ประยุทธ์ ดีใจ CNN ยก กทม. 'สวรรค์แห่งอาหารริมทาง' ย้อนนายกฯเคยอัดขายของริมถนนผิดกฎหมาย

พล.ท.สรรเสริญ เผย ประยุทธ์ ดีใจที่กรุงเทพฯ ยังติดอันดับโลกด้านอาหารริมทาง หลัง CNN ยกเป็น “สวรรค์แห่งอาหารริมทาง” พร้อมย้อนคำพูดเมื่อปลายปีที่แล้ว เพิ่งอัดว่าขายของริมถนนผิดกฎหมายไม่ใช่วิถีชีวิต หรือวัฒนธรรมอันดีงามของไทย

แฟ้มภาพ เว็บไซต์ทำเนียบ

16 มี.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักข่าว CNN ยังคงจัดอันดับให้กรุงเทพฯ เป็น “สวรรค์แห่งอาหารริมทาง” หรือเมืองที่มีอาหารริมทาง (Street Food) ดีที่สุดในโลก ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้ออาหารได้หลากหลาย เช่น น้ำเต้าหู้มื้อเช้า ข้าวหอมมะลิมื้อกลางวัน ผัดไทย หมูสะเต๊ะมื้อเย็น และระบุด้วยว่า เยาวราชคือย่านของกินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ สภาอาหารริมทางโลก (World Street Food Congress) ได้ยกให้ “หอยทอด” เป็น 1 ใน 3 ของอาหารที่ขึ้นชื่อมากที่สุด ที่หารับประทานได้ริมทางในกรุงเทพฯ โดยพ่อครัวจะปรุงสุกใหม่จานต่อจานบนกระทะร้อน ๆ ให้แก่ลูกค้า

“ท่านนายกฯ รับทราบและดีใจที่กรุงเทพฯ ยังติดอันดับโลกด้านอาหารริมทาง ซึ่งถือเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะอย่างหนึ่งของไทยที่หลายประเทศไม่มี นักท่องเที่ยวสามารถซื้อหาอาหารอร่อยได้ตลอดเวลา โดยเน้นย้ำให้พ่อค้าแม่ค้าปรุงอาหารให้ถูกหลักอนามัย คำนึงถึงความสะอาดปลอดภัยทั้งในแง่ของอาหารและสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ร้าน รวมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้นักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจ”  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ มีเมืองอื่นๆ ที่ติดอันดับสวรรค์แห่งอาหารริมทางอีก 22 เมือง เช่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมืองโฮโนลูลู สหรัฐฯ เมืองเดอร์บัน แอฟริกาใต้ เมืองนิวออร์ลีนส์ สหรัฐฯ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่งถึงการจัดระเบียบรถที่จอดรถ เส้นทางจราจร การรับส่ง รวมทั้ง การขายของบนทางเท้า ริมถนน ว่า เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย จริงๆ แล้วไม่ใช่วิถีชีวิต หรือวัฒนธรรมอันดีงามของไทย มันเริ่มมาจากการปล่อยปละละเลย จนเป็นความเคยชิน ซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นระเบียบ รวมถึงเป็นช่องทางเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวง และความไม่เท่าเทียมในสังคมกับประชาชนกลุ่มอื่น ผู้ใช้เส้นทางสัญจรไม่ได้รับความสะดวก ถูกละเมิดสิทธิ โดยการกระทำที่ผิดกฎหมาย ถือว่าไม่เป็นธรรม 

“ขอความร่วมมือด้วย ไม่อยากให้อ้างว่าเป็นผู้มีรายได้น้อย แล้วเราไปขับไล่เขา ไม่ใช่ ทุกคนต่างต้องเข้าใจ และเห็นใจ รัฐบาลเองก็มีมาตรการรองรับ เช่น การจัดสรรพื้นที่ใหม่ ที่ถูกกฎหมาย มีระเบียบ มีที่จอดรถ สะดวกทั้งผู้ซื้อ–ผู้ขาย ช่วงแรกก็อาจต้องปรับตัว ไม่สะดวกสบายมากนัก ยังขายไม่คล่อง เพราะยังไม่คุ้นชินกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ แต่ผมว่ามันจะสร้างความสบายใจกว่าเดิมกับทุกฝ่าย ขอให้เห็นใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย ร่วมมือกันไม่ว่าจะรายได้น้อย รายได้สูง อย่างไรก็ตามต้องแก้ไขกันด้วยกฎหมาย และรักษากฎกติกาที่ชัดเจนต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
ที่มา : เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลและประชาชาติธุรกิจออนไลน์