แม่ยืนยันไผ่ ดาวดิน ไม่ได้หนีทหารตามข่าว ด้านสัสดีระบุ "งั้นก็ไม่เป็นไร" ไร้คำขอโทษ

พริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ไผ่ ดาวดิน ยืนยันลูกชายไม่ได้หนีทหาร ตามที่มีการให้ข่าว เผยได้นำเอกสารไปยืนยันกับสัสดีแล้ว ยังไม่ทราบว่ามีข่าวว่า ไผ่หลบหนีทหารมาหลายปีได้อย่างไร ด้านสัสดีระบุหลังเห็นเอกสาร “งั้นก็ไม่เป็นไร” ยังไร้คำขอโทษ

พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 11 เม.ย. 2560

รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ออกอากาศเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2560

11 เม.ย. 2560 สืบเนื่องจากกรณีที่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้รายงานข่าวว่า จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน เข้าข่ายหนีทหาร หลังยังอยู่ระหว่างควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดีในเรือนทัณฑสถานบำบัดจังหวัดขอนแก่น ตามความผิดมาตรา 112 และญาติไม่ยื่นผ่อนผันตามระเบียบ ซึ่งสัสดีชัยภูมิเผยที่ผ่านมา ไผ่หนีทหารมาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยยื่นเอกสารผ่อนผัน จากนี้จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อกรณีดังกล่าว พริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของไผ่ ได้ให้ข้อมูลกับประชาไทว่า หลังจากที่ตนได้ทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ และรายการโทรทัศน์แล้ว ได้เดินทางไปยังที่ทำการสัสดีอำเภอภูเขียว เพื่อนำเอกสารไปชี้แจงให้ทางสัสดีได้ทราบว่า ไผ่ไม่ได้หลบหนีการเกณฑ์ทหาร ตามที่ทหารได้มีการให้ข่าวไป โดยได้นำเอกสาร หนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะที่แสดงว่า จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้สำเร็จการฝึกวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2552 จากสำนักศึกษา โรงเรียนภูเขียว พร้อมกับเอกสารสำคัญ สด.1 ใบขึ้นบัญชีทหารกองเกิน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน

พริ้มระบุด้วยว่า หลังจากที่นำเอกสารไปยืนยัน สัสดีอำเภอภูเขียวได้บอกแต่เพียงว่า งั้นก็ไม่เป็นไร ทั้งนี้เธอยังได้พยายามถามว่าเพราะอะไรจึงมีการให้ข่าวในทางเสื่อมเสียแบบนี้กับลูกชายของเธอ คำตอบที่เธอได้รับคือ ไม่ทราบ จากนั้นเธอได้ขอให้ทหารรับผิดชอบในการแก้ไขข่าวได้หรือไม่ คำตอบที่เธอได้รับคือ ตอนนี้ไม่สามารถติดต่อนักข่าวได้  และเธอยังไม่ได้รับคำขอโทษแต่อย่างใด

"คือสำหรับเขาน่ะมันไปเป็นไรไง แต่ถามครอบครัวเราล่ะ ข่าวออกไปคนดูตั้งเท่าไหร่ หนังสือพิมพ์ที่ลงไปคนอ่านทั่วประเทศ อ่านไปแล้วกี่คน ไผ่เองก็ยังไม่รู้เรื่องนี้เพราะยังอยู่ในคุก แม่ก็ต้องดูก่อนว่าจะทำอะไรต่อ"พริ้ม กล่าว

พริ้มแจ้งด้วยว่า เรื่องดังกล่าวดูมีลักษณะผิดปกติ เนื่องจากหากว่า ไผ่หลบหนีการเกณฑ์ทหารจริง ก็น่าจะมีการมาบอกกล่าวตักเตือนกันก่อน หรือไม่ก็แจ้งควรแจ้งให้ครอบครัวรับทราบ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูล แต่นี้กลับไปให้ข่าวเลย ทั้งที่ข่าวที่ได้ถูกนำเสนอไปนั้นผิดข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังมีลักษณะของการใส่ร้ายป้ายสีลูกชายของตนด้วย

นอกจากไผ่จะผ่านหลักสูตรการนักศึกษาวิชาทหาร หรือ รด. ซึ่งตามกฎหมายระบุให้ไม่ได้เข้ารับการตรวจคัดเลือกเป็นทหารกองประจำการแล้ว พริ้มยังให้ข้อมูลด้วยว่า เมื่อปี 2557 ไผ่ถูกเรียกให้เข้าไปรายงานตัวในฐานะทหารกองหนุนด้วย โดยที่ไผ่ก็ได้เดินทางไปตามหมายนัด ทั้งยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ซึ่งมีลายเซ็นต์ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้บัญชาการทหารบกด้วย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังสัสดีอำเภอภูเขียวแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อได้

