ปม 7 สนช.ขาดประชุมบ่อย 'ประวิตร-ผบ.ทบ.' แจงหมวกหลายใบ ทำงานกันหลายเรื่อง

พล.อ.ประวิตร แจงปม 7 สนช.ขาดประชุมบ่อย เพราะทำงานหลายเรื่องมาก ชี้เพราะสถานการณ์ไม่ปกติ ทหารจึงต้องมาทำหน้าที่ตรงนี้ด้วย ผบ.ทบ. ระบุหลายคนมีหน้าที่อื่นต้องทำ ปรีชาโอดเกษียณแล้ว ขออยู่อย่างสงบเถอะ 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (แฟ้มภาพ เว็บไซต์ทำเนียบฯ)

17 ก.พ. 2560  จากกรณีที่ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ ได้เปิดเผยผลสำรวจ เกี่ยวกับการเข้าประชุมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พบว่า ตามข้อบังคับกำหนดให้สมาชิกต้องมาลงมติอย่างน้อย 1 ใน 3 ของทุกรอบ 90 วัน แต่พบสมาชิกอย่างน้อย 7 คน ที่ขาดประชุมเป็นประจำ จนอาจจะเป็นเหตุให้สิ้นสภาพการเป็นสมาชิกสนช. (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

ล่าสุดวันนี้ (17 ก.พ.60 ) รายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทั้ง 7 คนที่ขาดประชุมเกินกำหนด ไม่ผิดจริยธรรม เนื่องจากมีการลาอย่างถูกต้องตามระเบียบของสภาฯ อีกทั้งการลาดังกล่าวยังลาไปปฏิบัติราชการ ตนได้พูดคุยกับ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ให้ตั้งกรรมการสอบตามระเบียบ ซึ่ง พรเพชรก็ให้ความเห็นว่า สมาชิก สนช. ทั้ง 7 คนทำหน้าที่ของตนได้อย่างดี เพียงแต่ไม่สามารถมาลงมติได้ เนื่องจากหลายคนรับราชการทหารและมีภารกิจมากไม่มีเจตนาขาดการประชุม เช่น พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ หรือ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อปีที่แล้ว

"มันมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนหนึ่งเขาลา ในระหว่างที่เขาลานี่มันก็มีการลงคะแนน ลงคะแนนเขาเอาตัวนี้ การไม่ไปลงคะแนน แต่ละมาตรา มาตราๆ ทีละเรื่อง มันก็เยอะนะครับ เขาก็เอาไปว่านี่ไม่ได้ลงคะแนน แต่ความจริงถามว่าลาไหม เขาลาถูกต้องครับ แต่ในระหว่างที่เขาลาไปนี่มีการลงมติ ก็เลยมีการเอาอันนี้มาเป็นประเด็นว่า พวกนี้ไม่อยู่ นะครับ แต่เขาลา ผมถามกับท่าน พรเพชร เรียบร้อยแล้ว ผมก็บอกให้ท่านพรเพชร ท่านตั้งกรรมการไป เขาเป็น ผบ.เหล่าทัพ วันนี้เขามีงานเขาก็ต้องลา ลาแล้ววันนั้นเกิดมีกฎหมายเข้า และจะต้องพิจารณาแต่ละมาตราๆ มันก็คือไม่ได้ลงคะแนนหลายๆ ครั้ง อย่างนี้เป็นต้น" พล.อ.ประวิตร  กล่าว
 
ต่อคำถามเรื่องการมองถึงประเด็นด้านจริยธรรม การสวมหมวก 2 ใบ แล้วไม่สามารถทำหน้าที่ของ สนช.ได้ นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "เขาทำได้ ผมถามท่านพรเพชรแล้ว พรเพชรบอกว่าทำได้ และทำได้ดี แต่ทีนี้ว่าวันที่เขามีงาน เกิดกฎหมายเข้า อย่างนี้เป็นต้น ใช่ไหมครับ เขาเป็น ผบ.เหล่าทัพ และอย่างท่านปรีชา ท่านเป็นปลัดกระทรวง ในเรื่องนี้ท่านก็ทำงาน ให้กับผมในปีที่แล้วนะครับ ดังนั้นอยากเรียนให้ทราบว่า เขาก็ไม่มีเจตนา ผมก็บอกว่าให้ท่านพรเพชรตั้งกรรมการ ตั้งไปเลย ตรวจสอบตั้งกรรมการไปให้ชัดเจน ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไม ยังไง นะครับ"
 
