู้ระหว่างรัฐกับกลุ่ม ติดอาวุธ

แถลงการณ์มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุอีกว่า เราขอเรียกร้องให้ อองซานซูจี เป็นผู้นำในการเปลี่ยนทัศนคติคนในรัฐบาล ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงประชาธิปไตยและสันติภาพของประเทศโดยรวม การเจรจากับรัฐบาลบังกลาเทศถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลของ ซูจี ต้องดำเนินการโดยเร็ว  เพื่อเป็นหลักประกันว่า ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่ถูกให้เข้าไปอยู่ในค่ายต่างๆ ตามแนวแม่น้ำนาฟ จะได้รับสิทธิกลับเข้าไปยังบ้านเกิดในรัฐยะไข่ได้อีกและได้รับการปกป้องดูแลเป็นอย่างดีจากรัฐบาลของทั้งสองประเทศ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เรียกร้องต่อ รัฐบาลเมียนมาร์ด้วยว่า ควรยินยอมให้ ยางฮี ลี ผู้แทนพิเศษจากสหประชาชาติ เข้าพื้นที่ที่เกิดความรุนแรงและเข้าถึงสถานที่ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐรัฐยะไข่  เพื่อให้สามารถตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันเราขอเรียกร้องให้ผู้แทนพิเศษจากสหประชาชาติได้ใช้ความละเอียดอ่อนในการเข้าถึงประเด็นปัญหาความขัดแย้งในรัฐยะไข่ และประเมินสถานการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วน