00000

สำหรับคดีของจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน เกิดจากการเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 โดย พ.ท. พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 23 จากการที่จตุภัทร์ ได้แชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thai เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559 ซึ่งมีผู้แชร์บทความดังกล่าวประมาณ 2,800 ครั้ง แต่มีจตุภัทร์เพียงคนเดียวที่ถูกจับกุมดำเนินคดี โดยในวันที่ 3 ธ.ค. 2559 จตุภัทร์ ถูกจับกุมตัวที่จังหวัดชัยภูมิ ขณะกำลังร่วมขบวนธรรมยาตรา กับพระไพศาล วิสาโล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดขอนแก่น

ต่อมาในวันที่ 4 ธ.ค. 2559 ศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จตุภัทร์ โดยทนาย พร้อมนายประกันได้ยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท และให้เหตุผลไว้ในคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวว่า จตุภัทร์ เป็นผู้ต่องหาคดีการเมืองอยู่ 4 คดี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี อีกทั้งในวันที่ 8 ธ.ค. ผู้ต้องหามีสอบเป็นวิชาสุดท้าย หากไม่ได้เข้าสอบวิชาดังกล่าวจะส่งผลให้เขาเรียนไม่จบตามหลักสูตร ศาลจึงพิจารณาให้ประกันตัว

ต่อมาในวันที่ 22 ธ.ค. 2559 ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้นัดพิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ที่ขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว จตุภัทร์ โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหา ได้ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว จึงสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ทั้งยังเห็นว่านายประกัน ซึ่งเป็นบิดา ไม่ได้ทำการห้ามปราบการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลได้มีคำสั่งกำชับให้นายประกัน, ผู้ต้องหาให้มาศาลตามนัด ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ พยานหลักฐานในคดี หรือก่อความเสียหายใดๆ หลังปล่อยตัวชั่วคราว หากผิดนัด ผิดเงื่อนไข ศาลอาจถอนประกันและอาจไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีก และภายหลังปล่อยตัวชั่วคราว ได้ความจากทางไต่สวนว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีนี้ในสื่อสังคมออนไลน์บนเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา กับทั้งผู้ต้องหาได้แสดงออกถึงพฤติกรรมในสื่อสังคมออนไลน์ในเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งผู้ต้องหายังมีแนวโน้มจะกระทำการในลักษณะเช่นนี้ต่อไปอีก ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มีอายุ 25 ปี ย่อมรู้ดีว่า การกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล จึงฟังได้ความตามคำร้องว่า ผู้ต้องหาได้กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายภายหลังการปล่อยตัวชั่วคราว ประกอบกับนายประกันผู้ต้องหาไม่ได้กำชับหรือดูแลให้ผู้ต้องหาปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลที่มีคำสั่ง จนก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าว จึงให้เพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา หมายขังผู้ต้องหา ตรวจคืนหลักประกันให้นายประกัน

ต่อมาวันที่ 10 ก.พ. 2560 ศาลได้รับฟ้องคดีดังกล่าว พร้อมไต่สวนคำให้การของจตุภัทร์ โดยเขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และพร้อมที่จะสู้คดี โดยในวันนั้นศาลได้ใช้อำนาจสั่งขังเขาต่อไประหว่างการพิจารณาคดี และได้นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 21 มี.ค. 2560 ทั้งนี้อัยการโจทก์ได้ระบุในคำฟ้องด้วยว่า

"อนึ่ง หากจำเลยขอปล่อยตัวชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นการกระทำต่อพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งและเทิดทูนของประชาชน และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี"

ทั้งนี้จตุภัทร์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัด จังหวัดขอนแก่น มาตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2560 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา  หลังจากเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ทนายความเข้ายื่นอุทธรณ์ เพื่อคัดค้านคำสั่งศาลจังหวัดขอนแก่นลงวันที่ 21 มี.ค. 60 ที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวจตุภัทร์

ด้าน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า คดีนี้ อัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุภัทร์ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น เป็นคดีหมายเลขดำที่ 301/2560 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 และ 14 (3) โดยจตุภัทร์ให้การปฏิเสธ และศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 3-4, 15-17 ส.ค. 60 สืบพยานจำเลยในวันที่ 30-31 ส.ค. และ 5-7 ก.ย. 60 ในชั้นสอบสวน จตุภัทร์เคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลา 18 วัน แต่ถูกถอนประกันจากการที่ยังโพสต์แสดงความเห็นในโซเชียลมีเดีย หลังถูกถอนประกัน ทนายความได้ยื่นประกันจตุภัทร์ รวม 8 ครั้ง และอุทธรณ์รวม 2 ครั้ง แต่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอีกเลย