ประยุทธ์ สั่งจนท. ตามสืบ 'หมุดคณะราษฎร' ย้ำประชาธิปไตยอยู่ในใจทุกคน แต่ขอให้ชุดสืบสวนฯทำงาน

ประยุทธ์ ชี้การพูดหรือทวงคืนหมุดคณะราษฎรไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ ขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการชุดสืบสวนสอบสวน ขณะที่ ประวิตร ไม่ทราบ มองไม่สำคัญ ไม่เกี่ยวกับปากท้อง ปชช. ด้าน ‘พิชัย’ ชี้หมุดฯ มีคุณค่าทางใจ อันคนทำไม่คำนึงถึงการปรองดอง

หมุดที่ถูกนำมาแทนที่หมุดคณะราษฎร

18 เม.ย. 2560 จากกรณีหมุดคณะราษฎร หรือ 'หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ' ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ที่ระบุถึงเหตุการณ์สำคัญและหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย.2475 หายไป แต่ถูกแทนด้วยหมุดใหม่ที่มีข้อความและความหมายใหม่แทนในจุดเดิม ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ปฏิบัติการดังกล่าวนั้น 

วันนี้ (18 เม.ย.60) มติชนออนไลน์ รายงานว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงเรื่องของหมุดคณะราษฎรว่า มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง และ สตช. ติดตามสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมา 80 ปีแล้ว ตนเองก็เป็นประชาธิปไตย ที่สำคัญประชาธิปไตยนั้นอยู่ในใจทุกคน ก็ให้เป็นเรื่องของกระบวนการชุดสืบสวนสอบสวนต่อไป การพูดหรือทวงคืนอะไรก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ ตนไม่อยากให้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้ ก็ขอให้ระมัดระวังในการเคลื่อนไหว

ประวิตร ไม่ทราบ มองไม่สำคัญ ไม่เกี่ยวกับปากท้อง ปชช.

ขณะที่ สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานด้วยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ด้วยว่า ไม่ทราบว่ามีการปรับเปลี่ยนไปเมื่อใด และไม่มีการแจ้งว่า จะมีการเปลี่ยนหมุด ส่วนการดำเนินการตามหากลับคืนมานั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสามารถนำกลับมาได้หรือไม่ และรัฐบาลก็ไม่สามารถสั่งการอะไรได้ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้ใช่เรื่องสำคัญ เพราะไม่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชน

ส่วนกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารเข้ารวบตัว ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคม เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ นั้นพล.อ.ประวิตร ระบุว่า ไม่ทราบเรื่อง แต่มองว่าเรื่องใดที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองก็ไม่สมควรทำ เพราะประเทศกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

‘พิชัย’ ชี้หมุดฯ มีคุณค่าทางใจ อันคนทำไม่คำนึงถึงการปรองดอง

หมุดคณะราษฏร

ด้าน พิชัย รัตตกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์กรณีมีผู้มาเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ หายไปจากที่เดิม ระบุว่าหมุดนั้นสำคัญไฉน? ซึ่งเผยแพร่ทาง มติชนออนไลน์ มีรายละเอียดดังนี้

เมื่อคณะราษฎรทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 นั้น ผมเพิ่งมีอายุ 6-7 ขวบ ไม่รู้ประสีประสาอะไร แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็มีโอกาสได้พบ และให้ความเคารพแก่ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 หลายท่าน เช่น อาจารย์ปรีดี พนมยงค์, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, พลเอกหลวงเสรีเรืองฤทธิ์, พันตรี ควง อภัยวงค์, และคุณชุณห์ ปิณฑานนท์ เป็นต้น

ผมไม่ทราบมาก่อนเลยว่า คณะราษฎรได้ทำหมุดเกี่ยวกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น และนำไปฝังไว้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า มาทราบอีกทีและเป็นครั้งแรกก็เมื่อมีข่าวว่ามีคนมาขุดเอาหมุดนี้ออก และนำหมุดใหม่มาใส่แทนที่ แสดงว่าใครก็ตามที่ทำการนี้จะต้องมีแผนการไว้ล่วงหน้า

หมุดนี้ไม่ใช่หมุดหัวจ่ายน้ำประปา หมุดเดิมที่คณะราษฎรได้นำมาฝังไว้ 85 ปีมาแล้ว อาจจะไม่มีค่างวดอะไรนัก แต่ค่างวดของหมุดนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และทางจิตใจอย่างยิ่ง ซึ่งไม่สามารถนำมาคำนวณเป็นตัวเงินได้ ผู้ที่กระทำการเอาหมุดเดิมออก ไม่ได้คิดสักนิดว่าการกระทำของเขากระทบกระเทือนจิตใจ และเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อผู้กระทำอย่างมาก และเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงความปรองดอง ความรักใคร่สามัคคีของชนในชาติเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แสนจะดี โดยแจ้งให้ผู้ไปแจ้งความว่า “ใครเป็นเจ้าของหมุด ต้องให้เจ้าของมาแจ้งความเอง”

ผมก็อายุมากแล้ว ก็อยากเห็นบ้านเมืองเรียบร้อย ประชาชนมีความรักใคร่ปรองดองกัน แต่เหตุการณ์เรื่อง “หมุด” นี้ ไม่นำไปสู่สิ่งที่ผมอยากเห็นเลย อย่ามาพูดว่าให้มารักกันด้วยปาก อย่ามาพูดให้ปรองดองกันด้วยปาก ตราบใดที่ขาดความจริงใจ ตราบนั้นบ้านเมืองของเรา ก็ย่ำอยู่กับที่!