ชาวท่าแซะ-ชุมพร อดเข้ากรุงค้านเขื่อน คนขับรถถูกกักตัวในค่ายทหาร

เพจสมัชชาคนจนเผย ประชาชนท่าแซะ-ชุมพร อดเข้ากรุง เหตุทหารกักตัวคนขับรถไว้ในค่าย ก่อนเดินทางเข้ากทม.เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านเขื่อนต่อ กรรมการสิทธิฯ และรัฐบาล พรุ่งนี้ โดยช่วงสายวัน 15 คนถูกเรียกเข้าค่ายทหารด่วนไปแล้ว

20 ก.พ. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'สมัชชาคนจน' รายงานว่า เมื่อเวลา 19.10 น. ชาวบ้านท่าแซะ จ.ชุมพร ไม่สามารถเดินทางมายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลและคณะกรรมการสิทธิมนุายชน (กสม.) ได้ เพราะทหาร บังคับให้คนขับรถขับไปจอดอยู่ในค่ายเขตอุดมศักดิ์ มทบ.44 โดยในขณะนี้ได้กักตัวคนขับรถไว้ในค่ายดังกล่าวด้วย

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ว่า วันนี้ เมื่อเวลา 9.00 น. ประชาชนในพื้นที่บ้านร้านตัดผม ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จำนวน 15 คน ได้รับคำสั่งให้เดินทางเข้าไปยังค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร สืบเนื่องจากช่วงค่ำของวันที่ 19 ก.พ. 2560 เจ้าหน้าที่ทหารได้เดินทางเข้าไปในหมู่บ้านโดยอ้างคำสั่งมาตรา 44 ขอนำตัวประชาชนเข้าไปค่ายทหาร แต่มีการเจรจาต่อรองกันขึ้น ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ประชาชนเดินทางไปที่ค่ายในเช้าวันนี้แทน

มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ระบุด้วยว่าโดยมีการสันนิษฐานว่า การเรียกตัวประชาชนเข้าค่ายทหารนี้ น่าจะสืบเนื่องมาจากการที่ประชาชนกลุ่มดังกล่าวจะเดินทางเข้าไปกรุงเทพมหานครเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านเรื่องเขื่อนท่าแซะกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และเข้าร้องเรียนต่อรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 21 ก.พ. นี้  โดยเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการสกัดกั้นการร้องเรียน

นอกจากนี้ มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ยังเปิดเผยด้วยว่า ประชาชนในพื้นที่รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ป่าไม้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ โดยมีข้อสรุปให้ทำการประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตที่ ส.ป.ก. เขตป่าไม้ เพื่อหาทางโยกย้ายประชาชนซึ่งมีแนวคิดว่าจะย้ายประชาชนไปอยู่ในแปลงปลูกปาล์มของบริษัทวิจิตรภัณฑ์ แต่การประชุมดังกล่าวขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนนผู้ได้รับผลกระทบ ประชาชนจึงทำหนังสือคัดค้านการประชุมดังกล่าวไปยังส่วนอำเภอ ส่วนจังหวัด และส.ป.ก.

โดยการคัดค้านเขื่อนท่าแซะ เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ กสม. โดย กสม. มีการประชุมเรียกหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2559 และได้ข้อสรุปว่า ข้อ 1. ให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารลุ่มน้ำท่าตะเภา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2551 ซึ่งท่าแซะเป็นสาขาหนึ่ง โดยให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย หากคณะกรรมการมีผลสรุปการจัดการลุ่มน้ำท่าตะเภาเป็นเช่นไรให้ดำเนินการตามขั้นต่อไป ข้อ 2. ให้ส่วนจังหวัด ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ระงับการสร้างเขื่อนไว้ก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปตามข้อ 1. และ ข้อ 3. กรมชลประทานควรยุติการดำเนินการใด ๆ ไว้ก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุปตาม ข้อ 1.

ทั้งนี้ เขื่อนท่าแซะ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านร้านตัดผม ต.พี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีขนาดความจุน้ำประมาณ 157 ล้านลูกบาศก์เมตร  โดยจะทำให้เกิดพื้นที่ท่วมน้ำประมาณ 6,800 ไร และจะท่วมเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าประมาณ 1,600 ไร่ นอกจากนี้ยังจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชน ต.สองพี่น้องประมาณ 400 - 500 ครัวเรือน โดยที่ผ่านมาประชาชนได้พยายามคัดค้านการสร้างเขื่อนท่าแซะมาโดยตลอด เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเพราะในพื้นที่จังหวัดชุมพรมีโครงการตามแนวพระราชดำริหนองใหญ่ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้เป็นอย่างดีแล้ว

บารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน ให้สัมภาษณ์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า กรมชลประทานมีแผนโครงการสร้างเขื่อนท่าแซะตั้งแต่ปี 2536 แต่ประชาชนไม่ยินยอม และเมื่อปี 2538 ประชาชนเรียกร้องหลังจากถูกน้ำท่วมหลังจากมีการขุดคลองที่บ้านร้านตัดผม ส่งผลให้ 400 ครัวเรือนในต. สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับผลกระทบ กรมชลฯแจ้งจะหาที่อยู่ให้ประชาชนใหม่ แต่ยังไม่มีการจัดหาให้

บารมีกล่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนท่าแซะมีวัตถุประสงค์เพื่อเอาน้ำไปใช้ในนิคมอุตสาหกรรมที่ จ.ประจวบ ไม่ใช่ใช้ประโยชน์ที่ท่าแซะ

 
หมายเหตุ : มีการอัพเดทข้อมูลพร้อมเปลี่ยนพาดหัวข่าวเมื่อเวลา 19.40 น. 20 ก.พ.2560