ครม.เห็นชอบ คว่ำบาตร 'เกาหลีเหนือ' 7 มาตรการ ตามมติคณะมนตรีความมั่นคง ยูเอ็น

ครม.เห็นชอบ คว่ำบาตร 'เกาหลีเหนือ' 7 มาตรการ ตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เช่น ป้องกันการแพร่ขยายอาวุธ มาตรการด้านการขนส่งสินค้า การสกัดกั้นสินค้า ฯลฯ พร้อมไฟเขียวขยายอายุความตกลงว่าด้วยสถานีวิทยุเสียงอเมริกา

14 ก.พ. 2560 รายงานข่าวจากเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลระบุว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการดำเนินการตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) ที่ 2321 (ค.ศ. 2016) เกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ และมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และธนาคารแห่งประเทศไทย ถือปฏิบัติตามแนวทางจากผลการประชุมส่วนราชการเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2559 และปรับปรุงฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปตามรายการล่าสุด พร้อมทั้งแจ้งการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ กต. ทราบ เพื่อประโยชน์ในการรายงานต่อสหประชาชาติ (United Nations: UN) ต่อไป และหากพบข้อขัดข้องหรืออุปสรรคในการปฏิบัติตามข้อมติดังกล่าว ให้แจ้ง กต. ทราบด้วย

สาระสำคัญของข้อมติที่ 2321 (ค.ศ. 2016) กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มเติม ประกอบด้วย 1) มาตรการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธ 2) มาตรการด้านการขนส่งสินค้า การสกัดกั้นสินค้า การตรวจสอบสินค้า 3) มาตรการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ 4) มาตรการเกี่ยวกับนักการทูตและสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ 5) มาตรการห้ามเดินทางและอายัดทรัพย์สิน 6) มาตรการด้านการนำเข้าและส่งออกและเพิ่มรายการสินค้าฟุ่มเฟือย และ 7) มาตรการทางการเงิน การธนาคาร และการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน

โดยในวันเดียวกันนี้ ผู้จัดการออนไลน์ รายงานโดยอ้างถึงสำนักข่าวเอเอฟพีด้วย ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติเป็นเอกฉันท์ประณามการทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดในเกาหลีเหนือเมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) 

ไฟเขียวขยายอายุความตกลงว่าด้วยสถานีวิทยุเสียงอเมริกา

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติ อนุมัติและเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ ดังนี้ 1. อนุมัติการขยายอายุความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ว่าด้วยสถานีวิทยุกระจายเสียง 1,000 กิโลวัตต์ ของสถานีวิทยุเสียงอเมริกา (โดยกระทำผ่านการแลกเปลี่ยนหนังสือทางการทูตระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา)  2. เห็นชอบร่างหนังสือแลกเปลี่ยนของฝ่ายไทยและอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยนฯ และ  3. หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างหนังสือแลกเปลี่ยนฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญของร่างหนังสือแลกเปลี่ยนฯ ให้กระทรวงการต่างประเทศ สามารถพิจารณาดำเนินการได้ โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

สาระสำคัญของเรื่อง การขออนุมัติการขยายอายุความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ว่าด้วยสถานีวิทยุกระจายเสียง 1,000 กิโลวัตต์ ของสถานีวิทยุเสียงอเมริกา ออกไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2566 (ปัจจุบันความตกลงฯ ได้หมดอายุลงแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2559 แต่สถานีวิทยุกระจายเสียงดังกล่าวยังสามารถดำเนินการต่อไปได้จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแจ้งบอกยกเลิกความตกลงฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 18 เดือน) โดยดำเนินการผ่านการแลกเปลี่ยนหนังสือเดินทางการทูตระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา
 
วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางการกระจายเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียง 1,000 กิโลวัตต์ ตามกำหนดเวลาที่สองฝ่ายได้ตกลงกันไว้แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนบริเวณตอนใต้ของจีน กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย คือ ชาวไทยและชาวต่างชาติในจังหวัดชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น เมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา และบังกลาเทศ) โดยเผยแพร่รายการประเภทข่าวสาร สารคดี และสาระน่ารู้ด้านการต่างประเทศทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ (อังกฤษ ลาว เขมร และเวียดนาม) โดยรายการของฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งผลิตโดยสถานีวิทยุเสียงอเมริกามุ่งเน้นการเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารและสาระน่ารู้ที่เป็นประโยชน์ เช่น รายการประเภทข่าวสารด้านเศรษฐกิจ สังคม นวัตกรรม และศิลปวัฒนธรรม เหตุการณ์ปัจจุบัน และสารคดี ซึ่งสอดแทรกเนื้อหาที่ส่งเสริมค่านิยมเชิงบวกต่อสหรัฐฯ เช่น บทบาทที่สร้างสรรค์ของสหรัฐฯ ในเวทีระหว่างประเทศ การส่งเสริมแนวคิดด้านประชาธิปไตย สิทธิและเสรีภาพ และการค้าเสรี ขณะที่รายการของฝ่ายไทยซึ่งผลิตโดยสถานีวิทยุสราญรมย์ของ กต. มุ่งเน้นการดำเนินงานตามนโยบายการทูตสาธารณะ การทูตวัฒนธรรม และการทูตประชารัฐเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สร้างความรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ในการนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะมอบเงินแก่รัฐบาลไทยจำนวนทั้งสิ้น 1,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค ในการผลิตรายการและการดำเนินงานของสถานีวิทยุสราญรมย์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการขยายอายุความตกลงฯ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) โดยที่ประชุมเห็นว่า การขยายอายุความตกลงฯ เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกัน เกื้อกูลประโยชน์ซึ่งกันและกัน และเป็นการสานต่อการดำเนินงานโครงการซึ่งต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2511 โดยผลประโยชน์ตอบแทนที่ไทยได้รับจากการขยายอายุความตกลงฯ ครั้งนี้ มีความคุ้มค่าและเหมาะสมแล้ว