ครม.อนุมัติ ขยายเวลายกเว้นภาษีวิสาหกิจชุมชนอีก 3 ปี - พักหนี้สมาชิกกลุ่มสหกรณ์ 2 ปี

ครม.เห็นชอบตัดเงื่อนไข 'บ้านหลังแรก' ขยายเวลายกเว้นภาษีวิสาหกิจชุมชนรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านต่อปี เพิ่มอีก 3 ปี รวมทั้ง พักหนี้สมาชิกกลุ่มสหกรณ์ 2 ปี

18 เม.ย. 2560 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน) ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดำเนินการต่อไปได้

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว กำหนดให้มีการขยายเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับวิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลซึ่งมีเงินได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้  สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 ถึง วันที่ 31 ธ.ค. 2562 

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติ ครม.ดังกล่าวว่า เพื่อช่วยบรรเทาภาระภาษีให้กับวิสาหกิจชุมชน  ซึ่งเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศกว่า 70,000 แห่ง  หวังสร้างให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และเติบโตเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอนาคต เพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง  เมื่อรัฐบาลผ่อนปรนเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว จึงกำหนดเงื่อนไขเพิ่มด้วยการให้วิสาหกิจชุมชนได้รับการยกเว้นภาษีต้องจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายประจำวัน และยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี เริ่มตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป ยอมรับว่าการยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าวกระทบต่อรายได้ของรัฐบาลเพียงเล็กน้อย แต่ต้องการส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนมีการพัฒนาศักยภาพ การผลิตสินค้าและบริการของชุมชนให้เติบโตในระยะยาว 

ตัดเงื่อนไข 'บ้านหลังแรก'

กอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการบ้านประชารัฐและโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาทั้ง 2 โครงการ มียอดอนุมัติสินเชื่อน้อยมาก เนื่องจากมีข้อกำหนดเข้มงวดทางปฏิบัติ ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงเสนอผ่อนปรนเงื่อนไขเพิ่ม สำหรับโครงการบ้านประชารัฐ 1.ยกเลิกข้อกำหนดคุณสมบัติ  "ต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน"  เปลี่ยนเป็น  "มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเข้าร่วมโครงการได้"  เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ขายบ้านไปแล้ว แต่ปัจจุบันไม่มีบ้านและต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำได้ 

2.แก้ไขการสินเชื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย (Post Finance) วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อราย จากข้อกำหนดเดิมให้รวมราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้กู้เงินสร้างบ้านน้อยมากและไม่จูงใจให้กู้เงิน  จึงเปลี่ยนเป็น  "ไม่ต้องนำราคาประเมินที่ดินมารวมคำนวณการสร้างบ้าน"  เพื่อให้ประชาชนขอกู้ทั้งซ่อมแซม และปลูกสร้างบ้านเพิ่ม เนื่องจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยบ้านประชารัฐอนุมัติสินเชื่อ 13,631 ราย วงเงินสินเชื่อ 11,335  ล้านบาท จากวงเงินทั้งโครงการ 40,000 ล้านบาท จากผู้ยื่นขอสินเชื่อ 36,394 ราย วงเงินสินเชื่อต้องการ 36,500 ล้านบาท นับว่ามีเพียง 1 ใน 4 ของเป้าหมายเท่านั้น

สำหรับการดำเนินโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ เสนอแก้ไขปรับปรุง คือ โครงการเช่าระยะสั้นเปิดให้เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเช่าอาศัยระยะเวลา 5 ปี จากเดิมกำหนดให้เพียงเจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยมีกรรมสิทธิ์เข้าพักอาศัยและมีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือนในวันที่ยื่นจองสิทธิ์ เปลี่ยนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือนในวันที่จองสิทธิ์ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐย้ายงานมาจากต่างจังหวัดสามารถยื่นเช่าระยะสั้นได้ ส่วนโครงการเช่าระยะยาว จากเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมาก่อน เพิ่มเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนปัจจุบันไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยได้  

พักหนี้สมาชิกกลุ่มสหกรณ์ 2 ปี

ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. ยังมีมติเห็นชอบพักหนี้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเป็นเวลา 2 ปี และจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้สมาชิกกลุ่มสหกรณ์  กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าว ร้อยละ 3  ต่อปี ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  วงเงินสินเชื่อ 500,000 บาทต่อรายผ่านกลุ่มสหกรณ์  สมาชิก 287,676 ราย ยอดต้นเงินกู้ 25,596 ล้านบาท จากยอดภาระหนี้วันที่ 31 พ.ค. 2559  

 

ที่มา : เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล และสำนักข่าวไทย