ราชทัณฑ์สั่งสอบเหตุนักโทษเสียชีวิตในคุกตะกั่วป่า ญาติเตรียมแห่ศพประท้วง

อธิบดีราชทัณฑ์ สั่งสอบเหตุนักโทษเสียชีวิตในคุกตะกั่วป่า เบื้องต้นประธานเขต 8 รายงานคู่กรณีก่อเหตุทะเลาะวิวาท ถูกสั่งฝึกวินัยจนเกิดฮีทสโตรก ด้านญาตินักโทษเรียกร้องให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งย้ายผู้คุมออกจากเรือนจำตะกั่วป่า เผยหากไม่มีความคืบหน้าจะแห่ศพขอความเป็นธรรม
 
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา คมชัดลึก รายงานว่านายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีนายสุริยา ศุภรักษ์ อายุ 47 ปี นักโทษในคดียาเสพติด เรือนจำตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เสียชีวิตในเรือนจำอำเภอตะกั่วป่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา โดยสภาพภายนอกมีบาดแผลถลอกทั่วร่างกายว่า หลังเกิดเหตุตนได้สั่งการให้ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานเรือนจำเขต 8 เข้าไปตรวจสอบ โดยเบื้องต้นได้รับรายงานข้อเท็จจริงว่านายสุริยา และนักโทษอีก 1 คนก่อเหตุวิวาทกันในเรือนนอนเวลา 04.00 น. เมื่อถึงเวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดเรือนนอนเพื่อปล่อยนักโทษออกมาทำกิจกรรมประจำวันภายในแดนคุมขัง ผู้คุมจึงสั่งให้คู่กรณีทั้ง 2 ราย ลงมาฝึกวินัย ซึ่งการฝึกวินัยจะใช้กับนักโทษที่มีพฤติกรรมเกะกะเกเรเท่านั้น สำหรับคู่กรณีถูกสั่งให้นอนตากแดดและกลิ้งไปกลิ้งมาเป็นเหตุให้ร่างกายมีรอยไหม้ และวันเกิดเหตุมีแดดแรงจึงทำให้นักโทษเกิดอาการฮีทสโตรกหรือโรคลมแดดเสียชีวิต ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้ปักใจเชื่อรายงานข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยจะรอฟังรายงานผลชันสูตรอย่างเป็นทางการว่า สภาพศพนายสุริยามีสภาพตับแตก ซี่โครงหักตามที่ญาติระบุอย่างไร หากพบว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายรุนแรงก็จะสอบสวนขยายผลให้เกิดความชัดเจน โดยเฉพาะพยานในที่เกิดเหตุที่ต้องเข้าให้ข้อมูลว่าคู่กรณีวิวาทกันอย่างไร ใช้เวลาวิวาทนานเท่าไหร่ และลักษณะการแตกหักของซี่โครงเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะให้คำตอบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต                  
 
นายกอบเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับช่วงวันหยุดในเทศกาลสงกรานต์ได้กำชับให้วางมาตรการป้องกันรักษาความปลอดภัยในเรือนจำอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะช่วง 2-3 เดือนก่อนเทศกาลวันหยุดยาว ซึ่งทุกเรือนจำจะต้องงดสั่งผลไม้และน้ำผลไม้ เข้ามาเป็นอาหารเลี้ยงผู้ต้องขัง และกำชับให้ตรวจค้นอย่าให้ผู้ต้องขังลักลอบนำผลไม้  ข้าว ขนมปัง หรือวัตถุดิบที่มีเชื้อเป็นส่าเหล้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังนำไปหมักเหล้าดื่มฉลองในเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ การที่เรือนจำเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังดื่มสุราจนมึนเมาและลุกลามเป็นเหตุวิวาทในเรือนจำ สำหรับเรือนจำที่มีโรงงาน โรงไม้ ให้ตรวจสอบไม่ให้ผู้ต้องขโมยแลคเกอร์ ทินเนอร์ออกมา เนื่องจากหลายปีก่อนเคยเกิดเหตุผู้ต้องขังไม่มีความรู้ได้นำเมทิลแอลกอฮอล์ในทินเนอร์มาผสมเป็นสุราดื่มจนตาบอด
 
ญาติเตรียมแห่ศพประท้วง
 
ด้าน TNN รายงานวันเดียว (7 เม.ย.) กันว่าหลังจากการเสียชีวิตของนายสุริยา ที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยทางเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอตะกั่วป่าโทรศัพท์แจ้งกับทางญาติว่านักโทษสุริยาถูกทำโทษให้ยืนตากแดดจนเป็นลมเสียชีวิต แต่จากสภาพที่เห็นพบว่าตามร่างกายมีบาดแผลฉกรรจ์เกือบ 30 แผล ซึ่งญาติมั่นใจว่าต้องถูกทำร้ายจนเสียชีวิตภายในเรือนจำ
 
เบื้องต้น นายวีระยุทธ ศุภรักษ์ ผู้เป็นพี่ชาย เรียกร้องให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบแดนต้องขังในวันเกิดเหตุออกจากพื้นที่ไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ข่มขู่พยาน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากผ่านมา 1 สัปดาห์แล้วเรือนจำอำเภอตะกั่วป่ากลับนิ่งเฉยไม่มีการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น และหากยังไม่ดำเนินการจะเคลื่อนศพไปหน้าเรือนจำเพื่อขอความเป็นธรรม
 
ขณะที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตะกั่วป่าเปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติถูกส่งมาที่โรงพยาบาลตะกั่วจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าผู้ตายมีบาดแผลตามร่างกายจึงส่งไปผ่านพิสูจน์ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ และรอให้ญาติเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอน
 
ทั้งนี้ ญาติเชื่อว่าผู้ลงมือก่อเหตุน่าจะเป็นอดีตทหารที่โอนย้ายราชการมาประจำอยู่ในเรือนจำอำเภอตะกั่วป่า ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายเคยเล่าให้ครอบครัวฟังระหว่างที่เข้าไปเยี่ยมในเรือนจำว่ามักจะถูกผู้คุมคนนี้ทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ และหลังเกิดเหตุมีการพยายามติดต่อกับทางญาติผู้ตายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยแต่ตกลงกันไม่ได้ ญาติจึงเตรียมแจ้งความดำเนินคดี