"ผมก็หลายใบครับ ผมตั้งกี่ใบ 10 กว่าใบ 20 ใบ ผมทำทุกอย่าง ทำเรื่องไอยูยู ทำเรื่องคลองลาดพร้าว ผมก็ทำ ทำทั้งนั้นล่ะครับ อย่าไปเจาะจงเขา เขาทำงานหลายเรื่องมาก ไม่ใช่ว่าหมวกหลายใบ มันจำเป็นที่เขาจะต้องลา เพราะว่าเขามีงานอย่างพวกทูตนี้ ทูตทหารเข้าพบ เอกอัครราชทูตเข้าพบ หรือว่าเข้าจะต้องไปเปิดงานที่ไหน หรือว่าไปร่วมการฝึกที่ไหน มันเยอะด้วยกันนะครับ" พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
ต่อประเด็นเรื่องความซ้ำซ้อนในการทำงาน โดยเฉพาะกับการทำงานเป็นข้าราชการประจำนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้นมันก็ต้องปกติใช่ไหม ตอนนี้มันไม่ปกติ เราถึงเอาทหารเข้ามา ปกติจะเอาทหารมาเป็นหรอ ไม่เอาหรอกครับ เพราะฉะนั้นอย่าไปถามอย่างนี้  ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีการยุติความขัดแย้ง คุณก็ต้องไม่ทำความขัดแย้ง ถ้าไม่ขัดแย้ง ทหารไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ทำอะไรทั้งนั้น แล้วก็ทำเรื่องของการฝึก เรื่องอื่นๆ ก็ต้องเข้าใจอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าผมจะไปเข้าข้างใคร ไม่ใช่ หน้าที่ของทหารก็คือหน้าที่ของทหาร แต่ในช่วงนี้ เป็นหน้าที่ที่เราจะเข้ามาช่วยกันเพื่อที่จะให้เกิดความปรองดอง เกิดความเข้มแข็ง"
 

ผบ.ทบ. ชี้ สนช. หลายคนมีหน้าที่อื่นต้องทำ 

ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีนี้ด้วยว่า ต้องเรียนว่าสถิติของการลงมติของ สนช. เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ตามกติกาข้อบังคับของรัฐสภา ขอให้มองในภาพรวมว่า สนช. กับสภาผู้แทนราษฎร เดิม มีที่มาที่ไปแตกต่างกัน ตัวสมาชิก สนช. มาจากหลากหลายอาชีพ  และมาจากการแต่งตั้งส่วนใหญ่ เป็นข้าราชการประจำ ที่เข้าไปทำงานในหน้าที่นี้ และดำเนินการมา 3 ปีแล้ว โดยคำนึงถึงกฎกติกา ซึ่งในความแตกต่างสมาชิก สนช.ไม่มีการหยุดพักประชุม แล้วทุกคนก็ทำงานเต็มที่ และมีกฎระเบียบของการลา และการลงคะแนน 
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ที่มา แฟ้มภาพ ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก
 
"แต่การที่เราจะหยิบยกประเด็นมาโจมตีว่า อันนี้ลงคะแนนเท่านี้แล้ว แล้วแสดงว่าไม่ไปประชุม มันไม่ใช่ อย่างผมนี่บางวันไปนั่งประชุมทั้งวันเลย มีลงคะแนนแค่ 2 ครั้ง 2 คะแนน แต่บางช่วงผมลาไปรับแขกต่างประเทศ แค่ 2 ชั่วโมง ลง 50 มติอย่างงี้ ดังนั้นคุณจะเอาตรงนี้มาชี้ว่าคนนี้ไม่ได้เรื่อง อาจจะไม่ใช่" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว
 
"ที่ผมเรียนไง หนึ่งถูกแต่งตั้งมา มีหน้าที่ประจำ บางส่วนก็ต้องแยกเวลาไป แต่ส่วนใหญ่ไป ถ้าไปดูสถิติการไปประชุมของสมาชิกสภานิติบัญญํติแต่ละวันนี่ลงชื่อเกิน 200 ทั้งนั้น แต่บางท่านก็อาจต้องแว็บมาประชุม ก็อาจไปทำโน้นทำนี่ในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม ถ้ามันเป็นกรอบที่เหนือ อย่างผม อย่างแขกต่างประเทศมานี่ ผมก็ต้องเอาเรื่องต่างประเทศเป็นสำคัญ ดังนั้นเราจะมาชี้ว่าตรงนี้ลงมติน้อย แล้วถือว่าขาดคุณสมบัตินั้นมันไม่ใช่ ทุกคนเดินอยู่ตามกรอบกติกาที่สภากำหนดมาทั้งนั้นนะครับ และก็ที่สำคัญก็คือก็มีคณะกรรมการจริยธรรมเขาพิจารณาอยู่ ถ้ามีเรื่องร้องเรียนอะไรก็ตรวจสอบ บางท่านก็เคยตรวจสอบมาแล้ว ดังนั้นผมก็ไม่อยากให้มองมุมเดียวแล้วก็บอกว่าอันนี้ไม่ได้เป็นความบกพร่อง ทุกคนทำงานกันเต็มที่นะครับ เพียงแต่ว่าด้วยความจำเป็นบางเรื่อง ด้วยความจำเป็นของหน้าที่ก็ไม่ได้ไปไหน ก็มาทำหน้าที่นี่ล่ะ เสร็จแล้วจะเอาตรงนี้มาชี้วัด ผมว่าไม่ใช่ โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งสำคัญ  ผมเองเป็นผู้บัญชาการทหารบกด้วย เป็นหลายตำแหน่ง แต่ผมก็พยายามที่จะไป และก็ทำหน้าที่ที่ดีที่สุด แต่ผมไม่อยากให้มามองว่าถ้าลงมติแค่นี้แล้ว แสดงว่าไม่ได้มาประชุมเลยมันไม่ใช่
ที่ผมบอก บางวันไปทั้งวันเลย นั่งอยู่ลง 2 มติ บางวันไม่ได้ไป 2 ชั่วโมง ลงไป 50 มติ โดยเฉพาะกฎหมายวาระ 2-3 นี่ ซึ่งเราบังคับไม่ได้ สภากำหนดมาเขาต้องวันนี้วันนี้ เรามีภาระกิจอย่างนี้เป็นต้น ดังนั้นผมไม่อยากให้เอาตรงนี้มาชี้วัด" พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว
 

ปรีชาโอดเกษียณแล้ว ขออยู่อย่างสงบเถอะ 

ขณะที่วานนี้ (16 ก.พ. 60) พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิก สนช. และอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณี ไอลอว์ ออกมาเปิดข้อมูลว่าเป็น 1 ใน 7 สนช.ที่ลาการลงมติ จนอาจขาดความเป็นสมาชิกสภาพ สนช.ว่า เรื่องนี้ทุกอย่างตนได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ทั้งเรื่องใบลาและรายละเอียด ตนได้พูดคุยกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะได้แสดงหลักฐานการลาและการร่วมประชุมชัดเจนหมดแล้ว
 
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าจะออกมาแถลงข่าวชี้แจงอย่างเป็นทางการด้วยตัวเองหรือไม่ พล.อ.ปรีชากล่าวสั้นๆ ว่า “ตอนนี้พี่เกษียณแล้ว ขออยู่อย่างสงบเถอะ จะมาเอาอะไรกับพี่นักหนา”

 

เรียบเรียงจาก มติชนออนไลน์ และเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam