มีแต่ 'ทหาร-ข้าราชการ' คสช. ตั้ง กก.-อนุฯ รับความเห็นสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าภาคใต้

คสช.ออกคำสั่ง 2 ฉบับ ตั้ง คณะกรรมการและอนุฯ การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ พบมีเพียงทหาร ข้าราชการ นั่งเต็ม

22 มี.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกฤษจานุเบกษา ได้เผยแพร่ คําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 2 ฉบับเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย คำสั่ง คสช. ที่ 4/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ และคำสั่ง คสช. ที่ 5/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ สั่ง ณ วันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

สำหรับ คำสั่ง คสช. ที่ 4/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ นั้น ระบุว่า เพื่อให้การดําเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ จึงให้แต่งตั้งคณะกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ดังนี้ องค์ประกอบ 1) ผู้บัญชาการทหารบก/เลขาธิการ คสช. เป็น ประธานกรรมการ พล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก/ รองเลขาธิการคสช. รองปลัดกระทรวงพลังงาน  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย  รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธานกรรมการ สำหรับกรรมการประกอบด้วย อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เลขาธิการสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้อํานวยการสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้แทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนกรรมการผู้อํานวยการ ใหญ่ บริษัท อสมท. จํากัด (มหาชน) ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ แม่ทัพภาคที่ 4 รวมทั้ง พล.ท. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองเสนาธิการทหารบก/ หัวหน้าส่วนอํานวยการ สํานักเลขาธิการ คสช. เป็น กรรมการและเลขานุการ ขณะที่ แม่ทัพน้อยที่ 4 และผู้แทนสํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นกรรมการและ ผู้ช่วยเลขานุการ

โดยมีอํานาจหน้าที่ 1) กําหนดกรอบแนวทางการสร้างความรู้ ความเข้าใจและรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ในภาพรวมโดยกําหนดให้มีการจัดกิจกรรมภายใน 31 มี.ค. 2560 2) อํานวยการ และประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในระดับนโยบายเพื่อให้ การสร้างความรู้ ความเข้าใจและรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 3) เชิญผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล หรือจัดส่งเอกสารที่จําเป็นแก่คณะกรรมการฯ สําหรับใช้ประกอบการพิจารณาตามความเหมาะสม 4) รายงานผลการดําเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นฯ รวมทั้งจัดทําข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแก่รัฐบาล ภายใน 28 เม.ย. 2560

ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการดําเนินการของคณะกรรมการฯ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สําหรับการเบิกจ่ายค่าเบี้ยประชุม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่น ๆ ที่จําเป็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทํางานที่แต่งตั้งขึ้น ภายใต้คําสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พุทธศักราช 2547 หรือตาม ระเบียบของทางราชการแล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากต้นสังกัด ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ขณะที่ คำสั่ง คสช. ที่ 5/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็น เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ระบุว่า นั้น ระบุว่า เพื่อให้การดําเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ จึงให้แต่งตั้งคณะกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ดังนี้ องค์ประกอบ แม่ทัพน้อยที่ 4 เป็น ประธานกรรมการ พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็น รองประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เป็น กรรมการ นอกจากนี้ กรรมการยังประกอบด้วย ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41-46 ผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และ 3 ผู้แทนผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 8 ผู้แทนผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 9 โดย มี เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 เป็น กรรมการและเลขานุการ ผู้อํานวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 4 และรองผู้อํานวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 4 เป็นทั้ง กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สำหรับอํานาจหน้าที่ ประกอบด้วย 1) ดําเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม 2) ประสานงาน กํากับดูแล และเร่งรัดการดําเนินการของส่วนราชการ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องภายในพื้นที่รับผิดชอบ 3) รับผิดชอบงานการรักษาความสงบเรียบร้อย และกําหนดมาตรการการรักษา ความปลอดภัยที่จําเป็น สําหรับการดําเนินการ ตามข้อ หนึ่ง 4 ) จัดการประชุมหรือเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ หน่วยงานของรัฐ หรือภาคเอกชนในพื้นที่รับผิดชอบมาให้ข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการเตรียมการ และ ดําเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้า ในพื้นที่ภาคใต้ 5) รายงานผลการดําเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นฯ ในระดับพื้นที่แก่คณะกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับ สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ภายใน 21 เม.ย. 2560 6) มีอํานาจแต่งตั้งคณะทํางานฯ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามความเหมาะสม และ 7) ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการฯ มอบหมาย

ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการดําเนินการของคณะอนุกรรมการฯ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สําหรับการเบิกจ่ายค่าเบี้ยประชุม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่น ๆ ที่จําเป็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการ และคณะทํางานที่แต่งตั้งขึ้นภายใต้คําสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พุทธศักราช 2547หรือตามระเบียบของทาง ราชการแล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากต้นสังกัด ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป